ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

การมาของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา

     อย่างที่รู้กันดีแล้วครับว่าทางสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ประกาศแยกทางกับกุนซือ มานูเอล เปเยกรินี่ ที่ตอนนี้ต้องใช้คำว่าอดีตกุนซือไปแล้ว ส่วนคนที่จะเข้ามารับหน้าที่สานต่องานของเปเยกรินี่ก็เป็นกุนซือที่ผมเคยบอกไปครับว่าเป็นกุนซือที่ทางเรือใบปูพรหมแดงอ้าแขนรอรับอยู่ตลอดนั้นก็คือ โจเซป เป๊ป กวาร์ดิโอลา

     กวาร์ดิโอลา ตกเป็นข่าวกับแมนซิตี้มาตลอดตั้งแต่เจ้าตัวแยกทางกับบาร์เซโลนา ซึ่งทางแมนซิตี้นั้นก็มีข่าวตามจีบอยู่เป็นระยะๆ และแมนซิตี้เป็นต่อทีมอื่นอยู่นิดหน่อยตรงที่ได้ ซิกิ เบกิริสไตร์ มาเป็น ผอ.ฝ่ายการกีฬาฟุตบอลซึ่งซิกิเคยร่วมงานกับเป๊ปมาแล้วสมัยอยู่ที่บาร์เซโลนา

     ซึ่งการได้ตัวซิกิแมนซิตี้เองก็ยกระดับทีมมาได้หน่อยนึงเพราะมีการซื้อตัวผู้เล่นที่ง่ายขึ้นเพราะซิกิโปรไฟล์ส่วนตัวเครดงเครดิตของเขาเองก็นับว่ามีชื่อชั้นอยู่ในระดับนึง และด้วยความคุ้นเคยกับยอดกุนซืออย่างเป๊ปนั้นเลยทำให้เรือใบสีฟ้าเป็นต่อทีมอื่นอยู่ก้าวนึงจนสุดท้ายก็เป็นเรือใบสีฟ้าได้ยอดกุนซือผู้นี้ไปคุมทัพ

     และเป็นที่รู้กันดีครับแมนเชสเตอร์ซิตี้ชุดปัจจุบันในตอนนี้นั้นเป็นที่รู้กันทั่วหน้าครับว่าขุมกำลังส่วนใหญ่มาจากการปูรากฐานไว้ของอดีตกุนซือชาวอิตาเลี่ยนซึ่งเป็นใครไปไม่ได้เขาคนนั้นคือ โรแบร์โต้ มันชินี่ ซึ่งมันชินี่จะให้พูดตามตรงก็ต้องบอกว่าเป็นกุนซือมือดีคนนึงถ้าไปสโมสรที่พร้อมจ่ายให้เขาสร้างทีมละก็ต้องบอกว่าไม่มีผิดหวังแน่นอน

     นักเตะแต่ละคนที่มันชินี่ซื้อเข้ามาสู่ทีมนับว่าเป็นกำลังหลักของทีมมาตลอดตั้งแต่ยุคของเขายันยุคของเปเยกรินี่ไม่ว่าจะเป็น ซิลบา , ยาย่า ตูเร่ , คลิชชี่ , นาสรี่ , โคลาลอฟ หรือแม้กระทั่งดาวยิงตัวเก่งอย่าง กุน อกูเอโร่ ซึ่งมีหลายต่อหลายคนบอกว่า เปเยกรินี่นั้นประสบความสำเร็จได้เพราะมรดกที่มันชินี่ทิ้งไว้ให้

     ซึ่งผมเคยเขียนวิเคราะห์ประเด็นนี้ไว้แล้วครับว่ามันชินี่นั้นเก่งในเรื่องการซื้อขายนักเตะแต่ถ้าเรื่องแทคติกฟุตบอลละก็ผมมองว่าเปเยกรินี่นั้นเก๋ากว่าเยอะครับ ซึ่งนักเตะยุคเปเยกรินี่กับยุคมันชินี่ไม่มีอะไรต่างกันเลยแต่ทำไมเปเยกรินี่ทำทีมได้ดูดีกว่ามันชินี่ทำไมเปเยกรินี่ถึงพาเรือใบโลดแล่นในเวทียุโรปแต่แบบมีทิศทาง ซึ่งผมเคยบอกครับว่า มันชินี่สร้างทีมสร้างขุมกำลังนักเตะแต่เปเยกรินี่คือคนที่เข้ามาพัฒนาระบบการเล่นให้ดูดีขึ้นมาอีกระดับนั้นเองครับ

      แต่มาถึงยุคใหม่อีกยุคแล้วมาคราวนี้แมนซิตี้ได้กุนซือที่เก่งทั้งในเรื่องการมองการซื้อขายนักเตะและเก่งในเรื่องแทคติกด้วยมาคราวแมนซิตี้นี้ไม่ต้องไปเสียเวลาที่คนนึงมาสร้างทีมคนนึงมาคอยพัฒนาแทคติกแล้ว และเป๊ปต้องบอกว่าเป็น 2 in 1 เก่งในการช๊อปนักเตะและเฉียบขาดในกลยุธการวางแผนในการทำทีม

      แมนซิตี้ในยุคเป๊ปผมมองว่านักเตะชุดเดิมน่าจะโดนโละเยอะอยู่พอสมควรเพราะเท่าที่ดูหลายคนหลายตำแหน่งดูจะไม่ค่อยเข้ากับสไตร์ของเฮียเป๊ปสักเท่าไร และเป๊ปเองก็เป็นคนที่มีจิตวิทยาและอีโก้ค่อนข้างสูงนักเตะคนไหนที่ไม่เข้าระบบหรือใครหัวแข็งเขากล้าที่จะดร็อปทันทีและไม่สนเสียงวิจารณ์ใดๆทั้งสิ้น

       การมาของเป๊ปก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ของแมนซิตี้ก็ว่าได้เขาน่าจะมาโละโครงสร้างเดิมออกไปและสร้างทีมใหม่ด้วยตัวเขาเองนักเตะที่เขาซื้อมาแต่ละคนต้องมาซื้อมาดองหรือสำรองจนเหงือกแห้งแต่ซื้อมาและต้องใช้ได้เลย เรียกได้ว่าทุกบาททุกสตางค์น่าจะคุ้มสำหรับแต่ละดีลที่น่าจะเกิดขึ้นในยุคของกวาร์ดิโอล่า

       ตอนนี้เราก็พูดอะไรมากไม่ค่อยได้ครับผมเองก็กลัวจะหน้าแตกเหมือนตอนที่เคยวิเคราะห์เปเยกรินี่ไว้แรกๆว่าคงต้องใช้เวลาในการคุ้นชินกับลูกทีมปรับตัวกับบอลอังกฤษกว่าจะประสบความสำเร็จน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยปีนึงแต่กลายเป็นว่าเปเยกรินี่หักหน้าผมมาปีแรกพาคว้าดับเบิ้ลแชมป์เลย 555 เอาเป็นว่าขอดูปรีซีซั่นและการซื้อตัวในแต่ละดีลก่อนละกันครับค่อยมาวิเคราะห์อีกที

     ซึ่งเราต้องดูกันต่อไปครับว่าชายที่ชื่อชั้นอย่าง เป๊ปกวาร์ดิโอล่า ถ้ามาเจอสนามที่มีการแข่งขันสูงจริงๆทีมเล็กทีมใหญ่ไม่ได้เป็นต่อกันเลยอย่างพรีเมียร์ลีกเขาจะสามารถพาซิตี้ไปได้ไกลอย่างสองสโมสรก่อนหน้าที่เขาคุมมารึป่าว 

      กวาร์ดิโอลาจะเก่งจริงหรือแค่ราคาคุยเมื่อต้องมาเจอลีกที่หินที่สุดในโลก และสิ่งที่ทุกคนรอคอยมานานคือกวาร์ดิโอล่ากับบอลอังกฤษเขาจะเข้ามาสร้างสีสันได้มากแค่ไหนกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฤดูกาลหน้ารู้กันครับ

- บลูมูน -

Views: 1363

Reply to This

Replies to This Discussion

ฤดูกาลหน้าเป็นอะไรที่ใหม่หลายอย่างนอกจากรอดูชุดแข่งใหม่ว่าจะออกมาสวยแค่ไหน ทีมยังได้กุนซือใหม่อย่างเป๊ปเข้ามารับกับการเริ่มใช้ตราสโมสรใหม่ชุดแข่งติดสินค้าสโมสร รวมถึงยังมีการเปลี่ยนตราพรีเมียร์ลีกใหม่อีกด้วย ยังไงก็มารอลุ้นไปด้วยกันครับว่า ทีมรักเรือใบสีฟ้าของพวกเราจะดีขนาดไหนในยุคทิดเป๊ป แต่ตอนนี้มาลุ้นข่าวคว้าตัวนักเตะใหม่เรียงตัวกันเลยครับ เริ่มจากุนโดกันกองกลางมากพรสวรรค์คนนี้ก่อนเลย อิอิ(เก่าไปใหม่มาบางครั้งก็ต้องทำใจยอมรับแต่ถ้ามันทำให้ทีมดีขึ้นก็โอเคครับ) เดินหน้าเชียร์กันต่อไป แมนซิตี้จงเจริญ

ขอบคุณสำหรับการวิเคราห์ดีๆเกี่ยวกับทีมรักครับน้องแซ็ก หลังได้ตัวนักเตะครบๆ ขอบทวิเคราะห์อีกทีนะครับผม อิอิ

รอเปิดฤดูกาลไม่ไหวแล้ว

..เป๊ปจะเข้ามาคุมเรือมันก็เป็นเรื่องปกติเพราะขาสามารถจะไปคุมทีมไหนก็ได้ที่เขาอยากจะไป..

..โดยเฉพาะทีมระดับโลกที่มีนักเตะซุปตาร์หลายคนในทีม และแมนซิตี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น..

..ต้องไม่ลืมว่าล่าสุดทั้งซิตี้และบาเยอร์นที่เป๊ปคุมสามารถเข้าไปสู่รอบรอง ชปล.ทั้งสองทีม..

..ศักดิ์ศรีของแมนซิตี้กับบาเยอร์นจึงไม่ต่างกัน และก่อนหน้านั้นสองทีมนี้ก็ขับเคี่ยวกันมาตลอด..

..กุนเคยทำแฮทริกฉือนชนะบาเยอร์นต่อหน้าต่อตาเป๊ปด้วยซ้ำไป..

..จึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่เป๊ปจะต้องมาคุมทีมซึ่งเคยขับเคี่ยวกันมาใน ชปล.

..แต่ที่มันน่าตื่นเต้นกว่านั้นก็คือเป๊ปจะต้องมาต่อสู้กับโค้ชระดับเดียวกันที่เคยเป็นคู่กัดกันมาตลอด..

..ในฤดูกาลใหม่ของพรีเมียร์ลีก ลีกยอดนิยมของโลกในครั้งนี้..

..เป๊ป จะต้องมาเผชิญกับ มูรินโญ่ และ เจอร์เก้น คล็อปป์ !

ขออนุญาติออกความเห็นเสริมครับ

เป็นความจริงที่น้ามันโช่คัดหานักเตะส่วนใหญ่มาได้ดีเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญอย่างมากส่วนหนึ่งที่ช่วยให้'ซิตี้ได้สำเร็จหลายรางวัลภายใน5-6ปีที่ผ่านมา

มาพิจารณาปีล่าสุดที่เพิ่งจบไป...สถิติจริงที่ปรากฎคือในการแข่งกับทีม8อันดับสูงสุดบนตาราง รวมเหย้าเยือน14นัด 'ซิตี้ได้ผลการแข่ง"ชนะเพียงแค่นัดเดียว" คือหนึ่งนัดเหย้ากับเซ้าท์แธมตันซึ่งอยู่อันดับ6(นัดเยือนก็แพ้เขาราบคาบ) และในการแข่งกับทีม3อันดับล่างสุดของตารางรวม6นัด 'ซิตี้ได้ผล"เสมอทุกทีมในสามทีมนั้นครึ่งหนึ่ง" คือ3นัด!!!

โดยส่วนตัว สถิตินี้แสดงให้เห็นว่า ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาบกพร่องหลักคือ"ด้านสภาพจิตใจ"ที่ไม่เข้มแข็งของทีม ทั้งที่พื้นฐานนักเตะในทีมล้วนค่อนข้างมีฝีเท้าดีเยี่ยมเป็นทุน

เพราะอะไร?...เพราะมันชี้ให้เห็นว่าเมื่อแข่งกับทีมอื่นที่มีแรงกระตุ้นเพื่อให้ขึ้นโซนอันดับบนของตารางเพื่อหวังได้ร่วมรายการยุโรป หรือทีมที่มีแรงกระตุ้นเพื่อต้องการหนีโซนตกชั้นจากลีคสูงสุดนั้น " 'ซิตี้แทบเอาชนะทีมเหล่านั้นไม่ได้เลย" !!!

แต่กลับเอาชนะทีมที่อยู่กลางๆตารางค่อนมาทางครึ่งล่างตารางอีก9ทีมที่เหลือได้มากเสียจน'ซิตี้สามารถจบได้ที่อันดับ4 เพราะทีมเหล่านั้นไม่ได้มีแรงกระตุ้นอะไรมากมายเพื่ออันดับในตารางเป็นพิเศษแต่อย่างใด เพียงแค่ประคองให้อยู่ในลีคสูงสุดแบบสบายๆก็พอแล้ว...ใช่หรือไม่?!?!

ปัญหาการละเลยด้านการสร้างขวัญพลังใจทีมให้เข้มเข็งสม่ำเสมอคือปัญหาหลัก และอายุเฉลี่ยที่สูงของนักเตะก็เป็นปัญหารองที่ตามมาเช่นกัน ซึ่งผมเห็นว่าเริ่มเป็นมาตั้งแต่ปีที่สองในยุคของ"น้าเปฯ"แล้ว

จะเห็นได้บ่อยๆจาการที่'ซิตี้ผ่อนเกมเมื่อขึ้นนำ โดยหลายครั้งยังนำไม่ขาดเสียด้วย ไม่ว่าจะเกิดจากคำสั่งแผนการจากโค้ชหรือจากการเลือกที่จะเล่นเปลี่ยนไปเองของนักเตะก็ตาม หรืออาการท้อแท้ขาดความกระตือรือล้นเมื่อตกเป็นฝ่ายตามหรือถูกแซง การจะได้เห็น'ซิตี้พลิกกลับมาแซงนำและชนะเมื่อเป็นฝ่ายตามนั้นแทบจะไม่มีเลยหรือน้อยมาก!?!?

ในทางด้านความรู้เทคนิควิชาการ หรือวิทยาศาสตร์กีฬาทางกายภาพต่างๆนั้น มันมีโอกาสที่ผู้ร่วมแข่งขันต่างๆสามารถศึกษาฝึกฝนให้ทัดเทียมสูสีกันได้ไม่ยาก แต่การฝึกฝน"กำลังจิตใจขั้นสูง"นั้นคือความแตกต่างสำคัญที่เลียนแบบกันไม่ได้ง่ายๆเลย และเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สุดในการแข่งขันขั้นสูงสุดระดับอุกฤษฏ์ในกีฬาหรือการงานทุกชนิด!!!

...จึงเห็นว่านี่คือเหตุผลหลักของการมาของน้า "เป๊บ กวาดิโอล่า" ครับ

..สรุปง่ายๆก็คือเกมส่วนมากของซิตี้ขาดความคงเส้นคงวา (consistency) ..

..ซึ่งทั้งหมดมันเกิดจากการขาดแรงจูงใจ ขาดการกระตุ้นให้นักเตะเกิดความมุ่งมั่น ขยัน กระหายชัยชนะ..

..มันเลยเป็นทีมาของการขาดทีมสปิริต รวมทั้งสปิริตนักสู้ของนักเตะแต่ละคน..

..สาเหตุดังกล่าวมาจากโค้ชเป็นด้านหลัก เปเยกรินี่ไม่มีคุณสมบัติในด้านการกระตุ้นจิตใจนักเตะเลย..

..เห็นชัดๆเลยว่าบทบาทการคุมเข้มที่ขอบสนามแทบจะไม่มีให้เห็น..

..ต่างจาก เป๊ป น้ามู หรือคล็อปป์ที่วิ่งวุ่นตามเกมตลอดซึ่งดูมันมีสีสันมาก..

..แต่คนแก่แบบเปเญ่จะนั่งดูเกมอยู่ในที่นั่งซึ่งห่างไกลจากการต่อสู้..

..บางเกมจึงเห็นนักเตะวิ่งเล่นบ้าง เดินเล่นบ้าง ขิวๆไปตามเรื่อง !?!

เช่นนั้นครับ โดยเฉพาะปีล่าสุดสภาพจิตใจของทีมราวกับว่ามีความแปรปรวนไม่แน่นอนเป็นอย่างมาก จึงน่าจะเป็นเหตุสำคัญให้แฟนๆที่ติดตามส่วนใหญ่น่าจะรู้สึกคล้ายๆกันได้เลยว่าเป็นปีที่แปลกประหลาดและผลงานไม่แน่นอนมากที่สุดของ'ซิตี้เช่นกัน นับตั้งแต่มีศักดิ์ศรีดีกรีแชมป์ลีคมาสมัยน้ามันโช่

คือแทบทุกนัดไม่ว่าจะแข่งกับทีมใดก็ตามตลอดฤดูกาล ในใจลึกๆจะรู้สึกได้ว่าคาดหวังผลมั่นใจแน่นอนจริงๆไม่ได้เลยแม้สักนัด ไม่ว่าจะเป็นการพบกับทีมอ่อนหรือทีมแข็งใดๆก็ตาม ต้องมีแอบพะวงกันไม่มากก็น้อยเสมอครับ (แต่เรื่องเชียร์หวังให้ชนะนี้มันแน่นอนเป็นพื้นฐานของแฟนๆทุกคนอยู่แล้ว)

เดียวได้ดูระบบทีมเวิร์ค ที่เอทิฮัด แน่นอน นักเตะอาจจะเปลี่ยนไปเยอะเลยในแผงตัวจริง

คุณ noo วิเคราะห์ได้ดีครับตรงใจผมเลย..รอการมาจองเป็บครับ
ขอบคุณครับ

เปเย เก่งในการจัดแผนเตรียมทีมก่อนเกมคับ แต่ไม่เก่งเรื่องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในช่วงที่ทีมกำลังเสียเปรียบคือจะให้คิดแก้เกมระหว่างเกมเหมือนแกจะทำไม่เป็น อาจเป็นเพราะอายุมากด้วยเลยคิดช้า แถมกระตุ้นลูกทีมก็ไม่เป็นไม่ค่อยแอคทีฟ เฉื่อยๆเรื่อยๆ แถมแกยังดื้อชอบทำแปลกๆในเรื่องการจัดตัว อย่างเช่นในเคสของโบนี่ที่แฟนๆทั้งโลกบ่นกัน จิตวิทยากับลูกทีมก็ไม่มี จนทำให้นักเตะ หมดไฟในที่สุด อย่าอ้างว่าเพราะนัดเตะอายุมากแล้วถึงหมดไฟเลยคับ ดูอย่างทีมใหญ่ๆทีมอื่นนักเตะสูงอายุเขาก็มีหลายคน แต่เขาก็ยังเล่นได้ดีเป็นปกติ ไม่แปลกใจเลยคับที่บอร์ดจะรีบปลด เพราะดูทิศทางที่เปเยนำทีมแล้ว เหมือนถอยหลังลงเหวไปทุกทีๆ

ฤดูกาลหน้าคงจะเป็นฤดูกาลที่มันสุดแน่ๆครับ เราหวังว่าเป็ปจะทำให้แมนซิตี้ยืนอยู่บนหัวตารางอย่างต่อเนื่อง อยากเห็นนักแตะเล่นอย่างมีใจสู้และโค้ชที่คอยกระตุ้นอยู่ข้างสนามที่มีทั้งพระเดชและพระคุณ เล่นอย่างเป็นระบบ ปั้นเด็กใหม่ทดแทนต่อเนื่อง หลายครั้งที่ดูเปเยแล้วนอนไม่ค่อยหลับต้องลุ้นนานแต่ก้อไม่ได้อะไร ไม่เสมอก้อแพ้กับทีมที่น่าจะชนะได้เช่น เล่นกับNorwich กลับเสมอ กับNewcastle ก้อไม่น่าเสมอแต่บทจะเล่นดีก้อชนะแบบตั้งแต่ครึ่งแรกและหลายเกมที่ชนะ4ลูก หวังว่าจะเป็นฤดูกาลที่พวกเรารอคอยนะครับ และที่สำคัญขอให้ชนะแมนยูทั้งไปและกลับ (สำคัญมาก!)

ป.ล. ชอบการวิเคราะห์ของทุกคนครับ อ่านแล้วเห็นภาพตามสนุกมากครับ

เรื่องมันชินี่ กับแทคติกที่ว่าไม่โดดเด่น ก็อาจจะจริงอย่างว่า ส่วนมากมันหน้าที่Platt แต่การตัดสินใจเจ๋งๆ รวมถึงแทคติคเจ๋งๆผมว่ามันก็เห็นชัดเจนยุคมันชินี่เยอะนะครับ

- ไล่คาสเปอร์ ,เอากิฟเว่นเป็นสำรอง แล้วไปเอาโกล์ปล่อยยืมตัวจากเบอร์มิ่งแฮมมาเป็นมือหนึ่งเฉยเลย 

- แรกๆให้ซ้อมเช้า-บ่าย อ้างว่าจะได้ฟิต แต่น่าจะเป็นการทำเพื่อคัดกรองนักเตะที่ทำตัวเจ้าปัญหา เลยเกิดเรื่องกับ เบลลามี่ และไล่หัวโจกของทีมไปได้ เพราะเรื่องมากเวลาซ้อม และไม่มีระเบียบวินัย

-เอากอมปานี จากDM ไปยืน DC

- ถอดกัปตันจาก เตเวส มาให้กอมปานี leadership สูงกว่าเยอะ

-ซื้อ DM ตัวรับจากบาร์ซ่ามายืนตัวรุก ช่วงแรกๆบางเกมส์ยืนเท่ากองหน้า ต้องทนฟังสื่อวิจาร์ว่า มึงจะบ้าเหรอเอาตัวรับที่ตลอด 3 ปีกับบาร์ซ่ายิงได้แค่ 4 ประตูมายืนตัวรุก ผลยิงแมนยู ยิงสโต๊ค ได้ FA แรก

-นัดรองสุดท้าย EPL ไปเยือนนิว ต้องชนะ ต้นเกมส์ส่งหน้า 2 พอนาที 70 ยังเสมอ พี่ท่านเอากองหน้าออก 1 ส่งเดอยองลง คนด่ากันเพียบแต่ก็เพื่อจะให้ยาย่าขึ้นสูง ผลคือยาย่ายิง 2 ลูก

- ปีเดียวกัน EPL นัดเจอเชลซี นัดท้ายๆเหมือนกัน นักเตะกำลังเดินลงสนาม มันโช่วิ่งไปกระชากแขนนาสรี่เพื่อกระซิบ บอกว่าทางที่จะเจาะเชลซีคือช่องระหว่างแบค กับ เซนเตอร์ เริ่มเกมส์ได้ไม่กี่นาที นาสรี่หลุดช่องดังกล่าว แต่ยิงชนคาน // แต่สุดท้ายลูกที่ได้ประตูก็เกิดจากไลน์วิ่งของนาสรี่ช่องที่ว่าเหมือนกัน โดยป้ายบอลให้เตเบสแล้วตัวเองวิ่งไปช่องดังกล่าวเพื่อเอาบอล ( อันนี้นาสรี่มาเล่าภายหลังครับ)

-รู้ว่าต้องใช้แบคใหม่ทั้ง 2 ข้าง ปีแรกเลยซื้อบัวเต็งกับโคลารอฟ ,บัวเต็งเจ็บตอน UCL รอบคัดเลือกส่วนโคลารอฟ เจ็บนัดแรก ช่วง 2 เดือนแรกเลยเกิดรูปแบบ ตีหัวแล้วเข้าบ้านจำกันได้ใช่ไหมครับ โยนยาวให้เตเบสยิง 1 ลูกแล้วอุด ผ่านไป 2 เดือนพอ 2 คนนั้นกลับมาปรากฎว่าเกมส์แรกที่ฟูลแบคเราพร้อมชนะแค่ 1-0 แต่สื่อสรรเสริญกันเลยว่าเป็นเกมส์บุกที่โหดมาก ( คือเค้าอ่านเกมส์ขาดว่าทีมต้องการอะไร )

-ความกล้า : เรื่องนี้ผมชื่นชมสุด คือ บอลยูโรมั้ง อิตาลี่เล่นดีกับ 3-5-2 ปีนั้นเลยพยายามมาผลักดันให้ซิตี้ ตัวเองลงไปวิ่งสอนเรื่องการยืนไลน์กับเซนเตอร์เลย สอนให้ถ่ายบอลระหว่างเซนเตอร์ให้เร็ว ( คงชำนาญเพราะเป็นอิตาเลี่ยนนั่นแหละ ) ผมไม่ได้แคร์เรื่องผลลัพธ์ เพราะทุกคนคงรู้ว่ามันไม่เวิร์ค แต่จะเห็นว่าความกล้าในการเปลี่ยนแปลงก็เจ๋งสุดๆหละครับ ( มูริญโย่กี่ทีมก็เล่นเหมือนเดิม ) 

555 ที่จดจำแกเยอะ เพราะส่วนตัวผมชื่นชมแก และชุดสต๊าฟแกมากครับ ดันตกม้าตายเรื่องปากพาซวย เก็บอารมณ์ไม่อยู่ และที่สำคัญสุดคือ ทีมงานซื้อขายพลาดจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายตัวนึง คือ ซานเชส(ก่อนไปบาซาร์),กับอาซาร์ตอนไปเชลซี ซึ่งคงเห็นนะครับว่านี่มันนักเตะแนวเดียวกับเป๊ะเลยที่เรายังขาดอยู่ในทีมตอนนั้น

ส่วนเปเย : ขนาดผมคนดูบ้านๆ ยังรู้เรื่องการกระทำของมันชินี่ตามด้านบน แต่ของเปเยนี่ เรียนตามตรงผมไม่เห็นการกระทำใดๆที่เห็นชัดๆเลยว่าเป็นการตัดสินใจแล้วมี impact เลย 

RSS

© 2019   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service