ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

จาก สเตอร์ริดจ์ ถึง ซิตี้ : ''แล้วเราจะได้เห็นดีกัน''

จาก สเตอร์ริดจ์ ถึง ซิตี้ : ''แล้วเราจะได้เห็นดีกัน''

บิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านรอรับ ลิเวอร์พูล ถือเป็นเกมที่มีความหมายสำหรับ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ในฐานะศิษย์เก่าจะฉลองลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีกครบนัดที่ 100

ย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีก่อน สเตอร์ริดจ์ ประเดิมสนามนัดแรกต่อหน้ากองเชียร์เรือใบสีฟ้าด้วยความทรงจำไม่ดีเท่าไหร่ เปลี่ยนตัวลงมาเล่นในช่วง 16 นาทีสุดท้ายแต่ทีมต้องพ่ายคาถิ่นต่อ เรดดิ้ง 0-2

อย่างไรก็ตามนั่นถือเป็นการแจ้งเกิดกองหน้าทีมชาติอังกฤษความหวังใหม่แห่งวงการ

มาถึงตอนนี้ดาวยิงวัย 23 ปีเริ่มต้นปี 2013 เปลี่ยนแปลงชีวิตย้ายจาก เชลซี มายังถิ่นแอนฟิลด์ด้วยค่าตัว 12 ล้านปอนด์

เขาตอบแทนกับสิ่งที่ "หงส์แดง" ลงทุนไปด้วยการประเดิมพังประตูนัดแรกได้ทันทีจากนั้นซัลโวอีกเกมละสองเม็ดใน อีก 2 เกมจนสร้างสถิติยิง 3 ประตูติดต่อกันใน 3 นัดแรกนับตั้งแต่ตำนานคนก่อน เรย์ เคนเนดี้ เคยทำเอาไว้เมื่อปี 1974

เกมวันอาทิตย์นี้ สเตอร์ริดจ์ กลับมาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้งพร้อมกับความท้าทายรออยู่ นั่นก็คือนับจากเปลี่ยนปฎิทินปี 2013 ซิตี้ ยังไม่เคยเสียแม้แต่ประตูเดียวนานถึง 555 นาที

"มันเหมือนปลดน้ำหนักออกจากบนบ่าทั้งสองข้างหากคุณเริ่มต้นได้ดี"

"มันคือการเริ่มต้นที่ดีแต่ผมรู้ดีว่ายังต้องทำอะไรอีกเยอะมาก นี่แค่เศษเสี้ยวนึงเท่านั้นจากตัวผม"

"เมื่อผมลงเล่นต่อเนื่องสัปดาห์ต่อสัปดาห์จนสภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์เต็มร้อย ผมหวังว่าผมยังสามารถแสดงศักยภาพออกมาให้เห็นไปอีกหลายเดือนและหลายปีข้าง หน้าที่กำลังจะมาถึง "


แน่นอนกองหน้าสหราชอาณาจักรต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ลิเวอร์พูล นี่แหละคือสโมสรที่เพอร์เฟ็กต์สำหรับเขามากที่สุด

"ผู้คนอาจจะไม่ทราบว่าจากเด็กหนุ่มในวัย 17 ปีจนถึงตอนนี้ทำงานภายใต้กุนซือถึง 7 คน มันยากสำหรับผมต่อการปรับตัวเข้ากับแท็กติกส์ที่แตกต่างออกไปของโค้ชแต่ละ คน"[/i]

อย่างไรก็ตาม ดาเนี่ยล เองอยากให้รู้ว่าเขาตัดสินใจถูกแล้วที่เดินจากถิ่นอัตติฮัด สเตเดี้ยมเมื่อซัมเมอร์ปี 2009 หลังไม่สามารถตกลงสัญญาฉบับใหม่ได้

"ผมหวังว่านี่คือสโมสรที่ผมลงหลักปักฐานและอยู่ไปอีกหลายปี ผมต้องขอบคุณ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือที่ให้โอกาสผมเล่นหน้าตัวเป้า "

"จากเด็ก 7 ขวบจนถึง 19 ปี ผมเล่นในตำแหน่งหน้าตัวเป้า ผมพังประตูได้เสมอ ดังนั้นมันไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับผม"


การได้มาอยู่ในเมอร์ซี่ไซด์ทำให้ สเตอร์ริดจ์ ได้ร่วมงานกับกองหน้าระดับโลกอย่าง หลุยส์ ซัวเรซ

เขาจึงหวังว่าจะกลายเป็นที่จดจำในฐานะคู่หูกองหน้าระดับตำนานเจริญรอยตาม แอนดี้ โคล-ดไวท์ ยอร์ค ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ เดนนิส เบิร์กแคมป์-เธียร์รี อองรี จาก อาร์เซนอล

"บางครั้งมันเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน หากคุณมองดู เธียร์รี อองรี เล่นกับ เดนนิส เบิร์กแคมป์ หรือ ดไวท์ ยอร์ค และ แอนดี้ โคล ทั้งสองคู่คือกองหน้าที่เข้าขาได้อย่างลงตัวเป๊ะ"

"มัน เร็วเกินไปที่จะเอาไปเปรียบเทียบ แต่ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีระหว่างผมและ หลุยส์ คุณต้องเล่นกับใครสักคน คุณต้องประสานงานอย่างเข้าขาและสามารถสื่อสารทางจิตกันได้แบบมองตาก็รู้ใจ"

"มันดูง่ายกับการเล่นเคียงข้าง หลุยส์ เพราะเหมือนกับว่าเราสื่อสารผ่านโทรจิตซึ่งอยู่ในคลื่นเดียวกันและเข้าใจกัน ได้ มันกำลังไปได้สวย และผมมั่นใจว่ามันจะดีขึ้นเรื่อยๆ"

"สิ่งสำคัญที่เราฝึกซ้อมหนักๆร่วมกันอย่างต่อเนื่องและด้วยความเป็นเพื่อน ร่วมทีมทำให้มั่นใจว่าเราจะพาทีมไต่อันดับขึ้นไปอยู่บนหัวตาราง"


สำหรับความทรงจำที่ สเตอร์ริดจ์ ฝากผลงานไว้กับ ซิตี้ ก็คือยิง 6 ประตูใน 32 เกมแต่ยังไม่เคยซัลโวตาข่ายทีมเก่าของเขามาก่อน ดังนั้นเกมวันอาทิตย์ถือเป็นโอกาสที่ดี

"ตอนนี้ผมโตขึ้นกว่าตอนอยู่ ซิตี้ แล้ว ผมพร้อมเล่น ผมเฝ้ารอเกมนี้อย่างใจจดใจจ่อ"

_________________

เครดิต soccersuck

Views: 532

Reply to This

Replies to This Discussion

ไอเด็กแสบ เชื่อสิเล่นไม่ออกหรอก ขอให้ไปเก่งเกมอื่นก้อแล้วกันนะ อิอิ

โดนโห่ก่อนอันดับแรก

เรือใบ จะต้อนรับนายอย่างดี ฮ่าๆ

..น่าลุ้นเก็บสามแต้มจากหงส์ ความจริงวันเสมอ QPR เรือก็เล่นดี

เพียงแต่หอกทั้งสามยังไม่เฉียบคมพอเท่านั้นเอง..

ในสถานการณ์ที่ไร้ยาย่าและกอมปานีรวมทั้งนาสตาซิช

การ์เซียเปลี่ยนตำแหน่งลงมาเล่นเซ็นเตอร์แบ็คก็เล่นได้ดีจนได้เป็น MOM..

เจอหงส์ในบ้านพรุ่งนี้เสียงเพลง Blue Moon จะกึกก้องเป็นพลังเชียร์ที่ยิ่งใหญ่..

เรือต้องเก็บสามแต้มสำคัญให้ได้เพื่อไล่จี้ผีแดงต่อไป ซิตี้ สู้สู้ !!

อะจร้า...โม้ปะละ

สัมผัสบอลเมื่อไหร่มีเสียงโห่รอบทิศทางคับ...

RSS

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service