ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

คาวานี่เบิ้ล!นาโปลีเปิดบ้านชนะเรือใบสุดมันส์2-1





        "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงโชว์ฟอร์มในเวทียุโรปไม่ออก หลังบุกพ่ายให้กับ นาโปลี จากอิตาลีไปแบบสุดมันส์ 1-2 โดย เอดินสัน กาวานี่ เป็นตัวแสบประจำเกมซัดคนเดียวสองเม็ด ส่งผลให้ นาโปลี แซงขึ้นมารั้งรองจ่าฝูงของกลุ่มเอ และต้องไปตัดสินหาทีมเข้ารอบในนัดสุดท้ายทั้งสองทีม

 


ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ
วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน 2554
นาโปลี (อิตาลี) 2    -    1 แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ)


สนาม : สตาดิโอ ซาน เปาโล


     นาโปลี เปิดบ้านรับการมาเยือนของ "เรือใบ" แมนฯ ซิตี้ เกมนี้ถือว่าสำคัญต่อทั้งสองทีม โดยซิตี้หากบุกมาชนะได้ก็จะได้ผ่านเข้ารอบทันที เจ้าบ้านยังเน้นเกมรุกเหมือนเดิม จัดทั้งมาเร็ค ฮัมซิค, เอเซเกล ลาเวซซี่ และ เอดินสัน กาวานี่ ช่วยกันประสานงาน ส่วนซิตี้นำทัพมาโดยคู่หอกมาริโอ บาโลเตลลี่ และ เอดิน เชโก้

 

 


     ออกสตาร์ทขึ้นมา ซิตี้ก็โหมบุกทันที นาที 7 หลังจากต่อบอลกันมาได้สวยจนถึงมาริโอ บาโลเตลลี่ที่อัดโค้งด้วยขวา ส่งบอลเฉี่ยวโคนเสาออกหลังไปอย่างได้ลุ้น ชนิดที่มอร์แกน เด ซานช์ติสขาตายไปแล้ว

 

 


     ถัดมา 3 นาที นาโปลีก็เอาคืนบ้าง เอดินสัน กาวานี่ชิ่งบอลคืนมาให้เอเซเกล ลาเวซซี่ กดด้วยขวาตรงหน้ากรอบ บอลพุ่งออกหลังไปแบบได้ลุ้นเหมือนกัน

 

 


     กระทั่งนาที 17 นาโปลีก็ออกนำจนได้ เป็นจังหวะต่อเนื่องที่โจ ฮาร์ท เทกตัวปัดลูกยิงไกลของโกคาน อินแลร์ออกหลัง ทำให้เจ้าบ้านได้เตะมุม ลาเวซซี่เปิดมาเสาแรก เอดินสัน กาวานี่ โขกเช็ดส่งบอลเข้ามุมแคบไปไม่เหลือ นาโปลีนำ 1-0

 

 


     ถัดมา 2 นาที นาโปลีมีลุ้นเม็ด 2 ทันที เป็นกาวานี่คนเดิมที่ตะบันไกลระยะ 20 หลา ฮาร์ทไปไม่ถึงแล้ว แต่บอลกลับพุ่งไปเข้าข้างตาข่ายอย่างน่าเสียดาย

 

 


     ซิตี้ไม่ยอมง่ายๆ พยายามบุกหนักและตามตีเสมอได้สำเร็จแบบเฮงๆ เมื่อซัลวาตอเร่ อโรนิก้า กองหลังนาโปลีเคลียร์บอลหน้าประตูพลาดมาเข้าทางดาบิด ซิลบาที่ยิงอัดซ้ำเข้าไป แม้เด ซานช์ติสจะปัดไว้ได้ แต่ก็เด้งมาเข้าทางมาริโอ บาโลเตลลี่ ที่แปจ่อๆเข้าไปง่ายๆ เปลี่ยนสกอร์เป็น 1-1 จนหมดครึ่งแรก

 

 


     กลับลงสนามมาสู้กันต่อถึงนาที 49 สาวก อัซซูร่า ได้เฮกันดังๆอีกครั้ง จากจุดเริ่มที่ คาวานี่ ฝากบอลให้กับ ลาเวซซี่ ไหลบอลให้ อันเดรีย ดอสเซน่า เติมขึ้นมาสุดเส้นหลังก่อนตบบอลเข้ากลางมาจุดนัดพบให้ คาวานี่ วิ่งมาแปตามน้ำปิดบัญชีผ่านมือ ฮาร์ท ที่พยายามจะล้มสกัดแล้วแต่เอาไม่อยู่หลุดเข้าประตูไป นาโปลี ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1

 

 


     จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก พยายามตั้งเกมสู้กันใหม่ นาที 61 น่าตีเสมอได้ ดาบิด ซิลบา รับบอลมาตักเข้าเขตโทษ แต่ทั้ง เชโก้ กับ บาโลเตลลี่ เข้าชาร์จไม่ถึงบอลเลยสักคนอย่างน่าเสียดาย

 

 


     นาทีต่อมาอาคันตุกะหวิดได่อีกครั้ง เชโก้ ฉีกไปริมเส้นและจ่ายเรียดเข้าในเขตโทษให้ บาโลเตลลี่ วิ่งเข้ามาซัดบอลหลุดเสาไกลออกไปนิดเดียว

 

 


     นาที 69 นาโปลี น่าหนีห่างเหลือเกิน มาเร็ค ฮัมซิค เลี้ยงฝ่าแนวรับของ เรือใบสีฟ้า มาสองสามคน ก่อนผ่านบอลมาทางซ้ายให้ ลาเวซซี่ แตะหนี แว็งซ็องต์ ก็อมปานี มากดเรียดด้วยซ้ายถูก ฮาร์ท ล้มตัวใช้ขาสกัดไว้ได้ทัน

 

 


     หลังจากนั้นช่วงเวลาที่เหลือรูปเกมเปิดแลกหมัดกันเลยมีลุ้นทั้งสองฝั่ง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีประตูเพิ่มเติมเกิดขึ้น จบเกม นาโปลี เปิดบ้านเฉือนชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 แซงขึ้นมารั้งรองจ่าฝูงของกลุ่มเอ และต้องไปตัดสินหาทีมเข้ารอบในนัดสุดท้ายทั้งสองทีม

 


รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

 


     นาโปลี :
มอร์แกน เด ซานช์ติส, อูโก้ กัมปาญาโร่, เปาโล คันนาวาโร่, ซัลวาตอเร่ อโรนิก้า, คริสเตียน มาจโจ้, โกคาน อินแลร์, วอลเตอร์ การ์กาโน่, อันเดรีย ดอสเซน่า, มาเร็ค ฮัมซิค, เอเซเกล ลาเวซซี่, เอดินสัน กาวานี่

     สำรอง :
อันโตนิโอ โรซาติ, จานลูก้า กราว่า, จูเซ็ปเป้ มาสคาร่า, มาริโอ ซานตาน่า, บเลริม เซไมลี่, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, โกรัน ปานเดฟ

 

 


     แมนฯ ซิตี้ :
โจ ฮาร์ท, ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, โจลีออน เลสค็อตต์, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ, ไนเจล เดอ ยองก์, ยาย่า ตูเร่, เจมส์ มิลเนอร์, ดาบิด ซิลบา, มาริโอ บาโลเตลลี่, เอดิน เชโก้

     สำรอง :
คอสเตล ปันติลิมอน, อดัม จอห์นสัน, สเตฟาน ซาวิช, เซร์คิโอ อเกวโร่, แกเร็ธ แบร์รี่, ซามีร์ นาสรี่, กาแอล กลิชี่

 

 


     ผู้ตัดสิน :
ดาเมียร์ สโคมิน่า (สโลวีเนีย)


สรุปผล ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม
กลุ่มเอ
- นาโปลี (อิตาลี) ชนะ แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ)  2 - 1
- บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน) ชนะ บียาร์เรอัล (สเปน)  3 - 1
     
กลุ่มบี
- ซีเอสเคเอ มอสโก (รัสเซีย) แพ้ ลีลล์ (ฝรั่งเศส)  0 - 2
- แทร็บซอนสปอร์ (ตุรกี) เสมอ อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี)  1 - 1
     
กลุ่มซี
- โอเตลุล กาลาติ (โรมาเนีย) แพ้ บาเซิ่ล (สวิตเซอร์แลนด์)     2 - 3
- แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) เสมอ เบนฟิก้า (โปรตุเกส)  2 - 2
     
กลุ่มดี
- เรอัล มาดริด (สเปน) ชนะ ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย)  6 - 2
- โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส) เสมอ อาแจ็กซ์ (ฮอลแลนด์)  0 - 0



 



Views: 824

Reply to This

Replies to This Discussion

ปีนี้ก็ถือซะว่าหาประสบการณ์ในการเล่นรายการแชมป์เปี้ยนลีกก็เเล้วกันครับ

กุนเจ็บช่วงท้ายเกมส์นิว นาสรี่เพิ่งหายปวดหลังมา ไปเร่งใช้จะเป็นผลเสียระยะยาว ถ้าไม่จำเป็นจริงๆผู้จัดการทีมต้องมองเกมส์ระยะยาวสำคัญกว่ว

 

พอแพ้ก็ด่าโค้ชไม่ชอบโค้ช ไม่ชอบก็ไม่ต้องเชียร์สิครับ ดูแมนยูสิตอนแพ้แมนซิมีแต่ให้กำลังใจกันสามัคคีกัน นี้อะไรก็ไม่รู้ แถมแมนยูก็ยังต้องลุ้นนัดท้ายเหมือนแมนซิ เค้ามีโปรแกรมโหดรออยู่ ยังไงก็ต้้องดูสภาพร่างกายนักแตะด้วย ไม่ใช่เล่นนัดเดียว เชียร์ด้วยใจรักนะครับอย่าอารมณ์เสีย

จิงๆด่ากับวิจารณ์มันต่างกันฮะ  อันนี้สมควรเเยกเเยะฮะ !!

^_^

จริงๆ คิดไว้แล้วว่าปีนี้เราขอมาเก็บประสบการณ์ไว้ก่อนแล้วปีหน้าค่อยมาว่ากันใหม่เพราะเราพึ่งเคยมาเล่นปีแรก เอาอะไรมากครับ

 

ยังไงก็เชียทีมนี้เสมอ ให้กำลังใจกันดีกว่าครับ

แพ้ทำไมฟะ   ไม่อยากดูบอลวันอาทิตตอนดึกๆนะมันโช่เดี๋ยววันจันไม่มีแรงทำงาน   อยากดูวันเสาร์มากกว่าาา

RSS

© 2022   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service