ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

เรือใบมาไกลมากแล้ว

       ตอนนี้เป็นที่รู้กันดีว่า เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นได้ก้าวเข้าไปสู่รอบสี่ทีมสุดท้ายหรือรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากจัดการส่งปารีสทีมดังเมืองน้ำหอมตกรอบไป

      มาตอนนี้แมนซิตี้ก็ได้จับฉลากมาเจอกับของแข็งโป๊กอย่าง ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ก็อย่างว่าละครับไม่ว่าจะเจอทีมไหนก็แข็งทั้งนั้นเมื่อหลุดเข้ามารอบรองได้

       แมนเชสเตอร์ซิตี้ภายใต้การคุมทีมของ มานูเอล เปเยกรินี่ เองก็พาทีมฝ่าลมพายุมาได้ถึงรอบรองก็อยู่เหนือความคาดหมายของสื่อหลายสื่อเหมือนกัน  สื่อบางสื่อก็ว่าซิตี้อาจจะจอดป้ายแค่รอบแบ่งกลุ่มเพราะอยู่ในกลุ่มที่หินเพราะต้องเจอทั้งรองแชมป์รายการนี้เมื่อปีก่อนอย่าง ยูเวนตุส เจอทีมที่มีความมั่นใจสูงอย่าง กลัดบัค และเจอทีมหินจากสเปนดีกรีแชมป์ยูโรป้าสองสมัยอย่าง เซบีย่า

       แมนซิตี้ปีที่ผ่านมาดูดร็อปลงไปเยอะก็เป็นธรรมดาว่าสื่อต้องเล่นข่าวเป็นธรรมดา แต่จนแล้วจนรอดแมนซิตี้ก็ผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้ในฐานะแชมป์กลุ่ม เล่นเอาสื่ออ้าปากค้างไปตามๆกัน มาในรอบ 16 ทีม ก็ถือว่าเจองานเบาในการรับมือกับ ดินาโม เคียฟ ยอดทีมจากยูเครนซึ่งเคียฟเองก็เป็นทีมที่ดีแต่ด้วยคุณภาพนักเตะของเรือใบเองก็จัดการไป 3-1 ในการเจอกันยกแรกซึ่งเรือใบถือความได้เปรียบเพราะถลุงอเวย์โกลไปถึง 3 เม็ด

       ส่วนเลก 2 ในเอติฮัทโชคร้ายที่ซิตี้เสียโควตาเปลี่ยนตัวไป 2 คน(กอมปานีและโอตาเมนดี้เจ็บ) ตั้งแต่ต้นเกม  เลยทำให้เปเยกรินี่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นมาเน้นรัดกุมแทนและด้วยความเก๋าของเฮียแกก็สามารถปิดสกอร์ได้ที่ 0-0 จึงทำให้ทีมของเปเยกรินี่ผ่านฉลุยเข้าไปสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และก็ได้จับตั๋วไปดวลกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

       มารอบ 8 ทีมก็ไม่พ้นการวิจารณ์มากมายต่างๆนาๆว่าซิตี้นั้นคงมาได้ไกลแค่นี้เพราะ ปารีส เองก็เพิ่งจะเขี่ยทีมจากอังกฤษอย่างเชลซีมาเหมือนกันในรอบ 16 ทีม และบรรดาสื่อก็ยกให้ซิตี้เป็นตัวเต็งที่จะตกรอบเพราะผลงานในลีกเองก็ขาดความสม่ำเสมอมาตลอด และมาเจอกับปารีสที่คว้าแชมป์ลีกเอิงไปแล้วไวที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกเอิง และก็กำลังฮึกเหิมกระหายบอลยุโรปด้วย

       แต่ซิตี้ก็ตอกกลับสื่อซะหน้าหงายอีกครั้งด้วยฟอร์มการเล่นที่แปลกหูแปลกตาของเรือใบ เปเยกรินี่ได้งัดทีเด็ดออกมาฟาดฟันกับปารีสได้อย่างดุเดือดจนสุดท้ายก็สามารถพาทีมชนะไปด้วยสกอร์รวม 3-2 (เสมอ 2-2 บ้านปารีส ชนะในเอติฮัท 1-0 ) เจอทีเด็ดของเดอบรอยน์ส่งปารีสกลับบ้านและตกรอบไปในที่สุด

       ซึ่งฟอร์มการเล่นของแมนซิตี้ในนัดที่เจอกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทั้งสองนัดนั้นต้องบอกว่ามันก็เป็นอะไรที่เราไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยๆ ซึ่งไล่ตั้งแต่หลังไปหน้าทุกคนขยันวิ่งไล่บีบคู่แข่งกัน โดยเฉพาะแดนกลางหาใช่ยาย่าในเวลานี้ แต่เป็นการจับคู่กันของ เฟอร์นานโดกับเฟอร์นันดินโญ่ ยิ่งเล่นก็ยิ่งเข้าขายิ่งเล่นก็ยิ่งดูจะแข็งแกร่งโดยสกัดเกมแดนกลางของปารีสได้อยู่หมัด

       ส่วนแดนหลัง ม็องกาล่า , โอตาเมนดี้ , คลิชชี่ , ซางญ่า กลับกลายเป็นว่าเป็นกองหลังชุดที่เล่นเข้าขากันมีความเหนียวแน่นมากขึ้นกว่าเดิมม็องกาล่าที่เคยเป็นจุดบอดกลับกลายเป็นว่าใครที่เลือกเจาะทางเค้าเป็นต้องกระเด็นปลิวไปทุกราย ซางญ่าก็เบียดซาบาเลต้าไปสำรองเลยในเวทียุโรปเพราะถ้าหากวัดฟอร์มกันตอนนี้ละก็เปเยกรินี่ก็คงไว้ใชซางญ่ามากกว่าซาบาเลต้า คลิชชี่เองก็เป็นฟูลแบ๊กมาตรฐานอยู่แล้วเกมรุกเกมรับนับว่าอ่านเกมได้ดี ส่วนโอตาเมนตี้ก็ดูจะจูนกับม็องกาล่าได้ดี หลายคนตั้งคำถามว่าขากคอมพานีไปแนวรับซิตี้คงจะรั่วแต่กลับกลายเป็นว่าอย่างที่เราเห็นในสองสามนัดหลังครับว่าแนวรับซิตี้ใช่ว่าจะมาเจาะกันง่ายๆ

       ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องยกเครดิตให้กับกุนซือวิศวะกรของเรานั้นคือ เปเยกรินี่ ที่รู้สึกปีนี้จะมือขึ้นในถ้วยยุโรป เค้ามีวิธีการที่จะปลุกแรงฮึดของนักเตะ นักเตะเองก็มีแรงใจแรงกระหายในถ้วยใบนี้เหมือนกัน สปิริตของโค้ชและนักเตะคงไม่ต้องพูดเกินร้อยทุกคนแน่นอน ในแต่ละนัดเราจะเห็นถึงซฺตี้ที่เล่นกันอย่างมุ่งมั่นมีแรงกระหายนั้นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมแมนซิตี้ถึงฝ่ามาถึงรอบรองได้ และต้องยอมรับในตัวเปเยกรินี่ที่กล้าจะเปลี่ยนสไตร์ของซิตี้ให้ดูแข็งแกร่งและดุดันขึ้น

แข็งแกร่ง รวดเร็ว ดุดัน

       นี่คือสิ่งที่เห็นบ่อยๆในช่วงหลังของซิตี้เปเยกรินี่วางแท็คติคเกมรับก่อนไว้เป็นอันดับแรกและก็ปรับสไตร์เกมรับของตัวเองไม่ใช่ว่ามายืนทื่อๆรอดักบอลอย่างเดียวแต่ปรับให้นักเตะวิ่งบีบคู่แข่งให้คู่แข่งออกบอลเร็วไม่มีเวลาเล่นบอล และก็คอยวิ่งฉกฉวยโอกาศแย่งบอลไป ถ้าตัดบอลได้ก็จะไม่ครองบอลเยอะจะแทงบอลตามช่องและจู่โจมเร็วทันที ซึ่งบอลสวนกลับของซิตี้ช่วงหลังก็ทำกันได้รวดเร็วและดุดัน การมีเดอบรอยน์ประสิทธิภาพเกมสวนกลับของซิตี้เพิ่มขึ้นเยอะมากสร้างความหลากหลายในเกมรุก

        แทคติคของเปเยกรินี่ในช่วงหลังไม่มีอะไรซับซ้อนมากเน้นสวนกลับเร็วเป็นหลักและวางเกมรับที่แข็งแกร่งแดนกลางกับแดนหลังยากที่จะเจาะทะลวงทำเกมบีบกันเร็วซึ่งถ้าถามผม ผมก็มองว่าซิตี้แข็งแกร่งขึ้นเยอะมากในเวทียุโรปนี้

      อย่างที่บอกครับว่ากุนซือรายนี้ไม่ใช่กุนซือปลายแถวของวงการลูกหนัง เปเยกรินี่ต้องบอกว่าผ่านเวทียุโรปใหญ่นี้มาอย่างโชกโชนเหมือนกัน การคุมทีมของเขาที่ผ่านๆมาระดับทีมใหญ่ทั้ง บียาเรอัล เรอัลมาดริด มาลาก้า ทั้งหมดล้วนได้ไปเล่นในยูฟ่าทั้งนั้นผลงานที่พีคสุดๆมิใช่การพาบียาเรอัลไปสู่รอบรองในถ้วย ชปล นี้ แต่เป็นการพาทีมเล็กๆอย่างมาลาก้าที่ตอนนั้นมรสุมหนี้สินเยอะแยะทรัพย์ในการทำทีมน้อยแต่สามารถพาทีมไปสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้นับว่าไม่ธรรมดาสำหรับกุนซือวิศวกรผู้นี้

        อย่างที่กล่าวไปประสบการณ์รอบรองของเค้าก็เคยมีมาแล้วกับการคุมทีมอย่างบียาเรอัลที่เขาก็เป็นผู้บุกเบิกเรือดำน้ำสีเหลืองลำนี้ให้มีสไตร์การเล่นที่แข็งแกร่ง แต่มาคราวนี้หาใช่เรือดำน้ำแต่เป็นเรือใบสีฟ้าที่เค้ากำลังจะพาทีมไปสุดฝั่ง เปเยกรินี่เองก็คงต้องการสร้างโปรไฟล์ที่ดีและลบสถิติเก่าให้กับตัวเองก่อนจะลาเรือใบหลังจบซีซั่นนี้ด้วยการพาทีมทะลุไปถึงรอบชิงด้วยการล้มราชันชุดขาว

        มาดริดเป็นทีมที่เก่งแต่มาดริดเองก็เคยผ่านมือเปเยกรินี่มาแล้วเหมือนกันถึงจะเป็นช่วงบุกเบิกระดมทุนใหม่ๆแต่ก็เชื่อว่าเปเยกรินี่เองก็รู้นอกออกในดี และไหนจะเคยทำทีมดวลกับมาดริดมาแล้วอย่างโชกโชนสมัยคุมทีม บียาเรอัล กับ มาลาก้า มาแล้วเชื่อว่าเปเยกรินี่เองก็น่าจะมีไม้เด็ดไว้กำราบชุดขาวแน่นอน

       รอบรองชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกที่จะถึงนี้ระหว่าง เรอัล มาดริด กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขุมกำลังของสองทีมต้องบอกว่าก็พอฟัดพอเหวี่ยงกันถึงมาดริดจะเป็นต่ออยูนิดๆ แต่แท้จริงแล้วเกมนี้มันเป็นการดวลกันของมันสมองระหว่างสององกุนซือมากกว่า หนึ่งคนคือกุนซือหนุ่มมือใหม่ไฟแรง กับ อีกคนคือกุนซือแก่แต่เก๋าที่ผ่านมาแล้วหลายสนาม ซึ่งผมเชื่อว่าประสบการณ์ของเปเยกรินี่น่าจะเหนือกว่าซีดานและพาทีมล้มคิงได้แน่นอน ตอนนี้เปเยกรินี่เองก็พาเรือใบมาไกลมากแล้วผมเชื่อว่าเรือใบสีฟ้าลำนี้น่าจะได้แล่นต่อไปถึงฝั่งฝันแน่นอนครับ 

- บลูมูน -

Views: 737

Reply to This

Replies to This Discussion

มาเกินเป้าหมายตอนแรกแร้ว และที่ชอบอีกอย่างหนึ่งคือการจับคุ่กับของมองกับโอตามาน และเฟอนันคุ่กลาง บีบเกมสวนกลับดีมาก

เห็นด้วยครับในเกมยุโรปตั้งแต่เคียฟทีมเล่นดีผิดหูผิดตา ยิ่งตอนเหย้าเยือนสองเลกในเกมเจอปารีส ทีมทำได้ดีมากยิ่งทำให้เห็นประสิทธิภาพในการเล่นของทีมว่าเออ เล่นแบบนี้เราก็เล่นกันได้นี่หว่า คุ่โอตาเมนดี้+ม็องกาล่านี่ก็เหนียวแน่นโคตรๆจนลืมกอมปานีไปเลย  คู่มิดฟิลด์ตัวกลางจากบราซิลนี่ก็เล่นเข้าขาจนลืมยาย่าไปเลย สรุปถ้าขอได้ขอจัดชุดเดิมลวบู๊กับชุดขาวเลยครับ สนุกแน่ๆ มาดริดไม่ต่างจากปารีสในสายตาผมแค่เกมรุกดูจัดจ้านกว่า แต่เกมรับใช่ว่าจะดีมากมายะไร ยิ่งเกมนอกบ้านด้วย เพราะฉนั้นผลนัดแรกนี้จึงสำคัญมาก ขอให้ทำให้ดีที่สุดนะครับ ฆ่ามานนน แมนซิตี้สู้ๆๆ

ขอบคุณน้องแซ็กสำหรับคอลัมน์ดีๆเขียนมาอีกนะครับผม จะรอติดตามครับ

ขอให้ถึงฝั่งฝันสักทีเถอะ อำลาให้โด่งดังไปเลยเปเญ ขออวยพรให้คุณ

ยังไปได้อีกถึงแชมป์ครับ

ไปไกลจนถึงนัดชิงที่ ซานซีโร่ มิลานเลย

..ถ้าจะมีอะไรผิดพลาดในเกมรอบรองก็คงเรื่องการจัดตัวคู่เซ็นเตอร์นี่แหละ..

..กอมปานีเพิ่งหายเจ็บได้กลับมาลงเล่นในเกมแบ่งแต้มกับนิวก็ดูจะหาฟอร์มเก่งไม่เจอ..

..เกมล่าสุดกับสโต๊กได้พักและจะกลับมาลงในเกมมาตริดเลยในรอบรอง UCL..

..คำถามคือ จะไหวหรือ กอมปานีไม่ได้ลงไปบดแข้งในเกมยุโรปเลยเพราะเจ็บยาว..

..ขณะที่คู้โอตาเมนตี้-ม็องกาล่าลงไปกรำศึกในเกมยุโรปอย่างดุดัน แข็งแกร่ง น่าเกรงขาม..

..สองคนเล่นเข้าขารู้ทางรู้ใจกัน และเพื่อความต่อเนื่องในโมเมนตั้ม..

..คำถามที่มีต่อเปเญ่คือ ทำไมไม่ใช้คู๋เซ็นเตอร์เดิม เกรงใจกัปตันอะไรกันนักหนา !?!

RSS

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service