ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

หากไม่ใช่คนแดนจังโก้ใครเล่าจะรู้จัก “กูเลียกาน” (Culiacán) เมืองทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเม็กซิโก - เมืองที่เป็นแหล่งกบดานของราชายาเสพติด ฮัวกิน “เอล ชาโป” กุซมัน

และเป็นเมืองที่ประชาชนนั้นคลั่งไคล้ในการเล่นเบสบอลไม่ใช่ฟุตบอล ฟังดูแล้วมันไม่น่าเป็นเมืองที่คนอย่าง โจเซฟ หรือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะเคยใช้เวลาอยู่ที่นี่นานถึงครึ่งปีเลย

แต่ระยะเวลาดังกล่าวกับเมืองแห่งนี้ คือการบ่มเพาะ เป๊ป ให้กลายเป็นเป๊ป ในปัจจุบัน

ย้อนหลังกลับไปเมื่อเดือน ม.ค. 2006 จู่ๆก็มีข่าวใหญ่ในเมืองเล็กแห่งนี้ว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นักฟุตบอลระดับตำนานของบาร์เซโลน่าและทีมชาติสเปน ในวัย 35 ปี ได้เซ็นสัญญาย้ายมาเล่นฟุตบอลกับสโมสรแห่งหนึ่งในเมืองกูเลียกาน

สโมสรดังกล่าวเองก็ไม่ใช่สโมสรในระดับท็อปของลีกเม็กซิโก หากแต่เป็นทีมท้องถิ่นที่จัดตั้งขึ้นใหม่ที่ดูอย่างไรก็ตกชั้นแน่นอนอย่างทีม โดราดอส เด ซินาลัว

ซึ่งดูอย่างไรก็ไม่น่าเหมาะสมกับนักฟุตบอลระดับท็อปคลาสที่เคยคว้าแชมป์มากมายกับบาร์เซโลน่า และแม้ในช่วงสุดท้ายของชีวิตการเล่นก็รับทรัพย์มากมายกับการเล่นในลีกกาตาร์

คนอย่างกวาร์ดิโอล่าจะมาทำอะไรที่นี่?

เหตุผลแรกคือที่นี่ ฮวน มานูเอล ลิโญ เพื่อนเก่าแก่ของเขา ซึ่งเพิ่งจะเข้ามาคุมทีมโดราดอสในช่วงฤดูร้อนปี 2005

และอีกเหตุผลส่วนตัวของเป๊ป เขาเชื่อว่าที่แห่งนี้คือสถานที่ดีที่สุดในโลกที่เขาจะได้เตรียมความพร้อมก่อนที่จะกลับสู่เวทีการคุมทีมในยุโรปอีกครั้ง

“ตอนนั้นเราเล่นในลีกสูงสุดเป็นปีที่ 2 และเราเพิ่งจะดึงตัว ลิโญ มาเป็นโค้ชของเรา” ฮวน อันโตนิโอ การ์เซีย อดีตประธานสโมสรและเป็นผู้ก่อตั้งโดราดอส เล่าความหลังให้ฟัง

“เขาบอกกับผมว่า เรามีโอกาสที่จะได้ตัวเป๊ปมาเพราะเขาเพิ่งจะหมดสัญญากับกาตาร์ เป๊ปผ่านการอบรมการเป็นโค้ชแล้ว และเป้าหมายในการมาเล่นที่เม็กซิโกของเขานั้นคือการได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ฮวน มานูเอล”

สายสัมพันธ์ระหว่าง เป๊ป และฮวน มานูเอล นั้นเริ่มต้นขึ้นในปี 1998 โดยขณะนั้น เป๊ป ยังเป็นจอมทัพแห่งทีมอาซูลกราน่า

และลิโญ เป็นนายใหญ่ของทีมเรอัล โอเบียโด โดยในเกมนั้นซึ่งบาร์เซโลน่าเอาชนะไปได้ 4-2 คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง

“หลังจบเกม เขาเดินเข้ามาเคาะประตูห้องแต่งตัวของทีมผม และบอกกับผมว่า เขารักทีมของผม เขาได้ยินเรื่องดีๆของผมมามาก เราพอจะเป็นเพื่อนกันได้ไหม?” ลิโญ เล่าถึงจุดเริ่มต้น

“แล้วทำไมคนอย่างผมถึงจะไม่อยากเป็นเพื่อนกับผู้เล่นที่ผมชื่นชมมากที่สุดอย่างกวาร์ดิโอล่าล่ะ?”

นับจากนั้นมาทั้งสองติดต่อันเรื่อยมา จนกระทั่ง ลิโญ ได้มาคุมทีมโดราดอส และเขาพบว่าเขาสามารถมี กวาร์ดิโอล่า ลงมายืนเป็นสง่าราศีให้กับทีมได้

การติดต่อจึงเริ่มต้นขึ้นและจบลงด้วยรอยยิ้มของเพื่อนรักทั้งต่างวัยที่ได้ทำงานร่วมกันกวาร์ดิโอล่า ได้รับบทบาทในการยืนเป็นกองกลางตัว “กันชน” ที่ยืนบงการเกมจากหน้าแนวรับในระบบการเล่นแบบ 3-4-3 ที่ ลิโญ ถนัด

เพียงแต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่ติดตัวมาตลอด ทำให้เขาลงสนามให้กับ โดราดอส ได้เพียงแค่ 10 นัดกับอีก 1 ประตูเท่านั้น

แต่สิ่งที่ ลิโญ สังเกตได้คือ ประกายของการเป็นยอดโค้ชในตัวของเป๊ป

“เวลานั้นเขามีจิตใจของคนที่พร้อมจะเป็นโค้ชแล้ว” ลิโญ เผยต่อด้วยว่า เขากับเป๊ปนั้นพูดคุยกันหลังจบการฝึกซ้อมแต่ละวันได้เป็นวันละ 2-3 ชั่วโมงถึงเรื่องความสำคัญของการครองบอล

และการอ่านเกมในสถานการณ์ที่หลากหลาย หากฟุตบอลภายใต้ปรัชญาของ โยฮัน ครอยฟ์ คือแม่พิมพ์แรกที่ขึ้นโครงร่างของฟุตบอลแบบฉบับเป๊ปไว้

การได้ร่วมงานกับ ลิโญ ทุกวันคือเตาอบที่ทำให้แบบพิมพ์นั้นยิ่งมีความแข็งแกร่งลึกไปจนถึงชั้นใน

ฟุตบอลในความคิดของเขาได้มีวิวัฒนาการที่กูเลียกานนี่เอง โดยที่ ราอูล กาเนดา อดีตผู้ช่วยของลิโญ ในทีมโดราดอส เชื่อว่าเขาทั้งคู่มีส่วนช่วยในการทำให้ เป๊ป ตีความเรื่องของการครองบอล เรื่องของการป้องกันตั้งแต่แนวรุก และแนวคิดเรื่องที่ว่าการเล่นเกมรับและเกมรุกนั้นไม่ใช่สองเรื่องที่แยกออกจากกัน

"เราพยายามจะเป็นทีมที่เล่นอย่างเป็นระบบและมีวินัยและครอบครองบอลได้" กาเนด้าเผย “เราไม่ได้เปิดช่องให้มีการผสมผสานการเล่นเฉพาะหน้ากันมากนัก เราอยากให้ทุกคนเล่นเหมือนกันหมด เรามีสไตล์ที่กำหนดมาอย่างชัดเจนและเราสามารถจะสู้กับคนอื่นได้แม้ว่าเราจะเป็นทีมที่ต้อยต่ำก็ตาม”ถึงจะมีปัญหากับสโมสรบ้างในเรื่องทางการเงินที่ไม่เพียงแต่จะได้รับค่าเหนื่อยน้อยที่สุดในชีวิต เขายังถูกสโมสรค้างเงินจนต้องร่วมกับเพื่อนนักเตะประท้วง แต่เมื่อถึงยามต้องทำหน้าที่ เป๊ปทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าเขาจะพร้อมลงสนามหรือไม่ก็ตาม โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษาการเล่นของคู่แข่ง

หากลงสนามไม่ได้ เป๊ป จะประกบกับลิโญ ที่ม้านั่งข้างสนามและคอยให้ข้อมูลตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่กาเนดา ชื่นชม “ผู้เล่นจำนวนมากทุกวันนี้เป็นโค้ชได้เพราะชื่อเสียง แต่เป๊ปรู้ดีว่าแค่นั้นมันไม่พอ เขาเป็นคนที่ฉลาดมาก ถ่อมตัวมาก และกระหายที่จะเรียนรู้ และเขาจะเป็นโค้ชที่สมบูรณ์แบบ มีความรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเร็วๆนี้”

คนที่จดจำเป๊ปได้ไม่ได้มีเพียงแค่คนในทีม หากแต่ทุกคนที่โดราดอสจดจำเขาได้ ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงหากแต่เป็นน้ำใจ “ในทุกๆ 2 สัปดาห์เขาจะให้ซองจดหมายที่มีเงินอยู่ในนั้นเพื่อให้ผมไปมอบต่อให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับเงินน้อยที่สุดในทีม” เอลิเซโอ มาร์ติเนซ อดีตไกด์และคนขับรถส่วนตัวของเขาเผย

“เขาจะให้เงินผม 3,000 เปโซทุก 2 สัปดาห์ ซึ่งมันเป็นเงินที่เยอะมากเมื่อ 10 ปีก่อน เกือบครึ่งนึงของเงินเดือนผมเลย”

มาร์ติเนซ ยังจดจำความพยายามของเป๊ปที่จะพูดศัพท์สแลงให้คล่องแต่ไม่เคยทำได้ และยังจำได้ดีว่า “นาย” ของเขามักจะใช้เวลาพักผ่อนในร้านอาหารโปรดของเขา

ซึ่งทุกวันนี้ยังมีภาพและลายเซ็นของเขาในภัตตาคาร โกซินิต้า เดล เมดิโอ้ ที่เขามักจะมาแวะทานช่วงกลางวันหลังการซ้อม

“เวลามากับเพื่อนร่วมทีม เขาไม่เคยให้เพื่อนจ่าย บางครั้งเขาก็เอาจานไปเก็บเองด้วยซ้ำ” โฮเซ่ หลุยส์ บรากามอนเตส เจ้าของร้านยังจำลูกค้าเจ้าประจำคนนี้ได้ดี

เช่นกันกับ โรดอลโฟ ฮิเมเนซ เจ้าของร้าน กาเฟ มิโร เพื่อนดื่มคนสนิทที่มักจะแลกหนังสือและความคิดเห็นเกี่ยวกับศิลปินชาวคาตาลันคนโปรด ลุยส์ ลาค กันเป็นประจำ

แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา และทุกอย่างจบลงภายในระยะเวลา 6 เดือน เมื่อ โดราดอส ถูกตัดสินให้ตกชั้น ทั้งที่ทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับ 8 ซึ่งดีที่สุดในประวัติศาสตร์

แต่ต้องร่วงหล่นเพราะตามกฏของเม็กซิโกทีมจะตกชั้นหากทำผลงานรวมได้แย่ที่สุดในรอบ 3 ฤดูกาล

กวาร์ดิโอล่า ที่ไม่สามารถฝืนร่างกายที่บอบช้ำ เช่นกันกับความรู้สึกเจ็บปวดที่ทีมต้องตกชั้นตัดสินใจบอกลากันในวันนั้น

หลังจากนั้น เป๊ป และลิโญ ได้มีโอกาสพบกันอีกครั้งในปี 2011 ในศึกลา ลีกา สเปน แต่มันเป็นการพบกันที่เจ็บปวด เมื่อบาร์เซโลน่า ถล่มอัลเมเรีย ของลิโญ ไป 8-0

และส่งผลให้ลิโญ ต้องโดนปลดจากตำแหน่งหลังจบเกมไม่กี่ชั่วโมง แต่ถึงบทสรุปจะเป็นเช่นนั้น ลิโญ ไม่เคยถือโทษโกรธกัน

สำหรับเขา ช่วงเวลาที่ได้ฟูมฟักยอดกุนซือผู้นี้ใน 6 เดือนที่กูเลียกาน คือช่วงเวลาที่แสนมีค่า “เขาเป็นเหมือนลูกชายของผม”

คอลัมน์ Feature
by ลูกแม่กิ่ง (lookmaeking@hotmail.com)

เครดิต : ฮอตสกอร์

Views: 825

Reply to This

Replies to This Discussion

เป็นอีกมุมนึงที่น้อยคนจะรู้จริงๆในช่วงที่เป๊ปใกล้จะเลิกเล่นฟุตบอล ตอนนั้นไปขุดทองที่การ์ต้า แล้วมาแมนซิแต่ถูก สจ๊วต เพียซ ปฏิเสธ ต่อจากนั้นก็ไปเล่นที่ กูเลียกาน” (Culiacán) เมืองทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเม็กซิโก ถึงแม้จะไปเป็นนักเตะ แต่กลับเป็นการบ่มเพาะการเป็นโค้ชให้กับเป๊ป ที่ได้เรียนรู้ไปกับ ลิโญ่เพื่อนรุ่นพ่อ สุดยอดจริงๆครับ ขอบคุณสำหรับคอลัมน์ดีๆครับ 

บอสเราไม่ธรรมดาเลย
แววฉ่ายทุกที่ที่ไป

โค้ชเป๊ป น้ำใจงาม มากครับ

ตอนนั้นเรียกได้ว่าได้วิชา ได้เพื่อน ก่อนจะนำมาต่อยอดในการเป็นยอดโค้ชแต่ละช่วงวัยของชีวิตมีคุณค่าให้น่าจดจำมากน้อยเสมอ

รอดูต่อไปครับ

RSS

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service