ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

Droid X vs. iPhone 4 ประชันโฉมกัน!!!

Droid X vs. iPhone 4 ประชันโฉมกัน!!!

มาลองดูโทรศัพท์ที่กำลังอยู่ในกระแสสองตัวที่จะบอกว่าเป็นโทรศัพท์ที่มี ประสิทธิภาพมากที่สุด เท่าที่เคยเห็นมาก็พอจะพูดได้ครับ นั่นก็คือ iPhone 4 และ Motorola Droid X นั่นเองครับ เรามาดูกันว่า หน้าตาจริง ๆ เทียบกัน
เป็นอย่างไร ก่อนที่ปลายปีนี้ คาดว่าจะเข้ามาในเมืองไทยกันอย่างแน่นอนครับ…



มาดูกันที่ละมุม เริ่มจากด้านขวามือของตัวเครื่อง ที่ iPhone 4 ยังคงเป็นปุ่ม เพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มปรับ Profile Silent ตามปกติ ส่วน
Droid X ก็จะมีช่องเสียบสาย micro USB และช่องต่อพอร์ต HDMI…Wow!!!


ด้านบนก็จะเป็นปุ่ม Sleep/Wake – Power ทั้งคู่ และมีช่องเสียบหูฟัง ขนาด 3.5 mm


จอภาพขนาด 4.3 นิ้ว ของ Droid X ใหญ่กว่า 3.5 นิ้ว ของ iPhone 4 ชัดเจน แต่ ความละเอียดยังเป็น iPhone 4 ที่ดีกว่านิด ๆ ครับ


ด้านหลังเรียบ ๆ ของ iPhone 4 กับของ Droid X ที่มีความโค้งเว้าเพื่อให้จับสะดวกขึ้น (รึปล่าว??)


ด้านซ้ายตัวเครื่องของ iPhone 4 เป็นถาดใส่ซิมการ์ด ส่วนของ Droid X เป็นปุ่มปรับ เพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มชัตเตอร์



ตรงกล้องถ่ายรูป ดูกันชัด ๆ ว่ามีแฟลชช่วยในการถ่ายรูปทั้งคู่ครับ


คงต้องรอดูว่าจะเข้ามาเมืองไทยกันเมื่อไหร่ สาวก iPhone 4 และ Android ก็เตรียมแคะกระปุกกันได้ครับ… :D

ที่มา: Engadget & http://appreview.in.th/


Views: 400

Comment

You need to be a member of Manchester City Fan Club in Thailand Website to add comments!

Join Manchester City Fan Club in Thailand Website

Comment by James Tyton on July 12, 2010 at 6:04pm
อิอิ มาข่าวของ iphone บ้างนะครับ
หลายคนสงสัยว่า ทำไมไอโฟนที่ใช้ถึงมีปัญหาในการโทรศัพท์ ทั้งๆ ที่แท่งสัญญาณที่ปรากฎขึ้นบนหน้าจอก็แสดงผลเต็ม ซึ่งหมายความว่า สัญญาณที่ได้รับแข็งแรงดี ล่าสุดทางแอปเปิ้ล (Apple) ออกมาให้คำตอบกับผู้ใช้ว่า มันไม่ใช่ข้อผิดพลาดของเสาอากาศแต่อย่างใด แต่เป็นที่การแสดงผลแท่งสัญญาณไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ มันเป็นบั๊กของโปรแกรม

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทางแอปเปิ้ลได้ออกมายอมรับว่า ไอโฟนแสดงแท่งความแข็งแรงของสัญาณที่ได้รับไม่ถูกต้อง แถมยังเปิดเผยอีกด้วยว่า มันเป็นข้อผิดพลาดที่น่าอาย โดยมันเป็นข้อผิดพลาดที่มีอยู่ในไอโฟนตั้งแต่รุ่นแรกจนถึง iPhone 4 "ผลจากการตรวจสอบปัญหาของ iPhone 4 เราพบว่า สูตรที่ใช้ในการคำนวณจำนวนแท่งความแข็งแรงของสัญญาณที่แสดงผลบนหน้าจอผิด พลาดอย่างรุนแรง" ข้อความในจดหมายเปิดผนึกของแอปเปิ้ลเกี่ยวกับ iPhone 4 ที่ได้มีการเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ในหลายๆ กรณี ไอโฟนจะแสดงแท่งสัญญาณมากกว่า 2 แท่งจากที่ควรจะเป็น ดังนั้น เวลาที่เห็นบนจอแสดงแท่งสัญญาณต่ำมากๆ (ประมาณ 1 แท่ง) นั่นยิ่งหมายความว่า สัญญาณที่แท่งจริง อ่อนจนไม่สามารถใช้โทรได้ ผู้เชี่ยวชาญประหลาดใจ และกังวลที่ปัญหาดังกล่าว ไม่น่าจะหลุดมาจนถึง iPhone 4 อีกอย่างหนึ่งคือ มันไม่ใช่คำตอบที่น่าพอใจสำหรับผู้บริโภค ประเด็นมันอยู่ที่วิธีถือ iPhone 4 ของผู้ใช้ต่างหาก ที่ทำให้มันรับสัญญาณได้ไม่ค่อยดี

ตาราง ผลการทดสอบ การลดทอนของระดับความแรงของสัญญาณ (dB) เมือถือ iPhone 4, iPhone 3GS และ Nexus One ตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งดี ดูจากผลการทดสอบแล้ว iPhone 4 สัญญาณหดรุนแรงสุด ในขณะที่ 3GS ดูโอเคมากๆ และไม่ควรใส่ซอง ส่วน Nexus One ดูจากค่าการลดทอนของสัญญาณเมื่อถือโทรในมือ ก็มีค่าลดทอนสัญญาณสูงพอสมควร แม้ในยามที่ถือปกติ (ไม่ได้บีบกระชับ)

เพราะ หลังจากแอปเปิ้ลเปิดจำหน่าย iPhone 4 ในวันที่ 24 มิถุนายนไม่กี่วัน ก็มีเสียงบ่นจากผู้ใช้บางรายว่า แท่งสัญญาณบนหน้าจอตกลง 4 - 5 แท่งทันทีที่ถือ iPhone 4 ไว้ในมือซ้าย ซึ่งแอปเปิ้ลบอกว่า ประเด็นสัญญาณหดจะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมือของผู้ใช้ไปปิด โดนแถบสีดำที่บริเวณมุมล่างซ้ายของแถบโลหะ ทำให้มันเป็นไปได้ว่า ปัญหาอยู่ที่การติดตั้งเสาอากาศฝังไว้ในกรอบของ iPhone 4 ล่าสุดมีผู้บริโภคบางรายยื่นฟ้องแอปเปิ้ลในข้อหาที่ว่า มันป็นโทรศัพท์ที่ ไร้ค่า (เพราะว่าโทรได้ไม่ค่อยดี) แถมยังร้องขอให้แอปเปิ้ลแจกซองที่กันกระแทกขอบให้ฟรีๆ ด้วย ซึ่งแอปเปิ้ลได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ซองกันกระแทก Bumper ของแอปเปิ้ลช่วยแก้ปัญหานี้ได้ (หรือจะใช้ wristband ก็ได้เหมือนกัน)

แต่ เมื่อวานนี้ ทางบริษัทกล่าวว่า ได้นำ iPhone 4 เข้าห้องวิจัยอีกครั้ง เพื่อทดสอบเพิ่มเติม เนื่องจากสัญญาณมันลดต่ำเกินกว่าความเป็นจริง เมื่อเทียบกับมือถือทั่วไป ซึ่งสมาร์ทโฟนทั่วไปสัญญาณจะลดลงแค่ 1 แท่งเมื่อถือด้วยวิธีเดียวกัน แต่ของ iPhone 4 กลับหดหายไปเกือบหมด หลังจากได้รับคำยืนยันจากห้องวิจัยว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นมาจากการแสดงผลความแรงของสัญญาณ แอปเปิ้ลประกาศเตรียมออกอัพเดตซอฟต์แวร์ในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าทันที เนื่องจากปัญหานี้สามารถพบได้ใน iPhone 3GS และ iPhone 3G ด้วย อย่างไรก็ตาม แอปเปิ้ลปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ เพิ่มเติม รวมถึง AT&T ที่เป็นผู้ให้บริการหลักกับ iPhone ด้วยเช่นกัน แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ คิดว่า ปัญหาจริงๆ มันอยู่ที่การคำนวณแท่งสัญญาณผิด หรือเป็นเพราะการฝังเสาอากาศไว้ในแถบด้านข้างของตัวเครื่องกันแน่?
Comment by James Tyton on July 12, 2010 at 5:48pm
เรื่อง ebook ผมไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่นะครับ
แต่ถ้าให้ผมมองนะ kindle รวมๆก็โอเคนะครับ แต่มันเป็น ขาวดำนี่สิครับ
ผมว่า เก็บตังค์อีกนิดดู ipad ดีกว่าครับพี่ซี
Comment by James Tyton on July 12, 2010 at 5:47pm
แหม พี่ชายผม จัดการนำมาเปรียบเทียบให้ถึงที่เลย ขอบคุณครับ ^^
มาพูดถึงเรื่องกล้องกันดีกว่า ถ้าด้าน droid x ให้สีที่ดูจะสดกว่าทาง iphone นะครับ แต่ล่าสุด
ทาง สตูดิโอแห่งหนึ่งได้ ทดลองใช้กล้องจาก iphone 4 ถ่ายแทนกล้องราคาแพงๆตามท้องตลาดทั่วไป ภาพออกมาดีมากเลยครับ ไม่แพ้กล้องราคาแพงๆเลย สงสัย ศึกครั้งนี้ต้องติดตามกันต่อไปครับ
Comment by M û r ç ï è ∫ ã g ð on July 12, 2010 at 3:27am
รวยๆกันทุกคนเรยเนาะ
Comment by chaiya on July 11, 2010 at 10:48pm


เอารูปโฉมมาให้ดู เพ่ิงออกมาสดๆ ซิงๆ
Comment by chaiya on July 11, 2010 at 10:48pm
ข่าวไอที ทิป-เทคนิค คอมพิวเตอร์

อันนี้ อีบุคของพี่ในฝันเลย รุ่นล่าสุด
Comment by chaiya on July 11, 2010 at 10:45pm


blackberry curve 8900 ครับน้องเจมส์
Comment by James Tyton on July 11, 2010 at 9:00pm
ณ วินาทีนี้ต้องขอบอกว่า น่าใช้ทั้งสองเครื่องครับ ทั้ง iphone และ android
ถ้าให้เลือกคงเลือก android อ่ะครับ แต่ก็ต้องยอมรับอีกว่า android market
ยังไม่มี apps มากนักเหมือน apps store เหมือน iphone
ครับจุดเด่นของ iphone คือ กราฟิก
ส่วนของ android คือ มี flash
Comment by James Tyton on July 11, 2010 at 8:54pm
ได้ครับพี่ เด้วครั้งหน้าจัดให้เลยครับ สำหรับ BB แต่ว่าระบุรุ่นนิดนึงนะครับจะได้ รีวิวให้ถูก
Comment by chaiya on July 11, 2010 at 7:13pm
น้องๆ พี่ขอรีวิว BB ได้อะป่าวอะ แบบว่าเป็นสาวก BB กับ kindle เพราะว่า เป็นชนชั้นกรรมาชีพ แหะๆๆ

© 2019   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service