ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

คลิป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก Full Highlights 23.08.2553
Clip Manchester City 3-0 Liverpool Premier League Full Highlights 23.08.2010

คาร์ลอส เตเบซ ดาวยิงอาร์เจนไตน์ ยิงสองประตูช่วย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านถล่มเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปแบบขาดลอย 3-0 ที่สนามซิตี ออฟ แมนเชสเตอร์ ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา

โปรดทราบ : ใครดูคลิปแล้วไม่ยอมเขียนเม้นต์ข้างล่าง ขอให้แฟนหนีไปมีกิ๊ก 555+

ผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันที่ 23 สิงหาคม 2553
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ลิเวอร์พูล

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือ โรแบร์โต มันชินี จัดการส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ปีกที่เพิ่งย้ายมาจาก แอสตัน วิลลา ลงประเดิมสนามในนัดนี้เพื่อทำเกมทางริมเส้นร่วมกับ อดัม จอห์นสัน โดยมี คาร์ลอส เตเบซ ยืนเป็นหัวหอกตัวกลาง ขณะที่ รอย ฮอดจ์สัน โค้ชของ ลิเวอร์พูล เจอเรื่องปวดหัวเมื่อ ฮาเวียร์ มาสเชราโน ประท้วงไม่ลงสนามในเกมนี้จึงเป็นโอกาสของ ลูคัส เล่นตรงกลางกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ส่วนคู่หน้าเป็น เฟร์นานโด ตอร์เรส และ ดาวิด เอ็นก๊อก

เริ่มครึ่งแรก แมนฯ ซิตี้ ครองบอลเหนือกว่าอย่างชัดเจน ผ่านมาถึงนาที 8 ก็ได้ทักทายก่อนจากลูกยิงไกลระยะ 25 หลาของ อดัม จอห์นสัน บอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว แต่อีก 4 นาทีถัดมา เจ้าถิ่นก็ออกนำ 1-0 สำเร็จจากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ได้บอลจาก จอห์นสัน จนหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าเขตโทษ ก่อนตบเข้ากลางให้ แกเร็ธ แบร์รี แปด้วยซ้ายผ่านมือ เปเป เรนา เข้าซุกก้นตาข่าย

ลิเวอร์พูล แทบกดดันแผงหลังของเจ้าถิ่นไม่ได้ มาถึงนาที 19 เป็นโอกาสของ แมนฯ ซิตี้ อีกครั้ง เมื่อ แบร์รี สับไกจากนอกเขตโทษ แต่ยังไม่ตรงกรอบ กระทั่งเกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรก “หงส์แดง” มีลุ้นประตูแบบชัดเจนเป็นครั้งแรก เมื่อ ดาวิด เอ็นก๊อก เลี้ยงบอลตัดจากขวามาซัดตรงหน้าเขตโทษไปเข้าซอง โจ ฮาร์ท

จอห์นสัน มีโอกาสส่องจากนอกกรอบ 18 หลาอีกครั้งในนาที 37 บอลพุ่งหลุดโคนเสานิดเดียว หลังจากนั้นอีก 3 นาที มิลเนอร์ เปิดลูกเตะมุมมาให้ ไมกาห์ ริชาร์ดส์ โหม่งเหินข้ามคานออกไป ส่วน ลิเวอร์พูล มีโอกาสครั้งสุดท้ายก่อนหมดครึ่งแรกนาทีเดียว เมื่อ เฟร์นานโด ตอร์เรส เก็บบอลได้ตรงหน้าเขตโทษ ก่อนไหลบอลให้ สตีเวน เจอร์ราร์ด วิ่งมาซัดด้วยขวาไม่ตรงกรอบเช่นกัน หลังจากนั้นจบ 45 นาทีแรกไป

เกมครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล เริ่มต้นได้ดีในช่วง 5 นาทีแรก แต่กลับเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่มาทำสกอร์หนีห่าง 2-0 ในนาที 52 จากจังหวะเตะมุม มิลเนอร์ โยนบอลมาเข้าหัว ริชาร์ดส์ โหม่งเต็มศีรษะ บอลไปเข้าทาง เตเบซ ที่ยืนอยู่หน้าปากประตูตวัดลอดขา เรนา เข้าไป

เกมมาถึงนาที 56 ลูกทีมของ ฮอดจ์สัน มีโอกาสยิงประตูถึง 3 จังหวะ เริ่มจาก เจอร์ราร์ด ซัดจากนอกเขตโทษไปชนโคนเสา เดิร์ก เคาท์ ปั๊มบอลมาให้ ลูคัส ไหลต่อมาให้ เอ็นก๊อก ยิงตรงกลางเขตโทษติดเซฟ ฮาร์ท บอลยังมาเข้าทาง ตอร์เรส ซ้ำอีกดอก แต่ถูกนายด่านทีมชาติอังกฤษตามมาปัดทิ้งออกไปอีก

รูปเกมของ ลิเวอร์พูล ทำท่าว่าจะมีความหวัง แต่พอมาถึงนาที 68 ทีมต้องมาเสียลูกจุดโทษจากจังหวะที่ มาร์ติน สเคอร์เทล เสียบ จอห์นสัน ที่แตะบอลหนีกองหลังทีมเยือนหลุดเข้ามาจนล้มลงในเขตโทษ ก่อนที่ เตเบซ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดให้คะแนนบนสกอร์บอร์ดเปลี่ยนเป็น 3-0

ตอร์เรส เกือบจะยิงประตูตีไข่แตกให้ทีมเยือนในนาที 72 เมื่อใช้ความสามารถเฉพาะตัวล็อกหนี ริชาร์ดส์ หลุดมาซัดมุมแคบหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว หลังจากนั้นกองหน้าชาวสเปนก็ถูกเปลี่ยนตัวออกไป และ ไรอัน บาเบล ที่ลงมาแทนก็ได้โอกาสสับไกยิงในนาที 78 จน ฮาร์ท ต้องออกแรงปัดออกหลังไป แต่ช่วงท้าย แมนฯ ซิตี้ ก็ประคองเกมกระทั่งจบ 90 นาทีเป็นฝ่ายเอาชนะไปพร้อมเก็บสามคะแนนเต็ม

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท, แวงซองต์ กอมปานี, โคโล ตูเร, โจเลียน เลสคอตต์, มิกาห์ ริชาร์ดส์, ไนเจล เดอ ยอง, แกเร็ธ แบร์รี, ยายา ตูเร, คาร์ลอส เตเบซ, เจมส์ มิลเนอร์, อดัม จอห์นสัน
ลิเวอร์พูล : เปเป เรนา, มาร์ติน สเคอร์เทล, เจมี คาร์ราเกอร์, ดาเนียล แอกเกอร์, เกล็น จอห์นสัน, ลูคัส เลวา, สตีเวน เจอร์ราร์ด, มิลาน โยวาโนวิช, เดิร์ก เคาท์, เฟร์นานโด ตอร์เรส, ดาวิด เอ็นก๊อก

ข่าวจาก : www.manager.co.th     .

Views: 90

Reply to This

Replies to This Discussion

ว่าไงละเมื่อคืน โดนผมไป3ดอก โล่งมะละ...........อิอิ
ดีครับ
แจ๋วๆๆๆ
นัดหน้าขออีกสัก 4 ลูกจ้า

RSS

© 2021   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service