ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

"เรือใบ เหนือกว่า ผี" ไทยรัฐเค้าบอกมา..

Views: 592

Reply to This

Replies to This Discussion

Pic_211610

 

ศึกดาร์บี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์ ครั้งที่ 161 ซึ่งเป็นการเจอกันครั้งแรกในฤดูกาลนี้ จบลงด้วยสกอร์เหลือเชื่อที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เมื่อ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาถล่ม “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยับเยินหมดรูปคาถิ่นโอลด์แทรฟเฟิร์ดถึง 6–1

สกอร์แพ้ยับคาบ้านถึง 1-6 นี้ เชื่อว่าไม่มีสาวก “ปิศาจแดง” คนไหน รับได้แน่นอน เป็นผลการแข่งขันที่ช็อกแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างยิ่ง

นับเป็นความปราชัยในโอลด์แทรฟเฟิร์ดที่ย่อยยับที่สุดของแมนฯยู ที่มีต่อแมนฯซิตี้ อริร่วมเมือง ในรอบ 56 ปี นับตั้งแต่ที่เคยโดน “เรือใบสีฟ้า” บุกมาถล่มชนะ 5-0 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1955

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่แมนฯยู เสียถึง 6 ประตู ในการเล่นที่โอลด์แทรฟเฟิร์ด นับตั้งแต่โดนฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ บุกยำ 6-0 และพ่าย นิวคาสเซิล 4-7 ในปี 1930 หรือเมื่อ 81 ปีก่อน

จุดเปลี่ยนที่นำมาซึ่งหายนะของทีมปิศาจแดงในเกมนี้ น่าจะอยู่ที่การโดนใบแดงไล่ออกของ จอนนี อีแวนส์ ซึ่งไปทำโปรเฟรชันแนลฟาวล์ ดึง
มาริโอ บาโลเตลลี กองหน้าจอมเกรียนของแมนฯซิตี้ ในจังหวะกำลังหลุดเดี่ยวกระชากเข้าไปในเขตโทษ

ถามว่าจังหวะนี้สมควรเป็นใบแดงหรือไม่ ต้องบอกว่าก็สมควรอยู่ เนื่องจาก มาร์ก แคลทเทนเบิร์ก ผู้ตัดสินเกมนี้ มองว่า อีแวนส์เป็นตัวสุดท้าย และบาโลเตลลีกำลังหลุดเดี่ยวเข้าไปทำประตู

พูดถึงบาโลเตลลีแล้ว ผมยกให้เขาเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้อย่างปราศจากข้อกังขา หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มเยี่ยม นอกจากยิงคนเดียวสองประตูแล้ว ยังมีส่วนทำให้อีแวนส์โดนไล่ออก เป็นเหตุให้แมนฯยูต้องเล่นแค่ 10 ตัว

บาโลเตลลียังคงความเป็น “จอมเกรียนตัวพ่อ” เมื่อฉลองการยิงประตูแรกของตัวเอง ด้วยการถลกเสื้อแข่งโชว์ให้เห็นเสื้อยืดตัวในที่มีข้อความบนหน้าอกว่า “Why Always Me?”

ถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า “ทำไมต้องเป็นตูอยู่เรื่อย” หรือหากเป็นสำนวนวัยรุ่นก็ต้องบอกว่า “อะไรๆก็กู” ก็คงได้

สมแล้วกับฉายา “นักเตะจอมเกรียน” จริงๆ

จะว่าไป เกมนี้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จัดตัวผู้เล่น 11 คนแรกแบบพิลึกยังไงชอบกลอีกแล้ว เพราะแทนที่จะส่ง “เจ้าถั่วน้อย” ฮาเวียร์ ชิชาริโต เฮอร์นันเดซ ลงเป็นตัวจริงในแดนหน้า

แต่กลับส่ง แดนนี เวลเบ็ค ลงล่าตาข่ายคู่กับ เวย์น รูนีย์ แทน

ซึ่งเห็นได้ชัดว่า เวลเบ็ค ยังไม่ดีพอที่จะลงเล่นในเกมใหญ่แบบนี้ เพราะตลอดทั้งเกมทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้เลย

ฝั่งแมนฯซิตี้นั้น ต้องซูฮกยกนิ้วให้กับการวางหมากแก้เกมของ โรแบร์โต มันชินี ยอดกุนซือชาวอิตาเลียน โดยเฉพาะการจับตายรูนีย์จนแผลงฤทธิ์ไม่ออก

ขณะที่แดนกลางของแมนฯซิตี้ ทั้ง ยายา ตูเร, กาเร็ธ แบร์รี, ดาวิด ซิลวา และเจมส์ มิลเนอร์ เล่นได้โดดเด่นมากทั้งรุกและรับ

ส่วนอเกวโรและบาโลเตลลีก็ประสานงานกันในแดนหน้าได้อย่างเข้าขารู้ใจ

ยิ่งแมนฯยูมีผู้เล่นโดนไล่ออกเหลือแค่ 10 ตัว ก็ยิ่งทำให้พลพรรคทีมเรือใบสีฟ้าเล่นกันง่ายมากขึ้น จนคว้าชัยชนะถล่มทลายในที่สุด

การบุกถล่มผีแดงเละ 6-1 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ คู่ควรกับการผงาดครองแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบ 43 ปี หลังเคยทำได้หนสุดท้ายเมื่อปี 1968

ต้องยอมรับว่า ชั่วโมงนี้ “เรือใบสีฟ้า” เหนือกว่า “ผีแดง”แล้ว.


หมวดแซม

ตอนนี้มันแน่นอนคับ อยู่ที่ทีมเราจะคงเส้นคงวารึป่าว แค่นั้นเอง

RSS

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service