ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

ก่อนเกิดเหตุการณ์ 19 ก.ย. 2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บินไปร่วมประชุมสหประชาชาติที่สหรัฐอเมริกา เมื่อทหารยึดอำนาจก็ไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทยอีกเลยจนถึงบัดนี้

ชีวิตหลังปฏิวัติ และความเป็นอยู่ของอดีตนายกฯ ในต่างแดนเป็นอย่างไร มีเพียงคำบอกเล่าของพ.ต.ท.ทักษิณ ทนาย และความเคลื่อนไหวเพียงผิวเผินที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ที่รู้กันแค่ว่านอกจากตระเวนทัวร์มารอบๆ เมืองไทย รับบรรยายพิเศษตามมหาวิทยาลัย ยามว่างก็ออกรอบตีกอล์ฟ

หนังสือ ทักษิณ WHERE ARE YOU? ชีวิตหลังปฏิวัติ โดย สุณิสา เลิศภควัต มีรายละเอียดมากกว่าที่ปรากฏเป็นข่าว "ข่าวสด" ได้สรุปเนื้อหาที่น่าสนใจไว้ดังนี้

พ.ต.ท.ทักษิณ พักอยู่ที่เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ที่พักสำหรับมหาเศรษฐีใจกลางกรุงลอนดอน ใช้รถโรลสรอยซ์คันใหญ่ ผู้เขียนได้พบกับพ.ต.ท. ทักษิณ ครั้งแรกหลังวันตัดสินยุบพรรคที่เห็นว่า อดีตนายกฯ ผิวขาวขึ้น หน้าตายังดูสดใส ไม่มีร่องรอยความเครียดใดๆ

การสัมภาษณ์เปิดประเด็นถึงความรู้สึกหลังการปฏิวัติ พ.ต.ท. ทักษิณ เล่าว่า ตอนที่เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติ กำลังเดินทางไปประชุมยูเอ็น ที่สหรัฐ ตอนที่เกิดเหตุกำลังนอนอยู่ในโรงแรม คืนนั้นหลังการปฏิวัติได้นั่งเครื่องบินมาที่ลอนดอน พักอยู่ประมาณ 1 เดือนก่อนที่ครอบครัวจะบินตามมา

อ่านต่อด้านล่าง

Views: 328

Reply to This

Replies to This Discussion

วันว่างในช่วงเดือนแรกหลังตกงานกะทันหัน อดีตนายกฯ ยอมรับไม่ได้ทำอะไรมาก เดินเล่นแก้เบื่อ แก้เซ็ง บางทีก็ขึ้นแท็กซี่ไปๆมาๆ อยู่แถวนั้น ช็อปปิ้ง กินข้าว หาอะไรทำแก้เหงาและไปประชุม ทำอยู่อย่างนี้ประมาณเดือนกว่า ที่เลือกอยู่อังกฤษเพราะลูกสาวเรียนอยู่ที่นั่นและเป็นประเทศประชาธิปไตย

น.ส.พิณทองทา ชินวัตร คือลูกสาวที่อดีตนายกฯ พูดถึง และเป็นคนแรกในครอบครัวที่ได้พบหลังปฏิวัติ วินาทีที่เจอกัน อดีตนายกฯ เล่าว่า พอลงจากเครื่องบินลูกก็วิ่งเข้ากอดบอกว่าพ่อๆ ดีแล้วนะ เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น หลังจากนั้นอีก 1 เดือน คุณหญิงพจมาน ชินวัตร นายพานทองแท้ ชินวัตร และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่เดินทางตามมาก็พูดเหมือนกัน

ขณะที่ พานทองแท้ คิดว่าพ่อเครียดกับเหตุการณ์เหมือนกัน แม้จะบอกว่าไม่เป็นไร เพราะปกติเป็นคนทำงาน อยู่เฉยๆ ไม่ได้ 1-2 อาทิตย์ก็เริ่มรู้สึกเหมือนทำอะไรไม่ถูก เครียดและซึมเศร้า เวลาไปเที่ยวหรือเพื่อนบินมาหาเขาจะดูสบายๆ ดูมีความสุข แต่คิดว่าเวลาเข้านอนก็รู้สึกอะไรเหมือนกัน เพราะพ่อเคยเล่าว่าพอกลับมาอยู่กับตัวเองไม่เจอคนก็รู้สึกเครียดบ้าง แม่เองก็ใจหายเพราะไม่เคยแยกกันนาน ไปเมืองนอกก็ไปด้วยกันตลอด พ่อตื่นขึ้นมาอันดับแรกต้องโทร.หาแม่ หกโมงเช้าต้องโทร.มาแล้ว
โอ๊คเล่าถึงเหตุการณ์ 19 ก.ย. ว่า ตอนนั้นเขาดูพระอยู่ที่ศูนย์พระห้างพันธุ์ทิพย์ พลาซ่า สาขางามวงศ์วาน ช่วง 4-5 โมงเย็น เลขาฯพ่อโทร. มาบอกว่าให้รีบกลับบ้านอาจเกิดเรื่องแต่เหตุการณ์เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แม่ก็เปลี่ยนใจโทร.มาบอกว่าอย่าเพิ่งกลับบ้านให้ไปที่อื่น จึงไปที่คอนโดฯแถวสาทร ดูทีวีกระทั่งมีการยืนยันว่าปฏิวัติจึงแวะไปบ้านลูกน้องที่บริษัทก่อนขับรถไปหาแม่ที่บ้านของเพื่อนน้อง เพราะแม่กับน้องไปนอนที่นั่น

โอ๊คยอมรับว่า ช่วงนั้นนอนบ้านคนโน้นคนนี้กันอยู่ 2-3 คืน แล้วกลับเข้าบ้าน แล้วก็อยู่บ้านทุกวันไม่ออกไปไหน 2 อาทิตย์ สุดท้ายบินมาอยู่กับพ่อที่อังกฤษเดือนกว่า ครอบครัวไม่ได้หนีไปอยู่ที่สิงคโปร์ตามที่มีข่าว

เหตุผลเลือกพักที่เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เป็นของเพื่อน ก่อนหน้านี้เวลามาอังกฤษก็พักที่นี่เสมอๆ เป็นสิบๆ ปีแล้ว ราคาค่าเช่า ห้องธรรมดาตกสัปดาห์ละ 84,000 บาท ห้องเพนต์เฮาส์ตก 350,000 บาทต่อสัปดาห์ แขกที่พักส่วนใหญ่ล้วนคนดังๆ จากทั่วโลก อาทิ ไมเคิล แจ๊กสัน คริสติน่า อากีเลร่า ลูซี่ ลิว พนักงานต้อนรับของ อพาร์ตเมนต์จัดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในกลุ่มคนดังเหมือนกันเพราะเห็นจากข่าวในทีวีอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะหลังติดต่อซื้อสโมสรแมนฯซิตี้

พ.ต.ท.ทักษิณ เผยว่าได้ซื้อบ้านที่นอกเมืองหลังหนึ่งอยู่ที่เวย์บริดจ์ เป็น หมู่บ้านจัดสรรอายุเป็นร้อยปี ซื้อต่อจากกัปตันอาวุโสของสายการบินที่อังกฤษในราคา 4 ล้านกว่าปอนด์ (280 ล้านบาท) จึงไม่ได้กลับมาที่อพาร์ตเมนต์ทุกวัน ส่วนน.ส.พิณทองทา ก็พักอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่
ชีวิตส่วนใหญ่ของอดีตนายกฯ ในอังกฤษ จึงเป็นการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังใหญ่ นอกเมือง กับคนรับใช้ 1 คน คนขับรถ 1 คน และคนติดตามอีก 1 คน ทุกคนล้วนบินตามมาจากเมืองไทย และแม่ครัวชาวไทยที่มาตั้งรกรากในอังกฤษนานแล้วมาทำงานเช้าไปเย็นกลับ

พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องนอนเพราะตั้งโต๊ะทำงานไว้ในห้องนอน นอกจากเรื่องงานแล้วก็มีฟังเพลง เขียนหนังสือเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง อ่านหนังสือเพราะกำลังจะสอนหนังสือ โทร.หาลูกเมีย และโทรศัพท์คุยงาน สั่งงาน ประสานงานเพราะจะเริ่มทำธุรกิจ

พ.ต.ท.ทักษิณยอมรับว่าค่าใช้จ่ายในอังกฤษแพงมาก ตกเดือนละ 2-3 ล้านบาท เทียบกับค่าใช้จ่ายที่เมืองไทยแค่ 1 ส่วน 3

เวลารู้สึกเบื่อๆ ไม่มีอะไรทำก็ซื้อหนังฝรั่งมาดู บางวันดูถึง 7-8 เรื่อง คอนเสิร์ตไทยก็ดูเพราะพรรคพวกซื้อมาฝาก อย่างคอนเสิร์ตดีพบลู 2 สีฟ้า หรือคอนเสิร์ต ใหม่ เจริญปุระ เพราะเห็นว่าเพลงทำให้ช่วยผ่อนคลายได้ดี "ผมร้องเพลงไม่เก่งแต่เวลามีคาราโอเกะร้องได้ทุกเพลง ร้องทั้งเพลงไทยและเพลงฝรั่ง เพลงวัยรุ่นอย่างซอมบี้ก็ร้องได้ เพลงรุ่นใหม่อย่างเสก โลโซ หรือเอ็นโดรฟินก็ร้องได้" อดีตนายกฯ ระบุ
พ.ต.ท.ทักษิณ สร้างความประหลาดใจให้ผู้เขียนด้วยการร้องเพลงของลีเดีย ที่ผู้เขียนบอกมารู้ตอนหลังว่าลีเดีย คือเพื่อนต่างวัยที่สนิทของอดีตนายกฯ และมีเหตุให้มาสนิทกันในช่วงเหตุการณ์ 19 ก.ย. ทำให้มีความสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ถึงขั้น ลีเดียเดินทางมาเยี่ยม พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เมืองนอกบ่อยๆ และร่วมทริปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันหลายครั้ง

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่าเขาไปเดินที่ห้างแฮร์ ร็อดบ่อยที่สุดเพราะใกล้ที่พัก และมีโอกาสเจอคนไทยก็บ่อย มีทั้งคนที่ชวนไปกินข้าวได้นั่งจิบกาแฟทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และคนที่มีท่าทีไม่อยากคุยด้วย คนต่างชาติก็เข้ามาทักบ้าง ส่วนใหญ่เป็นคนเอเชีย ได้โทร.หาคนที่มีความสนิทสนมส่วนตัวกันบ้าง ทักทายกันเป็นธรรมดา ผู้นำหลายประเทศที่มาอังกฤษก็โทร.หา เพื่อทักทาย ชวนกันไปกินกาแฟ

นอกจากห้างแฮร์ร็อด จะเป็นสถานที่ที่ทำให้เขาได้พบปะผู้คนมาก มายแล้วยังเป็นสถานที่ที่มีข่าวว่าอดีตนายกฯ นัดพบกับใหม่ เจริญปุระ นักร้องชื่อดัง เพราะอดีตนายกฯ ทักษิณ รู้จักและนับถือกันทั้งครอบครัวกับ รุจน์ รณภพ ที่เจอกันวันนั้นเพราะใหม่ติดต่อเพื่อนของพิณทองทา ว่าอยากมาพบเพื่อทักทาย ซึ่งเขาและใหม่ไม่ได้ไปเดินห้างกัน 2 คน มีลูกสาวและคนติดตามไปด้วยอีก 1 คน

เรื่องนี้โอ๊ค ยืนยันด้วยว่า คุณแม่พี่ใหม่อยากให้พี่ใหม่มาสวัสดีคุณพ่อ พี่ใหม่เลยฝากบอกมาทางเพื่อนของเอม เอมก็เลยมาบอกพ่อ คุณแม่ก็รู้เพราะพ่อบอกตั้งแต่ก่อนเจอพี่ใหม่แล้วและก็เจอกันครั้งนั้นครั้งเดียว
ข่าวการซื้อสโมสรแมนฯ ซิตี้ คาบเกี่ยวกับการอายัดทรัพย์ของคตส. ผู้เขียนถามอดีตนายกฯ ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่บอกแต่ผู้เขียนระบุว่า เงินส่วนใหญ่ที่ใช้ซื้อสโมสร มาจากการลงขันของนักธุรกิจระดับมหาเศรษฐีตะวันออกกลาง 1 ในนั้นคือเจ้าของสายการบิน เอมิเรตส์ ที่กำลังจะเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของทีมแมนฯ ซิตี้

ผู้เขียนระบุด้วยว่า คตส.แถลงอายัดทรัพย์ในวันที่ 11 มิ.ย. พ.ต.ท. ทักษิณ อยู่ที่ฮ่องกงกำลังจะกลับอังกฤษ ทำให้ มีข่าวหนาหูอดีตนายกฯ จะกลับเมืองไทย ใน 1-2 วัน ผู้เขียนโทรศัพท์สอบถามโอ๊คในทันที ซึ่งไม่กล้ารับประกันว่าพ่อของเขาจะกลับเมืองไทยในช่วงนั้นหรือไม่ โทร.เช็กจากคนใกล้ชิดอดีตนายกฯ ที่อังกฤษและเมืองไทย ทราบว่า มีการเตรียมตัวจัดคนไปรับส่งกรณี พ.ต.ท. ทักษิณ เดินทางกลับเมืองไทยแล้ว ที่สุดได้รับการยืนยันจากโอ๊คว่า พ่อของเขาไม่น่าจะกลับเมืองไทยในอาทิตย์หรือสองอาทิตย์นี้

การสัมภาษณ์ครั้งที่ 2 หลังคตส.ประกาศอายัดทรัพย์ อดีตนายกฯ กล่าวว่า หลังถูกอายัดทรัพย์จากนี้เขาต้องลำบากหน่อย ต้องกระเบียด กระเสียร รายได้หลังการอายัดทรัพย์ก็พอมีอยู่เดิมนิดหน่อย คงพออยู่ได้ ส่วนการดำเนินการต่อจากนี้ อดีตนายกฯ ระเบิดอารมณ์
"1.เขาไม่มีอำนาจตามกฎหมายเลย 2.ขั้นตอนที่อายัดไม่ใช่ขั้นตอนนี้ แต่ขั้นตอนนี้มันเป็นขั้นตอนการเมือง ไม่ใช่ขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำครั้งนี้เป็นการกระทำของคนที่ขาดความเข้าใจเรื่องของโลก เรื่องของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากการที่ไม่ยึดหลักกฎหมายที่ถูกต้อง แล้วเงินของเรา เงินผม ผมจะไปใช้อะไรคุณจะมายุ่งกับผมได้อย่างไร ตราบใดที่ผมใช้สิ่งนั้นถูกกฎ หมายภายใต้ระเบียบของแบงก์พาณิชย์และแบงก์ชาติ คุณต้องยุ่งกับผมไม่ได้"

"แน่นอนต้องต่อสู้ ต้องฟ้องกันทั้งทางแพ่ง ทางอาญาไปอีกนาน"

"ที่ทราบเรื่องเพราะเขาตีฆ้องร้องป่าวกันตั้งแต่เช้า พนักงานสอบ สวนต้องถือว่าผู้ต้องหาบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ากระทำความผิด ต้องให้ความเป็นธรรม แต่นี่พนักงานสอบสวนตีฆ้องร้องป่าวทุกวัน มันเป็นการเล่นการเมือง ไม่ใช่พนักงานสอบสวน ไม่ใช่พนักงานให้ความยุติธรรม เรียกพนักงานแก้แค้นทางการเมือง"

"ไม่ยุติธรรมตั้งแต่ต้น ส่งผู้ที่อยู่ตรงข้ามทางการเมืองขึ้นมาเป็นพนักงานสอบสวน ตั้งพนักงานสอบสวนก็รู้อยู่แล้วว่าเขาจะชำระบัญชี ผมไม่รู้ไปทำเขาเจ็บแค้นเรื่องอะไร"

"ก็หวังอย่างยิ่งว่าศาลจะไม่ถูกแทรกแซง เพราะเรื่องคดียุบพรรคตุลาการรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาก็ถูกแทรกแซง เรียกว่าคนที่มีปัญหาเพียงครึ่งเดียว แข็งครึ่ง อ่อนครึ่งก็ยังเข้าใจว่าแทรกแซง คนที่แทรกแซงมีคนเดียวที่ไม่ปกติ เป็นคนไม่ปกติมานานแล้ว"
รู้สึกอย่างไรที่มีคนพูดว่าเป็นเงินที่คุณทักษิณโกงมา?

"รู้สึกทุเรศ คนที่กล่าวหาผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำอย่างนี้ ซึ่งมันทุเรศมาก"

ได้ข่าวว่าเป็นเงินที่ใช้เป็นท่อน้ำเลี้ยง?

"ก็แล้วแต่จะกล่าวหา กล่าวหาท่อน้ำเลี้ยงตั้งแต่ตอนปฏิวัติใหม่ๆ แล้ว เดี๋ยวก็ท่อ ก็ท่อ ไม่รู้ท่ออะไร ไม่รู้บิดาใครชื่อท่อก็ไม่รู้"

ได้เอาเงินไปช่วยม็อบหรือไม่?

"ไม่ใช่ ต้องใช้เงินเท่าไหร่เชียว เขาก็มี ทุกวันนี้พยายามหาเรื่อง ที่เงินผมหายไป 2 หมื่นล้านเพราะเอาไปใช้อย่างนี้ เงิน 2 หมื่นล้าน หมื่นกว่าล้านอยู่ที่เมืองไทยเอาไปลงทุนในบริษัท ลงทุนหุ้นและซื้อที่ดิน ใครจะเก็บเงินสดไว้ทั้งหมด อีกส่วนเอามาลงทุนที่อังกฤษขออนุญาตแบงก์ชาติถูกต้อง"

คิดว่าพล.อ.สนธิ จะเล่นการเมืองหรือไม่?

"แน่นอน ลองดูต่อไปสิ"

แล้วตัวเองเปลี่ยนใจหรือยังที่บอกจะไม่เล่นการเมือง?

"ก็คงไม่เล่น ทุกวันนี้เขาถึงขนาดยอมเอาชาติพังทั้งชาติ เพราะต้องการขจัดผมออกจากการ เมืองคนเดียวถ้าผมขืนอยู่ต่อชาติจะพังมากกว่านี้"

คิดอย่างไรกับผลตัดสินยุบพรรค?

"มันเหมือนกับบอกว่า ประชาชนคราวหน้าผมจะเอาพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยที่ผมต้องการก็คือการเลือกให้ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ใช่หรือเปล่า"
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวถึงพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ด้วยว่า

"ไม่คิดอะไร ผมเป็นคนที่ชอบมองไปข้างหน้า ก็ยังถือว่าเขาเป็นรุ่นพี่ของผม เพียงแต่อยากบอกว่าในเมื่อเขาตัดสินใจเข้ามาตรงนี้แล้วก็ขอให้ทำให้ดี ทำให้เป็นก็แล้วกัน"

"ช่วงแรกๆ ก็โทร.คุยกัน แต่หลังๆ ไม่ได้คุยเพราะผมพยายามคุยกับเขาเรื่องสมานฉันท์ แต่เขาทำเฉยๆ ก็เลยไม่ได้คุยแล้ว"

อนาคตมีอะไรจะทำให้เปลี่ยนใจมาเล่นการเมืองอีกหรือไม่?

"ไม่มี พอแล้ว ให้เวลากับครอบครัว ผมอยากกลับไปสอนหนังสือ กลับเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ไม่อยากให้วุ่นวาย ไม่อยากให้ทะเลาะกันเพราะผม แต่ไม่เคยคิดเผื่อถ้าไม่ได้กลับจะไปอยู่ประเทศไหน เพราะเกิดที่ไทย ก็ต้องตายที่ไทย"

คอลัมน์ รายงานพิเศษ
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
การได้รับรู้ข่าวสารความเป็นอยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นสิ่งที่ดีแต่ตอนนี้คนสัมภาษณ์ ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต
ถูกกองทัพบกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยไปแล้ว จึงอยากจะให้เว็บนี้ปราศจากการเมืองมาคุยกันเรื่องฟุตบอลอย่างเดียวจะดีกว่า
ดีมากเลยครับที่เอามาเล่าสู่กันฟัง หวังว่าคงสบายดีนะครับท่านนายกทักษิณ
สนุกกับการคุมทีมไปเถอะท่าน การเมืองไทย ก็ปล่อยให้เขาทำกันไป ผลตอบแทนก็จะออกมาเองเมื่อคนไทยสุดจะทน.....
สมาชิกใหม่ครับแวะเข้ามาดูลาดเลา

RSS

© 2021   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service