ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

คอลัมน์ : แง้มปากอดีตหงส์:ราฮีมคนมักใหญ่

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง แจ้งเกิดในวงการฐานะ ลิเวอร์พูล จนทีแรกหวังฝากผีฝากไข้ น่าเสียดายวาสนาไม่ถึงกันนักเตะคิดการใหญ่ลงเอย แมนฯ ซิตี้ ประสบหลากความสำเร็จสมใจ นับถึงตรงนี้กว่า 4 ปีแล้วไปอ่านวุฒิภาวะของน้องมันในหลายๆด้านหน่อยดีกว่า

สตาร์เลือดผู้ดีเติบโตขึ้นในหลายด้าน นับจากวันที่เก็บของออกจากแอนฟิลด์ ทั้งฝีเท้า, ความเป็นผู้นำในสนาม, หัวหน้าครอบครัว  

และที่สำคัญคือบทบาทเพื่อสังคมโดดเด่นช่วง 1-2 ปีหลัง ฐานะไอค่อนนักเตะผิวสีเลือดใหม่ 

โดยหนึ่งในเรื่องที่เขาทำนอกสนามแข่งคือส่งผ่านกำลังใจแก่เด็กป่วยหรือด้อยโอกาส กระทั่งไปรู้จักกับหนุ่มน้อยวัย 13 ปี ดามารี่ ดอว์กิ้นส์ ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันในเด็ก 

พวกเขาสานสัมพันธ์ฐานะเพื่อนต่างวัย ราฮีม แวะไปเยี่ยมพูดคุยให้กำลังใจที่โรงพยาบาลเมื่อมีโอกาสล่องมากรุงลอนดอนบ่อยครั้ง 

น่าเศร้าใจน้อง ดามารี่ แพ้ภัยโรคร้ายลาโลกไปเมื่อมีนาคมที่ผ่านมา สร้างความเสียใจแก่สตาร์วัย 24 กะรัตพอสมควร

"ผมต้องปล่อยโฮทุกครั้งเมื่อคิดถึงเรื่องของเขา ยากจะกลั้นไหว ทุกอย่างเกิดขึ้นปุปปับมาก" สเตอร์ลิ่ง ให้สัมภาษณ์กับ 'เดลี่ เมล' 

"มันทำให้เราทราบว่าต้องไปเยี่ยมน้องๆป่วยที่โรงพยาบาลบ่อยสุดเท่าที่ทำได้ เพราะคุณไม่รู้หรอกว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมีชีวิตอยู่นานแค่ไหน" 

น้อง ดามารี่ เคยบอก ราฮีม ว่าฝันอยากโตไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพ โดยก่อนเข้ารับการรักษาตัวเขาอยู่ในโปรแกรมลูกหนังทีม คริสตัล พาเลซ ทั้งนี้การจะต่อยอดค้าแข้งต้องมีร่างกายแข็งแรงเสียก่อนซึ่งกระบวนการรักษาต้องอาศัยสเตม-เซลล์ จากการบริจาค 

แต่เพราะเด็กน้อยมองหาสเตม-เซลล์จากผู้มีเชื้อสาย แอฟโฟร่-แคริบเบียน ซึ่งในอังกฤษมีน้อยมาก ดังนั้น สเตอร์ลิ่ง ซึ่งมีเทือกเถาเหล่ากอมาจาก จาเมกา จึงขันอาสาเป็นโต้โผขอรับบริจาค

ต่อให้สามารถหาผู้ใจบุญมอบสเตม-เซลล์มาเปลี่ยนถ่าย ทว่าอาการของ ดามารี่  กลับทรุดหนัก กระทั่งสิ้นลมก่อนวัยอันควร

นั่นคือเหตุผลว่าในเกมทีมชาติอังกฤษ พบสาธารณรัฐเช็ก เมื่อมีนาคม ราฮีม ถลกเสื้อแข่งเผยให้เห็นเสื้อยืดสกรีนภาพเขากับเพื่อนต่างวัยด้านใน เพื่อเป็นการระลึกถึง ส่วนค่าจัดงานศพแข้ง แมนฯ ซิตี้ รับเป็นธุระจัดการทั้งหมด 

"ทุกครั้งที่ผมไปนั่งจับเข่า คลุกคลีกับ ดามารี่ มันทำให้รู้จักเขา เข้าใจเขามากขึ้น ยิ่งเมื่อจ้องที่หน้ามันทำให้เราคิดไปว่า - เมื่ออายุเท่ากันผมทำอะไรอยู่?-  สะเทือนใจจริงๆกับสิ่งที่เกิดกับเขา" 

ผ่านเรื่องดราม่ามาพูดถึงสมรภูมิฟลอร์หญ้ากันบ้าง ปรี-ซีซั่น 2019 นี้ ราฮีม รับบทบาทกองหน้าตัวเป้าเนื่องจาก เซร์คีโอ อเกวโร่ 'กุน' กับ กาเบรี่ยล เชซุส ยังไม่กลับมาร่วมทัพเพราะไปช่วยชาติเตะ โกปา อเมริกา  

ภาพร่วมในตำแหน่งน่าพอใจเมื่อกดเบิ้ลใส่ เวสต์แฮม, หนึ่งตุงอัด คิตฉี จะมีพลาดก็แค่จุดโทษเกมชิงฯ เอเชีย โทรฟี่ พบ วูล์ฟส์ 

สนิมยังไม่เกาะหลังฝากผลงาน 31 สกอร์รวมทุกรายการนามสโมสร-ทีมชาติ ซีซั่นก่อน ทั้งนี้เป้าหมายส่วนตัวของ ราฮีม คือรางวัล บัลลง ดอร์ สักครั้ง 

อย่างไรก็ดีเป็นที่ทราบในวงการว่าในปีซึ่งไร้ทัวร์นาเมนต์ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ หรือ ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป นักเตะที่ได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้นจึงมีคุณสมับติถูกพิจารณาเป็นผู้ชูบอลทองคำ 

ซึ่งค่ายเก่าของเขาอย่าง ลิเวอร์พูล ดันถูกโฉลกกับรายการนี้เข้าชิงฯ 2 ปีติด ทำสำเร็จซีซั่นล่าสุดจนส่งให้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เป็นเต็งหามรับเกียรติยศ 

คำถามคือ ราฮีม เสียดายไหมที่ผละจาก 'หงส์แดง'? - คำตอบจากปากคือไม่เลย เพราะคิดว่าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เจ๋งกว่าเยอะ 

"ยินดีด้วยกับสโมสร ลิเวอร์พูล แฮปปี้กับบางคนที่รู้จักส่วนตัวแล้วได้ชูถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่สำหรับผมแล้ว สิ่งที่เราทำได้ในฤดูกาลก่อน - ในทุกวัน สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าเป็นอะไรที่สุดยอดมาก" 

"จริงอยู่ แชมเปี้ยนส์ ลีกก็ยิ่งใหญ่สำหรับเราในฐานะสโมสร แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็ยังเป็นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก นั่นคือเป้าหมายหลักของเราในฤดูกาลใหม่"

"พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คือของจำเป็นที่คุณต้องเอาให้ได้ ส่วน แชมเปี้ยนส์ ลีก เหมือนคว้าแล้วดูโก้ มันคือโอกาสพิเศษอย่างที่หลายคนพูดกัน"

"แต่ในทุกๆสัปดาห์เมื่อคุณเปลี่ยนเวที เพื่อต่อกรกับลีกสุดหิน ... ทีมแบบ คริสตัล พาเลซ, เบิร์นลี่ย์ แสบๆทั้งสิ้น คุณต้องทุ่มเวลาเตรียมตัว รักษาความสม่ำเสมอระยะยาว นั่นคือเหตุผลว่าทำไมทีมเราให้ความสำคัญต่อลีกในประเทศมาก" 

"ซีซั่นที่จะมาถึงต้องยากกว่าเดิมแน่ การคว้าแชมป์ลีก 3 ปีติดคือเรื่องท้าทายสำคัญสุดของเรา ไม่ใช่แค่ ลิเวอร์พูล แต่รวมถึงทีมใหญ่อื่นๆจ้องแย่งตำแหน่ง อนึ่งผู้เล่น ซิตี้ ทุกคนก็พร้อมสู้ศึกอย่างสุดกำลัง ไร้อีโก้ใดๆในล็อคเกอร์ รูม นักเตะ'เรือใบสีฟ้า' ไม่มีคนผยองคิดว่าตัวเองคือ เปเล่ หรือ มาราโดน่า แม้แต่รายเดียว" 

พูดถึงความสัมพันธ์ของ สเตอร์ลิ่ง กับ ผจก.ทีม โจเซป กวาร์ดิโอล่า บ้าง - มีคนสงสัยมากในนัดชิง เอฟเอ คัพ เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งที่สตาร์ผู้ดีกดเบิ้ลในแมตช์ถล่ม วัตฟอร์ด แต่หลังเกมยังโดนโค้ชสแปนิชเรียกไปอบรม 

ประเด็นนี้ ราฮีม เข้าใจเทรนเนอร์ แล้วก็ยอมรับการสั่งสอนเพื่อจะเป็นนักเตะเก่งขึ้น 

"กับเหตุการณ์ตอนนั้นก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร...อย่างที่เห็นผ่านคลิปว่าโค้ชมาตะโกนพูดกับเรา แต่สิ่งที่เขาบอกมันหาได้เป็นเรื่องเดิมอย่างกับคุยกันทุกวัน" 

"มันคืออีกหนึ่งความบังเอิญที่มีโอกาสมาถกกับผมส่วนตัว เหมือนกับตอนโค้ชพูดเป็นกลุ่มใหญ่ คุณได้เรียนรู้มัน เพราะหากคุณไม่สามารถทำตาม ก็จะพลาดโอกาสลงแข่ง" 

"จะว่าไปการสอนตัว-ต่อ-ตัว ต่างกับการนั่งในห้อง หยิบปากกามาเขียนลงบนกระดาษบอกเล่าว่าเราต้องทำอย่างไร 1-2-3-4 นั่นเพราะคนจะตัดสินผมจากผลงาน ดังนั้นในทุกๆซีซั่นก็ต้องดีขึ้นเรื่อยๆ หากคุณไม่อยากพัฒนาตัวเอง มันก็ยากต่อให้ เป๊ป เคี่ยวกรำมากแค่ไหน" 

"โค้ชตั้งมาตรฐานไว้สูง ซึ่งนั่นคือผลดีต่อเรา เพราะมันช่วยขัดเกลาตัวผมให้ไปถึงขีดสุดศักยภาพอย่างที่เขาวาดไว้ ทั้งยังทำให้แน่ใจด้วยว่าเราไม่หยิ่งผยอง"  

ปิดท้ายบทสนทนากับเรื่องส่วนตัวบ้าง เวลานี้ สเตอร์ลิ่ง ครองรักกับคู่หมั้นสาว เพจ มิลาน มีทายาทตัวน้อยแล้วสองคน อาศัยในเมือง นัตส์ฟอร์ด ย่านเชสเชียร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแมนเชสเตอร์ 

ส่วนยามว่างปิดซีซั่นก็ยกโขยงไปพักผ่อนยัง ไมอามี ประเทศสหรัฐฯ หรือ จาเมกา บ้านเกิด เรียกว่าตัดขาดความหวือหวากลางค่ำกลางคืน ทำตัวให้โลว์ โพร์ไฟล์ที่สุด แล้วเมื่ออยู่นอกสนามบอลก็แทบจะไม่พูดถึงลูกหนัง ใช้เวลากับครอบครัว-มิตรสหายเต็มที่

"เมื่อผมกลับไปบ้านจะไม่ต้องการพูดถึงเรื่องฟุตบอล อยากเพียงผ่อนคลายเท่านั้น" ราฮีม พูดถึงชีวิตเมื่อพ้นรั้วเอติฮัด สเตเดี้ยม 

"ทั้งนี้เมื่อคุณแวดล้อมด้วยนักฟุตบอลเหมือนกัน 3-4 คนขึ้นไป มันก็ยากจะแบ่งแยกความสนใจจากลูกหนัง"

ไม่ได้หมายความว่าตัดเพื่อนตัดฝูง แต่เมื่อเราหมดหน้าที่หวดฟุตบอล ก็แค่อยากมีชีวิตปกติเฉกเช่นคนทำงานประจำ"

"จริงอยู่ผมอาจดื่มไวน์ทุกคืนไม่ได้ แต่ก็ต้องมีบ้าง" 

"ซูฮกว่า แมนเชสเตอร์ เป็นชุมชนน่าอยู่ ผมชอบหมู่บ้านเล็กๆ สามารถออกไปพักผ่อนหย่อนจิต กินอาหารกลางวันใช้เวลาร่วมกับครอบครัวโดยไม่ต้องขับรถเข้ากลางเมือง"

"บ้านเรามีความสุขมากที่นั่น อนึ่งตอนที่ผมยังหนุ่มแน่น เข้าวงการใหม่ๆก็ห้าวเป้งฝันอยากเล่นต่างแดน แต่มาตอนนี้บอกเลยแฮปปี้สุดๆฐานะ แมนฯ ซิตี้"   

นั่นคือทั้งหมดที่ศิษย์เก่า ลิเวอร์พูล อัพเดทชีวิตบนขวบปี 24 ฝน 24 หนาว ... แล้วใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์จากนี้ขัดเกลาความคมหวังส่องตาข่าย 'หงส์แดง' ในเกม คอมมิวนิตี้ ชีลด์ อาทิตย์หน้า ( 4 ส.ค.) 

////////////////////////////////////

Cr.thsport  ติดตามข่าวสารได้ที่เวปหลักของประเทศไทย www.mcfc.in.th

Views: 354

Reply to This

Replies to This Discussion

"จริงอยู่ แชมเปี้ยนส์ ลีกก็ยิ่งใหญ่สำหรับเราในฐานะสโมสร

แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็ยังเป็นการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก "

ส่วนแชมเปี้ยนส์ ลีก ก็แค่คว้าแล้วดูโก้  ?!?

ตายละว่า เจ้าริ่งพูดมาประมาณนี้

นึกเห็นภาพ สาวกเป็ด ทั้งที่นั่น แหละกะหลั่วบางราย

ได้กระแด่วชักดิ้นชักงอกันไปละ แหม่.. เอิ้กๆๆ...

แด่วๆๆๆ.......        เอิ้กๆๆ........

ตรรกะป่วยๆมาอีกแล้ว..

..เกิดอยากจะแผล็บบ๊อสขึ้นมาหรือไงเจ้าลิ่ง..

..การเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกมันสุดยอดอยู่แล้วสำหรับทีมที่ขับเคี่ยวกันในอังกฤษ..

..มันก็ต้องใช่น่ะแหละ..

..แต่เกาะอังกฤษก็เป็นเพียงประเทศหนึ่งในทวีปยุโรปเท่านั้น..

..แชมป์อังกฤษมันก็ต้องก้าวขึ้นไปสู่แชมป์ยุโรปที่มันยิ่งใหญ่มากขึ้น..

..วันนี้ยังทำไม่ได้ก็ต้องประกาศความมุ่งมั่นที่จะพยายามต่อสู้ต่อไปจนประสบความสำเร็จ..

..นั่นคือวิถึทางที่จะเป็นพลวัตขับเคลื่อนความก้าวหน้าให้กับทุกองคาพยพในองค์กรต่างๆ..

..เป็นแบบฉบับของความมุ่งมั่นใฝ่ฝัน (Ambition)ที่ผู้แสวงหาความสำเร็จพึงมีไว้ในใจ..

..ไม่ใช่พอทำไม่ได้แล้วก็ออกมาเฉไฉประมาณคำพูดที่ว่า..

"พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คือของจำเป็นที่คุณต้องเอาให้ได้ ..

..ส่วน แชมเปี้ยนส์ ลีก เหมือนคว้าแล้วดูโก้ .."

..ถ้า Mindset มันมีแค่นี้จริงๆมันก็เหมือนโลกของนายมันหยุดหมุน..

..หยุดความเคลื่อนไหวไปแล้วนะเจ้ารุ่งริ่ง !?!

ใช้ชีวิตดี ตอนนี้เทพไปแล้ว

คนเล็กนักเรียนโต

อาทิตย์นี้ยิงทีมเก่าหน่อยนะลิ่ง

RSS

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service