ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

คอลัมน์ : หลังรั่ว กลางมีรู ใจหลุด

หลังรั่ว กลางมีรู ใจหลุด




     หลังจากชนะรวดห้านัดแรกไม่เสียประตู ยิงประตูกระจุยกระจาย ... แล้วเกิดอะไรขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในตอนนี้??
 

 


        ยิ่งเล่นยิ่งถอยหลังลงคลองมากกว่าก้าวเดินหน้า


        แน่นอนครับ จากที่เห็นเต็มตาเบื้องหน้านั้น มุ่งประเด็นการพ่ายแพ้แต่ละครั้ง ซึ่งปัจจุบันปาเข้าไปแล้ว 5 นัดในลีก มันต้องมาจากแนวรับที่หละหลวม


        สถิติตัวเลขบอกกับเราเอาไว้เช่นนั้น เมื่อสำรวจดูชุดเกมรับของพวกเขาแล้วพบว่าเมื่อเปลี่ยนอีกคนเป็นอีกคน จากอีกคนสู่อีกคน จากที่เคยไม่เสียเลยและเสียยากกลายเป็นเสียบ่อยและเสียง่าย ก่อนหน้านี้ แว็งซ็องต์ ก็องปานี คุมเชิงเกมรับกับ เอเลียควิม ม็องกาล่า แบ็กสองฝั่งเป็น บาการี่ ซาญ่า กับ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ เป็นสี่ประสานกำแพงเมืองจีนที่ไม่เพลี้ยงพล้ำโดนคู่ต่อสู้เปิดบริสุทธ์ประตูหลังใน 5 เกมแรกดังกล่าว


        แล้วจากนั้น?


        จนกระทั่ง แว็งซ็องต์ ก็องปานี เจ็บขึ้นมา ความหายนะก็มาเยือนซิตี้ทันที


        ครับ มันชัดเจนที่สุดถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็น นิโกลัส โอตาเมนดี้ กับ ม็องกาล่า ที่เคยเล่นร่วมกันสมัยค้าแข้งกับ เอฟซี ปอร์โต้ หรือ จะเป็น โอตาเมนดี้ กับ มาร์ติน เดมิเคลิส คนบ้านเดียวกันแท้ๆ แต่กลับมองตาไม่เคยรู้ใจ ไม่มีทางเข้าใจกันเลย เรือใบสีฟ้า จากที่เดินเฉิดฉายอยู่บนฝั่ง กลายเป็นออกทะเลกู่ไม่กลับซะอย่างงั้น


        วิเคราะห์เกมรับกี่ทีต่อกี่ที ต่อให้ เปเยกรีนี่ จะเป็นคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟคู่ไหนลงมา มันก็ทำให้ทีมเสียสมดุล การผสมผสานของแต่ละคู่ไม่กลมกลืนทั้งๆ ที่เป็นคนชาติเดียวหรือพูดจาภาษาเดียวกัน เว้นเสียแต่ว่าวันนั้นจะมี ก็องปานี ปักหลักเป็นตัวหลักอยู่ในทีม


        จากที่เคยประสานงานกลายเป็นประสานงามากกว่า


        ตอนที่ ก็องปานี อยู่ในสนาม วันนั้นแมนฯ ซิตี้ เป็นอีกทีม 8 เกมที่ยืนหยัดสั่งการลูกทีม เสียเพียงแค่เม็ดเดียว แต่ตอนที่ ก็องปานี อยู่นอกสนาม วันนั้นแมนฯ ซิตี้ พลิกหน้ามือเป็นหลังเท้า โดนสอยตาข่ายยับเยิน 18 ครั้ง เก็บแต้มได้ 12 คะแนนเท่านั้น


        แตะหลัก 70 ล้านปอนด์ที่ลงทุนไปกับ ม็องกาล่า และ โอตาเมนดี้ ผลลัพธ์คือตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ขณะเดียวกันหากสลับคู่เป็น ม็องกาล่า v เดมิเคลิส หรือ เดมิเคลิส v โอตาเมนดี้ จะให้แฟนซิตี้หายใจทั่วท้องได้อย่างไรกัน?


        เมื่อประกอบกับแนวรับที่ขาดหัวเรือใหญ่อย่าง ก็องปานี เข้าไปอีก ความลนลานสะเปะสะปะจึงเกิดขึ้นแทบทุกครั้งที่ถูกกดดัน และที่แย่กว่านั้น เมื่อพวกเขาพลาดพวกเขาพลั้ง ก็จะถูกลงโทษทันที


        ไม่น่าเชื่อว่าแมนฯ ซิตี้ จะเพียบด้วยความผิดพลาดในเกมรับมากจนน่าตกใจขนาดนี้


        ไม่ เดมิเคลิส เฟอะฟะ ก็ ม็องกาล่า ยิงตัวเองตาย


        ไม่ โอตาเมนดี้ หลุดตำแหน่ง ก็ ม็องกาล่า ออกลูกโฉ่งฉ่าง


        บ่อยครั้งที่ เปเยกรีนี่ โอดครวญต่อผลการแข่งขัน บอกว่าทีมไม่สมควรพ่ายแพ้เพราะครองเกมได้เหนือกว่า สร้างโอกาสได้เยอะกว่า แล้วยังไง? ถ้าแนวรับเปื่อยยุ่ยประหนึ่งกระดาษทิชชูเปียกน้ำซะขนาดนั้น


        ตอนแรกแฟนซิตี้อาจไม่รู้ร้อนรู้หนาวยามที่ทีมเสียประตูเพราะในเวลาเดียวกันพวกเขาเชื่อมั่นขุมกำลังแดนกลางและแดนหน้าที่คงทวงประตูคืนได้ แต่นานวันเข้าเมื่อโดนลงโทษแบบนั้นบ่อยเข้ามันส่งผลต่อความมั่นใจในภาพรวมของซิตี้ขั้นรุนแรงทันที


        เกมรับของซิตี้พังพินาศไม่พอ ความโกลาหลแดนกลางก็ส่งผลกระทบต่อทีมด้วยเช่นกัน


        ถ้าเราจะฟื้นฝอยหาตะเข็บความพ่ายแพ้แต่ละครั้ง ความหละหลวมในแดนกลางก็คืออีกปัจจัยแง่ลบสำคัญที่ทำร้ายซิตี้ในหลายๆ เกม

 


        เซนเตอร์ฮาล์ฟเบอร์ 2, 3, 4 ของเรือใบสีฟ้ามีจุดอ่อนให้เจาะไม่พอ สังเกตหลายครั้งแล้วคู่มิดฟิลด์ทวินแคมไม่มีใครมาสกรีนให้เลย เป็นการเปิดช่องให้คู่ต่อสู้โจมตีมากเกินไป ทันใดที่ตัดเกมแย่งบอลคืนมาไว้ในครอบครองไม่ได้ ก็เตรียมโดนทะลวงประตูสถานเดียว และแต่ละครั้งก็เสียประตูซะเป็นส่วนใหญ่ด้วย


        เหมือนวันแพ้เวสต์แฮม เหมือนวันพังพาบต่อลิเวอร์พูล เหมือนวันย่อยยับที่บริทานเนีย เหมือนวันเชียร์ไม่ขึ้นที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม


        จะด้วยคู่ ยาย่า ตูเร่ กับ แฟร์นานโด หรือ ยาย่า ตูเร่ กับ แฟร์นันดินโญ่ ต่างก็มีข้อสรุปแง่ร้ายเหมือนกัน


        ต้องโทษ เปเยกรีนี่ ด้วย กุนซือระดับเขาต้องเห็นจุดอ่อนของทีมแต่ดันปล่อยให้ทีมดำเนินเล่นต่อไปโดยไม่ได้รุมเพรสบีบพื้นที่คู่แข่ง ไม่เน้นหนักเรื่องการแย่งบอลคืนมา อาศัยแต่เกมรุกพระกาฬที่มีอยู่แลกหมัดวัดความคมอย่างเดียว แต่ถ้าเขาสั่งการกำชับกำชาลูกทีมให้เล่นอีกแบบ มันก็คือความผิดของเหล่านักเตะที่ส่งลงเล่นที่ไม่ได้เล่นตามแผน ซ้อมอีกอย่าง แต่เล่นในสนามอีกอย่าง


        เกมตรงกลางที่เคยแข็งแกร่งของซิตี้ไม่มีให้เห็นอีกต่อไปในช่วงหลังๆ


        ต่อให้ เควิน เดอ บรอยน์, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, วิลเฟรด โบนี่ หรือ เอล กุน ที่กลับมาแล้ว ซึ่งเต็มเปี่ยมด้วยจินตนการและไอเดียล้ำเลิศ รังสรรค์เกมรุกได้สวยงามก็เถอะ แต่เมื่อใดการคุมพื้นที่ในแดนกลางของซิตี้ไม่แน่นหนา มีช่องเปิดให้โจมตีทุกครั้งที่คู่ต่อสู้ได้ครอบครอง ก็เตรียมเสียประตูได้เลย แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นด้วย


        ปัญหาเกมรับยังแก้ไม่ตก รวมถึงมิดฟิลด์คู่กลางที่เริ่มทำตัวเป็นปัญหา เป็นการบ้านกองโตที่เปเยกรินี่ต้องรีบแก้โดยด่วนหากมองถึงแชมป์ลีกปีนี้ ต้องโฟกัสไปที่ความแน่นอนในเกมรับอีกครั้งเพราะไม่มี ก็องปานี เมื่อไรมีอันเป็นไปเสมอ


        จริงอยู่ที่หน้าบ้านของเรือใบสีฟ้าชุดนี้ใครต่อใครย่อมอิจฉาตาร้อน แต่ละคนทักษะดี เซนส์บอลดี ความคล่องตัวสูง และฯลฯ แต่อย่าลืมว่าหลังบ้านก็มีความสลักสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้เกิดสมดุลในทุกๆส่วนสัดของทีม


        ครับ ที่แล้วมาแนวรับแมนฯ ซิตี้ ปราศจากทีมเวิร์กและความมีวินัยส่งผลไม่ให้ทีมเดินก้าวหน้าไปไกลอย่างที่ควรจะเป็น ถ้าแตกต่าง ที่ตรงนั้นอาจไม่ใช่ของ เลสเตอร์ ซิตี้หรืออาร์เซน่อล


        พวกเขายังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์เว้นแต่ว่าขันเกมรับให้แน่นเปรี๊ยะให้ได้เสียก่อน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับเชลซี จอห์น เทอร์รี่, วิลเลี่ยม กัลลาส, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ และ แกรี่ เคฮิลล์ เหมือนที่กำลังเกิดขึ้นกับอาร์เซน่อล ในการจับคู่ของ แพร์ แมร์เตซัคเคอร์ กับ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่


        ทางแก้ของซิตี้อยู่ตรงไหน?


        เมื่อรู้ว่าแนวรับยามไร้เงา ก็องปานี ไม่มีทางแข็งแกร่งก็ต้องหาวิธียืดหยุ่นปรับแท็กติกบ้างแม้มันขัดกับแนวทางการเล่นและแคแรกเตอร์ที่บุกแหลกบ้าระห่ำของทีมชุดนี้ ด้วยการปรับการเล่นเกมรับใหม่ ลดการบุกลงเพื่อให้ความสำคัญในแดนตัวเอง


        ง่ายๆ คือเล่นเกมรุกน้อยลงแต่เน้นเกมรับมากขึ้น ไม่ใช่บุกแหลกไม่ลืมหูลืมตาแต่เป็นการบุกอย่างมีคุณภาพอย่างชาญฉลาด


        รอดูว่า เปเยกรีนี่ จะปรับวิถีเกมรับของทีมได้อย่างไร?


        อย่างไรก็ตาม อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือน่าสงสัยในความคิดและความรู้สึกของ มานูเอล เปเยรีนี่ แอนด์ โค ตอนนี้


        กุนซือชิลีย่อมรู้ดี


        นักเตะทุกคนย่อมรู้ดี


        การเปลี่ยนแปลงเรื่องเก้าอี้กุนซือกำลังจะเกิดขึ้นช่วงตลาดหน้าร้อนนี้ ทุกคนเชื่อกันว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะมาที่เอติฮัด สเตเดี้ยม แม้กระทั่งฝั่งบาเยิร์น มิวนิค ก็คิดเช่นนั้นที่นั้นคือสถานีต่อไปของของอดีตนายใหญ่บาร์เซโลน่า


        แง่ดี  แฟนเรือใบอาหรับทุกหัวระแหงกำลังฝันหวานจินตนาการถึงฤดูกาลหน้าว่าข้างสนามพวกเขาจะได้กุนซือมากฝีมือการันตีความสำเร็จทั้งในสเปนและเยอรมันค่อนข้างแน่ แต่หารู้ไม่ ตรงกันข้าม นี่อาจเป็นแง่ร้ายที่ได้ส่งผลกระทบภาพรวมของทีม เพราะทีมขาดสมาธิ ปราศจากโฟกัสในเกม มุ่งสนใจไปที่เรื่องข่าวลือนอกสนามมากกว่าเกมในสนาม


        ตัวกุนซือเริ่มรู้สึกระหวาดระแวง ฟากนักเตะก็กำลังคิดถึงอนาคตของตัวเอง


        ถ้าหากว่า3เกมรอบสัปดาห์ ซันเดอร์แลนด์ (เหย้า), เลสเตอร์ (เยือน) และ วัตฟอร์ด (เยือน) แมนฯ ซิตี้ ยังไม่กลับสู่ฟอร์มแกร่งดั่งเดิม ทำได้ต่ำกว่า 6 แต้ม ก็จงปักใจเชื่อได้ว่า...


        "เป็ป เอฟเฟกต์" กำลังฆ่า แมนฯ ซิตี้ 2015/16 ทางอ้อม ด้วยเช่นกัน

 

อีกา

http://www.siamsport.co.th/football/premierleague/list.php

Views: 824

Reply to This

Replies to This Discussion

น่ากลัวจริง ๆ

RSS

© 2021   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service