ชีวิตไม่ขาดบอลวันจันทร์ที่ 22 มกราคม

พรีเมียร์ลีก
03.00 น. สวอนซี ซิตี้ - ลิเวอร์พูล beIN Sport 1(676)
ลาลีก้า
03.00 น.เออิบาร์ - มาลาก้า beIN Sport 2(677)
เซเรีย อา
02.45 น. ยูเวนตุส - เจนัว beIN Sport 3(678)

Members

วิกฤติเหนือวิกฤติของปีศาจแดง

วิกฤติเหนือวิกฤติของปีศาจแดง

สนับสนุนเนื้อหา Hot Score

วิกฤติเหนือวิกฤติของปีศาจแดง

การที่ เดวิด มอยส์ ไม่สามารถตอบคำถามผู้สื่อข่าวได้ว่าภาวะวิกฤติของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลานี้เกิดจากสาเหตุใดนั้นน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ

ต่อเนื่องจากการแพ้ เอฟเวอร์ตัน คาโอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี พวกเขาพ่ายต่อนิวคาสเซิล ทีมซึ่งเคยเป็น "ขนม" กินนิ่มสำหรับพวกเขาเป็นครั้งแรกในรอบ 41 ปี

และพวกเขาไม่เคยแพ้ 2 นัดติดต่อกันแบบนี้มายาวนานกว่า 4,231 วัน หรือกว่า 11 ปี

แมนฯ ยูไนเต็ด ยังแพ้ไปแล้ว 5 นัด ในเวลานี้ ซึ่งมากเท่ากับฤดูกาลที่แล้วที่พวกเขาคว้าแชมป์มาครองได้



สิ่งเหล่านี้ และอีกมากมายหลายอย่างที่ไม่ได้พูดถึงนั้นกำลังบ่งบอกอะไรอยู่?

ผมรู้ว่าในหัวใจของชาวเรดอาร์มี่ ชอกช้ำระกำทรวง และไม่ไว้วางใจให้เดวิด มอยส์ ทำหน้าที่ต่อไป

สังเกตจากอาการของ "เด็กผี" รอบตัว ทุกคนต่างรับไม่ได้กับการทำงานของมอยส์ ซึ่งมีจุดชวนขัดใจหลายสิ่งหลายอย่าง บวกกับผลงานการเริ่มต้นฤดูกาลพรีเมียร์ลีกที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 12 ปี ทำให้เวลานี้เริ่มมีเสียงขับไล่กุนซือชาวสกอตแลนด์ดังขึ้นทุกที

และจากการสังเกต โดยส่วนใหญ่แฟนแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ไร้ซึ่งเหตุผล พวกเขาเข้าใจและทำใจเอาไว้แล้วว่าหลังการล่ำลาของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ว่าทีมจะมีปัญหาอยู่บ้าง



แต่ไม่ได้เผื่อใจเอาไว้ว่ามันจะแย่ขนาดนี้

เสียง "โห่" หลังจบเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาแทนคำตอบของหัวใจเรดอาร์มี่ทั่วโลกได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้แม้มอยส์ จะไม่สามารถหาคำตอบที่ดีให้แก่ผู้สื่อข่าวได้ว่าเหตุใดทีมจึงอยู่ในสภาพนี้ แต่เรายังพอสามารถลงลึกในรายละเอียด "วิกฤติเหนือวิกฤติ" ครั้งนี้ของแมนฯ ยูไนเต็ด มันมีเหตุและผลมากมายที่พอจะหยิบยกมาอธิบายได้

อาการบาดเจ็บของผู้เล่นนั้นย่อมส่งผลแน่ กับทีมที่ไม่ได้อยู่ในสภาพที่มีขุมกำลังพร้อมสรรพ ขุนพลตัวหลักผลัดกันบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงเบอร์หนึ่ง แนวรับที่มีปัญหาตลอดเวลา หรือ ไมเคิล คาร์ริค ห้องเครื่องผู้ปิดทองหลังพระ ซึ่งจากสถิติในเกมกับนิวคาสเซิล แมนฯ ยูไนเต็ด ผ่านบอลได้แค่ 284 ครั้ง น้อยกว่า "แม็กพายส์" ที่ผ่านบอลได้ 384 ครั้ง สะท้อนความสูญเสียจากการขาดหายของคาร์ริคได้เป็นอย่างดี



แต่เรื่องใหญ่กว่านั้นคือระบบการเล่นที่ มอยส์ เซ็ตไว้ขัดใจแฟนอย่างมาก เมื่อแมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ใช่ทีมที่เล่นได้อย่างดุดัน สู้ไม่ถอย และไม่มีแววของการเป็นทีมที่ Never Say Die เหมือนเดิม

นักเตะหลายรายไม่ได้รับโอกาสอย่างที่สมควรจะได้ เช่น ชินจิ คางาวะ หรือฮาเวียร์ "ชิชาริโต้" เอร์นานเดซ เช่นกันกับการปรับทัพเสริมทีมซึ่งเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงกับการได้แค่ มารูยาน เฟลไลนี่ มาคนเดียวในวันสุดท้ายของการซื้อขาย (อีก 2 รายที่เป็นนักเตะโนเนมจนนึกชื่อไม่ออกนั้น ผมไม่นับครับ) แถมยังต้องจ่ายแพงกว่าที่ควรจะจ่ายอีก 4 ล้านปอนด์ด้วย

ขุมกำลังเป็นปัญหาใหญ่อีกเรื่องที่เมื่อไร้เงาของเฟอร์กี้พาดผ่านแล้ว เราได้เห็นว่าทรัพยากรในทีมผีแดงนั้นน้อยและด้อยกว่าหลายๆ ทีมในระดับเดียวกันมาก

เพียงแต่ในยุคของเฟอร์กี้ บรมกุนซือผู้นี้เจอวิกฤติมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ด้วยสติปัญญา ความเด็ดเดี่ยว และการตัดสินใจที่เข้มแข็งทำให้ทีมฝ่าฟันวิกฤติมาได้ทุกครั้ง

และอย่าลืมว่าทีมชุดเดียวกันนี้ เฟอร์กี้ พาเป็นแชมป์ได้อย่างสบายๆ ในฤดูกาลสุดท้ายของเขา



นั่นแปลว่ามอยส์ ยัง "มือไม่ถึง" 

อย่างไรก็ดี สถานการณ์ในยามนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ได้เดินหน้าไปสู่ "ทางตัน" และพวกเขายังไม่ได้จมดิ่งในความมืดมิดอนธการเสียทั้งหมด

แม้จะไม่มากแต่เวลาและโอกาสยังพอมีอยู่ คำถามคือ มอยส์ จะพาทีมฝ่าความมืดในอุโมงค์ออกไปพบแสงสว่างที่ปลายทางไหวหรือไม่

ลูกทีมต้องเลือกว่าพวกเขาจะรวมใจช่วยเจ้านายอย่างมอยส์ หรือจะลงมติไม่ไว้วางใจและให้คำตอบด้วยผลงานแย่ๆ ในสไตล์ "บอลไล่โค้ช"

อีกเรื่องที่สำคัญคือความอดทนของฝ่ายบริหารจะมีแค่ไหน เมื่อสถานะของแมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมอันดับหนึ่งของอังกฤษ อีกทั้งความมั่นคงของสโมสรยังฝากไว้กับหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผลงานในเวลานี้ไม่เป็นผลดีต่อความรู้สึกของนักลงทุนอย่างแน่นอน

ถึงจะมีแบ็กอัพใหญ่อย่าง "เฟอร์กี้" ที่เป็นผู้เลือกและการันตีกุนซือคนบ้านเดียวกันด้วยตัวเอง แต่โลกฟุตบอลยุคทุนนิยมนั้นไม่สามารถให้เวลามากเหมือนที่ เฟอร์กี้ เคยได้เวลาถึง 6 ปี ก่อนจะคว้าแชมป์แรกและเป็นการเปิดยุคใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลอังกฤษ

เฟอร์กี้ อาจจะมีเวลา 6 ปี แต่มอยส์ อาจจะมีเวลาไม่ถึง 6 เดือน

ดีไม่ดีในช่วงหลังบ๊อกซิ่งเดย์นี้ หากทีมยังทรงและทรุดแบบนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้งครับ


by ลูกแม่กิ่ง 
(lookmaeking@hotmail.com)

ที่มา http://sport.sanook.com

ติดตามข่าวสารทีมได้ที่ http://mcfc.in.th/

Views: 203

Comment

You need to be a member of Manchester City Fan Club in Thailand Website to add comments!

Join Manchester City Fan Club in Thailand Website

© 2018   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service