ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

น่าสนใจ:ความฝันกับความจริง แจ็ค รอดเวลล์,ไมเคิิ่ล จอห์นสัน ใน 10 ดาวรุ่งพุ่งไม่สุด แห่งโลกฟุตบอล

น่าสนใจ: ความฝัน กับความจริง แจ็ค รอดเวลล์,ไมเคิิ่ล จอห์นสัน ใน 10 ดาวรุ่งพุ่งไม่สุด แห่งโลกฟุตบอล

[b]ไม่รู้ว่าจะตรงกับความคิดของคุณรึป่าวนะครับ


1. โจวานนี ดอส ซานโตส
ความฝัน

เธียร์รี อองรี เคยบอกว่า "วิธีบอกว่าใครเป็นนักฟุตบอลขั้นเทพแบบง่ายๆ อย่างหนึ่งก็คือ ใครคนนั้นได้ลงเล่นให้สโมสรอย่างบาร์เซโลนา ตั้งแต่อายุ 18" ซึ่งโจวานนี ดอส ซานโตส เข้าข่ายนั้นเป๊ะๆ

เจ้าหนูเม็กซิกัน คือ นิวโรนัลดินโญ แห่ง ลา มาเซีย ถึงขั้นที่สตาร์บราซิเลียนตัวจริง เคยเฝ้าจับตามองพัฒนาการของเจ้าหนูรายนี้ด้วยตัวเองเลยทีเดียว เขามีทั้งความเร็ว และการคอนโทรลบอลที่ยอดเยี่ยม จึงไม่น่าแปลกใจเลย หากใครจะบอกว่าเขามีอนาคตสดใสในกาตาลัน

ความจริง

ทั้งโรนัลดินโญตัวจริง และ นิว โรนัลดินโญ ต้องดวงแตกในปี 2008 เมื่อ เป็ป กวาร์ดิโอลา ตัดสินใจเข้ามาคุมทีมบาร์เซโลนาและโละสตาร์บราซิเลียนออกไปอยู่กับมิลาน ส่วนดาวรุ่งเม็กซิกันก็ต้องระเห็จไปอยู่กับท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส เมื่อฮวนเด รามอส ตั้งใจจะนำเขาไปเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติทีมไก่เดือยทอง

อย่าง ไรก็ดี เหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อสเปอร์สทำผลงานได้อย่างย่ำแย่และตกไปอยู่ในโซนตกชั้น รามอสโดนไล่ออก ส่วนดอส ซานโตส ก็กลายเป็นส่วนเกินของทีม ทันทีที่แฮร์รี เรดแนปป์ เข้ามากุมบังเหียน

ปัจจุบัน เขาออกไปตั้งต้นชีวิตใหม่กับมายอร์ก้า แม้จะอายุเพียง 23 ปี เท่านั้นในตอนนี้ แต่ดูเหมือนว่าอนาคตของเขาจะอยู่ห่างไกลจากความคาดหวังเมื่อตอนที่อยู่ ลา มาเซีย เสียเหลือเกิน


2. ไมเคิล จอห์นสัน
ความฝัน

สเวน โกรัน อีริคส์สัน เคย ยกให้ไมเคิล จอห์นสัน เป็น "ว่าที่กัปตันทีมชาติอังกฤษ" ในอนาคต ในระหว่างที่กุนซือสวีดิชคุมทีมเรือใบสีฟ้า กองกลางดาวรุ่งรายนี้เคยเป็นมิดฟิลด์ประเภทบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ (วิ่งจากหน้ากรอบเขตโทษฝั่งตัวเองถึงกรอบเขตโทษฝั่งตรงข้ามได้อย่างไม่เหน็ด เหนื่อย เหมือนสตีเวน เจอร์ราร์ด) ชั้นยอด มีทักษะการเลี้ยงบอลชั้นดี และปิดสกอร์ได้อย่างเฉียบคม ยังไม่นับรวมถึงวุฒิภาวะที่โตเกินวัย

เขาเล่นได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาล 2006-07 และทำผลงานสม่ำเสมอจนได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นแกนหลักของทีมชาติในอนาคต

ความจริง

หายนะเกิดขึ้นเมื่อทีมเรือใบสีฟ้าสุดทนกับพฤติกรรมนอกสนามที่เหลวแหลก ทั้งดื่มเหล้าและพนัน จนถูกปล่อยตัวก่อนคริสต์มาส โจอี้ บาร์ตัน อดีตนักเตะของซิตี้ เคยบอกไว้ว่าจอห์นสันคือตัวอย่างของนักเตะที่ล้มเหลวเพราะได้รับเงินและความ กดดันมากเกินไปในวัยเท่านั้น

ปัจจุบันกองกลางวัย 24 ปี ต้องต่อสู้กับอาการป่วยทางด้านจิตใจอย่างหนัก และมีเพียงเวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าเราจะได้เห็นเขาในสนามฟุตบอลอีกหรือ ไม่ แต่คงจะแน่นอนแล้วว่า "ว่าทีกัปตันทีมชาติอังกฤษ" คงไม่มีทางได้สวมชุดสิงโตคำรามในสนามฟุตบอลอย่างแน่นอน


3. เคียร์ริสัน
ความฝัน

บราซิล ถือเป็นแหล่งรวมนักฟุตบอลดาวโรจน์มากมาย และหลายครั้งพวกเขาก็ไปได้ไม่ถึงฝั่งฝัน ทั้งเอเดรียโน, เดนิลสัน และเบรโน คือ ตัวอย่าง รวมถึงเคียร์ริสัน ก็คือ หนึ่งในคนกลุ่มนี้

แข้งแซมบ้า เคยได้รับการจับตามองในฐานะ "นิว โรมาริโอ" ด้วยความสามารถในการปิดสกอร์ชั้นเลิศ ทำได้ถึง 33 ประตู จากการลงเล่น 63 นัด ให้คอริติบา ทีมแจ้งเกิด ก่อนที่พัลไมรัส ยักษ์ใหญ่แห่งบราซิลจะมาคว้าตัวไปในเดือนมกราคม 2009 อนาคตของเขาช่างสดใสเสียเหลือเกิน

ความจริง

อย่างไรก็ดี ก้าวต่อไปของเคียร์ริสัน กลับเต็มไปด้วยข้อผิดพลาด หลังจากค้าแข้งกับพัลไมรัสนาน 6 เดือน เขาก็ย้ายทีมอีกครั้งไปยังบาร์เซโลนา ไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่ได้เหมาะกับนักเตะทุกราย

เขา เพิ่งอายุ 20 ปี เท่านั้น ตอนที่ตัดสินใจมาเผชิญโชคชะตาในยุโรป และเข้าสู่ขาลงอย่างรวดเร็ว เขาถูกยืมตัวไปเล่นให้เบนฟิก้า, ฟิออเรนตินา ก่อนจะซมซานกลับมาบราซิลกับทีมซานโตส, ครูเซโร และกลับมาซบทีมเก่าของเขาอย่างคอริติบาอีกครั้ง ในปัจจุบัน

ดูเหมือน ว่าเคียร์ริสันจะไปได้ไม่ถึงความคาดหวังที่วงการฟุตบอลยุโรป โดยเฉพาะทีมบาร์เซโลนา หวังจะได้จากเขา และอาจจะพอกล่าวได้ว่า ผู้สืบสานตำนานหมายเลข 9 ของทีมชาติบราซิลคงไปไม่ถึงฝั่งฝันเสียแล้ว


4. เฟรดดี้ อาดู
ความฝัน

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ชื่อของเฟรดดี้ อาดู ได้รับการจับตามองจากคนทั้งโลกแบบไม่วางตา ในฐานะวันเดอร์คิดแห่งโลกฟุตบอลที่ถือเป็นอนาคตของวงการฟุตบอลสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี

เขาถูกคาดหมายว่าจะพาเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ ให้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น และจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์แห่งวงการฟุตบอลคนแรกที่เกิดขึ้นสหรัฐอเมริกา เขาถึงนำไปเปรียบกับเปเล่ และจะทำให้สายตาของคนทั้งโลกสยบอยู่ใต้ฝีเท้าของเขาได้ไม่ยากเย็น

ความจริง

ไม่มีใครรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเขา ความกดดัน? เลือกเดินทางผิด? หรือเป็นแค่เด็กฝีเท้าดีธรรมดาๆ สักคนที่ถูกอวยจนเกินจริง แต่นับตั้งแต่ย้ายจากดีซี ยูไนเต็ด ในปี 2006 เขาก็ย้ายทีมไปหลายที่โดยที่ไม่ได้ลงหลักปักฐานกับที่ไหนเลย การทดสอบฝีเท้ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นความว่างเปล่า การไปเล่นกับเบนฟิก้า กลายเป็นก้าวย่างที่ใหญ่เกินไป ก่อนที่จะถูกยืมตัวไปโมนาโก รวมถึงกรีซและตุรกี ซึ่งไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ปรับตัวและพัฒนาฝีเท้าเลย

ปัจจุบัน เขากลับมาเล่นในสหรัฐกับฟิลาเดเฟีย ยูเนียน แม้จะอายุเพียง 23 ปีและมีโอกาสแจ้งเกิดอยู่พอสมควร แต่ดูเหมือนว่าฉายา "เปเล่คนใหม่" จะไม่ใกล้เคียงกับเขาอีกต่อไปแล้ว


5. รอยสตัน เดรนเธ
ความฝัน

เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ชาวดัตช์ล้วนแต่กำลังตื่นเต้นกับขุนพลชุด ยู 21 ที่คว้าแชมป์รายการใหญ่ 2 รายการ ด้วยขุนพลดาวรุ่งฝีเท้าดีมากมาย ไล่ตั้งแต่ มิเชล วอร์ม, ทิม ครูล, ไรอัน บาเบล, คลาส แยน ฮุนเตลาร์, เฮดวิกส์ มาดูโร โดยมีรอนสตัน เดรนเธอ เป็นคนที่น่าจะมีพรสวรรค์มากที่สุดในกลุ่มนี้

นักเตะสารพัดประโยชน์ ทางกราบซ้าย ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรดังก่อนที่จะเซ็นสัญญากับเรอัล มาดริดในเดือนสิงหาคม 2007 ทั้งความเร็ว, การทำประตู และเทคนิค ทำให้คาดการณ์กันว่า เขาน่าจะแจ้งเกิดได้ไม่ยากในถิ่นซานติอาโก เบร์นาบิว

ความจริง

โชคร้ายที่เขาได้รับโอกาสไม่มากนักในแดนกระทิงดุ เขาพร้อมจะเล่นในทุกตำแหน่งทางกราบซ้าย และไม่อยากเฝ้ารอโอกาสอยู่เฉยๆ ข้างสนาม แม้จะทำผลงานได้ไม่เลว ทว่าก็ไม่อาจยึดตำแหน่งตัวจริงเอาไว้ได้ เพราะมีมาร์เซโล ขวางทางอยู่จังเบ้อเริ่ม

หลังจากที่แตกคอกับแบรนด์ ชูสเตอร์ เขาก็ถูกยืมตัวไปเล่นให้เฮร์คูเลส ก่อนจะมาอยู่กับเอฟเวอร์ตัน ทว่าด้วยปัญหาเรื่องพฤติกรรมทำให้ เดวิด มอยส์ เองก็สุดทนกับเรื่องนี้ และตัดสินใจที่จะไม่เซ็นสัญญากับเขาเป็นการถาวร

ตอนนี้แข้งวัย 25 ปี กำลังมุ่งหน้าไปที่รัสเซีย ด้วยความหวังว่าโชคชะตาของเขาจะดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่าเราคงยังไม่เห็นเขาในเสื้อสีส้มของฮอลแลนด์ในเร็ววันนี้


6. เคอร์ลอน
ความฝัน

อีกหนึ่งบราซิเลียน อีกหนึ่งแข้งความหวัง และอีกหนึ่งความผิดหวัง เคอร์ลอนสร้างชื่อจากการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจ และการครองบอลที่ยอดเยี่ยม นักเตะดาวรุ่งรายนี้ชอบที่จะยกบอลขึ้นไปเลี้ยงไว้บนหัวพร้อมกับวิ่งผ่านกอง หลังเข้าไป

การทำแบบนี้อาจทำให้แฟนบอลชอบใจ แต่สร้างความหงุดหงิดให้กองหลังในบราซิลเป็นอย่างมาก จนมักโดนเล่นงานหนักๆ อยู่เสมอ อย่างไรก็ดี ตรงนั้นเป็นเรื่องส่วนหนึ่งของความยอดเยี่ยมของเคอร์ลอนเท่านั้น เขายังมีทักษะอีกมาก จนอินเตอร์ มิลานดึงตัวไปเล่นบนแผ่นดินยุโรปในปี 2008

ความจริง

ช่วงเวลาของเขาในอิตาลีเต็มไปด้วยเหตุการณ์เลวร้าย เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับฟอร์มการเล่น และการพัฒนา การถูกยืมตัวไปเล่นให้อาแย็กซ์และคิเอโว ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ทำให้เขาต้องย้ายกลับไปค้าแข้งในบราซิลในที่สุด แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ก็ตาม

จนกระทั่งเมื่ออินเตอร์ปล่อยเขาออกจากทีม ดาวเตะวัย 25 ปี ก็ต้องระเห็จไปเล่นในเอเชีย บนดินแดนอาทิตย์อุทัยกับทีมในเจลีก ฟุจิเอดะ เอ็มวายเอฟซี ซึ่งช่างเป็นความจริงอันโหดร้ายของอดีตดาวซัลโวและเจ้าของรางวัลรองเท้า ทองคำ ฟุตบอลชิงแชมป์อเมริกาใต้ชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี ยิ่งนัก ทิ้งไว้เพียงตำนานเล่าขาน และทักษะมหัศจรรย์ของเขาในคลิปบนยูทูบเท่านั้น


7. อันแดร์สัน
ความฝัน

กองกลางตัวรุกเท้าซ้ายย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมชื่อเสียงโด่งดังพอตัว หลังจากที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถูกใจความสามารถในการเลี้ยงบอลและจ่ายบอลอย่างชาญฉลาดของเขา ค่าตัว 10.7 ล้านปอนด์ ที่แมนฯ ยูฯ จ่ายไปนั้น ย่อมถือได้ว่าคุ้มเกินคุ้มหากอันแดร์สันทำได้เท่ากับเสียงที่ร่ำลือกัน

ความจริง

ผ่านมาเกือบ 6 ปี อันแดร์สันยังคงเป็นดาวรุ่งที่แจ้งเกิดไม่ได้เสียที ทั้งขาดความฟิต และดูเหมือนว่าจะน้ำหนักเกินอยู่เสมอ นอกจากนี้เขายังประสบปัญหาอาการบาดเจ็บจนฟอร์มการเล่นไม่พัฒนาไปอย่างที่ควร จะเป็น หากจะมีข่าวดีอยู่บ้างก็คือ จากการลงเล่นไปเพียง 12 นัดในฤดูกาลนี้ ดูเหมือนว่ามิดฟิลด์แซมบ้าจะยอมรับกลายๆ แล้วว่า เขาจะไม่อยู่กับทีมดังแห่งแมนเชสเตอร์ไปจนหมดสัญญา 4 ปีครึ่งที่เซ็นไปตั้งแต่ปี 2010 อย่างแน่นอน


8. แจ็ค ร็อดเวลล์
ความฝัน

เมื่อสองฤดูกาลที่แล้วใกล้จะสิ้นสุดลง ร็อดเวลล์ได้ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษเป็นเกมแรก พร้อมได้รับการจับตามองจากหลายทีมบิ๊กเนมในยุโรป ด้วยความสามารถอันยอดเยี่ยมในตำแหน่งกองกลางตัวรับ ที่มีทั้งพละกำลัง ความเร็ว และแรงที่จะขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้าไม่อย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย

ความจริง

การตัดสินใจย้ายไปอยู่ทีมใหญ่ของร็อดเวลล์ จบลงที่มหาเศรษฐีแชมป์เก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่เห็นได้ชัดว่าทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามแผนที่เขาวางเอาไว้เลย

ร็อดเวลล์ ต้องแย่งชิงตำแหน่งในแดนกลางอย่างดุเดือด ทำให้โอกาสลงสนามของเขาไม่มากอย่างที่คิดไว้ มิหนำซ้ำยังเจอปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอย่างสม่ำเสมอ จนไม่อาจพัฒนาได้อย่างที่หลายคนคาดหวังเอาไว้

อย่างไรก็ดี ร็อดเวลล์ยังต่างจากคนอื่นๆ ในรายชื่อที่กล่าวมาคือ วันเวลาของเขายังไม่ถึงกับสิ้นหวังเสียทีเดียว เขายังมีโอกาสที่จะกลับมาสุดยอดได้อีกครั้ง และกลายเป็นสตาร์ของทีมชาติอังกฤษได้อยู่ แต่อย่างน้อยจนถึงตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเขาไม่ได้สวยหรูตามที่วาดฝันไว้เลยแม้แต่นิด เดียว


9. อเล็กซานเดอร์ ปาโต้
ความฝัน

หนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เอซี มิลาน ยอมควักเงินจ่ายเป็นค่าตัวเพื่อกระชากกองหน้ามากพรสวรรค์มาจากอินเตอร์นาซิ อองนาล เขามีทั้งความหลักแหลม, เทคนิค, ความรวดเร็ว และปิดสกอร์ได้อย่างเฉียบคม จนผู้เล่นตำแหน่งศูนย์หน้าทุกคนต้องอิจฉา ในวันที่เขาก้าวสู่สนามซานซิโร คนทั้งโลกล้วนคาดหวังให้เขาเดินตามรอยความสำเร็จของแข้งแซมบ้าในรั้วปีศาจ แดงดำ ทั้งคาฟู, กาก้า, เลโอนาร์โด และดิด้า

ความจริง

เป็นอีกครั้งที่อาการบาดเจ็บทำให้โลกฟุตบอลต้องเสียดาวรุ่งชั้นดีของวงการไป อีกราย ปาโต้ต้องอยู่ในโรงหมอมากกว่าสนามฟุตบอล ความเปราะบางของเขาทำให้เขากลายเป็นศูนย์หน้าที่โชคร้ายที่สุดคนหนึ่งใน ประวัติศาสตร์เซเรีย อา แม้เขาจะทำผลงานได้ไม่เลวนัก แต่ด้วยอาการบาดเจ็บทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง จนกระทั่งต้องโดนปล่อยตัวกลับมาอยู่ในบราซิลในที่สุด

ปัจจุบัน ปาโต้ อยู่กับยักษ์ใหญ่ของบราซิล อย่างโครินเธียนส์ เพื่อเฝ้ารอโอกาสกลับมาโชว์ฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของเขาอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2014 เชื่อได้ว่าแฟนบอลหลายคนยังคงเฝ้ารอให้เขาระเบิดฟอร์มกลับมาเป็นปาโต้ คนเดิม และสำเร็จในชีวิตค้าแข้งได้อย่างที่เขาควรจะเป็น


10. ริคาร์โด กวาเรสมา
ความฝัน

ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะอธิบายว่าความรุ่งโรจน์และความตกต่ำของริคาร์โด กวาเรสมาเกิดขึ้นได้อย่างไร โชคชะตาของเขาผูกโยงกับคริสเตียโน โรนัลโด้อย่างลึกซึ้ง และถ้าจะว่าไปเรื่องราวของเขาก็ไม่ต่างจากดาวรุ่งฝีเท้าดีอีกมากมาย ที่พรสวรรค์ของพวกเขาไร้ค่าก่อนที่มันจะเริ่มต้นเสียอีก

สองปีกแห่ง ลิสบอน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนบอลนับตั้งแต่ปี 2001 ด้วยลีลาการเล่นที่น่าจับตามอง ทั้งเทคนิคแพรวพราวและความสามารถในการลากเลื้อยที่หาตัวจับยาก

ทั้ง คู่ได้รับการคาดหมายว่าจะเข้ามาเป็นผู้สานต่อตำนานของหลุยส์ ฟิโก้ ในทีมชาติ แต่ในเบื้องต้นเป็นกวาเรสมา ที่คนให้ราคามากกว่าสตาร์หมายเลขหนึ่งแดนฝอยทองคนปัจจุบันอย่างโรนัลโด้

ความจริง

อย่างไรก็ดี ในขณะที่โรนัลโด้กลายเป็นนักฟุตบอลเพียงไม่กี่คนที่ขึ้นไปถึงจุดสุดยอดของ โลก กวาเรสมากลับทำได้เพียงล้มลุกคลุกคลานกับหลายสโมสรตั้งแต่ บาร์เซโลนา, อินเตอร์ มิลาน, เชลซี, เบซิคตัส โดยไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอ และไม่มีความสำเร็จแบบเป็นชิ้นเป็นอันเลยแม้แต่น้อย

ในที่สุด เมื่อสิ้นปี 2012 กวาเรสมา ก็ถูกเบซิคตัสปล่อยตัวไปอยู่ดูไบ กับ อัล อาห์ลี หากเรามองย้อนไปยังวันที่ปีกโปรตุกีสรายนี้ยังคงเป็นดาวรุ่ง คงไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะมีจุดจบในชีวิตค้าแข้งแบบนี้ ยิ่งโรนัลโด้ฉายแสงเจิดจ้าเท่าไหร่ เราก็ยิ่งเห็นความตกต่ำของกวาเรสมาชัดเจนขึ้นเท่านั้น
____________________________
เครดิต http://www.goal.com

Views: 630

Reply to This

Replies to This Discussion

ไมเคิ่ล จอห์นสัน ถ้าใครทันได้ดูซิตี้ในยุค สเวน โกรันอิริคสัน จะรู้ว่า เจ้าหนุ่มแก้มแดงสุดหล่อคนนี้ สุดยอดแค่ไหน การเล่นนโดดเด่น สไตล์ บ็อก ทู บ็อก จนถูกนำไปเปรียบเทีบกับ เจอร์ราด และถูกคาดหวังจะให้เปนแกนหลักของทีม และทีมชาติอังกฤษในอนาคต แต่โชคชะตาไม่เปนใจเจออาการบาดเจ้บเรื้อรัง แถมซ้ำร้ายติดเหล้า ร่างอ้วนฉุ กลับมาไม่ได้ สุดท้ายสใมสรต้องยกเลิกสัญญา  ด้วยวัยตอนนี้แค่ 24 ปี ยังต้องรับการบำบัดทางจิตใจ เปนอะไรที่คนล่ะขั้วเลย น่าเสียดายอนาคตมากๆครับ ส่วนน้องแจ็ค ทุกคนคงรู้ดี แต่ต่างกันตรงที่ เจ้าหนูแก้มแดงคนนี้ ซิตี้ปั้นเองมาจาก อคาเดมี่เรือใบสีฟ้า ทำให้ผมเสียดายมากว่าครับ

เสียดายไมเคิ่ล จอห์นสัน 

ทันอยู่คับ...แต่ไมก้าห์อีกคนจะเป็นอย่างไรหนอ...

ทันครับ ตอนนั้นที่เล่นดันจากเยาวชน อายุ 19 พร้อมๆกับ ไอแลนด์ ไมร์ก้าริชาร์ด เลย

.......ดอส ซานโตส อยู่ลีกลาลีก้าใช่ไหมคับ กับทีมชาติเม็กซิโก ยังทำผลงานได้ดี........

เสียดายอนาคต สงสารคับไมเคิ่ล

ควาเรสม่า เพราะโด่งดังจากการจ่ายบอลไซด์โป้งเลยบ้าพลังไซด์โป้งมันอยู่นั่น มีปัญหาเรื่องทัศนะคติและความทุ่มเทด้วยทำให้ไปไม่ถึงฝั่งฝัน

สุดแสนเสียดายละสงสารครับ กับชีวิตของไมเคิ่ล จอห์นสัน

RSS

© 2021   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service