ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

เรืองานเข้า!ขาดทุนยับอาจไม่ได้เล่นUCL

กลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาทันทีสำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้โดยการขาดทุนย่อยยับ 121.3 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2009/2010 และในฤดูกาลนี้ที่อาจจะเพิ่มไปถึง 130 ล้านปอนด์อาจจะทำให้พวกเขาไม่ได้ลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นไป

หลังจากทางด้านฝ่ายการเงินของยูฟ่าได้เตรียมออกกฎให้สโมสรต่างๆที่จะลงแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกต้องทำกำไรให้ได้อย่างน้อยเท่าจุดคุ้มทุน โดยถึงแม้ว่าทางผู้สนับสนุนทางการเงินของสโมสรต่างๆ (สำหรับแมนฯ ซิตี้คือชีคร์ มานชูร์) จะสามารถสนับสนุนเงินให้ทางสโมสรได้ โดยในฤดูกาล 2013/2014 และ 2014/2015 เป็นจำนวนเงิน 39.54 ล้านปอด์ และอีก 26.36 ล้านปอนด์ในฤดูกาล 2015/2016 , 2016/2017 และ 2017/2018

จากปัญหานี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ต้องจัดการกับเงินที่จ่ายให้กับนักเตะในช่วงเริ่มฤดูกาลทุกๆปีตามสัญญาซึ่งมีมูลค่าประมาณ 50 ล้านปอนด์โดยเงินจำนวนนี้ยังไม่นับรวมค่าตัวของผู้เล่นที่พวกเขาจะซื้อและค่าเหนื่อยอีกด้วย

ในฤดูกาล 2009/2010 ซิตี้ขาดทุนจากการบริหารเป็นเงิน 55.1 ล้านปอนด์โดยส่วนใหญ่แล้วมาจากค่าเหนื่อยของนักเตะ และคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆในอนาคต

ไบรอัน มาร์วู้ดประธานผู้บริหารของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ออกมาบอกแล้วว่ายุคการใช้เงินมหาศาลดึงตัวนักเตะเข้ามาร่วมทีมนั้นได้ยุติลงแล้ว และต่อจากนี้ไปพวกเขาจะเน้นกระบวนการพัฒนาดาวรุ่งแต่อย่างไรก็ตามคาดว่านโยบายนี้ของซิตี้อาจจะไม่เพียงพอสำหรับการได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกเมื่อกฎใหม่ถูกนำมาใช้

นอกจากนี้อันเดร ทราเวโซ่หัวหน้าผู้ออกใบอนุญาตให้สโมสรที่จะได้ลงเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีกยังได้บอกด้วยว่าการกระทำใดๆที่พยายามจะอุดรอยรั่วของเงินที่ใช้ไปเพื่อให้ผ่านกฎและมีสิทธิ์ลงเล่นจะถือว่าเป็นการหลีกเลี่ยงกฎและไม่สามารถยอมรับได้

http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=330782

Views: 321

Reply to This

Replies to This Discussion

ก็ดูกันต่อไป
ช่างสรรหากฏกันจริงๆ

ไม่มีเงินก็อิจฉากันไป ความเป็นจริงของโลกเรา
กลัวอาร้าย เชื่อมะถ้าเข้าตาจน ชีคก็เอาบริษัทในสังกัดมาเป็นสปอนเซอร์ อาจสปอนเซอร์สนาม หรือเสื้อแข่งก็ได้ จ่ายงามๆ ก็มีรายได้เพิ่มละ


ขนาดผมยังคิดได้ ชีคจะคิดไม่ได้เชียวหรือ พวกแฟนบอลขี้อิจฉาทีมอื่นก็สะใจไป หารู้ไม่คนฉลาดและรวยไม่มีทางเข้าตาจน ^_^
นั้นดิ กลัวอะไร อิอิ
สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ กลายเป็นสโมสรแรกของประเทศที่สามารถทำกำไรจากผลประกอบการเกินกว่า 100 ล้านปอนด์ ทว่ากลับมีตัวเลขขาดทุน 83.6 ล้านปอนด์ จากผลประกอบการรอบ 1 ปีสิ้นสุด ณ สิ้นเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา นับเป็นการแสดงให้เห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเป็นหนึ่งในทีมที่มีมูลค่าการตลาดสูงสุดในโลก แต่ขณะเดียวก็สะท้อนถึงปัญหาที่ มัลคอล์ม เกลเซอร์ นำเข้ามานับแต่เทคโอเวอร์เมื่อ 5 ปีที่แล้ว
"เร้ด เดวิลส์" มีรายได้การถ่ายทอดสดและธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้น แต่ขณะเดียวก็ต้องจ่ายค่าดอกเบี้ย รวมทั้งค่าปรับจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ เกลเซอร์ ไปกู้มาซื้อทีม โดยหากเทียบผลประกอบการปีก่อนหน้านี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำกำไร 25.5 ล้านปอนด์ แต่ปัจจัยสำคัญในปีที่แล้วคือการขาย คริสเตียโน โรนัลโด ให้กับ รีล มาดริด ด้วยค่าตัวอันเป็นสถิติโลก 80 ล้านปอนด์นั่นเอง
เอาเข้าไปกฏอะไรของมาน !!
2013 โอ๊ย~อีกนาน

ถ้าทำทีมให้มีกำไลมากๆก็พอแล้วนิ

เวลายังเหลืออีก3ปีนิ

ไม่ต้องกังวลไป หลทางนี้รอดแน่นอน ปล่อยไอพวกสะใจหัวเราะไปก่อน

วันที่เราสำเร็จค่อยให้มันหัวเราะทั้งนํ้าตาไป....
ตอนนี้ให้ทีมหาสุดยอดนักเตะระดับโลกมาเยอะๆ แล้วค่อยรอดูปี 2013 อีกทีละกันครับพี่น้อง
โอ้ย ยังงัยก็ได้ไปมีเงินระดับนี้ไม่มีสมองก็ให้รู้กันไป
ตามไปอ่านที่เวป เจอแต่พวกขี้อิจฉาทั้งนั้นเลย เบื่อจริงๆสังคมไทย เห็นใครดีกว่าไม่ได้
ปีหน้าก็ได้เล่นแล้วเอาแชมป์มาติดมือกำไรก็ตามมา
ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ
แต่ว่าผมว่าควรเปลี่ยนทัศนะของทีมมากว่านะ
นักเตะแพงไม่เท่าไหร่หรอก
ค่าเหนื่อยแพงเวอร์เกินผมว่า
เอาเถอะๆ
ก็หวังว่าจะคว้าแชมป์มาชดเชย เงินที่ลงทุนไปแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำละกัน

RSS

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service