ชีวิตไม่ขาดบอลวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561
พรีเมียร์ลีก
18.30 น. เชลซี - แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด beIN Sport 1(676)
21.00 น. คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ - ฟูแล่ม beIN Sport 5(696)
21.00 น. บอร์นมัธ - เซาแธมป์ตัน beIN Sport 6(697)
21.00 น. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - เบิร์นลี่ย์ beIN Sport 1(676)
21.00 น. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด - ไบรจ์ตัน beIN Sport 4(679)
21.00 น. วูลฟ์เวอร์แฮมป์ตัน - วัตฟอร์ด beIN Sport 2(677)
21.00 น. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด - ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ beIN Sport 3(678)
23.30 น. ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ - ลิเวอร์พูล beIN Sport 1(676)
บุนเดสลีก้า
20.30 น. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น - ฮานโนเวอร์
20.30 น. เอาส์บวร์ก - แอร์เบ ไลป์ซิก
20.30 น. สตุ๊ตการ์ท - โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ Fox Sports 2(689)
20.30 น. เนิร์นแบร์ก - ฮอฟเฟ่นไฮม์ Fox Sports 3(690)
20.30 น. โวลฟ์สบวร์ก - บาเยิร์น มิวนิค Fox Sports HD(680)/PPTV
23.30 น. ชาลเก้ - แวร์เดอร์ เบรเมน Fox Sports 2(689)
ลาลีก้า
18.00 น. เรอัล มาดริด - เลบานเต้ beIN Sport 2(677)/PPTV
21.15 น. บาเลนเซีย - เลกาเนส
23.30 น. บีญาร์เรอัล - แอตเลติโก้ มาดริด beIN Sport 2(677)
01.45 น. บาร์เซโลน่า - เซบีญ่า beIN Sport 2(677)
เซเรีย อา
20.00 น. โรม่า - สปาล
23.00 น. ยูเวนตุส - เจนัว beIN Sport 3(678)/PPTV
01.30 น. อูดิเนเซ่ - นาโปลี beIN Sport 4(679)
ลีกเอิง
22.00 น. เปแอสเช - อาเมียงส์ PPTV
01.00 น. ก็อง - แก็งก็อง
01.00 น. ดิฌง - ลีลล์
01.00 น. น็องส์ - ตูลูส
01.00 น. แร็งส์ - อ็องเชร์ส
01.00 น. สตราสบูร์ก - โมนาโก beIN Sport 3(678)

Members

บทความ(จริง)"ในฝัน" เขียนโดย ราฮีม สเตอร์ลิง / อย่าให้สื่อทำร้ายเขา

บทความ(จริง)"ในฝัน" เขียนโดย ราฮีม สเตอร์ลิง

เขียนโดย ราฮีม สเตอร์ลิง ผ่าน เดอะ เพลเยอร์ส ทริบูน

แปลโดย Big #6041204 

ลูกสาวผมนิสัยทะเล้นเอาเรื่อง​ แม่ของผมบอกเสมอว่าเมื่อเด็กโตจนถึงอายุ​ 6 ขวบเมื่อไร​ พวกเขาจะเริ่มมีความคิดความเห็นเป็นของตัวเอง​ ในช่วงที่ผมเพิ่งคว้าแชมป์ลีก​กับซิตี้ ได้​ 100 แต้มในลีก​ วันหนึ่งลูกสาวผมก็วิ่งเล่นรอบบ้านร้องเพลงไปพลาง​

เธอไม่ได้สนใจสิ่งที่ผมเพิ่งพิชิตมาหรอก​ ที่สำคัญ​คือเธอไม่ได้สนใจซิตี้​เลยด้วยซ้ำ​ เพราะเธอมันเดอะค็อปตัวยง​ เธอวิ่งไปรอบๆบ้านเหมือนกับที่พ่อของเธอวิ่งในสนาม​ อกผาย​ หลังโก่ง​ แขนสะบัดไปมา คุณคงไม่เชื่อแต่เพลงที่เธอร้องคือเพลงเชียร์​ที่เดอะค็อปแต่งให้โม​ ซาลาห์​นั่นแหละ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ​ สาวน้อยคนนี้แสบเอาเรื่อง

แต่เชื่อผมเถอะ​ นิสัยเธอไม่ต่างจากผมเลย​ ถ้าเธอไม่รู้​จักคุณ​ เธอจะไม่ปริปากพูดกับคุณเลย​ แล้วเธอก็จะเป็นอย่างนั้นจนกว่าเธอจะเชื่อใจคุณ​ คนในครอบครัว​ผมนิสัยแบบนี้กันทุกคน

ผมมีเรื่องที่อยากจะเล่าให้คุณ​ฟัง​ แต่ผมจะเชื่อใจคุณได้ไหม​ แล้วคุณ​อยากฟังจริงๆหรือเปล่า​ ถ้าคุณอ่านบทความหนังสือพิมพ์​ คุณอาจคิดว่าคุณ​รู้จัก​ผม​แล้ว​ รู้เรื่องราว​ของ​ผม​แล้ว​ แต่คุณ​รู้​มันจริงๆ​หรือเปล่า

ผมเสียพ่อไปตั้งแต่ผมอายุ​ 2 ขวบ​ ชีวิตครอบครัวผมพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ​ ไม่นานหลังจากนั้น​แม่ของผมบินไปไกลถึงอังกฤษ​เพื่อไปเรียนต่อ​ เพื่อจบมาจะได้มีโอกาสชีวิต​ที่​ดีกว่า​ ทิ้งผมกับพี่สาวไว้กับยายที่เมืองคิงส์ตัน​ ประเทศจาเมกา​ ตอนนั้นผมไม่เข้าใจแม่เลย​ หลายต่อหลายปีที่ผมมองเด็กคนอื่นอยู่กับแม่ของพวกเขา​ ผมอิจฉาเด็กพวกนั้นมาก​ ช่วงที่​อยู่กับยายมันเยี่ยม​มาก​ครับ​ แต่เด็กวัยนั้นใครก็อยากอยู่​ใกล้ๆแม่กันทั้งนั้น

โชคดี​ที่ผมมีฟุตบอล​ สมัยเด็กๆเวลาฝนตก​ เด็กแถวนั้นจะออกมาเตะบอลกันบนลานแฉะๆ​ เตะทีน้ำกระจาย​ แม้จะเลอะแต่ก็​สนุกไม่เบา​ ภาพตอนนั้นมันฝังลึกอยู่ในใจทุกครั้งที่นึกถึงจาเมกา​ ที่นั่นไม่มีเด็กคนไหนหลบฝนอยู่บ้านหรอก​ คุณออกมาสนุกอยู่นอกบ้าน​ อีกอย่างหนึ่ง​ที่​ผมจำได้​แม่นเลยคือผมมักจะขอเงินยายไปซื้อไอศกรีม​รสซีเรียลเกรปนัท

ผมบอกไว้เลยว่าคุณต้องลอง​ มันเป็นอะไรที่เติมเต็ม​ชีวิตมาก​ เสียดายที่อังกฤษ​ไม่มีของแบบนี้แต่มันยอดมาก​ หลัง​เตะบอลเสร็จผมจะบึ่งไปที่ร้านขายของชำแถวนั้น เคาะประตู​ แล้วเจ้าของร้านก็จะออกมาถามคุณว่าอยากได้อะไร

นั่นละจาเมกา​ ทุกคนขยันหาเช้ากินค่ำ​ ทำงานหาเงินเท่าที่ตนเองพอจะทำได้​ ร้านขายของชำนั่นมีทุกอย่าง​ ตั้งแต่ข้าวสารยันไอศกรีม

เด็กอย่างผมคงไม่รู้​หรอก​ ว่าแม่ก็เป็น​หนึ่ง​ใน​นั้น​ ทำงานอย่างหนักเพื่อให้เราได้สบาย​ พอผมอายุได้​ 5 ขวบ​ ผมก็ย้ายตามแม่ไปอยู่ที่ลอนดอน​ ช่วงแรกผมลำบากมาก​ ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมด​ ผมต้องปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรม​และ​สภาพแวดล้อมที่​เปลี่ยนไป​ ยิ่งกว่านั้น​ครอบครัวเราก็ไม่ได้มีเงินมากมาย​ แต่ผมและพี่น้องก็มีทุกอย่างที่จำเป็น​เพราะแม่คงไม่ยอมให้พวกผมลำบากอย่างแน่นอน

แม่ผมทำงานเป็นแม่บ้านในโรงแรมเพื่อส่งตัวเองเรียน​ ผมยังจำได้ดี​ ผมต้องตื่นมาตั้งแต่ตี​ห้าเพื่อมาช่วยแม่ล้างห้องน้ำในโรงแรมแถวสโตนบริดจ์​ (ไม่ไกลจากสนามเวมบลีย์)​ ก่อนไปโรงเรียน​ ผมมักจะเกี่ยงล้างห้องน้ำกับพี่สาวอยู่เสมอ​ เพราะปูเตียงนอนมันดีกว่าเยอะ

สนุกที่สุดคือหลังเสร็จ​งาน​ แม่จะให้พวกเราเลือกขนมอะไรก็ได้จากตู้กดหน้าโรงแรม​ ซึ่งทุกครั้งผมก็จะเลือกช็อกโกแลต​สอดไส้มะพร้าว​ ยี่ห้อ​เบาน์ตี​ บาร์​ สุดโปรด

ครอบครัว​ของผมไม่ได้มั่งมี​ เราต้องใช้ชีวิตอย่างประหยัด​ ผมมักทำนั่นนี่หล่นแตกพังเสมอ​ เป็นข้ออ้าง​ที่ดีเยี่ยมที่จะขอแม่ออกนอกบ้าน​ ซึ่งแม่ก็จะตอบว่า​ "ได้​ แต่​ห้ามออกจากบริเวณ​บ้านนะ" แม่รู้ใจผมเสมอ​ ท่านมักจะแก้เผ็ดผมได้เสมอเวลาผมอยากออกไปซนนอกบ้าน

มองย้อนกลับไป ผมรู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน​ ช่วงผมเข้าเรียนประถมใหม่ๆผมดื้อมาก​ ดื้อถึงขนาดทำแม่ประสาทได้เลย​ ผมไม่ได้ดื้อแบบนิสัยไม่ดีนะ​ แต่ผมไม่ฟังใครเลย​ ผมไม่ได้อยากนั่งฟังครูพูดทั้งวันหรอก​ ผมจดจ้องแต่นาฬิกา​ อ้อนขอให้มันเดินถึงช่วงพักไวๆ​ จะได้หาอะไรลองท้อง​ แล้วไปเตะบอลในสนาม​ ราวกับว่าตัวเองคือโรนัลดินโญ​ ผมสนอยู่แค่นั้น​จริงๆ

ผมซนมากจนผมถูกย้ายโรงเรียน​ เพราะโรงเรียนเก่าแจ้งแม่ผมว่าผมต้องอยู่ในบรรยากาศ​ที่เคร่งกว่านี้​ ผมถูกย้ายมาอีกโรงเรียน​ หนึ่งห้องเรียน​มีเด็กหกคน​ แต่มีครูตั้งสามคน​ ที่แบบนั้นไม่มีที่ให้ผมหนีได้เลย

ผมนั่งรถไปและกลับโรงเรียน​ทุกวัน​ ทุกวันรถจะวิ่งผ่านโรงเรียนอื่นในละแวกนั้น​ ผมเห็นนักเรียนเดินไปโรงเรียน​กันเอง​ พูดคุยเล่นกันสนุกสนาน​ ผมพูดกับตัวเองว่าผมก็อยากมีชีวิตแบบนั้น​ อยากเป็นเหมือนเด็กพวกนั้น​ ผมไม่ใช่เด็กผิดปกติ​ ผมแค่เงียบ​เพราะผมไม่อยากฟังคนอื่น​ ผมอยากฟังแม่ผมคนเดียวเท่านั้น​เอง

ผมทำตัวเป็นเด็กดีอย่างสุดๆ​ ปีต่อมาผมก็สมหวังได้ย้ายไปอยู่โรงเรียนขนาดใหญ่​ แต่ชีวิตผมเปลี่ยนไปจากการได้รู้จักกับชายที่ชื่อไคลฟ์ เอลลิงตัน​ เขาเป็นเหมือนพี่เลี้ยงของกลุ่มเด็กกำพร้าพ่อในละแวกบ้านผม​ เขามักจะพาเราไปทั่วลอนดอนในช่วงสุดสัปดาห์​ พาไปหาประสบการณ์​ใหม่ๆในชีวิต​ หรือบางทีก็ไปเล่นสนุกเกอร์​ เขาดีกับพวกเรามาก​ จนมาวันหนึ่งเขาถามผมว่า​ "ราฮีม​ เธออยากเป็นอะไร"

เป็นคำถาม​ที่ง่ายมาก​ แต่ตอนนั้นผมไม่เคยคิดแบบนั้น​ ชีวิตประจำวันของผมก็มีแค่เล่นฟุตบอล​บนถนน​ ขี่จักรยาน​เล่นกับเพื่อน​ ทำตัวเหมือนเด็กธรรมดาๆ

"ผมชอบเล่นฟุตบอล" ผมตอบ

เขาพูดต่อว่า​ "ฉันมีทีมที่เล่นในลีกวันอาทิตย์​ มาเล่นกับพวกเราไหมล่ะ"

วันที่เปลี่ยน​ชีวิตผมไปตลอดกาล​ ตั้งแต่วันนั้น​ ชีวิตมีแต่ฟุตบอล​ ฟุตบอล​ ฟุตบอล​ คลั่งเลยล่ะ เริ่มมีแมวมองจากสโมสรใหญ่​ทั่วลอนดอน​มาตามดูผมตอนอายุ​ 10 หรือ​ 11 ฟูแลม​บ้าง อาร์เซนอล​บ้าง​ เมื่อทีมที่ดังที่สุดในลอนดอนอย่างอาร์เซนอล​ต้องการคุณ​ คุณคงอดคิดไม่ได้ว่า​ยังไงคุณก็ต้องไป ผมเที่ยวบอกเพื่อนผมใหญ่เลยว่าผมกำลังจะไปที่นั่น

วันหนึ่ง​ผมนั่งคุยกับแม่​ แม่บอกรักผม​ แต่ท่านไม่อยากให้ผมไปอยู่กับอาร์เซนอล​ ผมก็งงสิ​ แต่แม่บอกว่า​ "ถ้าลูกไปที่นั่น​ จะมีเด็กอายุเท่าๆลูกอีก​ 50​ คนที่ฝีมือ​ไม่แพ้ลูก​ ลูกต้องไปในที่ๆลูกมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีม"

แม่ชักชวนให้ผมไปคิวพีอาร์​ มันอาจจะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิต​ผม​ก็เป็นได้​ ที่คิวพีอาร์​พวกเขาจัดหนักกับผมมาก​ ช่วงนั้นค่อนข้างลำบากเพราะแม่ไม่ต้องการ​ให้ผมไปซ้อมคนเดียว​ จึงเป็นหน้าที่ของพี่สาวที่ต้องไปสนามซ้อมกับผม

ผมนั่งรถเมล์​สามต่อเพื่อไปซ้อม​ ออกจากบ้าน​ประมาณบ่ายสามสิบห้า​ กว่าจะกลับถึงบ้านก็ห้าทุ่ม​ ทุกๆวัน​ พี่สาวผมจะรออยู่ที่คาเฟ่​ชั้นบนจนผมซ้อมเสร็จ​ คุณลองคิดดู​ เด็กสาวอายุ​ 17​ ผู้ติดตามน้องชาย​มาสนามซ้อม​ ตัวติดกันราวกับตังเม​ แต่ผมไม่เคยได้ยินเธอบ่นเลยสักคำ

ตอนนั้นผมก็ไม่รู้​สึกหรอกว่าพี่สาวเสียสละเพื่อผมมากขนาดไหน​ แม่กับพี่ทำให้ผมมีวันนี้​ ครอบครัวทั้งครอบครัวสำคัญ​กับผมมาก​ ถ้าไม่มี​พวกเขา​ วันนี้​พวกคุณ​คงไม่รู้จักผมด้วยซ้ำ

แต่เรื่องมันไม่จบแค่นี้

ผมโตมาในเงาแห่งความฝัน​ ผมเฝ้ามองสนามเวมบลีย์​ที่ถูกบูรณะ​ใหม่​จากสวนหลังบ้าน​ วันหนึ่ง​ผมเดินเล่น​แล้วก็มองไปเห็นเสาเหล็กโค้งสูงตระหง่าน​ แลดูคล้ายภูเขาสูงเหนืออาคารแฟลตในบริเวณ​นั้น​ ผมเล่นฟุตบอล​แถวลานข้างๆบ้าน​ เวลาผมยิงได้​ ผมจะฉลองด้วยการมองขึ้นฟ้า​ เสาโค้งนั่นมันจะอยู่​เหนือหัวผมพอดี​ มันรู้สึก​เหมือนคุณ​ได้เล่น​อยู่​ในนั้นจริงๆ

ผมคิดในใจว่า​ วันหนึ่ง​ผมต้องไปเล่นที่นั่น​ ผมทำได้แน่

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เชื่อแแบบนั้น​ ตอนผมอายุ​ 14​ ผมใช้ชีวิต​อย่างเก่าในห้องเรียน​ จนครูของผมทนไม่ไหว​ ครูถามผมว่า​ "ราฮีม​ เธอเป็นอะไร​ ชีวิตเธอจะมีแค่ฟุตบอล​หรืออย่างไร มีเด็กอีกเป็นล้านที่อยากเป็นอย่างเธอ"

ผมคิดในใจว่าโอเค​ ผมเคยได้ยินเรื่องทำนองนี้​มามากจนชินละ

ครูถามต่อว่า​ "เธอพิเศษ​อะไร​หนักหนา"

ผมอึ้งเลย​ ในใจก็คิดตามคำถามนั้น​ คำตอบในใจที่ผมได้คือ​ "เดี๋ยวก็รู้"

ผมติดทีมชาติอังกฤษ​ชุด​ U-16 สองเดือนถัดจากนั้น​ ผมจ่ายบอลให้เพื่อนยิงสองครั้งในเกมกับทีมชาติ​ไอร์แลนด์​เหนือ​ ไฮไลท์ของเกมนั้นถูกถ่ายทอดบนโทรทัศน์​ ผมกลับไปโรงเรียนในวันจันทร์​ จากที่เคยสงสัยในตัวผม​ ครูกลายมาเป็นหนึ่งในแฟนพันธุ์​แท้​ของผมเลย​ มันมีความหมาย​กับ​ผมมาก​ มองกลับไปมันก็ตลกดี

จุดพลิกผันอีกครั้งคือตอนอายุ​ 15​ ลิเวอร์พูล​ต้องการผมไปร่วมทีม​ แต่มันห่างจากบ้านผม​ 3 ชั่วโมง​ (ถ้านั่งรถไฟ​ความเร็ว​สูง)​ ผมยังจำได้ดีถึงวันที่ผมบอกกับแม่ว่าผมอยากไป​ ผมยังรักเพื่อนที่บ้านใกล้ๆกันทุกคน​ แต่ตอนนั้นอาชญากรรม​กับการแทงกันเริ่มมีมากขึ้น​ ผมจึงอยากไปที่อื่นเพื่อตั้งสมาธิ​กับฟุตบอล​เพียงอย่าง​เดียว

ผมตั้งสมาธิกับตัวเอง​ แม่ผมเสียสละ​ทั้งชีวิตเพื่อให้ผมมาถึงจุดนี้​ พี่สาวผมเสียสละ​ทั้งชีวิตเพื่อให้ผมมาถึงจุดนี้​ เมื่อผมมาถึงนี่แล้ว​ ผมจะทำให้เต็ม​ที่

ตลอดสองปีผมเก็บตัวเงียบมาก​ ถามเพื่อนๆผมได้​ ถ้าได้หยุกพักผมจะนั่งรถไฟลงมาเยี่ยมแม่ที่ลอนดอนแล้วกลับทันที​ ผมปิดตัวจากโลก​เพื่อสร้างตัวเองให้เป็นนักฟุตบอล​อย่างสมบูรณ์​ ระหว่างที่อยู่ลิเวอร์พูล สโมสรหาบ้านให้ผมอยู่ในเมือง​ อาศัยอยู่กับคู่สามีภรรยา​ที่อายุ​ราว​ 70​ กว่าๆ​ เขาเลี้ยงผมเหมือนหลานชายแท้ๆ​ ผมตื่นเช้ามาก็จะมีมัฟฟินไส้เบคอน​รออยู่บนโต้ะ​อาหาร​ มันวิเศษ​มาก​ สวนหลังบ้านเต็มไปด้วยดอกไม้สวยงาม​ มันเหมือน​กับผมอยู่อีกโลกหนึ่งเลย

แม่ผมจะโทรหาผมทุกเช้า​ "ราฮีม​ ลูกสวดมนต์​หรือยัง" ผมก็นะ​ "ครับ​ แม่​ เรียบร้อยแล้ว​ครับ"

ช่วงนั้นสำคัญ​ต่อชีวิตผมมาก​ เป้าหมายคือการได้เซ็นสัญญา​อาชีพ​ เพื่อให้ที่บ้านได้สมหวัง​ วันที่ผมซื้อบ้านให้แม่คือวันที่​ผมอาจจะมีความสุขที่สุดในชีวิตเลยก็ได้

ย้อนไปสมัยเด็กๆ​ มี​ 3-4 ครั้งเวลาผมนั่งรถเมล์กลับบ้าน​จากสนามซ้อม แม่จะส่งข้อความ​มาบอกที่อยู่​ใหม่​ โดยลงท้ายว่า​ "นี่คือที่อยู่​ใหม่ของเรานะ"

มีช่วงเวลาสองปีที่เราจะย้ายบ้านอยู่ตลอด​ เพราะเราไม่มีเงินพอจะจ่ายค่าเช่า​ ตอนเด็กผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก​ แต่มาทุกวันนี้ผมเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกของแม่ตอนนั้นจะเป็น​อย่างไร​ กับความลำบากทั้งหมด

มันแย่นะที่ผมต้องพูดประโยค​นี้​ มันมีข่าวลือในสื่อบางรายที่เชื่อว่าผมเป็นคนหรูหรา​ ชอบซื้อเพชร​ ชอบโอ้อวด​ ผมไม่เข้าใจว่าเขาไปเอาเรื่องพวกนี้​มาจากไหน​ โดยเฉพาะตอนผมซื้อบ้านให้แม่​ ผมโดนเขียนวิจารณ์​อย่างเสียๆหายๆ​ มันไม่น่าเชื่อ​ พวกเขาเกลียดในสิ่งที่เขาไม่เคยรู้เสียด้วยซ้ำ

หลายปีก่อนผมมานั่งคิด​ ผมเคยถามแม่ว่าทำไมพวกเขาจะต้องมารุมผมแบบนี้ด้วย​ แต่ทุกวันนี้​ ถ้าแม่​ พี่สาว​ หรือลูกๆของผมมีความสุข​ ผมก็มีความสุข

ถ้าพวกเขาอยากเขียนเกี่ยวกับ​ห้องน้ำในบ้านแม่ผมนัก​ ผมจะบอกพวกเขาว่า​ 15​ ปีก่อน​พวกเราทำความสะอาดห้องน้ำในโรงแรมย่านสโตนบริดจ์​ และกินอาหารเช้าจากตู้กดอาหาร​ ถ้าจะมีใครสักคนที่ควรมีความสุข​ คนๆนั้นคือแม่​ แม่มาประเทศนี้ตัวเปล่าๆ​ ส่งตัวเองเรียนด้วยการล้างห้องน้ำและเปลี่ยนผ้าปูที่นอน​ มาวันนี้ท่านเป็นเจ้าของบ้านพักคนชรา​ และลูกชายของท่านเล่นให้กับทีมชาติ​อังกฤษ

รู้ไหมอะไรที่ทำให้ผมประหลาดใจ​ ผมถูกเรียก​ติดทีมชาติชุดใหญ่​ครั้งแรกเมื่ออายุ​ 17​ ผมเล่นในเวมบลีย์​เป็นครั้งแรกในเกมคัดฟุตบอลโลก​กับทีมชาติ​ยูเครน​ ตอนนั่งรถโค้ชเพื่อไปยังสนามแข่งผมคิดกับตัวเองว่า "นั่นบ้านที่เพื่อนผมเคยอยู่" "นั่นลานจอดรถที่เราเคยมาเล่นสเก็ต" "นั่นคือมุมที่เราคอยรอจะจีบสาว" "นั้นคือสนามหญ้าข้างบ้านที่ผมเคยฝันว่าสักวันจะมีวันนี้"

ถ้าคุณมีชีวิตวัยเด็กคล้ายๆกับผม​ จงอย่าเชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูด​ อย่าให้พวกเขามาทำลายความสุขของคุณ​ พวกเขาจ้องแต่จะดึงคุณ​ลงเหว

ผมบอกคุณได้แค่ว่า​ อังกฤษ​คือที่ที่เด็กแสบที่ชีวิตไม่มีอะไรเลยคนหนึ่งสามารถใช้ชีวิต​" ในฝัน" ได้

ราฮีม ชาคีล สเตอร์ลิง

ที่มา: https://www.theplayerstribune.com/en-us/articles/raheem-sterling-en...

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////
แปลโดย แอดมิน mcfc.in.th ติดตามข่าวสารได้ที่เว็บหลักของประเทศไทย www.mcfc.in.th

Views: 337

Reply to This

Replies to This Discussion

ซึ้งเลย ขอบคุณสเตอร์ลิ่ที่เล่าความจริงให้ฟัง

เด็กที่มีความฝัน สิ่งสำคัญ เป็นเด็กกตัญญู ต่อแม่ และ พี่สาว ... นายเอาใจเราไปเลย ...

RSS

© 2018   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service