ชีวิตไม่ขาดบอล

Members



     ไม่น่าเชื่อว่าในรอบ 6 ปีครึ่งที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะใช้กองหน้ามากถึง 10 คน แม้จะช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จ เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 2 สมัย แต่มันคุ้มหรือเปล่ากับการลงทุนสูงถึง 271 ล้านปอนด์ เพราะบางคนก็ทำผลงานไม่คุ้มค่าจากนี้ต้องตามดูว่า วิลฟรีด โบนี่ ดาวยิงคนล่าสุดจะตอบแทนเม็ดเงินได้ดีขนาดไหนและเมื่อนับรวมโบนี่เท่ากับว่า "เรือใบสีฟ้า" ลงทุนไปกับหัวหอกเกือบ 300 ล้านปอนด์แล้ว
 

        มาลองดูกันว่า 10 คนที่พูดถึงนั้น มีใครกันบ้าง แต่ละคน "เรือใบสีฟ้า" ต้องควักกระเป๋าไปเท่าไหร่ แล้วผลตอบแทนเป็นอย่างไร

        โรบินโญ่ (32.5 ล้านปอนด์, กันยายน 2008 ถึง สิงหาคม 2010, 16 ประตู)
         แมนฯ ซิตี้ ปาดหน้า เชลซี ด้วยการเซ็นเขาจาก เรอัล มาดริด ในวันสุดท้ายของการซื้อขาย ฤดูกาลแรกทำผลงานดี ยิง 14 ประตูจนเป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสร แต่ฤดูกาลต่อมาฟอร์มตก และบาดเจ็บ จนถูกส่งให้ ซานโตส ยืมตัว ก่อนโดนขายไป เอซี มิลาน ในราคา 15 ล้านปอนด์

        โช (18 ล้านปอนด์, กรกฎาคม 2008 ถึง กรกฎาคม 2011, 6 ประตู)
         เขาเพิ่งอายุ 21 ปี ตอนย้ายมาจาก ซีเอสเคเอ มอสโก ตอนแรกไม่มีการเปิดเผยค่าตัวด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้หลายคนคงไม่อยากรู้แล้ว เพราะอาจยิ่งเสียดายมากขึ้นถ้ารู้ว่าเขายิงในลีกแค่ 1 ประตู จนถูกโละให้ เอฟเวอร์ตัน ยืมตัว และสุดท้ายต้องกลับบ้านเกิดไปอยู่กับ อินเตอร์นาซิอองนาล

        เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ (25 ล้านปอนด์, กรกฎาคม 2009 ถึง สิงหาคม 2012, 19 ประตู)
         เริ่มต้นสวยเพราะยิง 4 ประตูใน 4 เกมแรก นับตั้งแต่ย้ายมาจาก อาร์เซน่อล แต่หลังจากนั้นฟอร์มก็เริ่มหดหาย กลายเป็นตัวเลือกลำดับ 4 ในทีมถัดจาก คาร์ลอส เตเวซ, เอดิน เชโก้ และ มาริโอ บาโลเตลลี่ ก่อนย้ายไปอยู่ เรอัล มาดริด ด้วยสัญญายืมตัว หลังซัด 15 ประตูจาก 34 นัด

        คาร์ลอส เตเวซ (47 ล้านปอนด์, กรกฎาคม 2009 ถึง มิถุนายน 2013, 73 ประตู)
         ลดความกดดัน และซื้อใจแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ ได้ทันที แม้ย้ายมาจากคู่แข่งร่วมเมือง เมื่อเป็นผู้ยิงให้สโมสรถึง 50 ประตูเร็วสุดอันดับ 2 (จาก 73 นัด) รวมแล้วซัด 59 ประตู ก่อนอำลาไปค้าแข้งกับ ยูเวนตุส ในราคา 12 ล้านปอนด์ แฟนชอบเขาถึงมีปัญหากับกุนซือ และบอร์ดบริหาร

        โรเก้ ซานตา ครูซ (17.5 ล้านปอนด์, กรกฎาคม 2009 ถึง กรกฎาคม 2013, 4 ประตู)
         ตามกุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส มาจาก แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ร่วมงานกัน 2 ฤดูกาลเขามีโอกาสทำศึกศึกพรีเมียร์ลีกกับ "เรือใบสีฟ้า" ทั้งหมด 20 นัด ยิงได้ 3 ประตูเท่านั้น ก่อนจะถูกปล่อยกลับไปอยู่ แบล็คเบิร์น ตามด้วย เรอัล เบติส และ มาลาก้า ในแบบยืมตัว และโดนปล่อยฟรีเมื่อปี 2013

        เอดิน เชโก้ (27 ล้านปอนด์, กรกฎาคม 2011 ถึงปัจจุบัน, 69 ประตู)
         ดาวซัลโวสูงสุดบุนเดสลีกาซึ่งยอมเป็นสำรองใน เอติฮัด สเตเดี้ยม แต่ผลงานของเขามีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีข่าวเจ้าตัวเบื่อนั่งข้างสนาม โดยใช้การยิง 69 ประตู จาก 172 นัด รวมทุกรายการ พิสูจน์ฝีเท้า ว่าเขาคือหัวหอกที่ "เรือใบสีฟ้า" ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเปลี่ยนกุนซือไปแล้วกี่คน

        มาริโอ บาโลเตลลี่ (24 ล้านปอนด์, สิงหาคม 2010 ถึง มกราคม 2013, 30 ประตู)
         อดีตนักเตะพรสวรรค์ของ อินเตอร์ มิลาน ที่มีข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยมาก ยิงประตูได้นานๆที แต่ก็ช่วยให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ตั้งแต่ฤดูกาลแรก ก่อนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลต่อมา เพราะปัญหานอกสนามทำให้เขาโดนขากลับอิตาลีด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์

        เซร์คิโอ อเกวโร่ (38 ล้านปอนด์, กรกฎาคม 2011 ถึงปัจจุบัน, 94 ประตู)
         มีปัญหาบาดเจ็บถี่จนมีโอกาสลงเตะน้อยเกินควรไปนิดหนึ่ง ทั้งๆเพิ่งอายุ 26 ปี แต่เมื่อไหร่ที่อยู่ในสนามก็จะเป็นอันตรายสำหรับคู่แข่งเสมอ หนึ่งในประตูที่แฟน "เรือใบสีฟ้า" จำได้อีกนาน คือการยิง ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ช่วงนาทีสุดท้าย ช่วยให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลึก 2012

        สเตวาน โยเวติช (22 ล้านปอนด์, กรกฎาคม 2013 ถึงปัจจุบัน, 11 ประตู)
         ย้ายจาก ฟิออเรนติน่า เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในเกมรุกของ แมนฯ ซิตี้ ปัญหาบาดเจ็บบ่อยครั้งทั้งๆอายุเพียง 25 ปี ทำให้โอกาสลงสนามยิ่งเหลือน้อยกว่าเดิม แม้ยิง 8 ประตูในการเตะพรีเมียร์ลีก 25 นัด จะไม่ใช่สถิติเลวร้าย แต่การเป็นตัวจริงแค่ 11 ครั้งใน 2 ฤดูกาล คือสิ่งที่น่าคิด

        อัลบาโร่ เนเกรโด้ (20 ล้านปอนด์, กรกฎาคม 2013 ถึงปัจจุบัน, 23 ประตู)
         ปัญหาของอดีตหัวหอก เซบีย่า คือยิงในพรีเมียร์ลีกได้เพียงแค่ 9 ประตูจากการเตะ 32 เกม จึงถูกมองว่าไม่คุ้มค่า และโดนปล่อยให้ บาเลนเซีย ยืมตัว ทั้งๆความจริงเเขามีสถิติสวยหรูในฟุตบอลถ้วย เพราะลง 16 นัด ทั้งรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ ก็ซัดไป 14 ลูก

        วิลฟรีด โบนี่ (25 ล้านปอนด์, มกราคม 2015 ถึงปัจจุบัน)
         เพิ่งย้ายจาก สวอนซี ซิตี้ หลังยิง 25 ประตู จากการเตะพรีเมียร์ลีก 54 เกม ตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้กุนซือ มานูเอล เปเยกรินี่ เชื่อว่าน่าจะมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแนวรุกให้ดีขึ้น แต่ต่อให้อดีตโชว์ฟอร์มโดดเด่นแค่ไหน ดีสุดตอนนี้สำหรับเขาคือการเป็นหัวหอกลำดับ 3 เท่านั้น

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

Cr.www.siamsport.

Views: 673

Reply to This

Replies to This Discussion

ค่าเฉลี่ยนคนล่ะ 20 กว่าถูกอยู่....

เมื่อแลกกับแชมป์หลายแชมป์...

..ธุรกิจฟุตบอล ยิ่งเป็นระดับระดับโลกด้วย ก้อต้องลงทุนซื้อนักเตะทั้งนั้นแหละ..

..นักเตะเป็นทรัพยากรของสโมสร เป็นเครื่องมือหรืออาวุธทางธุรกิจที่ใช้ต่อสู้กัน..

..การลงทุนซื้อนักเตะทั้ง 11 คนของสโมสรในรอบ 6 ปี...

..ถ้าคิดโดยค่าเฉลี่ยของนักเตะทั้งหมดก้อคุ้มค่า อย่าไปคิดว่าคนไหนเล่นไม่คุ้มค่า..

..ความคุ้มค่าอย่ามองเพียงการได้ครองแชมป์ลีก 2 ครั้ง และลีกคัพอีก 2 ครั่ง..

..แต่ต้องมองไปที่ชื่อเสียง ผลสำเร็จในด้านการขยายธุรกิจในปัจจุบันและอนาคตที่ยาวไกล ^^

กับความสุขที่ได้รับ ในวันฉลองแชมป์  คุ้มสุดๆ ค่ะ

ไม่เยอะหรอกกับทีมระดับโลกเช่นเรา

คุ้มกว่าทีมอื่นตั้งเยอะ

รวย และฉลาดล้ำ ใช้เงินเป็น เป็นทางลัดสู่แชมป์ ไม่ต้องเสียเวลา บางทีมใช้เงินไม่เปน ถึงจ่ายเยอะก้อเสียเปล่า อิอิ

ศักดิ์ศรี......แค่นี้จิ๊บๆ6ปียอมครับ

RSS

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service