ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

 

ผลเสมอไม่ได้เลวร้าย

 

ยิ่งถ้ามองกันแบบแฟร์ๆบนความเสียเปรียบในช่วงท้ายที่เหลือตัวผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน แถมรูปเกมเป็นรองบานเบอะ คงต้องบอกว่าน่าพอใจแล้ว

 

ธรรมชาติของ ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่เอาชนะได้ยากครับ แม้คุณสมบัติตัวผู้เล่นในหลายๆตำแหน่งจะเป็นประเภทอ่อนด้อยทางเทคนิค แต่ก็ใช้ความหนักความขยันเข้าลบรอยตำหนิได้เนียน เกมใหญ่ๆแบบนี้แหละอาหารจานโปรดของหงษ์แดงเชียว แมนฯยู เชลซี โดนมาแล้วทั้งนั้น

 

ซิตี้ เองจัดทัพมาพร้อมกับตัวผู้เล่นที่ค่อนข้างสมบูรญ์ ไม่มีปัญหาผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บ หรือ แบน แต่บนรายชื่อที่น่าเกรงขามทั้ง 11 คนนั้น เชื่อว่า มีเกินครึ่งทีมที่สภาพร่างกายไม่ฟิตถึง 100%

 

ดาวิด ซิลบา,เจมส์ มิลเนอร์ และ ที่หนักสุดน่าจะเป็น ยาย่า ตูเร่ ที่ออกอาการหมดก่อนใครเพื่อน แม้ ซิตี้ จะมีขนาดทีมที่ใหญ่ แต่หากต้องเล่นเกมที่มีเดิมพันสูงๆแล้ว มันชินี่ ก็มักจัดผู้เล่นแกนหลักหน้าเดิมๆลงมาสร้างผลงานก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ ยังดีนะครับที่ แกเร็ธ แบรี่,กาเอล คลิชี่ และ ไมกาห์ ริชาร์ด ที่ได้พักแข้งมาจากกลางสัปดาห์ยังรักษามาตรฐาน ช่วยแบ่งเบาภาระในเกมรับได้ดีระดับหนึ่ง

ยาย่า เจอ เลว่า กลบฟอร์มมิด

 

ในขณะที่ ลิเวอร์พูล ไม่มีคิวเตะถ้วยยุโรปเหมือนเคย แต่ละตำแหน่งจึงฟิตเปรี๊ยะ จะมีเรื่องให้กังวลหน่อยก็ คาร์ลิง คัพ กลางสัปดาห์ กับ เชลซี นั่นแหละ ส่วน ซิตี้ เองก็เฮงไม่แพ้กันเพราะดันจับฉลากจ๊ะเอ๋กับ ปืนใหญ่ ที่กำลังเข้าฝัก แถมต้องบุกไปเยือนถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม เสียด้วย งานนี้มีเสียวอยู่เหมือนกัน แต่คิดว่า มันโช่ เอาตัวรอดได้(มั้ง)

 

ก็นะ โปรแกรมการแข่งขันเค้าจัดมาแบบนี้ ทดสอบกึ๋นในการจัดการ และวางแทคติก ของกุนซือกันชัดๆไปเลยครับ ส่วนถ้าว่าถึงเกมนี้เพียวๆ ต้องบอกว่าครึ่งแรก ซิตี้ มาดี เน้นการไล่บอลเร็ว อัดกลางแน่น ส่วนแนวรุกก็ใช้นักเตะที่ workrate สูงๆ และก็ถือว่าได้ผลดี เพราะตั้งแต่ต้นเกมจนถึงนาทีที่ 30 กว่าๆ เป็นเจ้าบ้าน ที่ต้องตั้งรับ และรอจังหวะสวนกลับ ซึ่งไม่เห็นว่ามีจังหวะไหนเข้าตาเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งยังเป็นฝ่ายตามหลังก่อนอีกด้วย

 

ส่วนตัวเชื่อว่า ซิตี้ จะเก็บ 3 คะแนนเต็มได้แน่นอน หากคงสกอร์ไว้ที่ 0-1 จนจบครึ่งแรก เหมือนที่ทำได้ในแมตช์ถล่มอสูรแดงคา โอลด์แทรฟเฟิร์ด น่าเสียดายที่ดันมาเสียคืนเร็ว จากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวของ โจลีออน เลสคอต+บุญที่สั่งสมมาแต่ปางก่อนของ ชาร์ลี อดัมส์ จึงทำให้ ทัพลูกเศรษฐีนั้น มีท่าทีตระหนกอย่างเห็นได้ชัด รวนไปเรมา ยิ่งพกอาการล้ามาจากเกมที่จัดเต็มกับ นาโปลี ด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่

 

การเปลี่ยนเอา บาโลเตลลี่ ลงมาเล่นหน้าคู่กับ เอล คุน ถือเป็นการทิ้งไพ่ที่เสี่ยงเอามากๆ เพราะขนาดแพคกลาง 5 คน เกมครึ่งหลังยังสู้หงส์แดงไม่ได้ มิดฟิลด์ไดนาโมอย่าง ยาย่า ก็ถูกอาการล้ารุมทำร้ายตั้งแต่ช่วงปลายนาทีที่ 60 จนต้องถอย มิลเนอร์ มาคอยช่วยตรงกลางอีกแรง แต่กลับกลายเป็นว่าเปิดพื้นที่ฝั่งขวาให้ เอนริเก้ กับ ดาวนิ่ง ได้วิ่งเล่นกันสนุกสนาน

 

ขนาด ดาวิด ซิลบา เองที่โดยปกติไม่มีบทบาทกับเกมรับมากเท่าไหร่นัก มานัดนี้ยังต้องปรับตัวกันยกใหญ่ อย่าว่าถึงการสร้างสรรค์เกมเลย แค่สลัด ลูคัส เลว่า ให้พ้นทางก็เหนื่อยแทบรากเลือดละ เจ้าตัวเองก็ได้พักน้อยกว่าใครเพื่อนเพราะเป็นกระดูกสันหลังของทีม ลงครบ 90 นาที มาแทบทุกนัด ยิ่งล้ามากก็ขาดความเฉียบคม เกมแดนกลางจึงเริ่มสะเปะสะปะ เสียบอลง่าย ต่อกันไม่ติดดั่งใจนึกเหมือนที่เคยทำได้

 

เมื่อเป็นซะแบบนี้ ศูนย์หน้าที่เปลี่ยนลงมาก็หงุดหงุดสิครับ วิ่งไปวิ่งมาไม่เจอบอล ส่วนร่วมกับเกมก็แทบไม่มี แถมที่ผิดที่สุดเลยคือดันชื่อ มาริโอ บาโลเตลลี่ แกนนำเด็กแว๊นยุคใหม่ ว่าแล้วพี่ก็ปล่อยของซะหน่อยพอหอมปากหอมคอจะได้ไม่เสียชื่อ

 

กล่าวแบบสุภาพชนก็คือ "หลงเหลี่ยม" หรือ ภาษาบ้านๆ เราเรียกว่า โง่!!! นั่นแหละฮะ

เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ ซุปเปอร์ มาริโอ ลงมาพลิกเกม!!!???

 

โชคยังเข้าข้างทีมจ่าฝูงอยู่บ้าง ที่เหตุการณ์ ดูโง่ๆ ของ บาโลฯ นั้น เกิดขึ้นช่วงท้ายเกม อีกทั้ง โจ ฮาร์ท ช่วยเซฟจังหวะเหลือเชื่อไว้หลายต่อหลายครั้ง มิเช่นนั้นจาก 1 แต้มอันล้ำค่านี้ อาจกลายเป็น 0 พ่วงด้วยสถิติแพ้นัดแรกในลีกโดยทันที ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อสภาพจิตใจของนักเตะแน่นอน

 

หลังเกมกับ นาโปลี ผมเคยพูดไว้ว่า นัดเยือน หงษ์แดง ต้อง 3 คะแนน เท่านั้น เพื่อดึงโมเมนตั้มกลับมาให้เร็วที่สุด แม้รู้ว่ามันไม่ง่าย แต่ลองสมมติเอาว่า แมนฯยู ไม่พลาด แต้มจะจี้ติด ซิตี้ เหลือเพียง 3 หรือ 2 คะแนนเท่านั้น(ในกรณีที่วันนี้แพ้) หากเป็นงั้นจริงเราๆได้เต้นเป็นเจ้าเข้าแน่ครับ เพราะ UCL ก็ยังต้องเน้น เกมในลีกก็มหาหิน เจอทั้ง ลิเวอร์พูล เชลซี และ อาร์เซนอล ติดๆกัน พลาดเสียสมาธินิดเดียวมีสิทธิ์ปิ๋ว และเป๋ยาวได้เลย เดชะบุญที่ ผีแดง ไม่ได้พกดวงมาในเกมเจ๊า สาลิกา ระยะห่างจึงคงที่ๆเลข 5 เท่าเดิม ...ก็รอดไป

 

ส่วนเรื่องกรรมการเข้าข้างฝั่งเจ้าบ้าน ก็ถือเป็นเรื่องปกติครับ เท่าที่ดูก็ไม่ถึงกับฝักใฝ่ฝ่ายใดจนน่าเกลียด เช่น ทดเวลาเกิน 2-3 นาที, เป่าจุดโทษจังหวะกังขา หรือ ชักใบแดงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย บลาๆๆๆ ฯลฯ อีกอย่างผมคิดว่านักเตะ ลิเวอร์พูล ฟาล์วฉลาด คือตอดนิดตอดหน่อย วิ่งเบียดแซะให้เสียหลักบ้าง ไม่ปะทะหนักๆแรงๆ อาศัยมะรุมมะตุ้มเอา โอกาสโดนใบเหลืองจึงน้อย นักเตะอย่าง ลูคัส เลว่า, ชาร์ลี อดัมส์ นัดนี้ถือว่าทำได้ดีมากๆ สร้างความอึดอัดให้แนวรุกเรือใบได้ตลอด

 

สรุปสั้นๆเหมือนที่จั่วหัวคอลัมน์ไว้เลยละกันครับ ก็คือ ผลเสมอนับว่าโอเค อาจน่าเสียดายนิดๆตรงที่ไม่สามารถฉวยโอกาสทำแต้มฉีกหนีอริร่วมเมืองไปได้ แต่อย่างน้อยก็ยังรักษาสถิติไม่แพ้ใครต่อไปอีกหนึ่งสัปดาห์ด้วยระยะห่างเท่าเดิม

 

ผมว่ามันเท่ดีออกนะ เหมือนปีทองที่ อาเซน่อล ทำสถิติไร้พ่ายตลอดทั้งฤดูกาล 2003/2004 อาจยังเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ว่า ซิตี้ จะทำได้แบบเดียวกัน แต่อย่างมากที่สุดก็ ณ เวลานี้

 

We win some, We draw some, We lose none.

 

เอาไว้สัปดาห์หน้า หากเสมอ นอริช ในบ้านอีกค่อยมานั่งถกเครียดกันครับ

 

River

Views: 321

Reply to This

Replies to This Discussion

เสียดายลุกที่เซโก้ส่งให้ซิลบาช่วงท้ายเกมส์ ล๊อคไปลีอคมา สุดท้ายเสียเลย อาจจะเพราะสภาพร่างกายที่เริ่มหมดแรง

 

มิลเนอร์ทุมเทดีมากครับ ช่วยกองหลังได้เยอะเลย แบรี่ก็ดี  โจ ฮาร์ทนี่ถ้าไม่มีเขานี่แพ้ไปแล้ว นอกนั้นเฉยๆ

 

ผมว่านัดนี้ที่สอบไม่ผ่าน เลสคอร์ต เอลกุน บาโล นาสรี่ โคโล่ตูเร่(ประกบคาโรลไม่อยู่เป็นลูกที่น่าเสียที่สุด)

เทพฮาร์ทจริงๆ

ย่า ย่า ซ้อมยิงไกล แยอะ แยอะ หน่อยก็จะดี ครับ โอกาสยิงแยอะน่ะ แต่หวังผลไม่ค่อยได้ (เอา สู้ ต่อไป ทา เค ชิ)

เขียนได้ตรงใจผมมากครับ

พอใจครับนักเตะเราล้าจากการเตะและเดินทางไปกลับอิตาลี

 

ทีี่จริงชอบนะมันโช่ใส่หน้าลงไปเพิ่มคงหวัง3แต้มได้เหมือนกัน แต่โอ้ดันโดนแดง

 

 

โจ ฮาร์ทผมให้คะแนน เต็ม 100 เลยครับ ช่วยทีมให้หลุดพ้นความพ่ายแพ้ เซฟแต่ละที เวิลคราสเลย สุดยอดจริงๆ

RSS

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service