ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

จุดเริ่มของการเขียน (ไว้ถอดรหัส) + กระทบชิ่ง (ไปวันๆ)

คงเป็นเรื่องตลกดีหากบอกว่า Blog นี้ไม่ได้มีเจตนาเขียนไว้เพื่อให้ใครอ่าน


ไม่ได้หมายความว่าจะแวะเข้ามาอ่านไม่ได้ เพียงแต่ การเขียน ของผมครั้งนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้คอนเซ็บ(Concept) นักเขียนคอลัมน์ แห่งเว็บไซท์ mcfc.in.th ซึ่งหากจะกล่าวเช่นนั้นก็ดูไม่ผิดแปลกอะไร เพราะอันที่จริง ผมก็ ไม่ใช่ อยู่แล้ว และ ไม่เคยคิดว่าตัวเองใช่เสียด้วยสิ (ฮิๆๆๆ) เพียงแต่ท่านผู้อ่านหลายๆท่านอาจติดภาพ และคุ้นหูกับนามปากา River ในฐานะ คอลัมนิสต์ ประจำเว็บบอร์ดควบคู่กับนักเขียนท่านอื่นๆ อาทิเช่น ท่าน Saber เป็นต้น (ท่าน Saber บอก... กรูอีกแล้วเหรอ???555+)


เนื้อหาใน Blog นี้ ไม่ได้เน้นหนักในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่เชิงเรื่อง แมนฯซิตี้ ไม่เชิงเรื่องในเว็บบอร์ด และไม่เชิงเรื่องราวส่วนตัวของผมซะทีเดียว ในฐานะนักเขียนอิสระภายใต้นามปากกาเดิม ก็อยากขีดๆเขียนๆอะไรเอาไว้ประดับ Blog ของตัวเองบ้างก็เท่านั้น เพราะงั้นจึงกล่าวไว้ข้างต้นไงครับว่ามิได้จงใจเขียนไว้ เพื่อให้ใครมานั่งอ่าน (ฮิๆๆๆ)


ผมไม่ได้มีเจตนากวนบาทาใคร(มั้ง)ที่หลงเข้ามาอ่านนะครับ(555+) จับพลัดจับผลูหากมีใครชอบ ผมก็ดีใจ หากใครอ่านแล้วผ่านเลยไปหรือเกิดอาการหมั่นไส้ก็ ติชม กันได้ตามสะดวก เพียงแต่หากมีใครส่อเจตนา กวนทีน แบบไม่สร้างสรรค์ผมก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่า การด่ากลับแบบทันควันจะไม่เกิดขึ้น เอาตามนี้แล้วกัน(555+) พักหลังผมหงุดหงิดง่ายครับ คงเป็นเพราะอากาศมันร้อนจัด อะไรไม่ได้ดั่งใจก็จะมีอาการฉุนเฉียวจี๊ดขึ้นหัวอยู่บ่อยครั้ง ยกตัวอย่าง เช่น...


การพยายามนั่งอ่าน โพสต์ ภาษาอังกฤษ แบบ Snake Snake Fish Fish ภายใต้การท่องบททำสมาธิที่ว่า "เมิงจะเขียนภาษาอังกฤษ...ทำมายยย" (หายใจเข้า) "เมิงต้องการ...จะสื่ออารายยย" (หายใจออก) คือผมเป็นคนชอบตั้ง commitment กับตัวเองน่ะครับ ว่าหากตั้งใจจะทำความเข้าใจกับอะไรเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว จะต้องทำให้ได้ ผมไม่อยากละเลยจนเป็นเหตุต้องทำให้สมาธิแตกซ่านในท้ายที่สุด ก่อนลงเอยด้วยการกระแทกกระทั้นปล่อยลมควันออกจากรูทวารทั้ง 3 (ปาก – หู – จมูก) ว่า "เฮ้อออยยย...กูไม่เข้าจายยย" (555+) เอาเป็นว่าตอนนี้ผม(เริ่ม)เข้าใจแล้ว ก็แล้วไปครับ รู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นเยอะ(555+)


เรียนตามตรงว่า ในระหว่างที่ดีดแป้นพิมพ์อยู่นี้(เง้อออ ไม่ใช่ลูกคิด)ผมยังนึกหัวข้อบล๊อคไม่ออกเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งยังหาบทสรุปของเนื้อหาสาระไม่ได้อีกต่างหาก(ซวยแล้นนน) คือ ณ เวลานี้...เกิดความคิดอุตริที่ว่า บทความในบล๊อคนี้ มีแนวโน้มฮา( + เฮงซวย) ต่างจากบทความอื่นๆก่อนหน้าที่เคยมีมาอย่างแน่นอน(ฮิๆๆๆ)


ครั้งแล้วๆมานั้น มักมีเหตุผล และแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่ทำให้ผมตัดสินใจมานั่งเคาะแป้นพิมพ์ส่งผ่านเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับฟุตบอลบ้าง ไม่เกี่ยวบ้าง ในบ้านสีฟ้าหลังนี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความต้องการของตัวผมเอง กลั่นกรองมาจากใจ ที่ใสซื่อ(บื้อ) บริสุทธิ์ ไม่ได้มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง ไม่ได้คิดว่ามันเป็นหน้าที่ ที่ต้องสรรหาอะไรมาให้ท่านๆอ่านกันในทุกๆสัปดาห์ ไม่ได้ต้องการทำตัวเด่น โชว์ภูมิปัญญาเกี่ยวกับความเป็นไปเป็นมา ในแวดวงลูกหนัง หรือหักหน้าใคร(บางคน 555+)


อันที่จริงแล้วจุดเริ่มต้นของการเขียนมันก็มี ที่มาที่ไป ครับ ซึ่งหากว่ากันตามตรงก็อาจมีบางส่วนบางตอนที่ฟังดูพิลึกกึกกืออยู่บ้าง พิลึกเพราะว่ามันไม่มีอะไรเกี่ยวกับฟุตบอลเลยน่ะสิ... (อยากรู้ไหม...ถึงไม่อยากก็จะเขียน 555+)


เรื่องราวมันเกิดขึ้นนานโขและครับ ประมาณในวาระที่ 3 นักเตะไทยยังสบโอกาสได้วาดลวดลาย อยู่ในระหว่างการทดสอบฝีเท้า ณ ถิ่น อีสแลนด์นู่นแน่ะ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผมกำลัง "นิ่งเตะ" (เป็นศัพท์เฉพาะของเพื่อนผม นาย ฟิล์ม มีความหมายตรงไปตรงมาว่า ไม่ทำห่าไรเลย 555+) ก็ตามประสาคนเพิ่งเรียนจบน่ะครับ(จริงๆแล้วควรก้มหน้าก้มตาหางานทำไม่ใช่เรอะ!!!) ผมก็เที่ยวเล่นไปวันๆ ซึ่งถ้าหากมีเวลาว่าง(ก็ว่างอยู่แล้ว) อาจมีการทำภารกิจ hot pot อยู่หน้าจอคอมฯบ้างตามสมควร(หากใครยังไม่ระแคะระคายกับคำศัพท์เฉพาะที่ว่า hot pot คืออะไร โปรดถามนาย Klaoza ได้ตามสะดวกครับ 555+)


ในระหว่างที่ผมกำลังทำภารกิจ hot pot กับเพื่อนของรุ่นน้องที่ ม. อย่างเมามันส์พลางเปิดดูรูป(แอ๊บแบ๊ว)ใน blog ของเจ้าหล่อนให้เป็นการเจริญหูเจริญตาไปพลางๆ (เอ่อ...ไม่ใช่เว็บ Sarubaga นะครับ โปรดอย่าเข้าใจผมและน้องเค้าผิดๆ 555+) บัดนั้นเองสายตาอันซุกซนของผมดั๊นนนน สอดไปส่ายมา สะดุดเข้ากับคอมเมนต์ใต้รูปภาพ ของน้องสาวสุดสวยคนนี้(ชื่อ ผิง) ที่มีใจความว่า


ผิงๆ วันนี้ทำอะไรบ้างจ๊ะ นอกจากทำตัวน่ารัก(ไปวันๆ)


แว่บแรกที่ผมละสายตาจากตัวอักษรเหล่านั้น พลันชำเลืองขึ้นมองภาพของเจ้าหล่อนอีกที ก็อดยินดีปรีดาไปกับคำชื่นชมที่ว่า (น่ารักซะจริ๊ง) นั้นไม่ได้ครับ หากแต่...เมื่อทบทวนเจตนารมณ์ของผู้หวังดีนิรนาม ที่บรรจงคัดสรรค์ข้อความอันไพเราะเสนาะหูมาบอกกล่าว ทักทายกันตามประสาคนรู้จัก อย่างน่ารักน่าเอ็นดูให้ถ้วนถี่แล้ว จะรู้สึก(แบบผม) ได้ทันทีว่า ฮะ...ฮะ...ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!! เฮ้ยยย นี่มันหลอกด่ากันชัดๆนี่หว่า!!! ผิงผิง ถูกด่าข้อหา "นิ่งเตะ" เข้าให้ซะแล้ว


ผมอาจ ฮา แทบตกเก้าอี้ตาย ไปหลายนาที (จริงๆก็ไม่อยากขำหรอกครับ แต่อารมณ์มันพาไป) แม้กระนั้น...ก็อดคิดถึงใบหน้าแบ๊วๆประหนึ่งปลาทองหัววุ้นของ น้องผิงผิง ไม่ได้ว่า หากคุณเธออ่านแล้วจะทำหน้าทำตาอย่างไร (ซึ่งผมเดาได้ไม่ยากเลยว่า เธอคงสบถแบบชิวๆว่า อี...ห่ะ...า...า...า เอ๊ยยย... อะไรเทือกนั้นเป็นแน่แท้ 555+)


หลังจากช่วงเวลาแห่งความหรรษาช่วงสั้นๆ(บนความทุกข์ของชาวบ้าน) ได้สิ้นสุดลง ผมกลับเกิดอาการสะดุ้งโหยง ดุจดั่งผู้ต้องหาที่กำลังละเมอเพ้อภพถึงภาพเหตุการณ์ในอดีต ครั้นรำลึกฉากสำคัญซึ่งกำลังโดนนายตำรวจหัวปิงปองแห่งสยามประเทศรวบตัวเอาไว้ได้ จึงดีดสะเอวผึงงง ขึ้นมาจากเตียงผ้าไบในคุกใต้ดิน พลันแหกปากร้องเสียงหลงว่า กู บริสุทธิ์!!!(...ง่ะ...คร่อก...ก...ก หลับต่อ 555+)


คือ ผมอาจไม่ใช่คนที่ถูก กระแนะกระแหน โดยตรง อาจไม่ใช่คนที่มีความพยายามสูง ในการทำหน้าตาแอ๊บแบ๊วเหมือนหมาพันธุ์ ชิวาว่า ไปวันๆ เพียงแต่ข้อความสั้นๆอันนั้น ทำให้ผมหันมาสำรวจตัวเอง(นิดนึง) พลันครุ่นคิดว่า งืม...ม...ม...กรู(ก็)น่าจะทำอะไรที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคม (ในระหว่างที่ว่างๆอยู่นี้)บ้างเนาะ...


สุดท้ายความคิดที่ว่า ลองเขียนบทความเกี่ยวกับว่าที่ ทีมยักษ์ใหญ่ทีมใหม่ แห่ง ลีก เมือง ผู้ดีอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จึงผุดขึ้นมาในหัวสมอง(ร่วมกับความคิดในการรังสรรค์งานในแขนงอื่นๆ เช่น CG painter, ช่างรีทัช หรือ แม้แต่การขึ้นเวทีไปเต้นแร้งเต้นกา ฐานะนักร้องนำตามผับตามบาร์ในยามราตรี เมื่อครั้งที่รุ่นพี่หูไม่ค่อยดีเค้าทาบทามมาซะเล้ยยย 555+)


อย่างไรก็ดี บทสรุปที่ได้คือ "ผมเลือกที่จะเขียน" เป็นคำตอบสุดท้าย และได้มาลงเอยที่เว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งผมเป็นสมาชิกอยู่ก่อนหน้าแล้วนั่นเอง ส่วนสไตล์งานเขียนนั้นตั้งใจเอาไว้ว่าจะ(พยายาม) ไม่เน้นการเขียนเชิงวิเคราะห์ ไม่ยัดสถิติหรือเนื้อหาข้อมูลที่จำเจจนเกินงาม(ตามที่ผมคิด) เขียนแบบคนรักฟุตบอล สนุกกับการดูบอล และใส่ใจลงไป เท่านั้นเป็นพอ เท่านั้นจริงๆครับ...


ครั้งแรกที่ลงคอลัมน์ก็เกิดอาการหวั่นๆนิดๆว่ากรูเขียนแบบนี้จะมีใครหาว่าบ๊องตื้นมั้ยว้า??? มันจะบันเทิงอย่างที่หวังไว้ หรือเป็นประโยช์แก่ผู้อ่านบ้างมั้ยว้า???


โชคดีนิดหน่อยครับที่เสียงตอบรับออกมาดีมากๆๆๆ(ในความคิดผม) ใจจริงแล้วอยากเขียนให้ได้ทุกๆสัปดาห์ น่าเสียดายที่ผมไม่สามารถหยิบยกเอาประเด็นที่น่าสนใจ ของทีมเดิมทีมเดียว มาพูดคุยได้ในทุกๆ ก่อน หรือ หลังแมตช์(หมายความว่า พูดไปก็ซ้ำจำเจกับเรื่องเดิมๆ ที่เคยเอาลงครับ) บางครั้งจึงปล่อยผ่านไปสักพักบ้าง(ไม่กี่อาทิตย์เอง 555+) หรือ บางครั้งกลับนำเสนอเอาเรื่องราวนอก อณาจักร อบูดาบี มาเป็นเนื้อหาในคอลัมน์เสียฉิบ(555+)


อย่างว่าละครับ ผมเป็นเพียงนักเขียนอิสระที่ให้ความสนใจ และ ติดตามผลงานของทีม เรือใบสีฟ้า ในทุกๆสัปดาห์ ขณะเดียวกันก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของเว็บไซด์แห่งนี้ ที่รักและปันใจเชียร์ทีมอื่นนอกเหนือจากทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยเช่นกัน(อาเซนอล เอฟซี) ด้วยเหตุฉะนี้การเขียนจึงไม่มีเทรนด์ และไม่จำเป็นต้องเป็นกลางในทุกๆเรื่อง(555+) หาก ซิตี้ ส์ คอลัมนิสต์ เป็นงานประจำ ณ ชั่วขณะหนึ่งของผม ก็อดเสียวไม่ได้ว่าจะถูกยกเลิกการจ้างงานเมื่อไหร่ (555+)


สำหรับผมแล้ว "เดอะ ซิติเซ่นส์" อาจไม่ใช่ผู้ชนะเสมอไป ไม่ใช่ทีมหนึ่งเดียวในดวงใจถึงขนาดต้องยอมสลัดรักทีมเก่าทีปักใจเชียร์มานมนาน พลางประกาศก้องให้กับความเป็นเอกราชว่า กรูรักเดียวใจเดียวไม่เหลียวใคร(โว้ยยย!!!)ประดุจดั่งที่คนเจ้าชู้ + หน้าหม้อ + ปากหวานเค้านิยมทำกัน(555+) แต่อย่างน้อยๆทีมๆนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกมีอารมณ์ร่วมได้ในทุกๆครั้งที่ติดตาม มีอะไรๆชวนให้อยากเขียนถึง อาจเป็นเรื่องดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่จะไม่ใช่การ กระแนะกระแหนตอหลบตอแล ไปวันๆแน่นอนครับ เช่น...


การออกมาเจ๋อ(เหมือน น้อง พีค)ว่า เชส ฟาเบรกาส จะฉายฟอร์มเจิดจรัดได้เพียงแค่การเผชิญหน้ากับทีมอ่อนๆ (เช่น มิลาน??? ลิเวอร์พูล??? ยูเว่??? 555+) พอเจอเกมระดับ เวิร์ลด์คลาส ของ ยูไนเต็ด(ที่ โอลด์แทรฟเฟิร์ด)กลับเล่นได้ห่วยบรม อืมมม...บางทีผู้พูดอาจลืมไปว่า การพบเจอกันในลีก ที่ เอมิเรตส์สเตเดียม ช่วงต้นฤดูกาล ฟาเบรกาส เล่นได้ดี และจ่ายบอลสวยๆให้ ซาเมียร์ นาสรี่ ยิงได้ ในขณะที่ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ เล่นได้ไม่สมราคาว่าที่แข้ง บัลลงดอร์เลยสักนิด(ฮิๆๆๆ)


ก็ว่ากันไปครับ การเล่นแต่ละนัดมีเงื่อนไขที่ต่างกัน จังหวะของเกมส์ก็แตกต่างกันออกไป คงไม่ใช่เรื่องที่ถูกที่ควรกับการมาหาเรื่องเหน็บแนมทีมรักของชาวบ้าน โดยการสบประมาทนักเตะทีมนั้นๆ(อาจด่าลับหลังได้ แต่กับการพูดปาวๆใน C-box มันก็นะ...ฮิๆๆๆ) ว่ากันตามตรงเรื่องเหน็บแนมนี่ผมถนัดครับ แต่ไม่ใช่โดยการดูแคลนผู้เล่นฝั่งตรงข้ามว่า กาก หรือ อ่อน แน่นอน (555+)


เอ๊ะ!!! นี่มัน Blog หลอกด่าใครรึเปล่านี่??? (555+) น่านแล...ก็บอกแล้วว่าอากาศมันร้อนนนน (ฮื่อออ...แฮ่...น้ำลายฟูมปาก 555+)


พาดพิงถึงเรื่องฉาวๆบนหน้า C-box งานจะเข้าตัวเปล่าๆครับ ผมอาจไม่ได้เขลา ถึงขั้นที่คิดคำนึงถึงจุดนั้นไม่ได้ แต่ก็มีความสามารถพอที่จะทำเนียนแกล้งโง่ ไม่รู้ไม่ชี้ไปวันๆได้ (555+) อย่างว่าละครับ "ข้อจำกัดมันเย๊อะ" ไม่ได้หมายถึงการพิมพ์ซ้ำๆ พิมพ์เรื่องการเมือง หรือใช้วาจาหยาบคายไม่สุภาพ...


แต่อาจเป็นบรรยากาศโดยรวมที่แตกต่างออกไปจากเมื่อครั้งที่ผมยังเข้าๆออกๆในหน้า C-box เป็นประจำ ผมอาจยังปรับตัวไม่ค่อยจะทันกับ ความโรแมนติคที่ส่งกลิ่นอายหอมหวานอบอวลไปทั่วทั้งเว็บบอร์ด บางทีผมอาจคุ้นเคยกับบรรยากาศฮาเฮ ทะลึ่งตึงตัง หรือการคุยเฟื่องเรื่องฟุตบอลเป็นหลักเสียมากกว่า


คือ...ผมเป็นคนพูดจาหาสาระไม่ได้ใน C-box อยู่แล้นนน (555+) หรือ บางทีผมอาจต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่านี้หากจะแสดงความรู้สึกอมเปรี้ยวอมหวานที่มี ลึกๆข้างในต่อใครสักคน (นึกถึงมะม่วงเลย 555+) เช่น ใน Blog ของผมเองก่อนหน้านี้ เป็นต้น (ฮิๆๆๆ)


อย่างไรก็ตาม ที่พล่ามๆมาทั้งหมดนี้ โดยรวมก็ถือว่าเป็นเนื้อหนังส่วนหนึ่งของสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ + แฟนคลับ อิน ไทยแลนด์แดนสยาม ณ mcfc.in.th จากมุมมองบางส่วนของผมเองครับ อาจไม่เฉพาะเจาะจงกับเนื้อหาสาระในเชิงฟุตบอลเป็นหลักเท่าที่ควร(อ่านๆดูดิฮะ ไม่มีเล้ยยย 555+) ทั่วๆไปแล้วจะเขียนเรื่อยเปื่อย(เสียมากกว่า) กล่าวถึงจุดเริ่มต้น และแรงบันดาลใจในการขีดเขียนบ้าง(ขอขอบคุณ น้องผิงผิง ครับ 555+) ตีกระทบชิ่งหน้า C-box บ้าง(ฮิๆๆๆ)


ขอตัวช่วยเป็นการแก้ต่างเอาไว้เลย ว่าไม่ได้เห็นเป็นเรื่องสนุกปาก หรือ ตลกโปกฮา เพียงแค่หยิบยกเอามาพูดคุยตามประสาคนช่างเขียนครับ ไม่ได้มีเจตนาร้าย หากแต่เขียนตามสิ่งที่เห็นและเข้าใจ ไม่ได้ลอบบี้หรือชักชวนใครให้คิดในแบบผม ซึ่งก็ไม่แน่... หลังจากนี้ไปผมอาจกลายสภาพเป็น บอย(โดน)แบนด์ ถูกเนรเทศออกจากเว็บบอร์ดโทษฐานสร้างความแตกแยกในบ้านเมืองก็เป็นได้นะครับ(555+)


มาถึงช่วงท้ายของรายการ(ซะ)แล้ว คงต้องกล่าวคำอำลากันเสียที เพราะสุขภาพดวงตา(รวมถึง สติปัญญา)ของผม ณ เพลานี้นั้น ออกอาการ วิ๊งงงค์ ปิ๊งๆๆๆ เริ่มไม่เป็นสมประดี(บ้า)เข้าไปทุกขณะ ก่อนที่อะไรๆมันจะเลวร้ายไปกว่าที่กำลังเป็นอยู่(ทั้งสำหรับ ผู้เขียน – ผู้อ่าน ก็ดี 555+) ผมหวังว่าท่านผู้(หลง)เข้ามาอ่านทุกๆท่าน จะได้รับบางสิ่งบางอย่างติดตรึงไปจากบทความนี้บ้าง ไม่มากก็น้อย เช่น...


ความงงงวย + ความว่างเปล่า(555+)


กลวง...


แต่ไม่ว่าท่านจะคิดเห็นอย่างไร สำหรับผมแล้ว ชอบบทความนี้ที่สุดตั้งแต่เขียนมาเลย...


เพราะ...


คิดอะไรก็เขียนไปหยั่งงั้น มันไม่ใช่การสร้างภาพสวยๆ หลอกลวงใคร
(ไปวันๆ)น่ะครับ...


ฮิๆๆๆ จบดีฝ่า ปีหน้า จะเขียนอีก 1 Blog (ว่าจะเขียนปีละบล๊อกพอ 555+)


River.

Views: 134

Comment

You need to be a member of Manchester City Fan Club in Thailand Website to add comments!

Join Manchester City Fan Club in Thailand Website

Comment by SHICHI on July 18, 2009 at 2:38pm
"อ่านเพลิน สะเทือนทั่วหน้า"
คำจำกัดความง่ายๆ ของบทความนี้คะ..อิอิ
Comment by ๛☻อ่อนใจ☻♥☺♣♦♠๛ on May 4, 2009 at 12:19am
ขอโทษนะครับ อ่านได้ แค่ 3-4ย่อหน้า ก็มึนและครับ เลยข้ามมานี่เลย เอาเป็น ว่า เห็นด้วยครับ กับคำว่า ........"เมิงจะเขียนภาษาอังกฤษ...ทำมายยย" (หายใจเข้า) "เมิงต้องการ...จะสื่ออารายยย" (หายใจออก) .......นี่ผมไม่ได้เขียนเองนะ ผมcopy ข้อความเขามาเลย แบบว่าเห็นด้วย ทุกกระทงความ *0*
Comment by CTID on May 3, 2009 at 2:34pm
ยาวจริงครับ มาให้กำลังใจ จะได้เขียนยาวกว่านี้ครับคุณริเวอร์ อิอิ
ผมนับแล้ว 555+ ซ้ำกันมากสุด 555+
Comment by B on May 3, 2009 at 8:43am
หมีแพนด้า หมีแพนด้า เอ้าหมีแพนด้า
หมีแพนด้านั้นน่ารัก คนไม่รู้จักอยากจะเห็น ตัวเป็นๆของหมีแพนด้า

หลินๆ ฮุยๆ
หมิงๆ ลิงๆ เอ้าหมีแพนด้า
Comment by ลุงเล็ก on May 2, 2009 at 2:48pm
นี้เป็น บลีอก แรกที่ ลุง ไม่รู้จะแสดงความเห็นยังไง
จะว่าเศร้าเมื่อได้อ่านก็ไม่เชิง จะว่าสูขเมื่อได้อ่านก็ไม่ไช่ซะทีเดียว
แบบว่า ยาวดี ตอนต้นๆดูเหมือนไม่แน่ใจว่าจะเขียนว่ายังไง
กลางๆลุงก็ยังไม่แน่ใจว่าใครปลอมตัวมาเป็น river หรือป่าว
ตอนท้ายๆค่อยแน่ใจว่าหนุ่มน้อยคนนี่ยังยืนยันว่าไช่ หนุ่มอกหักคนเดิม
แต่ยังไม่แน่ใจว่าเกิดรักใหม่แล้วหรือเช่นไร สรุปว่า โรแมนติกนิดๆ
ลื่นไหล แบบไม่มีหักมุม ให้เดาผิดๆ แต่ก็เดาไม่ถูกทั้งบทความอยู่ดี
เขียนแบบนี้มาให้อ่านบ่อยๆนะ ไหนๆลุง รงษ์ วงศ์สวรรค์ แกก็ไม่อยู่แล้ว
Comment by klaoza on May 2, 2009 at 1:41am
กร๊ากกกกกกกกกกกกก ชิ่งใครบ้างเนี่ยะ นึกม่ายออก

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service