ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

ยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันกว่าจะทำแมนยูได้แชมป์แรก (1986-ปัจจุบัน)]อ่านเพื่อเพิ่มกำลังใจ

1969-1986
สโมสรได้พยายามหาตัวแทนที่เหมาะสมของบัสบี โดยใช้ผู้จัดการทีมไปหลายคน ได้แก่ วิฟ แมคกิวเนส, แฟรงค์ โอนีล ก่อนที่ ทอมมี โดเคอร์ตี้เข้ามาคุมทีมในปี 1972 เขาได้ช่วยทีมให้รอดจากการตกชั้น แต่อย่างไรก็ดี ทีมก็ได้ตกชั้นลงไปในปี 1974 แต่สโมสรก็ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาทันทีในปีถัดไป และยังได้เข้าชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพในปีต่อมาอีกด้วย จากนั้นก็ได้เข้าชิงชนะเลิศอีกครั้งในปี 1977 โดยครั้งนี้สามารถคว้าแชมป์ได้โดยการเอาชนะทีมลิเวอร์พูล เป็นการดับความหวังการคว้าสามแชมป์ในปีเดียวกันของหงส์แดงลงไป ถึงเขาจะทำหน้าที่ได้ดี แต่ก็ถูกไล่ออกหลังจากรอบชิงชนะเลิศปีนั้นเนื่องจากมีข่าวพัวพันกับภรรยาของนักกายภาพบำบัด
เดฟ เซกซ์ตันได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมต่อในฤดูกาล 1977-1978 และเปลี่ยนระบบการเล่นของทีมให้เน้นเกมรับมากขึ้น ระบบนี้ทำให้แฟนบอลไม่ค่อยพอใจมากนัก หลังจากทำทีมไม่ประสบความสำเร็จ เขาถูกไล่ออกในปี 1981
รอน แอคคินสันได้เข้ามาทำหนาที่นี้แทน เมื่อเขาเข้ามาก็ได้ทำลายสถิติซื้อขายสูงสุดของอังกฤษโดยการคว้าตัวไบรอัน ร็อบสัน มาจากเวสต์บรอมวิช รวมถึง การคว้าตัว เจสเปอร์ โอลเซน และกอร์ดอน สตรัคคั่น ในขณะที่มีนักเตะอย่างมาร์ค ฮิวจส์ และนอร์แมน ไวท์ไซด์ที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชนของสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้แชมป์เอฟเอ คัพในปี 1983
ปี 1985 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทำผลงานได้ดีในช่วงเปิดฤดูกาลโดยการชนะ 10 นัดรวด ทำให้มีคะแนนนำทีมอื่นถึง 10 คะแนนตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นทีมทำผลงานได้ไม่ดีและจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ของลีก ผลงานในปีต่อมาก็ไม่ได้ดีขึ้น ทีมต้องหนีการตกชั้น ทำให้รอน แอคคินสันถูกไล่ออกไป


ยุคของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน (1986-ปัจจุบัน)
อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้เข้ามาคุมทีมต่อ โดยในฤดูกาลแรกสโมสรจบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 แต่ในปีต่อมาก็ได้อันดับสองโดยไบรอัน แมคแคลร์ทำประตูได้ถึง 21 ประตู เป็นคนแรกของทีมหลังจากที่จอร์จ เบสต์เคยทำได้มาก่อนหน้านี้
ในปี 1989 เฟอร์กูสันเกิดความยากลำบากในการคุมทีมขึ้น เนื่องจากตัวผู้เล่นหลายตัวที่เขานำเข้ามาในทีมไม่เป็นที่พอใจของแฟนบอล มีข่าวออกมาว่าสโมสรจะปลดเฟอร์กี้ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมในช่วงต้นปี 1990 แต่การชนะนอตติ้งแฮม ฟอเรสต์ในรอบสาม ของเอฟเอ คัพ ก็ทำให้เขาสามารถคุมทีมต่อไปได้ จนคว้าแชมป์เอฟเอ คัพได้ในปีนั้น เป็นแชมป์แรกให้กับเขาในการคุมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
ฤดูกาล 1990-91 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ โดยการเอาชนะบาร์เซโลนา จากสเปน ในนัดชิงชนะเลิศ แต่ปีต่อมาทีมทำผลงานไม่ดีนักในพรีเมียร์ลีก
สโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในลอนดอนเมื่อปี 1991 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 18 ล้านปอนด์ จากนั้น สโมสรต้องเปิดเผยข้อมูลการเงินทั้งหมดสู่สาธารณะ
เอริค คันโตนาย้ายจากลีดส์ ยูไนเต็ดมาร่วมทีมเมื่อปี 1992 ส่งผลต่อความสำเร็จของทีมเป็นอย่างมาก ทำให้ทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนั้นทันที ซึ่งนับเป็นแชมป์ลีกหนแรกในรอบ 26 ปี นับจากที่ได้มาครั้งล่าสุดในปี 1967 ปีต่อมา ทีมได้ดับเบิลแชมป์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แต่ในปี 1994 นั้นเอง

 

ผมเชื่อว่าอีกไม่นานทีมของเรา "เรือใบสีฟ้า" ก็จะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนและยาวนานกว่าแมนยูแน่นอนคับ

Views: 1151

Reply to This

Replies to This Discussion

ถึงไม่ค่อยอยากชื่นชมเซอร์อันเล็กเท่าไหร่

แต่ว่าการทำทีมของเค้าถือว่าเริ้มจากตํ่าสุดจริงๆนะแหละนะ-0-

สำหรับมันโช่และซิตี้กว่าจะไปยิ่งใหญ่อาจจะต้องผ่านจุดนี้แหละนะ

แฟนๆจะทนได้รึเปล่านี่สิ....
เฟอร์กี้ใช้เวลา 4 ปี ก่อนคว้าแชมป์แรกได้

ก่อนที่จะเป็นตำนานกับแมนยูจนถึงปัจจุบัน

มันโช่ ก็ต้องผ่านจุดยากลำบาก

ฤดูกาลที่สองของเขา ผมไม่คิดว่าจะโดนปลดมกรานะ
สนับสนุนมันชินี่ ทองแท้ไม่แพ้ไฟรอดูกันต่อไปครับ
เฟอร์กี้ รอดตายเพราะ FA CAP ถ้าจำไม่ผิด ฮิวส์ นี่ล่ะที่ยิงประตูช่วยชีวิตไว้ แต่อย่าลืมความจริงที่ว่าสมัยก่อนกับสมัยนี้แตกต่างกันนะคับ (ในเรื่องของการรอคอย) สมัยก่อนทุกทีมมักให้เวลาทำทีมกับผู้จัดการ 4-5 ปี แต่สมัยถ้าเป็นทีมใหญ่นี้เต็มที่ก็แค่ 1-2 ปีเท่านั้น อย่างดีซิตี้น่าจะให้ปีนี้เป็นปีสุดท้าย คำว่าสุดท้ายของผมคือพัฒนาการ ถ้าจบไม่สวยคงไม่ได้ต่อ(คืออย่างน้อยผมมองว่า ถ้าได้ที่ 4 หรือแชมป์เล็กๆสักถ้วย หรือสักรองชนะเลิศยูโรป้า ก็น่าจะรอดตัว) เพราะ 500 ล้าน มันค้ำคออยู่น่ะสิ (เห็นมีแต่ลิเวอร์พูล ที่เป็นทีมใหญ่ทีมเดียวที่ยังให้โอกาสผู้จัดการทีมยาวนานมากกว่า 4 ปีทุกคน)
500 ล้าน มันโช่ ไม่ได้ใช้คนเดียวนะ จะเอาไปรวมไม่ไ้ด้หรอก

ตั้งแต่มันโช่ เข้ามา ถือว่า ซื้อได้ราคาดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ ไม่โดนโก่งราคามากเหมือนมาร์ค

และก็มี power ในการเลือกนักเตะได้ดีกว่าฮิวจ์เยอะด้วย แต่ก่อนนักเตะดังยี้แมนซิติ้เกือบทั้งนั้น

จะซื้อแต่ละที ต้องใช้กำลังเงินล้วนๆ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว


เงินไม่สามารถเนรมิตแชมป์ได้ทันทีทันใด ไม่งั้นกุนซือและนักเตะทั้งหลายไม่ออกมาขย่มแมนซิติ้

ว่า "เงินไม่สามารถซื้อความสำเร็จได้หรอก"

มันโช่ บอกว่า ทีมกำลังสร้าง และไม่ได้สร้างบนหลังคาลงมา แต่สร้างจากพื้นขึ้นไป และตอนนี้อยู่ขึ้นที่สอง

จะขึ้นไปอยู่ขั้นที่สามได้หรือไม่ มันโช่ต้องพิสูจน์ ถ้าทีมไม่แกว่งเกินไป แน่นอนจบฤดูกาลนี้ ต้องมีการประเมินผลจากเจ้าของทีมอยู่แล้ว

RSS

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service