ชีวิตไม่ขาดบอลวันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2562
พรีเมียร์ลีก
18.30 น. ลิเวอร์พูล - นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด TPF HD 1(600)/TPF HD 2(602)/ID station (ดูฟรี)/PPTV
21.00 น. ไบรจ์ตัน - เบิร์นลี่ย์ TPF HD 5(605)
21.00 น. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - เลสเตอร์ ซิตี้ TPF HD 1(600)/TPF HD 2(602)/ID station (ดูฟรี)
21.00 น. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด - เซาแธมป์ตัน Truesport HD2(667)
21.00 น. ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ - คริสตัล พาเลซ TPF HD 4(604)
21.00 น. วูลฟ์ส - เชลซี TPF HD 3(603)
23.30 น. นอริช ซิตี้ - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ TPF HD 1(600)/TPF HD 2(602)
บุนเดสลีก้า
20.30 น. โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ - ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น Fox Sports 3(690)/PPTV
20.30 น. ไมนซ์ - แฮร์ธ่า เบอร์ลิน
20.30 น. เอาส์บวร์ก - ไอน์ทรัคท์ แฟรงเฟิร์ต
20.30 น. โคโลญจน์ - โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค
20.30 น. อูนิโอน เบอร์ลิน - แวร์เดอร์ เบรเมน
23.30 น. แอร์เบ ไลป์ซิก - บาเยิร์น มิวนิค Fox Sports 3(690)/PPTV
ลาลีก้า
18.00 น. เรอัล มาดริด - เลบานเต้ beIN Sport 1
21.00 น. เลกาเนส - บีญาร์เรอัล beIN Sport 1
23.30 น. เรอัล โซเซียดาด - แอตเลติโก้ มาดริด beIN Sport 1
02.00 น. บาร์เซโลน่า - บาเลนเซีย beIN Sport 1
เซเรีย อา
20.00 น. ฟิออเรนติน่า - ยูเวนตุส beIN Sport 2
23.00 น. นาโปลี - ซามพ์โดเรีย beIN Sport 2
01.45 น. อินเตอร์ มิลาน - อูดิเนเซ่ beIN Sport 2
ลีกเอิง
22.30 น. เปแอสเช - สตราสบูร์ก beIN Sport Xtra
01.00 น. ดิฌง - นีมส์
01.00 น. มงต์เปลลิเยร์ - นีซ
01.00 น. แบรสต์ - แรนส์
01.00 น. บอร์กโดซ์ - เม็ทซ์ beIN Sport Xtra



Members

กุนแฮตทริก-แมนซิตี้โหดถล่มเชลซีหมดสภาพ ทวงฝูงคืนจากหงส์

เรือช่วยผี! กุนแฮตทริก-แมนซิตี้โหดถล่มเชลซีหมดสภาพ ทวงฝูงคืนจากหงส์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มหรูหลังครึ่งเวลาแรกใช้เวลาแค่ 25 นาที ไล่ถลุงสิงห์หมดสภาพ 4-0 ก่อนจบเกมจะคว้าชัยไปแบบขาดลอย 6-0  โดยเกมนี้ เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" ตะบันแฮตทริก และเป็นสองเกมติดในบ้าน ซึ่งเป็นแฮตทริกที่ 21 ในพรีเมียร์ลีกเท่ากับ อลัน เชียเรอร์ พร้อมพา "เรือใบ" ทวงจ่าฝูงคืนจาก ลิเวอร์พูล โดยมี 65 คะแนนเท่ากัน แต่ลูกได้เสียดีกว่า ทว่าแข่งมากกว่าหนึ่งนัด ส่วน เชลซี แพ้เกมเยือนในลีกเละเทะ เกิน 4 เม็ดสองนัดติดต่อกัน ชวดทวงอันดับ 4 คืนจาก "ปีศาจแดง" 

สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม

    "เรือใบสีฟ้า" ปรับทัพ 3 ตำแหน่งจากเกมชนะเอฟเวอร์ตัน โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, เควิน เดอ บรอยน์ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ลงสนามแทน นิโกลัส โอตาเมนดี้, ดาบิด ซิลบา และ ลีรอย ซาเน่

    ฝั่ง "สิงบลูส์" เปลี่ยนทีม 2 ตำแห่งจากเกมที่แล้ว อันโตนิโอ รือดิเกอร์ หายเจ็บทวงตัวจริงกลับไปจาก  อันเดรียส คริสเตนเซ่น ขณะที่แนวรุกปรับมาใช่ เปโดร โรดรีเกซ ลงเล่นแทนที่ของ วิลเลี่ยน

    ออกสตาร์ตไปได้นาทีเดียว เชลซี กดดันก่อน เอแด็น อาซาร์ พลิกบอลได้ทางซ้าย ลากโต้หนี ไคล์ วอล์คเกอร์ ขึ้นมา แล้วเปิดเข้ากลาง บอลมาถึงเท้า อิกวาอิน แต่จับลั่น โดน ซิตี้ เคลียร์ทิ้งออกไปได้

    หลังจากนั้นนาทีที่ 4 กลายเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่บุกครั้งแรกแล้วได้ประตูนำ 1-0 จากจังหวะฟรีคิกเล่นเร็วทางขวา จ่ายทะลุแบ็กที่เช็กล้ำหน้าพลาดมาถึง แบร์นาร์โด้ ซิลวา เปิดยัดเข้ากลาง บอลเลยถึงเสาสอง ราฮีม สเตอร์ลิง สอดมาหวดด้วยขวาจังหวะเดียว ส่งบอลชนตาข่ายอย่างเด็ดขาด

    เลยมาถึงนาทีที่ 8 แมนฯ ซิตี้ พลาดได้ประตูอย่างไม่น่าเชื่อ แบร์นาร์โด้ ซิลวา เก็บบอลได้ในเขตโทษ เลี้ยงออกมาทางซ้าย แล้วจ่ายยัดขเากลาง บอลเลยมาถึงเสาสอง อเกวโร่ ชาร์จโล่งๆจ่อๆ แต่ส่งบอลออกหลัง 

    อีก 6 นาทีต่อมา อเกวโร่ มาแก้ตัวได้ ยิงให้ทีมออกนำเป็น 2-0 จากจังหวะที่ ซินเชนโก้ พาบอลลากตัดมาจากซ้าย บอลมาถึง อเกวโร่ ที่หน้าเขตโทษ ตั้งป้อมยิงด้วยขวา ส่งบอลเสียบสามเหลี่ยมอย่างสวยงาม

    นาทีที่ 19 สกอร์ไหลไป 3-0 รอสส์ บาร์คลี่ย์ พยายามโขกบอลคืนหลังแต่พลาด มาเข้าทาง อเกวโร่ ที่ป้วนเปี้ยนหน้าปากประตู ตวัดยิงเข้าประตูไป เกปา หมดสิทธิ์เซฟ

    สถานการณ์ของ เชลซี แย่ลงไปอีกในนาทีที่ 25 แมนฯ ซิตี้ หนีไป 4-0 อันโตนิโอ รือดิเกอร์ เตะสกัดบอลออกจากเขตโทษไม่ขาด บอลมาเข้าทาง อิลคาย กุนโดกัน ตั้งป้อมตะบันด้วยขวา ส่งบอลเสียบเสาสอง

    ผ่านมาถึงนาทีที่ 37 เชลซี เกือบจะตีไข่แตก กอนซาโล่ อิกวาอิน ได้บอลหน้าเขตโทษ ตัดสินใจ ฮาล์ฟวอลเล่ย์ด้วยขวา บอลพุ่งหาสามเหลี่ยมเสาแรก แต่โดน  เอแดร์ซอน บินไปเซฟได้สวยเลย

    ท้ายครึ่งแรก เจ้าบ้านเกือบจะได้ประตูเพิ่ม เควิน เดอ บรอยน์ เปิดฟรีคิกกดดันเข้าไปในเขตโทษ เซร์คิโอ อเกวโร่ โถมตัวโขก แต่พลาดไม่โดนบอล ครบ 45 นาทีแรก แมนฯ ซิตี้ นำเชลซี 4-0

    ครึ่งหลังกลับมาเตะกันไปไม่ถึง 10 นาที แมนฯ ซิตี้ มาได้จุดโทษ จากจังหวะ เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า เตะโดนขา ราฮีม สเตอร์ลิง ทางซ้ายของเขตโทษ อเกวโร่ รับหน้าที่สังหาร ยิงเข้าไปทางขวานิ่มๆ เป็นแฮตทริคในเกมนี้ และเป็นแฮตทริกที่ 21 ในลีกภายใต้สีเสือของเรือใบ เทียบเท่ากับ อเลัน เชียเรอร์ 

    เลยมาถึงนาทีที่ 66 เจ้าบ้านครองบอลครองเกมได้เหนือกว่าแบบหมดจด เชลซี ไม่ไล่เลย แฟร์นันดินโญ่ ได้ตั้งป้อมยิงด้วยขวา จากระยะ 35 หลา บอลตรงกรอบ แต่ทางไม่หนีตัว อาร์ริซาบาลาก้า เซฟได้

    ท้ายเกมนาทีที่ 80 แมนฯ ซิตี้ ไม่ยอมหยุดยิง มาได้ประตูปิดท้าย ดาบิด ซิลบา จ่ายบอลตัดหลังแบ็กให้ ซินเชนโก้ หลุดขึ้นมา แล้วเปิดยัดเข้ากลาง บอลมาถึง ราฮีม สเตอร์ลิง ตวัดยิงเข้าไปง่ายๆ ครบ 90 นาที แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดหนัก เชลซี ไปแบบหมอไม่รับเย็บ 6-0 แซง ลิเวอร์พูล กลับไปเป็นจ่าฝูงของตาราง คะแนนเท่ากับ แต่ผลต่างประตูดีกว่า  10 ประตู

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม 

    แมนฯ ซิตี้ : เอแดร์ซอน - ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, อายเมริค ลาปอร์เต้, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ - อิลคาย กุนโดกัน, แฟร์นันดินโญ่ (ดาบิด ซิลบา น.75), เควิน เดอ บรอยน์ (ริยาด มาห์เรซ น.68)- แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เซร์คิโอ อเกวโร่ (กาเบรียล เชซุส น.65), ราฮีม สเตอร์ลิง

    สำรองไม่ได้ใช้ : ดานิโล่, ลีรอย ซาเน่, นิโกลัส โอตาเมนดี้, อาริยาเน็ต มูริช

    เชลซี : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า - เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, มาร์กอส อลอนโซ่ (เอแมร์ซอน น.73)- เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, รอสส์ บาร์คลี่ย์ (มาเตโอ โควาซิช น.52)- เปโดร โรดรีเกซ (รูเบน ลอฟตัส-ชีค น.65), กอนซาโล่ อิกวาอิน, เอแด็น อาซาร์

    สำรองไม่ได้ใช้ : วิลลี่ กาบาเยโร่,โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์, วิลเลี่ยน, อันเดรียส คริสเตนเซ่น

    ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

Cr. isamsport.co.th ติดตามข่าวสารได้ที่เวปหลักของประเทศไทย www.mcfc.in.th

Views: 136

Reply to This

Replies to This Discussion

โหดจริ๊ง 555 ไม่คิดไม่ฝันจริง ๆ จะถล่มเพียงนี้

RSS

© 2019   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service