ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

Techno update with Ninja Boy 29/12/10 (Facebook เว็บไซต์อันดับ 1 ของโลก!!! & McAfee เตือนภัย 5 แพลตฟอร์มเสี่ยง!!! & จำนวนแอพฯ Android ทะลุ 2 แสนแล้ว )

Firefox 4 เพิ่มแสดงผลกราฟิก 3D

ช้าๆ ได้พร้าสองเล่มงาม น่าจะเป็นแนวคิดสำหรับการพัฒนา Firefox ของ Mozilla โดยเฉพาะเวอร์ชัน 4 ที่ทางบริษัทออกรุ่นทดสอบมาถึงตัวที่ 8 แล้ว เป้าหมายของการพัฒนาก็คือ การเป็นบราวเซอร์ที่สมบูรณ์แบบ แข็งแรง และมีความสามารถที่ทิ้งห่าง Internet Explorer 9 ของ Microsoft ใน Firefox 4 รุ่นทดสอบล่าสุด ทาง Mozilla ได้พัฒนาความสามารถในการแสดงกราฟิก 3D เข้าไป
รวมถึงระบบจัดการ Add-On ที่ดีขึ้นอีกด้วย อ้างอิงข้อมูลจาก Mozilla ระบุว่า Firefox 4.0 Beta 8 ได้รับการปรับปรุง และแก้ไขบั๊กเพิ่มเติมอีก 1,400 กว่าแห่งอีกทั้งยังสามารถรัน JavaScript ได้เร็วกว่า Beta 7 อีก 5% อีกด้วย

 

แต่กระนั้น ความน่าสนใจของ Firefox 4.0 Beta 8 ก็คือ การพัฒนาให้คุณสมบัติ Firefox Sync สามารถเซตอัพบัญชีผู้ใช้

ตลอดจนการซิงค์กับอุปกรณ์ใหม่ๆ ทำได้ง่ายขึ้น และเหนืออื่นใด ในเวอร์ชันทดสอบล่าสุดนี้ทาง Mozilla ยังได้เพิ่มการสนับสนุนกราฟิก 3D เข้าไปในบราวเซอร์ รวมถึงการปรับโฉมคุณสมบัติการจัดการส่วนเพิ่มเติมการทำงาน (Add-ons
Manager) ของบราวเซอร์อีกด้วย

Firefox 4 Beta 8 จะมาพร้อมกับความสามารถในการเซตอัพ Firefox Sync ที่รวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้สามารถเปิด Awesome bar เพื่อดู History, Bookmarks, แท็บต่างๆ ตลอดจนพาสเวิร์ดบนคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนได้สะดวกง่ายดายกว่าเดิม

ส่วนการสนับสนุน 3D Graphics ในFirefox 4 Beta 8 จะสามารถใช้ WebGL ที่มีอยู่ในการ์ดแสดงผลกราฟิกรุ่นใหม่ๆ
ทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างเกมส์ 3D ที่มีกราฟิกสวยงามได้ง่ายขึ้น ทีสำคัญมันสามารถเล่นได้ในบราวเซอรฺ์ Firefox
โดยไม่ต้องติดตั้งปลั๊กอินเพิมเติมแต่อย่างใด ลองชมคลิปสาธิตการแสดงผลกราฟิก 3 มิติในบราวเซอร์เวอร์ชันนี้
หรือจะลองดาวน์โหลดมาเล่นด้วยตัวเองก็ได้นะครับ รับรองว่า คุณต้องชอบแน่ๆ


 

 

Galaxy Player เพชรฆาต iPod Touch?

รายงานข่าวล่าสุด Samsung Hub Blog อ้างว่า Samsung เตรียมเปิดตัว Galaxy Player ในเดือนหน้าที่งาน CES 2011 ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถือได้ว่าเป็นคู่แข่งของ iPod Touch โดยตรงอย่างไรก็ดี แม้บล็อกดังกล่าวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ Samsung
แต่ทางบริษัทก็ไม่ได้แสคงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าวแต่อย่างใด

สำหรับคุณสมบัติของ Samsung Galaxy Player จะมาพร้อมกับหน้าจอ LCD จะมีขนาด 4 นิ้ว โพรเซสเซอร์ 1GHz และเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi ระบบปฎิบัติการที่ใช้ในเครื่องจะเป็น Android 2.2 และมีขนาดของหน่วยความจำให้เลือกตั้งแต่ 8GB, 16GB และ 32GB แถมยังมีกล้องด้านหน้า เพื่อใช้บริการสนทนาแบบเห็นหน้า (video conference) กันได้อีกด้วย และเช่นเดียวกับที่ iPod Touch คล้ายกับ iPhone กรณี Galaxy Player ก็จะมีคุณสมบัติต่างๆ เหมือนกับสมาร์ทโฟน Galaxy S แต่ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ผ่านผู้ให้บริการโครงข่ายได้นั่นเอง 

อย่าง ไรก็ตาม มันมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่ Samsung จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดความสำเร็จของสมาร์ทโฟน Galaxy S ด้วยการทำ Galaxy Player ออกมา ซึ่งเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางบริษัทเพิ่งจะประกาศความสำเร็จสำหรับยอดขายของ Galaxy S ที่ผ่านหลัก 3 ล้านเครื่องภายใน 3 เดือนหลังจากทำยอดทะลุ 1 ล้านเครื่องแรกไปไม่นานนัก ขณะเดียวกัน Galaxy Tab ยังมียอดจำหน่ายเกินกว่า 1 ล้านเครื่องไปแล้วด้วย ความชัดเจนในเรื่องนี้คงต้องรอดูกันอีกทีในงาน CES 2011 ที่จัดขึ้นในเดือนหน้า ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นทางเว็บไซต์ arip จะนำเสนอรายงานให้คุณผู้อ่านได้ทราบกันอีกที (เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาทาง Samsung ได้เคยนำ Galaxy Player YPG-50 ออกโชว์ในงาน IFA แต่หน้าจอแค่ 3.2 นิ้ว และมีขนาดความจุให้เลือก 8 กับ 16GB ชมคลิปโปรโมทได้จากข้างล่างนี้)

 

 

 

Amazon ลั่น iPad ไม่กระทบ Kindle

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Amazon ประกาศว่า Kindle 3 ของทางบริษัทสามารถทำยอดขายในช่วงวันหยุดชนะหนังสือแฮรี่พอตเตอร์เล่มล่าสุด ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งส่งผลให้ Kindle กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท ทั้งๆ ที่ iPad ของ Apple ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดเดียวกัน

"เราพบว่า ผู้ใช้ที่กำลังซื้อ Kindle ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของแท็บเล็ตจอแอลซีดี (iPad?)" เจฟฟ์ เบซอส ซีอีโอของ Amazon กล่าว แม้ว่าเบซอสจะไม่ได้เอ่ยชื่อ iPad แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีกว่า iPad เป็นแก็ดเจ็ตยอดนิยมประจำปีนี้ เขาคงไม่ได้หมายถึง Dell Streak หรือแม้แต่ Samsung Galaxy Tab อย่างแน่นอน "ลูกค้าของเราบอกว่า พวกเขาใช้แท็บเล็ตจอแอลซีดีสำหรับเล่นเกมส์

ดูหนัง และท่องเว็บ ในขณะที่เวลาอ่านหนังสือพวกเขาจะใช้ Kindle" เบซอสยังกล่าวต่ออีกด้วยว่า "ผู้บริโภคชอบใช้ Kindle อ่านหนังสือ เพราะว่า มันเบากว่า และไม่ต้องคอยชาร์จแบตเตอรี่บ่อยๆแถม ยังใช้งานในทีมีแสงสว่างภายนอกได้อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านหนังสือในช่วงพักร้อน" ซึ่งในประเด็นสุดท้าย ทาง Amazon ก็เพิ่งจะออกโฆษณา Kindle ที่ตีจุดอ่อนในข้อนี้ของ iPad อย่างจัง!!!

ใน ขณะที่ Amazon พยายามจะแสดงให้เห็นว่า iPad แทบจะไม่มีผลกระทบต่อ Kindle แต่ก็มีรายงานวิจัยตลาดโดย ChangeWave Research ที่ระบุว่า ตั้งแต่ 1 ส.ค. จนถึง 8 พ.ย. ส่วนแบ่งตลาดอีรีดเดอร์ของ Kindle ลดลง 15% เหลือ 47% ส่วน iPad มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น 16% เป็น 32% ที่เหลือจะเป็นของ Sony Reader 5% และ Nook ของ B&N ประมาณ 4% และถึงแม้ Kindle ของ Amazon จะมีตลาดเฉพาะกลุ่มที่ชัดเจน iPad ยังคงมียอดขายเติบโตตลอดเวลา

 

CES 2011: ภาพหลุด"แท็บเล็ต"อัสซุส

ยิ่งใกล้งานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกอย่าง CES 2011 ที่จะจัดให้มีขึ้นในระหว่างวันที่ 6 - 9 มกราคม 2011 ในลาสเวกัส ภาพหลุดข่าวรั่วพากันโผล่ออกมาให้เห็นกันเต็มไปหมด ล่าสุดมีภาพหลุดของแท็บเล็ตจาก Asus ที่ดูเหมือนจะมีรุ่นที่ออกแบบเป็น"ไฮบริด"ด้วยนั่นคือใช้งานได้ทั้งเป็นแทบเล็ต และเน็ตบุ๊ค (มีคีย์บอร์ด) ในตัว

ภาพ ข้างบนนี้น่าจะเป็น"แท็บเล็ต"รุ่นที่ทาง Asus ออกแบบให้เหมือนกับแท็บเล็ตทั่วไปแบบ iPad ของ Apple
ในขณะที่ภาพข้างล่างนี้น่าจะมีดีไซน์แบบลูกผสมระหว่างแท็บเล็ต และเน็ตบุ๊คในตัว โดยมีคีย์บอร์ด และแบบหน้าจอสัมผัส อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูความชัดเจนอีกทีว่า หน้าตา"แท็บเล็ต"ของ Asus จะเป็นอย่างไรในงาน CES 2011 สัปดาห์หน้า ซึ่งทางกองบรรณาธิการเว็บไซต์ arip จะติดตามอัพเดตให้คุณผู้อ่านได้ทราบอย่างต่อเนื่อง อย่าลืมติดตามกันนะครับ

McAfee เตือนภัย 5 แพลตฟอร์มเสี่ยง!!!

หลังจากได้ข้อสรุปสำหรับการเข้าซื้อ McAfee ของ Intel เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทผู้เชี่ยวชาญแอนตี้ไวรัสก็ได้ออกมาประกาศกลุ่มเสี่ยงที่ตกเป็นเป้า หมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ในปี 2011 โดยเฉพาะแพลตฟอร์มทีมีชื่อเสียงอย่าง Android ของ Google, iPhone ของ Apple, Foursqure, Google TV และ Mac OS X

McAfee Labs กล่าวว่า บริการย่อ URL ที่มีการใช้งานเฉลี่ย 3,000 URLs ต่อนาที จะตกเป็นเป้าหมายสำคัญอันหนึ่งของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ในปี 2011 เนื่องจากเว็บไซต์โซเชียลมีเดียโดนโจมตีค่อนข้างถี่อยู่แล้ว ลิงค์ย่อเหล่านี้กำลังถูกใช้ใน

การโจมตีด้วยเทคนิคสแปม ตลอดจนการหลอกลวง และมัลแวร์ต่างๆ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ McAfee เองก็เพิ่งจะให้บริการย่อ
URL ชื่อว่า McAf.ee เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง บริการที่ตกเป็นเป้า หมายของการโจมตีอันดับต่อมาที่มีการประกาศออกมาก็คือ Geolocation หรือบริการระบุตำแหน่ง อย่างเช่น Foursquare, Gowalla และ Facebook Places ซึ่งบริการพวกนี้จะทำให้รู้ว่า ผู้ที่กำลังทวีตอยู่ที่ไหน กำลังพูดเรื่องอะไร สนใจอะไร และระบบปฏิบัติการ ตลอดจนแอพพลิเคชันที่ใช้ โดย McAfee กล่าวว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่แบ่งปันโดยสาธารณะ (publicly shared) จะเปิดโอกาสให้อาชญากรคอมพิวเตอร์สามารถสร้างการโจมตีได้

 

แต่ ที่ไม่น่าแปลกใจก็คือ โมบายตกเป็นเป้าหมายใหญ่ของเหล่าบรรดาแฮคเกอร์ในปี 2011 เนื่องจากมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั้งในธุรกิจ และส่วนตัวค่อนข้างมาก ในขณะที่ตั้งแต่ไหนแต่ไรโครงสร้างพื้นฐานของโครงข่ายโทรศัพท์มือถือจะมีการ เข้ารหัสข้อมูลค่อนข้างช้า ซึ่งนั่นหมายความว่า ข้อมูลของผู้ใช้มือถือตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการโจมตีค่อนข้างสูง นอกจากสมาร์ทโฟนแล้ว ระบบปฏิบัติการอย่าง Mac OS X ก็ถูกเตือนจาก McAfee Labs ด้วย โดยมัลแวร์ที่โจมตีโอเอสในปีหน้าจะมีรูปแบบการทำงานที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ข้อมูลบน iPad และ iPhone ก็ตกอยู่ในความเสี่ยงด้วยเช่นกัน

 

และ แก็ดเจ็ตน้องใหม่อย่าง TV ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่าง Google TV ก็ตกเป็นเป้าของการโจมตีกับเขาด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะความสามารถในการรัน apps บนทีวีได้ ซึ่งทางบริษัทกล่าวว่า แอพฯเหล่านี้จะตกเป็นเป้าหมาย หรือโดนโจมตีเรื่องความเป็นส่วนตัว และข้อมูลส่วนบุคคล โดยอาชญากรคอมพิวเตอร์จะสามารถเข้าควบคุมฮาร์ดแวร์ได้ ฟังแล้วดูเหมือนการที่คอมพิวเตอร์เข้าไปอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ มากมายทำให้ตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการโจมตีทั้งหมดว่าแต่ฟังดูเหมือนข่าวร้ายทั้งหมดนี้จะเป็นโอกาสของ McAfee ที่กำลังจะถูกรวมเข้าไปในโพรเซสเซอร์ของ Intel ในปี 2011 ทั้งสิ้น :P

 

จำนวนแอพฯ Android ทะลุ 2 แสนแล้ว

รายงานจาก AndroLib เว็บไซต์ที่คอยทำดัชนีของแอพพลิเคชัน Android ได้เปิดเผยว่า ปัจจุบัน Android Market มีแอพไว้คอยบริการมากกว่า 200,000 แอพแล้ว ซึ่งถือได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตาม Apple ยังคงเป็นจ้าวตลาดเนื่องจากวันนี้มีแอพไว้คอยให้บริการมากกว่า 300,000 แอพเลยทีเดียว

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ณ.จุดนี้ต้องถือว่า Google ประสบความสำเร็จในการพัฒนาแพลตฟอร์มระบบปฏิบัติการบนมือถือ เนื่องจากสามารถทำให้ผู้บริโภคตื่นเต้น และอยากใช้มือถือสายพันธุ์ Android และมีภาพผู้นำในตลาดอย่างชัดเจน แต่หากสังเกตการให้ตัวเลขของ AndroLib เราจะพบว่า ตัวเลขที่โชว์ออกมามักจะมากกว่าที่ Google เปิดเผยทุกครั้ง ซึ่งหากจะสรุปว่า ตัวเลขของ AndroLib เชื่อถือไม่ได้ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว สาเหตุสำคัญเนื่องจาก AndroLib ใช้วิธีนับ apps ทั้งหมดในตลาด ซึ่งจะรวมถึงแอพในเวอร์ชันที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้งานเฉพาะภูมิภาคด้วย ในขณะที่ Google จะนับจากจำนวนแอพเป็นรายตัวเท่านั้น แต่ถึงแม้ตัวเลขที่ออกมาจะมีความแตกต่างกัน สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือนักพัฒนากำลังให้ความสำคัญกับ Android ซึ่งจริงอยู่ที่ Apple ยังคงเป็นผู้นำอยู่ในขณะนี้แต่มันอาจจะไม่ตลอดไปก็ได้...

CES 2011: ทีวี 3D รุ่นพกพาจาก LG

เมื่อวานนี้ ทาง LG เพิ่งจะอวดโฉมทีวี 3 มิติ (3D TV) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ประมาณ 72 นิ้ว) ล่าสุดทางบริษัทมีแผนที่จะสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้บริโภคอีกครั้งด้วย การนำทีวี 3 มิติรุ่นพกพา (Portable 3D TV) ออกโชว์ในงาน CES 2011 ที่จะจัดให้มีขึ้นช่วงต้นเดือนมกราคม ที่ลาสเวกัส

"ทีวี 3 มิติรุ่นพกพา"ของ LG จะสนับสนุนการแพร่สัญญาณภาพบนมือถือ ATSC โดยสามารถรับสัญญาณภาพได้อย่างขัดเจนแม้ขณะรับชมจะกำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางด้วยความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่สำคัญผู้ใช้ไม่ต้องสวมแว่นตาพิเศษ เพื่อรับชมแต่อย่างใด หน้าจอของ LG mobile 3D TV มีแผ่นกรองที่จะส่งแสงที่ตกกระทบภาพไปยังตาแต่ละข้าง (ด้วยภาพที่มีมุมมองแตกต่างกัน) ของผู้รับชม เพื่อให้เกิดการสร้างภาพลวงตามองเห็นมิติของภาพที่มีความลึกตื้นขึ้นมาได้เมื่อดูจากตำแหน่งที่แน่นอน 

ทางบริษัท จะสาธิตเทคโนโลยีนี้ในงาน CES 2011 โดยทำเป็นอัลบั้มภาพ 3D ที่มีขนาด 7 นิ้วด้วยชิปรับสัญญาณภาพขนาดเล็ก และชิปเร่งกราฟิก 3D ซึ่งชิปที่ใช้รับสัญญาณดิจิตอลของข้อมูลภาพ 3D นี้จะสามารถนำไปใช้กับมือถือ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้อีกด้วย การเปิดตัวเทคโนโลยีทีวีสามมิติตรุ่นพกพาของ LG ครั้งนี้ จึงเหมือนกับเป็นการจุดพลุของการเตรียมพร้อมที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ 3D
อีกมากมายที่จะเกิดขึ้นตามมาในปีหน้า

 

แนวโน้มเทคโนโลยี"เปลี่ยนโลก"ปี 2011

ปี 2010 กำลังจะผ่านไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว หากทบทวนเรื่องราวของโลกดิจิตอล และเทคโนโลยีต่างๆ ที่เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตผู้คน โดยมีอินเทอร์เน็คเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ในปี 2011 ผู้บริโภคกำลังเข้าสู่ช่วงเปลียนผ่านของการใช้ชีวิต และอุปกรณ์ไอที
และแก็ดเจ็ตต่างๆ ซึ่งเราจะไปดูกันว่า มันมีเทคโนโลยีอะไรที่น่าสนใจบ้าง?

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า ไอเดียที่ใช้มองโลกเทคโนโลยีในปี 2011 นั้น มาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้วทำให้นึกถึงหนังสือ 2 เล่มที่ตีพิมพ์มาแล้วนานกว่า 10 - 15 ปี นั่นคือ Being Dgital ของ Nicolas Negroponte (1995) และ The Invisible Computer (1999) โดยเฉพาะการที่ชีวิตวันนี้ของเราเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเห็นได้ชัด แม้กระทั่งเพื่อนเรายังกลายเป็น"พิกเซล"

(บิทข้อมูล) ในโซเซียลเน็ตเวิร์กอย่าง FaceBook และ Twitter เลย ขณะเดียวกัน คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันได้ย้ายเข้าไปอยู่ใน

มือถือ หรือแท็บเล็ตที่ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเรียนรู้ใช้งานได้ด้วยตนเอง แทนที่จะต้องเป็นเหล่าบรรดา Geek หรือ nerd ทั้งหลายอย่างเช่นในอดีต

ใน ปี 2010 ที่จะผ่านไป ผู้บริโภคได้รู้จักกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รูปแบบใหม่ที่ไม่ได้มีหน้าจอกับ คีย์บอร์ดแบบโน้ตบุ๊ค หรือเน็ตบุ๊คที่เริ่มเสื่อมความนิยมลงไปแล้ว แต่กลับให้ความสนใจกับอุปกรณ์ที่มีแต่"หน้าจอ"ทำงานในระบบสัมผัสแทนการใช้ คีย์บอร์ดที่เรียกว่า "แท็บเล็ต" โดยมีพระเอกตัวพ่อก็คือ iPad จาก Apple ซี่งในปีหน้า"แท็บเล็ต"จากเหล่าบรรดาผู้ผลิตพีซีจะแห่เข้ามาในตลาดมากมาย
โดยมีทั้งแพลตฟอร์ม Android ของ Google และ Windows 7 ของ Microsoft ในขณะที่สมาร์ทโฟนเติบโตอย่างต่อเนื่อง และไม่ได้มีเฉพาะ iPhone เท่านั้น แต่ยังมี Android Phone จากผู้ผลิตหลายราย ก่อนที่จะถึงคิว Windows Phone 7 ที่มาช้า ยังดีกว่าไม่มา :D ผู้บริโภคจะคุ้นชินกับการใช้สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของ Smart TV ที่เป็นการรวมตัวระหว่าง TV กับคอมพิวเตอร์อีกด้วย เอาเป็นว่า มันมีแนวโน้มอะไรในปี 2011 ที่น่าสนใจบ้างไปติดตามกันได้เลยครับ

  1. ผู้ ใช้จะหันมาใช้ Smart Phone (ที่เก่งขึ้นทุกวัน) กับ Tablet ที่พกพาสะดวก ใช้ง่าย แทนโน้ตบุ๊ค/เน็ตบุ๊ค มากขึ้น... ผู้ใช้ยุคปัจจุบันเรียกว่า
    screenager คือ ผู้ที่อยู่กับจอวันละหลายๆ ชั่วโมง
    โดยเฉพาะการใช้เน็ตที่เฉลี่ย 3 - 5 ชม.ต่อวัน
  2. "แท็บเล็ต" กินตลาดเน็ตบุ๊ค/โน้ตบุ๊ค ผู้ใช้ที่เน้นการรับชมข้อมูลมากกว่าพิมพ์ โดยส่วนใหญ่ใช้แค่ อีเมล์ โซเชียลเน็ตเวิร์ก ท่องเว็บ ดูยูทูบ
    เล่นเกมส์ง่ายๆ ฯลฯ จะรู้สึกว่าแท็บเล็ต"ตอบโจทย์กว่าทั้งความสะดวกสบาย
    ขนาด และน้ำหนัก
  3. Smart Phone จะเริ่มเปลี่ยนบทบาทไปเป็น"กระเป๋าเงิน"ด้วยเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication)
  4. เน็ต บุ๊ค จะเหมาะกับใช้บริการเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบ Cloud เพราะไม่ต้องแรง แต่สามารถใช้บริการของ Cloud เพื่อโหลดแอพฯ ใช้พลังประมวลผล
    ตลอดนเก็บข้อมูลส่วนตัว+งานไว้บนเน็ต
  5. เทคโนโลยี 3D แบบไม่ใช้แว่นที่จะมีตั้งแต่ TV ขนาดใหญ่ไปจนถึงอุปกรณ์พกพา อย่างเช่น สมาร์ทโฟน 3D เป็นต้น
  6. นอก จากจะมีอณาจักร WinTel (Windows + Intel) แล้ว ในปีหน้าโลกจะรู้จักอณาจักร Android-Arm ซึ่งเป็นการจับคู่ของแพลตฟอร์ม Android
    กับชิปที่ใช้สถาปัตยกรรม Arm ดังที่พบในแท็บเล็ตหลายๆ รุ่น
  7. E-Book, Digital Magazine และ Print (สิ่งพิมพ์) จะอยู่ผสมกันแบบ Hybrid ผู้บริโภคสามารถรับข้อมูลทั้งในเวอร์ชันที่เป็นกระดาษ และดิจิตอลบนแท็บเล็ต
    (สมาร์ทโฟน และพีซี) เพิ่มขึ้น อย่างเช่นที่เราพบเห็นนิตยสาร
    และสิ่งพิมพ์นับสิบหัวขึ้นไปให้บริการใน iPad แล้ว เป็นต้น
  8. Mobile apps, Mobile Virus การใช้โมบายแอพฯจะนิยมากขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอนว่า ไวรัส มัลแวร์ ต่างๆ ก็จะพุ่งเป้ามาที่มือถือของคุณด้วย
  9. Smart TV หรือ TV ที่ทำได้ตั้งแต่ชมรายการในรูปแบบ 2D และ 3D ตลอดจนเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ต เรียกได้ว่า
    เป็นการรวมสิ่งที่มนุษย์โลกวันนี้ติดงอมแงม (addict) นั่นก็คือ TV กับ
    Internet ให้อยู่ในจอเดียวกันได้นั่นเอง
  10. Social Network ในปี 2011 เราจะเห็นการใช้ Facebook เพื่อการทำงาน (เปิดเอกสาร Office ได้) รวมไปถึงการซื้อสินค้า และบริการต่างๆ โดยอาศัยคำแนะนำจากเพื่อนๆ
    ในเครือข่ายสังคมดิจิตอล

ข้างล่างนี้เป็นพรีเซนเทชั่นบางส่วน ที่นำมาฝากกันครับ ขออวยพรให้ผู้อ่านของเว็บไซต์ arip ทุกท่านจงมีความสุข พลานามัยแข็งแรง มีแฟนน่ารักกันทุกคนนะครับ Happy New Year 2011

 

 

 

จำนวนแอพฯ WP7 ทะลุ 5,000 ตัวแล้ว!!!

รายงานข่าวส่งท้ายปลายปี 2010 ขอเริ่มต้นที่ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เร่งเครื่องแพลตฟอร์ม Windows Phone 7 บนสมาร์ทโฟนด้วยการประกาศความสำเร็จในการผ่านหลักไมล์สำหรับแอพพลิเคชันที่ มีไว้คอยให้บริการที่สามารถทำได้ถึง 5,000 แอพฯ ภายใน 2 เดือนเท่ากับ WebOS
ที่เปิดตัวมาได้ปีครึ่งแล้ว

และหากเปรียบเทียบกับ BlackBerry App World ที่เปิดให้บริการมานานกว่า ยังมีแอพฯให้บริการแค่ 15,000 แอพเท่านั้น
ซึ่งการเพิ่มจำนวนของแอพที่รวดเร็วของ WP7 นั้่นหมายความว่า นักพัฒนาทั่วโลกกำลังหันมาให้ความสนใจในการพัฒนาแอพฯบนระบบปฏิบัติการมือถือ กันมากขึ้น โดยแม้แต่แพลตฟอร์มอย่าง Windows Phone 7 ก็ยังมีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจมากทีเดียว

ไมโครซอฟท์ พยายามผลักดัน Windows Phone 7 มาโดยตลอด โดยล่าสุดทางบริษัทเพิ่งจะออกมาประกาศความสำเร็จสำหรับยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟน WP7 ที่สามารถผ่านหลักไมล์ 1.5 ล้านเครื่องภายใน 6 สัปดาห์ แต่ก็ยังถือว่า อัตราเร็วดังกล่าวยังห่างจากคู่แข่งในตลาดอยู่พอสมควร ส่วนทางด้านของแอพฯ หากเปรียบเทียบกับผู้นำตลาดก็ยิ่งห่างไกลหลายช่วงตัว ไม่ว่าจะเป็น Apple
iOS app store ที่มีแอพไว้คอยบริการมากกว่า 300,000 แอพแล้วในปัจจุบัน ส่วน Android Market ก็เพิ่งจะมีข่าวว่ากำลังผ่านหลัก 200,000 จี้ตาม Apple มาติดๆ

 

Skype เพิ่ม video call บน iPhone

Skype บริการโทรศัพท์บนอินเทอร์เน็ต หรือ VoIP ได้เพิ่มคุณสมบัติการทำงาน Video Chat หรือการเรียกสายแบบเห็นหน้ากันสำหรับแอพพลิเคชันบน iPhone, iPad และ iPod Touch ซึ่งถือได้ว่าเป็นแอพฯที่ให้บริการฮัลโหลแบบเห็นหน้าตัวจริงนับตั้งแต่
FaceTime เปิดให้บริการเฉพาะสมาชิกเท่านั้น
เนื่องจากผู้ใช้ iPhone ทีใช้ FaceTime จะต้องมี iPhone และ iPod Touch ที่เปิดให้ใช้บริการ FaceTime ซึ่งผลที่ตามมาคือ ฐานผู้ใช้ที่ค่อนข้างน้อย ในขณะที่แอพฯ Skype เวอร์ชันใหม่ล่าสุดได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถใช้บริการเรียกสายแบบเห็นหน้า หรือ video calling บนผลิตภัณฑ์โมบายของ Apple ได้ฟรี ซึ่งแม้แต่ผู้ใช้ iPad ก็ยังสามารถใช้มันได้ ถึงแม้จะไม่สามารถเรียกสายได้ แต่ก็รับสาย video calling เพื่อเห็นหน้าเพื่อนๆ ได้

ผู้ ใช้ Skype สามารถเรียกใช้บริการ video calling ผ่านทางเครือข่ายไร้สาย 3G และ Wi-Fi เพียงแค่เปิดคุณสมบัติดังกล่าวในแอพพลิเคชันขึ้นมา สำหรับแอพฯตัวใหม่จะใช้ได้กับ iPhone 4, iPhone 3GS และ iPod Touch รุ่นที่ 4 ที่ใช้ iOS 4.0 ขึ้นไป ผู้ใช้ Skype สามารถเล่น video chat กับเพื่อนๆ ที่ใช้เดสก์ทอปพีซีที่รัน Windows, Mac, Linux และ Asus videophone
ลองชมตัวอย่างการใช้งานข้างล่างดูนะครับ รับรองว่า คุณต้องอยากใช้กันแน่ๆ


 

 

iPad จะโต 250% ในปี 2011 กลืน PC

เปิดข่าวต้นปีด้วยรายงานสุดฮอต เมื่อมีการเปิดเผยงานวิจัยตลาดออกมาล่าสุด โดยอ้างว่า ยอดจำหน่ายแท็บเล็ตจะมีการเติบโตเป็น 3 เท่าในปีนี้ (2011) ซึ่งผู้นำตลาดคงจะหนีไม่พ้น iPad ของ Apple ที่มียอดขายกระโดดจาก 14 ล้านเครื่องในปี 2010 ไปเป็น 36 ล้านเครื่องในปี 2011

Robert Cihra นักวิจัยตลาดจาก Caris & Co. เปิดเผยว่า "เราประเมินว่า iPad ของ Apple จะยังคงครอส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ในปี 2011" Cihra เขียนในรายงาน "iPad ไม่เพียงแต่จะสร้างปรากฎการณ์ในการเปิดตัวก่อนจนสามารถเข้าไปนั่งอยู่ในใจ
ของผู้บริโภคได้เท่านั้น แต่มันยังทำให้แท็บเล็ตส่วนใหญ่ที่เพิ่งจะเปิดตัวในช่วงปี 2011 ต้องเสียโอกาสในการแข่งขันไปอย่างยากที่จะไล่ตามทันอีกด้วย" Cihra ยังคาดว่า iPad 2 ที่จะวางตลาดในเดือนมีนาคม จะช่วยเร่งให้ยอดขายของ iPad แรงขึ้นอีก ซึ่งในอนาคต iPad ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโลกของการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แบบ Thin-Client อีกครั้ง

อย่าง ไรก็ตาม หากมองแท็บเล็ตคู่แข่งทีใช้ไลเซนส์ Android ของเ Google อย่าง Acer, Motorola และ HTC ที่ต่างคาดว่าจะเปิดตัวแท็บเล็ตใหม่ในงาน CES แต่พวกมันก็จะยังไม่มีความพร้อมในการทำตลาดจนกว่า Google จะออก Android 3.0
(Honeycomb) ซึ่งอาจต้องรอถึงมีนาคม 2011 ทางด้าน RIM ก็ยังมีปัญหาเรื่องเทคโนโลยีของ PlayBook ส่วน HP เตรียมเปิดตัวแท็บเล็ต WebOS ตัวแรกที่คาดว่าจะชื่อ PalmPad และ Microsoft ก็เชื่อว่าจะสามารถเปิดตัวแท็บเล็ต Windows 7 รอบ 2 ในงาน CES ที่จะจัดให้มีขึ้นในสัปดาห์หน้า การมีคู่แข่งมากมายเกิดขึ้นพร้อมกันจะทำ ให้ iPad ของ Apple เป็นพระเอกในตลาดได้ง่ายขึ้นไปอีก เนื่องจากมีผู้ใช้ที่ชัดเจนอยู่แล้ว อีกทั้งยังมีแอพฯหลายพันตัวที่สนับสนุนการใช้งานในองค์กร ซึ่งแท็บเล็ตที่เกิดขึ้นใหม่ในตลาด แถมยังมีดีไซน์ที่หลากหลายขนาดหน้าจอและฟีเจอร์ ทำให้ผู้ใช้สับสนว่าจะไปทางไหนดีและตัวเลือกที่ชัดเจนที่สุดสำหรับพวกเขาก็คือ iPad 

Cihra ประเมิน ว่า ยอดจำหน่ายแท็บเล็ตทั่วโลกจะทะลุ 54 ล้านเครื่องในปี 2011 โดยมี Apple ครองส่วนแบ่ง 67% "เราเห็นการกินตลาดกันเองระหว่าง iPad/Tablet (Thin-Client) กับเน็ตบุ๊ค และพีซีทีใช้ตามบ้าน โดยจะกินส่วนแบ่งการเติบโตของตลาด PC ในปี 2011 ถึง 5% ซึ่งการเติบโตของ PC จาก 14% ในปีนี้จะเหลือแค่ 9% ในปี 2011" หากแท็บเล็ตกลายเป็นแพลตฟอร์มใหม่ที่ใช้แทน PC โดยเฉพาะ iPad นั่นหมายความว่า Apple จะมีส่วนแบ่งตลาดโตเป็นสองเท่า และจะกลายเป็นผู้ผลิตโมบายพีซีที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ ขึ้นแท่นผู้ผลิตพีซี อันดับสามของโลกรองจาก HP และ Acer ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ในขณะที่ iPad กลืนส่วนแบ่งตลาดโน้ตบุ๊คระดับล่างกับเน็ตบุ๊คพวกมันกลับไม่ส่งผลกระทบต่อยดขาย MacBook ของ Apple (โดยเฉพาะ MacBook Air
ที่เพิ่งเปิดตัวกันไป) เนื่องจาก Apple ไม่เคยขายพีซีโลว์เอ็นด์มากๆ ทำให้มันรอดพ้นจากการกินเกันเองของตลาดแบบผู้ผลิตพีซีรายอื่นๆ ตรงกันข้าม iPad กลับทำให้ยอดขาย Mac โตขึ้นอีกต่างหาก

 

เตือน!!! แฮคเกอร์โจมตีช่องโหว่ Word

ไมโครซอฟท์เปิดเผยว่า แฮคเกอร์พยายามใช้ช่องโหว่ในข้อผิดพลาดของการทำงานที่พบใน Microsof Word โจมตีผู้ใช้ โดยข้อผิดพลาดดังกล่าวได้ถูกแก้ไขแล้วในแพตช์ระบบรักษาความปลอดภัยที่อัพเด ตตั้งแต่เดือนที่แล้ว ซึ่งทางบริษัทกังวลว่า ผู้ใช้บางส่วนอาจจะยังไม่ได้อัพเดตแพตช์ดังกล่าว

ข้อผิดพลาดดังกล่าวจะเกิดขึ้นจากวิธีจัดการกับไฟล์ RTF (Rich Tech Format) ของ MS Word ซึ่งฟอร์แมตนี้จะใช้กับไฟล์เอกสารที่มีข้อจำกัดในการใส่ข้อมูล รูปแบบต่างๆ เมื่อเทียบกับไฟล์เอกสาร Word (.doc, .docx) โดยไฟล์เอกสารในฟอร์แมตนี้มักจะถูกใช้ในการย้ายเอกสารต่างๆ จากโปรแกรมเวิร์ดโพรเซสเซอร์ตัวหนึ่งไปเปิดบนโปรแกรมอีกตัวหนึ่ง โดยฟอร์แมตของเอกสารจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลง ซึ่งข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจะทำให้สามารถสร้างไฟล์ที่มีขนาดไม่ตรงกับขนาด ไฟล์ที่แท้จริงได้ เมื่อแฮคเกอร์ส่งอีเมล์ที่แนบไฟล์ .RTF ที่ดัดแปลงมาโดยเฉพาะ ทันทีที่ผู้ใช้เปิดมันขึ้นมา ข้อมูลของไฟล์ที่ใหญ่กว่าที่คอมพิวเตอร์กำหนดพื้นที่ในหน่วยความจำไว้ให้จะ ทำให้เกิด stack buffer overflow ซึ่งในทางทฤษฎี การเกิดข้อผิดพลาดในลักษณะนี้จะทำให้โค้ดอันตรายสามารถแทรกตัวเข้าไปควบคุม การทำงานบางส่วนของคอมพิวเตอร์ได้ อย่างเช่น การแอบติดตั้งสปายแวร์เข้าไปในคอมพิวเตอร์โดยอัตโนมัติ

ล่าสุด ไมโครซอฟท์ได้ออกมาเตือน และยืนยันว่า แฮคเกอร์กำลังพยายามจะใช้ลูกเล่นในการหลอกล่อผู้ใช้ โดยการทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับบั๊กที่เกิดขึ้น แม้ว่าช่องโหว่จะอยู่ใน Word แต่มันสามารถกระตุ้นให้เกิดการทำงานผ่าน MS Outlook ที่เปิดเมล์ โดยเฉพาะผู้ใช้ที่กำหนดให้ MS Outlook สามารถพรีวิวไฟล์แนบอย่าง RTF ได้ ซึ่งมันจะถูกเปิดใน MS Outlook ได้ก่อนที่ผู้ใช้จะเปิดอีเมล์ฉบันดังกล่าวเลยด้วยซ้ำ นั่นเท่ากับว่า ผู้ใช้อาจถูกโจมตีได้โดยไม่รู้ตัว สำหรับ MS Word ที่มีบั๊กนี้ได้แก่ Word 2002, 2003, 2007 และ 2010 ผู้ใช้ควรอัพเดตแพตช์ที่ออกมาก่อนหน้านี้เป็นการด่วน ข้อผิดพลาดเดียวกันนี้จะพบใน MS Office เวอร์ชันบน Mac ด้วย เพียงแต่เป้าหมายของการโจมตีของแฮคเกอร์ในขณะนี้จะเป็นบนพีซีมากกว่า

 

Facebook เว็บไซต์อันดับ 1 ของโลก!!!

นอกจากรายงานข่าวการเป็น Person of the Year ประจำปี 2010 โดยนิตยสาร Time ตามมาด้วยข่าวฮือฮาสำหรับการมาเยือนประเทศไทย เพื่อร่วมงานแต่งงานของมือขวาของ Mark Zuckerberg แล้ว ข่าวใหญ่ที่น่าจะทำให้ซีอีโอผู้นี้แฮปปี้ตั้งแต่ต้นปี 2011 นั่นก็คือ การที่มีรางานข่าวออกมาว่า Facebook สามารถโค่นบัลลังก์เว็บไซต์ยอดฮิตบนอินเทอร์เน็ตจากแชมป์เก่าอย่าง Google ได้เป็นผลสำเร็จแล้ว

Facebook เว็บไซต์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมาบนโลกได้เพียง 6 ปี แต่สามารถมีจำนวนผู้ใช้ทั่วโลกมากกว่า 500 ล้าน มันทำให้ผู้ใช้ได้มีโอกาสพบปะญาติพี่น้อง และเพื่อนเก่าสมัยเรี่ยนได้ในเว็บไซต์เครือข่ายสังคมแห่งนี้ ความฮอตของ Facebook ยังทำให้แนวโน้มการเติบโตของผู้ใช้ออนไลน์สูงขึ้น แถมยังสร้าประสบการ์ณเชื่อมต่อของสังคมแบบใหม่บนโลกออนไลน์อีกด้วย นอกจากการสร้างความสัมพันธ์ในรูปแบบดังกล่าวแล้ว เครือข่ายสังคมออนไลน์ยังจะส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคจากคอนเท็นต์ไปสู่ งอีคอมเมิร์ซด้วยการแชร์ความคิดเห็น และเครื่องมือในการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซดังๆ อย่าง Amazon, Etsy และ Ebay อีกด้วย ยิ่งทำให้เครือข่ายสังคมออนไลน์มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น (ไม่ใช่แค่กระแสอย่างที่นักวิเคราะห์หลายคนพูดถึงก่อนหน้านี้)

และ เมื่ออินเทอร์เน็ตกลายเป็นเครือข่ายสังคมมากขึ้น Facebook มองเห็นโอกาสในการใช้แทรฟฟิกในการสร้างมูลค่าในทางธุรกิจด้วยการพัฒนาแพ ลตฟอร์มโฆษณา โดยการเพิ่มคุณสมบัติ Fanpage และเตรียมก้าวไปสู่การเติบโตในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งนักวิเคราะห์เรียกปรากฎการณ์นี้ว่า F-Commerce และด้วยโมเดลธุรกิจที่เกิดขึ้นส่งผลให้ Facebook สามารถสร้างรายได้ในปี 2009 ได้สูงถึง 800 ล้านเหรียญฯ ส่วนตัวเลขผลประกอบการในปี 2010 ยังไม่มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด แต่ก็มีการคาดการณ์กันว่า มันจะสูงกว่าปีก่อนอย่างก้าวกระโดด แต่หากเปรียบเทียบกับผลประกอบของการของ Google แล้วยังห่างชั้นกันมากทีเดียว เนื่องจาก Google ทำรายได้สูงถึง 24 พันล้านเหรียญฯ (ไตรมาสละ 6 พันล้านเหรียญฯ)

ในโลกโฆษณาวันนี้ แบรนด์ชั้นนำกำลังพยายามใช้ Facebook ในการสร้างชุมชนของผู้บริโภคที่พูดถึงเกี่ยวกับแบรนด์ของตน ซึ่งปัจจุบัน Facebook สามารถเก็บค่าบริการจากเหล่าแบรนด์ดังทีต้องการทำแคมเปญจ์ใน Fanpage ได้สูงถึง 20,000 เหรียญฯ (ประมาณ 600,000 บาท) ซึ่งตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ใช้ และแบรนด์ต่างๆ ที่จะกระโดดลงมาเล่นในตลาดนี้ "นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญมากในประวัติศาสตร์ของอินเทอร์เน็ต" Lou Kerner นักวิเคราะห์โซเชียลมีเดีย "เรากำลังย้ายจากเว็บที่มี Google เป็นศูนย์กลางไปสู่เว็บที่มีผู้ใช้ (People-centric web) เป็นศูนย์กลาง" ข้อมูลจาก SharesPost ระบุว่า Facebook มีมูลค่า และการเติบโต สูงถึง 45 พันล้านเหรียญฯ แม้จะเล็กกว่า Google ถึง 4 เท่า แม้ Facebook จะขึ้นแท่นเว็บไซต์ยอดนิยมในโลกอินเทอร์เน็ตแทนที่ Google ได้แล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปคือ มันจะประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ หรือไม่? และนั่นคือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของ Facebook ในปี 2011


CES 2011: LG ผุด"แท็บเล็ต"ชน iPad

CES 2011 กำลังจะเริ่มขึ่นในอีกไม่ถึงสัปดาห์ กระแสข่าวของผลิตภัณฑ์ใหม่จากผู้ผลิตต่างๆ ก็เริ่มทะยอยออกมาเป็นระยะๆ ล่าสุดมีรายงานข่าวออกมาว่า LG จะเปิดตัว"แท็บเล็ต"ของทางบริษัที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ภายในงานนี้เช่นเดียวกัน

สำหรับรายงานข่าวในเบื้องต้นทีมีการเปิดเผยกันออกมา แท็บเล็ต (Tablet) ของ LG ที่จะเปิดตัวในงานนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 3.0 Honeycomb โดยมีขนาดของหน้าจอ 8.9 นิ้ว (ขนาดหน้าจอเล็กกว่า iPad เล็กน้อย) ด้วยคุณสมบัติของตัวเครื่อง ดูเหมือน LG จะพุ่งเป้าไปที่ iPad มากกว่า Samsung Galaxy Tab ที่มีขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว อย่างไรก็ตาม ทาง LG กล่าวว่า แท็บเล็ต (คาดว่าน่าจะใช้ชื่อ Optimus Pad) จะสามารถวางตลาดได้หลังจากที่ Google เปิดตัว Android 3.0 ที่สนับสนุนการทำงานบนแท็บเล็ตอย่างสมบูรณ์ ซึ่งก็น่าจะเป็นช่วงเดือนมีนาคมปีนี้
จากกระแส ข่าวที่ออกมาดูเหมือนปีนี้เราจะได้ห็น"แท็บเล็ต" Android ออกมามากมายหลายรุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวทีในงาน CES 2011 ในการเผยโฉม ทั้งนี้ตามรายงานข่าวยังคาดอีกด้วยว่า แท็บเล็ตของ LG น่าจะใช้แพลตฟอร์มโพรเซสเซอร์ NVIDIA dual-core Tegra 2 เช่นเดียวกับผู้ผลิตหลายรายที่มองว่า มันเป็นการจับคู่ของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุดสำหรับแพลตฟอร์ม"แท็บ เล็ต" ในขณะที่ Intel Atom จะยังคงผูกติดกับแพลตฟอร์มของ Microsoft โดยเฉพาะแท็บเล็ต Windows 7 ที่จะเปิดตัวหลายรุ่นในงาน CES 2011 นี้ด้วย

CES 2011: HP PalmPad เพชรฆาต iPad

HP เป็นผู้ผลิตพีซีอีกรายที่ยังคงเดินหน้าผลิตภัณฑ์"แท็บเล็ต" (Tablet) อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะผ่านไปแล้วหนึ่งปีหลังจากมีข่าวเกี่ยวกับแท็บเล็ตของทางบริษัทมาโดย ตลอด ล่าสุดมีข่าวออกมาว่า HP เตรียมเปิดตัวแท็บเล็ต PalmPad ที่มีคุณสมบัติหลายๆ อย่างที่เหนือกว่า iPad

HP PalmPad เป็น"แท็บเล็ต"ที่นอกจากจะบางกว่า iPad แล้ว มันยังเบากว่าอีกด้วย พร้อมกันนี้ยังใช้เทคโนโลยีที่เหนือกว่าอย่างเช่น พอร์ต USB 3.0 และพอร์ต mini-HDMI พร้อมด้วยกล้องสองตัว (ด้านหลัง 3 ล้านพิกเซล และด้านหน้า 1.3 ล้านพิกเซล) ซึ่งมาพร้อมกับแฟลช LED (ช่วยแก้ปัญหา"หน้ามึด" :D เวลาเล่นวิดีโอแชต) น้ำหนักของตัวเครื่อง PalmPad อยู่ที่ประมาณ 1.25 ปอนด์ (567 กรัม) เทียบกับ iPad ที่ 1.6 ปอนด์ (ประมาณ 726 กรัม) ประเด็นคือ ยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนสำหรับขนาดของหน้าจอ PalmPad ส่วนระบบปฏิบัติที่ใช้จะเป็น WebOS 2.5 นอกจาก HP PalmPad แล้ว ทางบริษัทยังยกขบวนแท็บเล็ตอย่าง HP Slate 500 ที่มีการเปิดตัวกันไปแล้ว ซึ่งเป็นแท็บเล็ตที่เบากว่า บางกว่า iPad ในขณะที่สเป็กเท่ากับโน้ตบุ๊คทีใช้รัน Windows และใช้โพรเซสเซอร์ Intel Atom ทั้งนี้คาดการณ์ว่า หน้าตาของ PalmPad จะไม่ได้แตกต่างจาก HP Slate มากนัก

 

CES 2011: AMOLED รุ่นใหม่"โปร่งใส"

ในงาน CES 2011 ซัมซุง (Samsung) พยายามที่จะผลักดันตัวเองให้เป็นผู้นำจอแสดงผล โดยจะสาธิตจอ AMOLED รุ่นใหม่ที่ไม่เพียงแต่จะมีความบางเฉียบจนสามารถดัดโค้งงอขณะใช้งานได้เท่า นั้น แต่ในงานนี้ทางบริษัทยังได้เตรียมโชว์จอ AMOLED ที่มีความ"โปร่งใส" (Transpalent) มองเห็นฝั่งตรงข้ามของจอแสดงผล ทั้งนี้ จอ AMOLED รุ่นใหม่จะถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์อย่าง สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และทีวีของทางบริษัท

SMD (Samsung Mobile Display) จะแสดงต้นแบบของจอแสดงผล AMOLED รุ่นใหม่ที่มีความยืดหยุ่นกว่าเดิม โดยมีความบางแค่ 0.2 มม.เท่านั้น ซึ่งจอแสดงผล AMOLED ที่ผลิดได้นี้จะมีความยาว 4.5 นิ้ว และสนับสนุนความละเอียดระดับ WVGA 800x480 พิกเซล โดยคุณสมบัติหลักของจอ AMOLED รุ่นใหม่นี้ก็คือ ความยืดหยุนจนสามารถม้วนให้เป็นทรงกระบอกที่มีรัศมี 1 เซ็นติเมตรได้ สำหรับจอ AMOLED แบบยืดหยุ่น (Flexible) นี้ทำจากชั้นพลาสติก ทำให้มันไม่แตกหักง่าย

สำหรับ เทคโนโลยีจอแสดงผล AMOLED ที่มีความยืดหยุ่นนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กับสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต โดยจะใช้กับ Galaxy S รุ่นใหม่ ซึ่งจอแสดงผลรุ่นใหม่จะถูกเรียกว่า super AMOLED 2 นอกจากนี้ทาง SMD ยังจะได้โชว์จอแสดงผล "โปร่งใส" (Transparent AMOLED) ขนาด 14" และ 19" ทีมีความละเอียดเป็น 4 เท่าของ Full HD (3840x2160, 16:9) เพื่อใช้กับ TV และ Monitor โดยต้นแบบจอ AMOLED ชนิดโปร่งใสสามารถมองเห็นทะลุได้ 30% นี้ (ทั้งตอนเปิดและปิด) จะเป็นต้นแบบชิ้นแรกของโลก ในส่วนของคุณสมบัติพื้นฐานของจอแสดงผล AMOLED ก็คือ การให้สีสันที่สดใส คอนทราสที่สูงกว่า มุมมองที่กว้างกว่า และการตอบสนองการแสดงผลที่เร็วกว่า ในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ใช้จอแสดงผล AMOLED รุ่นใหม่นี้จะเริ่มพบเห็นได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2011

 

ผู้ใช้ Hotmail เซ็ง"เมล์หาย"ทั้งบ๊อกซ์


รายงานข่าวล่าสุด ผู้ใช้บริการ Hotmail ของ Microsoft บางรายประสบปัญหาเมล์เก่าทั้งหมดได้อันตรธานหายไปจาก Inbox โดยผู้ใช้เหล่านี้ได้โพสต์ข้อความแจ้งไปยังบริษัท พร้อมทั้งขอให้ช่วยกู้อีเมล์เหล่านั้นกลับมาให้พวกเขาด้วย เนื่องจากมีข้อมูลสำคัญอยู่ในเมล์เหล่านั้น

"ช่วยนำ(อีเมล์)ของดิฉันกลับมาด้วย" ข้อความที่โพสต์โดยผู้ใช้ที่ใช้ยูสเซอร์เนมว่า "Zacgore" เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา "ข้อมูล และภาพถ่ายของลูกๆ อยู่ในนั้น" นอกจากปัญหาเมล์หายแล้ว บางรายพบว่า อีเมล์ใน inbox ของพวกเขาถูกส่งเข้าไปในโฟลเดอร์ deleted mail (เมล์ที่ลบแล้ว) แทน อย่างไรก็ตาม ข้อความที่โพสต์ไม่ได้ให้รายละเอียดว่า สาเหตุเกิดจากอะไร? หรือว่า จู่ๆ มันก็เกิดขึ้นเอง อ้างอิงข้อมูลจาก comScore ระบุว่า Hotmail เป็นบริการ"อีเมล์ฟรี"ที่ทำงานในระบบเว็บเบสโดยมีผู้ใช้ทั่วโลก 360 ล้าน

อย่าง ไรก็ดี นักเทคนิคของ Windows Live โพสต์ตอบกลับไปยังผู้ใช้ที่ประสบปัญหาแล้วว่า ขณะนี้ทีม Hotmail ได้รับทราบถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว และกำลังทำการแก้ไข "กรณีของปัญหานี้จะเกิดกับผู้ใช้ในวงจำกัด และไมโครซอฟท์กำลังแก้ไขให้กับผู้ใช้แต่ละรายที่ได้รับผลกระทบ เราต้องขอโทษสำหรับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นกับลูกค้าด้วย" Catherine Brooker ตัวแทนบริษัทไมโครซอฟท์กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 1 มกราคม ที่ผ่านมา แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงสาเหตุของปัญหา ในโฟรัมของไมโครซอฟท์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีการโพสต์ของผู้ใช้ทีประสบปัญหาเกี่ยวกับอีเมล์หาย หรืออีเมล์ถูกย้ายไปอยู่ใน deleted box แล้วเกือบ 500 หน้า

 

เกมเดทสาวบน 3DS จำแฟนได้ไม่คบ"กิ๊ก"

Project LovePlus เกมส์ออกเดทกับสาวในโลกเสมือน (Dating Sims) เวอร์ชัน Nintendo 3DS นอกจากจะทำให้ผู้เล่นได้มีโอกาสออกเดทกับ Manaka สาวสวยในเกมส์ในรูปแบบ 3D แล้ว เธอยังจำหน้า (Face Recognition) ของคุณได้ด้วยกล้องด้านหน้าของตัวเครื่องเล่นได้อีกด้วย...ว้าว!!!

Konami บริษัทผู้พัฒนา Project LovePlus หรือเกมส์ออกเดทกับสาวสวยในโลกเสมือน ที่ภารกิจของผู้เล่นก็คือ การพิชิตใจสาวในฝันที่อยู่ในเกมส์ให้ได้ กล่าวว่า หลังจากที่ LovePlus ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้เล่น DSi ที่เป็นผู้ชายที่ไม่มีแฟน (หรือมีแล้ว?) ล่าสุดทางบริษัทได้พัฒนาเวอร์ชันใหม่สำหรับเกมส์ Project LovePlus ที่เล่นบน Nintendo 3DS ให้มีความฉลาดมากยิ่งขึ้น โดยนอกจากจะใช้เซ็นเซอร์ accelerometer และ Gyro ในการแสดงเอฟเฟกต์ 3D ให้กับ Manaka หญิงสาวในโลกเสมือนแล้ว ทางบริษัทยังได้เพิ่มความสามารถให้สาวสวยในเกมส์จำหน้าของผู้เล่นได้อีก ด้วย เผื่อว่า เวลาที่คนอื่นแอบเล่นเกมส์นี้ของคุณ  Manaka จะไม่รู้จักคนเหล่านั้น แถมยังจะถามกลับไปอีกด้วยว่า "Who are you?" คุณเป็นใคร? ฟังกชันดังกล่าวทาง Konami เรียกว่า "Boyfriend Lock" ซึ่งผลลัพธ์ของฟังก์ชันนี้จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกมีความใกล้ชิดกับแฟนสาวในโลก เสมือนมากยิ่งขึ้น ดูเหมือนนับวัน เทคโนโลยี virtual กำลังจะพาเราถอยห่างจากความเป็นจริง (actual) มากขึ้นเรื่อยๆ นะครับ

 

 

 

CES 2011: HTC Scribe "แท็บเล็ต"?

ยิ่งใกล้วันงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อันดับหนึ่งของโลก CES 2011 ข่าวลือจากบริษัทต่างๆ ก็ถูกปล่อยออกมาว่อนเน็ตเป็นระยะๆ คราวนี้เป็นทีของ HTC กันบ้าง โดยล่าสุดได้มีการเปิดเผยเอกสารการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 2 ชิ้น ซึ่งระบุคำว่า HTC Scribe และ Scribe เป็นชื่อของคอมพิวเตอร์ "แท็บเล็ต" อุปกรณ์ไร้สาย...ว้าว!!!

ตาม รายงานข่าวที่ออกมาอ้างว่า HTC Scribe จะเปิดตัวในงาน CES 2011 โดยรายละเอียดเกี่ยวกับสเป็กที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้จากทาง Digitimes อ้างว่า HTC Scribe จะเป็น"แท็บเล็ต"อีกรุ่นที่ใช้แพลตฟอร์ม Tegra 2 ของ NVIDIA (โพรเซสเซอร์ดูอัลคอร์) หน้าจอสัมผัสที่ความละเอียด 1280x720 พิกเซล ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 2.4/3 (Honeycomb) หน่วยความจำภายใน 2GB เพิ่มการ์ดหน่วยความจำ microSD ขนาด 32GB ได้

หาก ไม่ผิดจากการคาดการณ์ HTC Scribe น่าจะเปิดตัวในงาน CES 2011 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 - 9 มกราคม ที่ลาสเวกัส หรืออย่างช้าก็น่าจะเป็นในงาน Mobile World Congress ที่จะจัดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับคำว่า Scribe หากหมายถึง ฟังก์ชันของ "แท็บเล็ต" นั่นก็หมายความว่า มันอาจจะมาพร้อมกับสไตลัส (stylus) หรือไม่ก็ฟังก์ชันการตรวจจับการเขียนด้วยมือบนเครื่องที่ดีกว่าคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูความชัดเจนกันอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี

 

CES 2011: ดูแล"หัวใจ"ด้วย iPhoneECG

ในงาน CES 2011 ทางบริษัท Alivecor ได้เตรียมแนะนำ iPhoneECG โซลูชันที่ประกอบด้วยอุปกรณ์เสริม และแอพฯที่สามารถเปลียน iPhone 4 ของผู้ใช้ให้กลายเป็นเครื่องวัดคลื่นหัวใจได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งต้องถือว่า นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งของความพยายามที่จะพัฒนาให้ iPhone เป็นมากกว่ามือถือ

iPhoneECG ประกอบด้วย"เคส"ใส่ iPhone 4 ที่มาพร้อมกับขั้วไฟฟ้า (electrodes) 2 อันที่ด้านหลัง ซึ่งมีประสิทธิภาพการทำงานไม่แพ้เครื่องวัดในโรงพยาบาล หรือสถานคลินิก โดยเคสที่ว่านี้จะทำงานไร้สายผ่านทาง Bluetooth ของ iPhone 4 (ทำให้เคสที่มาด้วยกันไม่มีคอนเน็คเตอร์ที่เชื่อมต่อกับ iPhone แต่อย่างใด) ด้วยการส่งผ่านข้อมูลที่ได้ไปยังแอพฯ iPhoneECG เพื่อคำนวร และแสดงกราฟการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ สำหรับข้นตอนการใช้งาน ก่อนอื่นต้องใช้สำลีจุ่มแอลกอฮอล์เช็ดขั้วไฟฟ้าให้สะอาด รันแอพฯ iPhone ECG โดยหากต้องการวัดชีพจรสามารถทำได้ด้วยการใช้นิ้วโป้งทั้งสองจับขั้วไฟฟ้าคน ละข้างที่ด้านหลัง หน้าจอจะแสดงอัตราการเต้นของหัวใจ

แต่ ถ้าต้องการกราฟ ECG โดยละเอียด ให้คุณถอดเสื้อ หรือเปิดอกซ้าย แล้วนำขั้วไฟฟ้าที่ติดอยู่ด้านหลังของเคสไอโฟน แตะลงไปเหนือบริเวณอกซ้ายค่อนมาตรงกลางเล็กน้อย แอพฯ iPhoneECG จะทำการอ่านค่าของคลื่นสัญญษณการเต้นของหัวใจจากขั้วไฟฟ้า เพื่อนำมาพลอตเป็นกราฟอย่างแม่นยำได้ทันที คุณผู้อ่านสามารถรับชมคลิปสาธิตการใช้งานได้ที่ด้านล่างนี้ ส่วนของจริงจะนำออกแสดงในงาน CES 2011 สนนราคาในเบื้องต้นประมาณ 100 เหรียญฯ (ประมาณ 3,200 บาท)

 

 

 

 

iPhone ต้อนรับปีใหม่ 2011 ด้วยการไม่ยอมปลุก

 

 

ความผิดพลาดของนาฬิกาปลุก บนมือถือ iPhone ที่ไม่ปลุกในวันที่ 1 มกราคม 2011 เกิดขึ้นกับผู้ใช้งานในออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และในเอเชีย และทำให้ผู้ใช้งานมือถือ iPhone จำนวนมากในนิวซีแลนด์ ต้องไปทำงานสาย เมื่อนาฬิกาปลุกบน iPhone ไม่ทำงาน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของปัญหานาฬิกาปลุกบนมือถือ iPhone เพราะเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็เกิดปัญหาไม่ปลุกในช่วง Daylight Savings Time ไปแล้ว และก็ได้สร้างความวุ่นวายไปทั่วยุโรป

 

 

ภาพซองใส่ iPad 2 หลุดอีกรอบแล้ว!!!


 

 

นอกจากรายงานข่าวฮอตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในงาน CES 2011 แล้ว ดูเหมือนข่าวลือเกี่ยวกับ iPad 2 โดยเฉพาะซองใส่ที่ทำให้เกิดการวิเคราะห์คุณสมบัติของเครื่องกันไปต่างๆ นาๆ แต่ก็หาที่ฟันธงไม่ได้สักที ล่าสุดมีภาพหลุดออกมาอีกแล้วบนเว็บไซต์ 9to5Mac แต่ก็ถูกทางโรงงานผลิตสั่งให้เอาออกจากเว็บไซต์ การกระทำดังกล่าวยิ่งทำให้สงสัยว่า ภาพซองดังกล่าวน่าจะเป็นของจริง!!!

จากรายงานข่าว ภาพของเคส iPad 2 ที่หลุดออกมานั้น เผยให้เห็นช่องที่เจาะไว้ถัดจากรูของกล้องด้านหลังของ iPad 2 ซึ่งมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่ช่องดังกล่าว เจาะไว้เพื่อใส่การ์ดหน่วยความจำ SD เพิ่มเติม หรือไม่ก็พอร์ต USB เนื่องจากมีขนาดของช่องใหญ่พอที่จะเป็นไปได้ทั้งสองกรณีนี้ ส่วนช่องด้านหลังขนาดใหญ่ที่ภาพเคสบางรุ่นเผยให้เห็นช่องเล็กๆ คล้ายรังผึ้งนั้น เป็นลำโพงที่เพิ่มขนาด เพื่อให้คุณภาพเสียงของ iPad 2 ดีขึ้นอย่างแน่นอน และที่แหล่งข่าวฟันธงออกมาก็คือ iPad 2 จะมาพร้อมกับกล้อง 2 ตัวอย่างแน่นอน เพื่อใช้ FaceTime พร้อมทั้งบางลง เพื่อลดน้ำหนักของตัวเครื่อง 

 

นอกจากนี้ ส่วนของขอบมุมที่มีการทำให้โค้งมนมากขึ้น จะทำให้ iPad 2 ถือง่ายขึ้นกว่ารุ่นปัจจุบัน ดูดีไซน์แล้วจะคล้ายๆ กับ iPod Touch รุ่นล่าสุดขนาดใหญ่ ส่วนที่เป็นข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้ และผู้ใช้ให้ความสนใจเป็นอย่างมากก็คือ iPad 2 อาจจะใช้วัสดุแข็งแรงแต่เบาอย่าง carbon fiber ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ซึ่งทาง Apple ได้จดสิทธิบัตรนี้สำหรับอุปกรณ์ที่มีดีไซน์คล้าย iPad ไว้แล้ว แต่ข่าวลือนี้ยังไม่ได้มีการยืนยันออกมาแต่อย่างใด แต่ถ้าเป็นจริงละก็ iPad 2 จะสามารถทิ้งห่างคู่แข่งไปได้อีกไกลเลยทีเดียว

 

 

 

 

CES 2011: Vizio โชว์"แท็บเล็ต"อีกราย

 

 

ถึงแม้ข่าวการเปิดตัว"แท็บเล็ต"ของ Vizio บริษัทผู้ผลิตทีวีที่หลายคนคุ้นเคยจะมาช้าไปหน่อย แต่มาปุ๊บก็มีคลิปออกมาให้เห็นกันก่อนงาน CES 2011 จะเริ่มอีกต่างหาก รายงานข่าวจากวอลล์สตรีทเจอนัลระบุว่า Vizion จะเปิดตัว"แท็บเล็ต"และ"สมาร์ทโฟน"รุ่นใหม่ของทางบริษัทในงาน CES 2011 ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งสองนี้ทางบริษัทใช้เวลาในการวิจัยและพัฒนานานกว่าปีครึ่ง และถือเป็นอีกก้าวที่ยิ่งใหญ่ของ Vizio

สำหรับมือถือของ Vizio จะใช้ชื่อว่า Via Phone โดยจะทำงานด้วยระบบปฎิบัติการ Android หน้าจอขนาด 4 นิ้ว พร้อมกล้องทั้งด้านหน้า และหลัง ซึ่งกล้องด้านหน้าจะใช้สำหรับถ่ายรูปตัวเอง และวิดีโอคอลล์ แบบ FaceTime ตามรายงานข่าวไม่ได้ระบุว่า กล้องด้านหน้าละเอียดแค่ไหน? แต่กล้องด้านหลังจะมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วน"แท็บเล็ต"ที่เป็นไฮไลท์ของ Vizio จะมีชื่อว่า Via Tablet ซึ่งจะมาพร้อมกับกล้องทั้งด้านหน้าและหลัง และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android เช่นเดียวกัน สนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi และหน้าจอมีขนาด 8 นิ้ว ทั้ง Via Phone และ Via Tablet จะมีพอร์ตเชื่อมต่อ HDMI เพื่อดูคอนเท็นต์บน HDTV ได้

 



Vizio พยายามจะทำให้ส่วนติดต่อผู้ใช้ (User Interface) ของผลิตภัณฑ์ทั้งสองคล้ายกับทีวี อีกทั้งผู้บริโภคยังสามารถใช้ Via Phone และ Via Tablet แทนรีโมท เพื่อควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ของ Vizio ได้อีกด้วย ที่สำคัญบริการ Vizio on Demand ยังทำให้ทุกอุปกรณ์ของทางบริษัทซิงค์กันได้อีกด้วย เช่น คุณอาจจะเริ่มดูหนังบน Via Phone ไม่จบ แล้วไปดูต่อบนทีวีของ Vizio เป็นต้น Vizio ได้ชื่อว่า เป็นบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของราคา และคุณภาพ ทีวีของทางบริษัทเป็นสินค้าขายดีในห้างใหญ่อย่าง Walmart ซึ่งหากราคาของ Via Phone และ Via Tablet ออกมาดูดี แผนการของ Vizio ที่จะขยายธุรกิจในปีนี้ก็น่าจะเป็นไปได้ชัดเจนขึ้น ข้างล่างเป็นคลิปที่มีการ Tie-In แท็บเล็ตของทางบริษัทให้เห็นกันด้วย

 


 

 

 

MS ปลื้ม IE9 ยอดดาวน์โหลด 20 ล้าน


เมื่อวานนี้ Roger Capriotti ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ Internet Explorer ได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขที่น่าตื่นเต้นสำหรับ IE9 บราวเซอร์ที่ทางไมโครซอฟท์ (Microsoft) หมายมั่นปั้นมือให้มากู้ศักดิ์ศรี และส่วนแบ่งตลาดคืนจากคู่แข่งให้จงได้ โดยสถิติการดาวน์โหลดล่าสุดของ IE9 Beta มากกว่า 20 ล้านดาวน์โหลดไปแล้วภายในระยะเวลาแค่ 3 เดือนครึ่งเท่านั้น

 

แต่เดี๋ยวก่อน ทางด้าน Net Applications รายงานว่า ด้วยยอดดาวน์โหลด IE9 Beta ที่เกิดขึ้นนี้ หมายถึงส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้บราวเซอร์ทั่วโลกประมาณ 0.46% เท่านั้น สำหรับภาพรวมของส่วนแบ่งตลาดบราวเซอร์ทั่วโลกในปัจจุบันของ IE เวอร์ชันต่างๆ ปรากฎว่า IE6 ยังมีผู้ใช้งานอยู่ 13.81% IE7 มี 9.17% และ IE8 ยังคงมีผู้ใช้มากสุดคือ 33% รวมแล้ว IE มีส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้อยู่ที่ประมาณ 56.94% ตามด้วย Firefox ที่ช่วงหลังดูสถิติไม่ค่อยวิ่งแรงเหมือแต่ก่อน ตามด้วย Chrome และ Safari งานนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า IE9 RC ที่คาดว่าจะออกปลายเดือนนี้ (28 ม.ค. 2554) กับ Firefox 4.0 ใครจะแรงกว่ากัน? ส่วนความหวังของ Chrome ที่จะขึ้นมาเบียด Firefox นั้นคงต้องรอดูปีนี้ว่า Google จะมีไม้เด็ดอะไร? 

 

 

CES 2011: โตชิบาโชว์"แท็บเล็ต"จอใหญ่

 

ในขณะที่ผู้บริโภคบางรายรู้สึกว่า iPad มีขนาดใหญ่ไป โดยหันไปพัฒนา"แท็บเล็ต"ที่มีขนาดเล็ก และเบากว่า แต่ล่าสุดในงาน CES 2011 ทางบริษัทโตชิบา (Toshiba) ได้เตรียมเปิดตัว"แท็บเล็ต"รุ่นใหม่ที่ยังไม่มีการตั้งชื่อ ในขณะทีมันมีขนาดหน้าจอใหญ่ถึง 10.1 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่าของ iPad อีกต่างหาก

สำหรับแท็บเล็ตที่ Toshiba จะนำมาแสดงในงานนี้จะเป็นเครื่องต้นแบบที่ยังไม่มีการผลิต เนื่องจากต้องรอให้ Android (Honeycomb) ที่มีการคาดการณ์กันว่า มันเป็นโอเอสที่ได้รับการปรับแต่ง และพัฒนาให้ใช้กับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ แต่สเป็กแท็บเล็ตรุ่นใหม่ของ Toshiba ก็ดูน่าสนใจไม่น้อย ว่ากันตั้งแต่การใช้โพรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ NVIDIA Tegra 2 หน้าจอสัมผัสแบบ capacitive ที่มีความละเอียด 1280x800 พิกเซล สนับสนุนวิดีโอไฮเดฟฯ 720p กล้องด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล ในขณะที่กล้องด้านหน้าที่ใช้สำหรับ video call ที่มีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล โดยรวมสเป็กเหนือกว่า ipad ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ยังทะลายข้อจำกัดของ iPad อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการมีพอร์ต USB และ mini-USB ในขณะเดียวกันก็มีพอร์ต HDMI และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ SD เชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 802.11n และ Bluetooth เคสด้านหลังของแท็บเล็ตยังใช้วัสดุผสมยางทำให้หนึบไม่ลื่นหลุดมือโดยง่าย แถมยังถอดเปลี่ยนได้อีกต่างหาก เรียกได้ว่า สเป็กค่อนข้างครบครันไม่ขาดพร่องเหมือน iPad ประกอบกับดีไซน์ที่โดดเด่น และในขณะที่มันมีหน้าจอใหญ่กว่า iPad แต่กลับมีน้ำหนักแค่ 1.7 ปอนด์ (iPad หนัก 1.6 ปอนด์) จะน่าสนใจแค่ไหน? งานนี้คงต้องดูเรื่องของราคาอีกทีหนึ่ง เมื่อมันเปิดตัว

 

 

 

CES 2011: Intel เปิดตัวชิป Core รุ่นที่ 2


 

 ก่อนหน้างาน CES 2011 จะเริ่มต้นแค่ 2 วัน ทาง Intel ขอตัดหน้าประกาศเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ที่มีโค้ดเนมว่า Sandy Bridge ซึ่งเป็นชิปที่เป็นการรวมเอาหน่วยประมวลผลกราฟิก และซีพียูตั้งแต่หนึงแกนขึ้นไปเข้าไปไว้ในชิปตัวเดียว

 

สำหรับเหตุผลที่ Intel เปิดตัวชิปตระกูลใหม่ก่อนหน้างาน CES 2011 ก็เนื่องจากต้องการเปิดโอกาสให้บริษัทผู้ผลิตได้แสดงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้โพรเซสเซอร์รุ่นนี้ในงานดังกล่าว โดย Intel เรียกชิปตระกูลใหม่นี้ง่ายๆ ว่าเป็นชิปตระกูล Core รุ่นที่ 2 (second-generation intel core processor family) ซึ่งจุดเด่นของ Sandy Bridge จะทำให้โน้ตบุ๊ครุ่นใหม่มีประสิทธิภาพในการทำงานทั้งในส่วนของการประมวลผลกราฟิก และความเร็วในการทำงานดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม คู่แข่งอย่าง AMD ก็จะเปิดตัว Fusion chip ในงาน CES ด้วยเช่นกัน โดยความหมายของ Fusion ก็คือ การรวมหน่วยประมวลผลกราฟิกเข้าไปใน CPU เช่นเดียวกัน 

Sandy Bridge จะเป็นโพรเซสเซอร์ Core รุ่นสองที่เจาะกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการคุณภาพของกราฟิกที่เหนือกว่าบนโน้ตบุ๊ค โดย Intel กล่าวว่า ชิป Sandy Bridge สามารถแปลงไฟล์วิดีโอจากฟอร์แมตหนึ่งไปยังอีกฟอร์แมตหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะไม่เร็วเท่ากับการมีชิปกราฟิกแยกต่างหาก แต่ผู้ใช้จะรู้สึกประทับใจกับประสิทธิภาพการทำงานของมันอย่างแน่นอน (เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเกมส์ 3D ด้วย) ทั้งนี้ Sandy Bridge จะสามารถจัดการกับกราฟิก DirectX 10.1 (ยังไม่สนับสนุน DirectX 11) ซึ่งหากผู้ใช้ทั่วไปทีต้องการใช้งานประมวลกราฟิก หรือวิดีโอที่แรงกว่าเดิมบนโน้ตบุ๊ค แต่ไม่ถึงกับต้องลงทุนเพิ่มการ์ดกราฟิกอีก 500 เหรียญฯ (ประมาณ 15,000 บาท) Sandy Bridge จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

ชิปในตระกูล Sandy Bridge จะเปิดตัวด้วยโมเดล quad-core โดยในแพลตฟอร์มของ Sandy Bridge ยังจะมีเทคโนโลยี Wi-Di  (Intel Wireless Display) เวอร์ชัน 2.0 ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อไร้สายระหว่างคอมพิวเตอร์กับทีวีได้ และ Turbo Boost 2.0 นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งเทคโนโลยี DRM (Digital Restrictions Management) สำหรับการรับชมภาพยนต์ที่มีลิขสิทธิ์ ซึ่ง Intel เรียกว่า Intel Insider ทำให้ผู้ใช้สามารถปลดล็อค และรับชมคอนเท็นต์ HD ที่สมบูรณ์แบบบนโน้ตบุ๊คได้ สำหรับโน้ตบุ๊คที่มีการใช้ชิป Sandy Bridge จะเริ่มวางตลาดในวันที่ 9 มกราคม ส่วนโมเดลที่ใช้ชิป dual-core จะออกในเดือนกุมภาพันธ์

 

BitTorrent มีผู้ใช้ 100 ล้านรายต่อเดือน


 

BitTorrent บริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์"แชร์ไฟล์"ที่ชื่อ BitTorrent และ µTorrent เปิดเผยตัวเลขที่น่าทึ่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวมากถึง 100 ล้านรายต่อเดือน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ไฟล์ที่มีการแชร์ผ่านไคลเอ็นต์ซอฟต์แวร์ ตลอดจนเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการส่วนใหญ่จะเป็นซอฟต์แวร์ และสื่อดิจิตอลที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ BitTorrent เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้มากที่สุด โดยในตลาดยังมีเครืองมือที่สามารถใช้งานในลักษณะเดียวกันนี้อีกมากมาย

 

นอกจากตัวเลขสถิติที่น่าตกใจข้างต้นแล้ว BitTorrent ยังมีข้อมูลอื่นๆ อีกอย่างเช่น โดยเฉลี่ยจะมีผู้ใช้บริการในแต่ละวันมากกว่า 20 ล้านราย ซอฟต์แวร์ไคลเอ็นต์ของทางบริษัทถูกดาวน์โหลดโดยเฉลี่ย 400,000 ครั้งต่อวัน ซึ่งมาจากประเทศต่างๆ มากกว่า 220 ประเทศทั่วโลก และมีเวอร์ชันในภาษาต่างๆ ให้เลือกใช้มากถึง  52 ภาษา เรียกได้ว่า ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลกนั่นเอง

นอกจากจะมีซอฟต์แวร์แชร์ไฟล์(ที่ส่วนใหญ่ละเมิดลิขสิทธิ์)บนพีซีแล้ว บน iPhone ยังมีแอพฯ อย่าง iControlbits ที่หลายคนคาดว่าอาจจะถูกดึงออกจาก Apple App Store แต่ก็ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน ล่าสุดทาง BitTorrent พยายามแก้ภาพลักษณ์ดังกล่าวด้วยแคมเปญจ์ Artists Spotlight Program เพื่อให้ศิลปินใช้ BitTorrent เป็นที่เผยแพร่ผลงาน เพื่อสร้างโอกาสในอนาคต ว่าแต่มีใครอยาก"นอนบนเตียงของศัตรู"บ้างล่ะ? อย่างไรก็ตาม สถิติทีทาง BitTorrent ไม่ได้เปิดเผยก็คือ มีผู้ใช้กี่รายที่ไม่ได้ใช้ไคลเอ็นต์ของทางบริษัทในการโหลดซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์?

 

 

 

Google เตือนช่องโหว่ใหม่ IE รั่วบนเน็ต

นักวิจัยระบบรักษาความปลอดภัยจาก Google ผู้สร้างเครื่องมือที่สามารถค้นหาบั๊กต่างๆ ในบราวเซอร์หลักที่ผู้ใช้ทั่วโลกนิยมได้ออกมาเปิดเผยว่า ข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ใน IE ที่ค้นพบล่าสุด ซึ่งยังไม่มีการแพตช์แต่อย่างใดได้หลุดรั่วออกไปตกอยู่ในมือของแฮคเกอร์จีน...อุ๊ปส์!!!

ประเด็นที่น่ากลัวก็คือ ช่องโหว่ใหม่ที่หลุดรั่วออกไปสามารถใช้ได้กับ IE ที่อัพเดตแพตช์แล้วด้วย Michal Zalewski นักวิจัยระบบรักษาความปลอดภัยที่ Google ได้โพสต์บล็อกถึงความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลช่องโหว่ที่พบใน IE ซึ่งสามารถใช้ล่มการทำงาน เพื่อเปิดทางในการเจาะระบบของผู้ใช้ได้ถูกเปิดเผยไปยังผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ IP ระบุว่ามาจากจีน โดยข้อมูลดังกล่าวจะเป็นรายละเอียดเกี่ยวข้อผิดพลาดของการทำงานที่พบในไฟล์ mshtml.dll ซึ่งทีมวิจัยได้เก็บข้อมูลนั้นไว้บนเซิร์ฟเวอร์ตัวหนึ่ง แต่มันเกิดการผิดพลาดที่ไปเปิดให้ Google เข้ามาทำ index ในเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวได้ โดยรายละเอียดการค้นข้อมูลของวันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมาเผยให้เห็นว่า มันมีการเสิร์ชพบข้อมูลดังกล่าวตลอดจนไฟล์ต่างๆ ของเครื่องมือระบบรักษาความปลอดภัยที่ยังไม่มีการเผยแพร่ แต่ได้ถูกดึงออกไปโดยใครบางคนที่ไม่สามารถระบุได้

 

ข้อผิดพลาดดังกล่าวจะสามารถล่มการทำงานของ EIP (Extended Instruction Pointer) บนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รันบราวเซอร์ IE โดย Zalewski กล่าวว่า ช่องโหว่ที่พบนี้จะเปิดช่องให้ผู้บุกรุกสามารถเข้าโจมตี และควบคุมคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ที่ตกเป็นเหยื่อได้อย่างสมบูรณ์ ช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดย cross fuzz ซอฟต์แวร์ที่สามารถค้นหาบั๊กในบราวเซอร์ IE, Firefox และบราวเซอร์ตัวอื่นๆ ที่เขาพัฒนาขึ้นเองในยามว่างเมื่อสองปีก่อน ซึ่งที่ผ่านมา มันสามารถช่วยให้ค้นพบบั๊กในบราวเซอร์ได้เกือบ 100 แห่งแล้ว อย่างไรก็ดี ทาง Google ได้เปิดเผยว่า ได้ประสานงานกับ Microsoft ในการตรวจสอบข้อผิดพลาดดังกล่าว เพื่อแก้ไขเป็นการด่วนแล้ว ในขณะเดียวกันทาง Microsoft ได้ขอร้องให้ Zalewski เลื่อนการออก cross_fuzz เครื่องมือค้นหาบั๊กในบราวเซอร์ออกไปก่อน ล่าสุด Zalewski ยืนยันในบล็อกว่า ผู้ใช้นิรนามที่เข้าถึงข้อมูลของ cross_fuzz ได้ล่วงรู้ช่องโหว่ของ IE ที่ยังไม่ได้แพตช์นี้แล้ว

 

CES 2011: ASUS แนะนำ Eee Pad 4 รุ่น

 

ในขณะที่เว็บไซต์ Mac Observer กำลังเปิดเกมส์ร่วมสนุกกับผู้เข้าชมเว็บไซต์ด้วยการนับว่า ในงาน CES 2011 จะมี"แท็บเล็ต"ทั้งหมดกี่รุ่น ทางด้านบริษัท ASUS เมื่อวานนี้ได้เปิดตัว Eee Pad Transformer โดยเป็นแท็บเล็ตที่มีดีไซน์ให้สามารถแปลงร่าง เพื่อใช้งานเป็นโน้ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ตได้

ASUS Eee Pad ที่เปิดตัวล่าสุดจะมาพร้อมกับคีย์บอร์ด QWERTY ขนาดมาตรฐานที่มีแท่นรองรับ (docking station) สามารถใช้ต่อเข้ากับแท็บเล็ตให้กลายเป็นโน้ตบุ๊คได้ โดย"แท็บเล็ต"รุ่นที่มีหน้าจอสัมผัสแบบ capacitive ขนาด 10.1 นิ้วจะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 3.0 (Honeycomb) และมีกล้อง 2 ตัวทั้งด้านหน้า (1.2 ล้านพิกเซล) และหลัง (5 ล้านพิกเซล) สามารถเชื่อมต่อเน็ตไร้สายด้วย Wireless N พร้อมด้วยฟังก์ชัน Bluetooth ส่วนพอร์ตใช้งานทั่วไปก็จะมี HDMI, USB และช่องอ่านการ์ดหน่วยความจำ โพรเซสเซอร์ที่ใช้จะเป็น NVIDIA Tegra 2 จุดขายที่ใช้โปรโมทก็คือ "สมรรถนะการทำงานเป็น 2 เท่า แถมยังบางกว่า iPad อีกด้วย"สนนราคาของ ASUS Transformer อยู่ที่ประมาณ 399-699 เหรียญฯ (12,000 - 21,000 บาท) วางตลาดเมษายน ศกนี้

นอกจากนี้ยังมี Eee Pad Slider เป็น"แท็บเล็ต"ที่มีขนาดหน้าจอ 10 นิ้ว ทำงานด้วยระบบปฎิบัติการ Android 3.0 Honeycomb เช่นเดียวกัน แต่จะมาพร้อมกับคีย์บอร์ด QWERTY ที่เลื่อนออกมาจากด้านหลัง อีกทั้งยังสามารถตั้งแท็บเล็ตขึ้นมาเป็นจอแบบโน้ตบุ๊ค เพื่อใช้พิมพ์ได้อย่างสะดวกมือได้อีกด้วย สนนราคาอยู่ที่ 499 - 799 เหรียญฯ (ประมาณ 15,000 - 24,000 บาท) วางตลาดพฤษภาคม ศกนี้

และไม่เพียงแต่จะมี  Eee Pad Transformer และ Eee Pad Slider ออกมาเพื่อชนกับ iPad เท่านั้น ทาง ASUS ยังมี Eee Pad Memo "แท็บเล็ต" Android ทีมีขนาด 7 นิ้ว เพื่อต่อกรกับ Samsung Galaxy Tab อีกด้วย โดยหน้าจอของ Memo จะสามารถใช้สัมผัสได้ทั้งนิ้ว และสไตลัส ทำงานด้วย Qualcomm Snapdragon สามารถเล่นวิดีโอฟูลไฮเดฟ 1080p ได้ สนนราคาอยู่ที่ 499 และ 699 เหรียญฯ วางตลาดมิถุนายน ศกนี้

สำหรับแท็บเล็ตอีกรุ่นที่เปิดตัวพร้อมกันในงานนี้คือ Eee Slate EP121 ซึ่ง Jonney Shih ประธานบริษัท ASUS กล่าวว่า "มันคือพีซีที่ไม่ใช่พีซี" โดยจะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 12.1 นิ้ว ภายในทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Intel Core i5 และใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 Home Premium สามารถใช้ video chat และสนับสนุนการทำงานร่วมกับปากกาดิจิตอล (digitizer pen) ของ Wacom ในขณะที่สนับสนุนการใช้งานระบบสัมผัสแบบมัลติทัช คาดว่าจะวางตลาดเดือนนี้ สนนราคาอยู่ระหว่าง 999 - 1099 เหรียญฯ (ประมาณ 30,000 - 33,000 บาท)

 

 

 

ภาพลวงตา"แถบแสดงสถานะดาวน์โหลด"

ช่วงบ่ายอย่างนี้ ขอคั่นข่าว CES 2011 ด้วยเรื่องสนุกๆ ที่หลายคนอาจจะไม่ทันสังเกต หรือมีการเปิดเผยให้ได้ทราบกัน นั่นคือ เทคนิคการใช้ภาพลวงตาใน"แถบแสดงสถานะการดาวน์โหลด" (Progess bar) ซึ่งลักษณะเป็นแถบสีที่เวลาดาวน์โหลด หรือติดตั้งโปรแกรม แถบสีดังกล่าวจะค่อยๆ ขยับเพิ่มจนเต็มทั้งแถบ เมื่อเสร็จสมบูรณ์ ว่าแต่แล้วมันเกี่ยวกับ"ภาพลวงตา" อย่างไร?

เว็บไซต์ New Scientist ได้เปิดเผยคลิปที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้คอมพิวเตอร์สามารถถูกหลอกได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเข้าใจว่า สถานะการดาวน์โหลดที่มองเห็นบน Progress bar นั้นเร็วขึ้น ทั้งๆ ที่มันไม่ได้เร็วกว่าเดิมแต่อย่างใด ซึ่งปกติเราจะพบเห็นแถบสีพวกนี้ มีลักษณะเป็นสีทึบที่ค่อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มทั้งแถบ แต่ด้วยเทคนิคง่ายๆ ในการหลอกสายตา โดยใช้การใช้เอฟเฟกต์ที่มีลักษณะคล้ายคลื่นสูงต่ำ พร้อมกับมีการเคลื่อนที่ของแถบสว่างไปบนนั้น ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ก็จะเกิดความรู้สึกว่า มันดาวน์โหลดเร็วขึ้นกว่าแถบสีแบบเดิมๆ แล้ว ซึ่งมันเป็นทริคที่โปรแกรมเมอร์ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่า มันเร็วขึ้นกว่าเดิม ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงมันใช้เวลาเท่ากัน ไม่เชื่อลองดูคลิปล้างตาข้างล่างนี้

 

 

 

CES 2011: Toshiba 3D TV ไม่ง้อแว่น

รายงานข่าวล่าสุด ในงาน CES 2011 (6 - 9 มกราคม ลาสเวกัส สหรัฐฯ) นอกจาก Toshiba จะทำเซอร์ไพรส์ผู้เข้าชมงานด้วย"แท็บเล็ต" Android รุ่นใหม่แล้ว ทางบริษัทยังได้เตรียมบุกตลาดทีวีสามมิติ (3D TV) ที่ไม่ต้องสวมแว่นเวลารับชมอีกด้วย โดยคาดว่าจะเริ่มวางตลาดในญี่ปุ่นตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป

Tohiba บริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับครัวเรือนไปจนถึงผลิตภัณฑ์ไอทีได้ประกาศว่า ทางบริษัทพร้อมแล้วที่จะวางจำหน่าย 3D TV ในญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นรุ่นที่สามารถรับชมได้โดยไม่ต้องสวมแว่นตา โดยมีขนาดหน้าจอให้เลือกคือ 12" และ 20" เนื่องจากความจำเป็นที่จะต้องสวมแว่นตาชนิดพิเศษ เพื่อการรับชม 3D TV ทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมียอดขายไม่หวือหวาเท่าที่ควร Toshiba เชื่อว่า การทำให้ 3D TV สามารถรับชมได้โดยไม่ต้องสวมแว่นจะทำให้ตลาดนี้บูมมากขึ้น ในขณะที่บริษัทคู่แข่งกล่าวว่า เทคโนโลยีการรับชม 3D TV แบบไม่ง้อแว่น ผู้รับชมจะต้องอยู่ใตำแหน่งของมุมมองค่อนข้างจำกัด เพื่อให้สามารถมองเห็นเอฟเฟกต์ 3D ได้ชัดเจน 

ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์วิชวลของโตชิบากล่าวว่า ในงาน CES 2011 ที่จะเริ่มในวันพรุ่งนี้ ทางบริษัทจะได้นำ 3D TV ที่ไม่ง้อแว่นไปโชว์ในงานด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมงานนี้ โดยเฉพาะการโชว์ต้นแบบ 3D TV ขนาด 56" และ 65" ที่สามารถรับชมได้โดยไม่ต้องสวมแว่นตาพิเศษ "3D TV ทุกรุ่นของเราไม่เพียงแต่จะทำตลาดในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่จะวางจำหน่ายในสหรัฐฯ ยุโรป และจีนด้วย" ตัวแทนบริษัทกล่าว ซึ่งปัจจุบัน Toshiba สามารถผลิต 3D TV ด้วยจอ LCD ขนาด 12" และ 20" ได้เอง แต่สำหรับจอที่มีขนาดใหญ่จะต้องพึ่งซัพพลายเออร์ ทั้งนี้ Toshiba ตั้งใจที่จะผลักดันยอดขาย TV ในสหรัฐฯให้ได้ส่วนแบ่งตลาด 10% (ปัจจุบันมีส่วนแบ่งที่ 7% - 8% เท่านั้น)

 

CES 2011: Toshiba ชิงเปิดตัว"แท็บเล็ต"

สมรภูมิการแข่งขันในตลาด"แท็บเล็ต" (tablet) ดูท่าจะดุเดือดจริงๆ แค่ไม่ถึงวัน หลังจาก ASUS เปิดตัว tablet พร้อมกัน 4 รุ่น Toshiba ก็ชิงเปิดตัว Tablet ก่อนหน้าที่จะเปิดงาน CES (Consumer Electronic Show) 2011 ด้วยเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม มันยังเป็นเครื่องต้นแบบที่ยังไม่ได้มีการประกาศชื่ออย่างเป็นทางการ

Toshiba เปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นที่สอง หลังจาก Folio 100 แท็บเล็ตสายพันธุ์ Android 2.2 (Froyo) ซึ่งสำหรับ"แท็บเล็ต"รุ่นใหม่ แม้จะยังทำงานด้วย Froyo แต่ทางบริษัทมุ่งหวังที่จะอัพเกรดเป็น Gingerbread หรือ Honeycomb เมื่อวางตลาด นอกจากนี้ เครื่องต้นแบบที่ชิงนำออกมาโชว์ยังใช้โพรเซสเซอร์ SpursEngine ของ Toshiba แต่ทางบริษัทจะเปลี่ยนไปใช้โพรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ NVIDIA Tegra 2 ทางบริษัทยังได้พัฒนาเทคโนโลยี Resolution Plus ที่ทำให้วิดีโอสามารถแสดงความละเอียดได้ทั้งมาตรฐาน และ HD โดยแท็บเล็ตรุ่นใหม่นี้จะใช้หน้าจอสัมผัสแบบ capacitive ขนาด 10 นิ้ว (1280x800)

ในส่วนของคุณสมบัติอื่นๆ ก็จะมีกล้อง 2 ตัวทั้งด้านหน้า และหลัง (2 ล้าน และ 5 ล้านพิกเซลตามลำดับ) พร้อมด้วยพอร์ต USB, HDMI และ ช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ SD เซ็นเซอร์ตรวจจับความเร่ง (Accelerometer) และตรวจจับแสงสว่างภายนอก เพื่อปรับแสงหน้าจอให้เหมาะสม (Ambient light sensor) สำหรับกำหนดการวางตลาดจะเป็นภายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้

 

 

 

Angry Birds บนเน็ตบุ๊ค WinXP, Win7

ด้วยความฮอตสุดๆ ของเกม Angry Birds บนสมาร์ทโฟน รายงานข่าวล่าสุดมันได้ถูกพัฒนาเป็นเวอร์ชันที่สามารถเล่นบนเน็ตบุ๊ค (netbook) ที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows XP และ Windows 7 ได้แล้ว โดยได้เปิดจำหน่ายอยู่ใน AppUp Store ของ Intel เอ้า...ใครเป็นสาวก"นกโกรธ"เข้าไปโหลดมาเล่นได้เลย ว้าว!!!

สำหรับราคาแอพฯ Angry Birds ที่จำหน่ายอยู่ใน AppUp Store จะมีราคาอยู่ที่ 9.99 เหรียญฯ (ประมาณ 300 บาท) โดยเกมเมอร์ที่สนใจในช่วงนี้ยังสามารถซื้อได้ในราคาพิเศษ 4.99 เหรียญฯ (ประมาณ 150 บาท) ซึ่งถือเป็นไอเดียที่ฉลาดมากในการยืมโมเดลของการทำธุรกิจแอพฯบนสมาร์ทโฟนมาใช้กับเน็ตบุ๊ค

 

 

 

Rovio Mobile บริษัทผู้พัฒนา Angry Birds เวอร์ชันบน Windows XP และ Windows 7 เปิดเผยว่า Angry Birds บนเน็ตบุ๊คจะมีให้เล่นถึง 195 เลเวล ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาเล่นหลายชั่วโมงทีเดียวกว่าจะผ่านทั้งหมด ในขณะเดียวกันยังสามารถอัพเดตคุณสมบัติ และเลเวลใหม่ๆ เพิ่มได้ฟรีในอนาคต ว่าแต่คุณผู้อ่านที่เป็นเจ้าของเน็ตบุ๊คสนใจจะดาวน์โหลดแอพฯ "นกโกรธ" มาเล่นดูบ้างไหมครับ?

 

 

 

CES 2011: Samsung โชว์ Sliding PC 7

เมื่อวานนี้ Samsung ได้เปิดเผยถึงผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นเน็ตบุ๊ค(?)ที่มีดีไซน์บางเฉียบถึง 9 รุ่น โดยทั้งหมดจะถูกนำออกแสดงในงาน CES 2011 ซึ่งทางบริษัทได้วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ในซีรียส์นี้ให้เป็นคู่ชก MacBook Air ของ Apple สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ว่านี้คือ Samsung Sliding PC 7

Samsung Sliding PC 7 Series เป็นเน็ตบุ๊คที่ใช้โพรเซสเซอร์ Intel Atom Z670 (Oak Trail) ความเร็ว 1.66GHz ซึ่งมาพร้อมกับหน่วยความจำ DDR2  2GB สตอเรจ SSD ความจุ 32GB หรือ 64GB ให้เลือก โดยหน้าจอขนาด 10.1" ความละเอียด 1366x768 พิกเซล ส่วนระบบปฏิบัติการที่ใช้จะเป็น Windows 7 Home Premium ทั้งนี้หากพิจารณาในส่วนของสเป็กโดยรวมเน็ตบุ๊คในซีรียส์นี้จะมีประสิทธิภาพการทำงานที่เร็ว และประหยัดพลังงานกว่าเน็ตบุ๊คที่ออกมาก่อนหน้านี้

นอกจากสเป็กเครื่องแล้ว ดีไซน์ของเน็ตบุ๊คในซีรียส์นี้ยังมีความแตกต่าง และเหนือกว่าเน็ตบุ๊คทั่วไปอีกด้วย ไมว่าจะเป็น การใช้จอสัมผัสสำหรับการใช้เป็น"แท็บเล็ต" ในขณะที่ด้านหลังสามารถเลื่อน (slide) คีย์บอร์ด QWERTY (พร้อมทัชแพด) ออกมาใช้งานเป็น"เน็ตบุ๊ค"ได้ด้วย (คล้าย ASUS Eee Pad Slider) อาจจะเรียกว่า มันเป็นการไฮบริด "แท็บเล็ต" กับ "เน็ตบุ๊ค" ก็ได้ "Samsung 7 Series กำลังสร้างหมวดผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาด้วยตัวมันเอง ด้วยความเพียบพร้อมสมบูรณ์ไม่เพียงแต่ดีไซน์ที่ให้ความสะดวกสบายในการเปิดรับคอนเท็นต์ต่างๆ เท่านั้น แต่มันยังตอบโจทย์ในการสร้างสรรค์คอนเท็นต์บนคอมพิวเตอร์อีกด้วย" Scott Ledteman ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์โมบายพีซีของ Samsung Enterprise Business Division กล่าว "นวตกรรมในการออกแบบบนพื้นฐานของการใช้โพรเซสเซอร์ Atom ของ Intel ไม่เพียงแต่จะทำให้เราได้เน็ตบุ๊คที่มีประสิทธิภาพการทำงาน และอุปกรณ์ที่มีความคล่องตัวในการใช้งานเท่านั้น แต่มันยังสร้างความแปลกใหม่ในเรื่องของรูปแบบเครื่องที่มีดีไซน์สร้างสรรค์อีกด้วย" Doug Davis รองประธาน และผู้จัดการทั่วไปกลุ่ม Netbook และ Tablet ของ Intel กล่าวเสริม

 

 

 

ในส่วนของคุณสมบัติการทำงานด้านอื่นๆ ก็จะมีช่องอ่านการ์ดหน่วยความจำ 4-in-1 พอร์ต USB 2.0 และพอร์ต HDMI สำหรับเชื่อมต่อกับ HDTV สามารถเชื่อมต่อเน็ตไร้สายด้วย Wi-Fi 802.11 b/g/n และมีออปชันสำหรับการเชื่อมต่อไร้สายด้วย WiMAX หรือ 3G กล้องด้านหน้า 1.3 ล้านพิกเซล ซึ่ง Samsung Sliding PC 7 จะมีขนาดของตัวเครื่อง 10.47" x 6.88" x 0.78" (กระทัดรัด และบางเฉียบ) ในขณะที่มีน้ำหนักเพียง 2.18 ปอนด์ (ประมาณ 1 กิโลกรัม) ทำงานด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมโพลีเมอร์ สามารถใช้งานได้นานต่อเนื่องถึง 9 ชั่วโมง วางตลาดเดือนมีนาคม สนนราคาอยู่ที่ 699 เหรียญฯ หรือประมาณ 21,000 บาท

 

CES 2011: Nvidia คู่แข่ง Intel, AMD?

ในที่สุด Nvidia บริษัทผู้ออกแบบชิปกราฟิกก็ได้ประกาศสงครามกับ Intel และ AMD อย่างเป็นทางการ ด้วยการเปิดเผยว่า ทางบริษัทกำลังเริ่มพัฒนาโพรเซสเซอร์สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นการตอบโต้แรงกดดันอันเกิดจากการที่ Intel พยายามพัฒนาชิปกราฟิกเพิ่มเข้าไปในโพรเซสเซอร์

ทั้งนี้ทาง Nvidia กล่าวว่า โพรเซสเซอร์ที่พัฒนาออกมาจะทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก และอยู่ภายในชิปตัวเดียว โดยบริษัทกำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวภายใต้โค้ดเนม "Project Denver" ซึ่งได้รับสิทธิ์ในการพัฒนาซีพียูด้วยเทคโนโลยีของ ARM และได้มีการร่วมกันพัฒนาให้โพรเซสเซอร์ ARM กับ Nvidia สามารถทำงานด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพดังที่ปรากฎในผลิตภัณฑ์แท็บเล็ตต่างๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แนวโน้มของการผสาน CPU และชิป Graphic เข้าด้วยกันจะทำให้ได้ต้นทุนการผลิตที่ถูกลง ในขณะเดียวกันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อีกด้วย 

นักวิเคราะห์มองว่า การขยับตำแหน่งในทางธุรกิจไปสู่การเป็นบริษัทผู้ผลิตโพรเซสเซอร์ของ Nvidia ถือเป็นการเดิมพันที่มีความเสี่ยงอยู่เหมือนกัน "คำถามคือ Nvidia จะสามารถสนับสนุนความต้องการชิปจากผู้ผลิตพีซี และอุปกรณ์โมบายได้เร็วแค่ไหน? (เทียบกับผู้นำตลาด)" Doug Freedman นักวิเคราะห์จาก Cleacher & Company อย่างไรก็ดี เหตุผลที่ทำให้ Nvidia เลือกเดินทางสายนี้ก็เนื่องจากว่า Intel รุกคืบเข้าไปในธุรกิจชิปกราฟิกของทางบริษัท ซึ่งทำให้ Nvidia ตัดสินใจเบนเข็มไปเติบโตในตลาดโมบายด้วยการออกแบบชิปกราฟิกร่วมกับ ARM Holdings จนได้แพลตฟอร์ม Tegra สำหรับอุปกรณ์โมบายที่กำลังประสบความสำเร็จอยู่ในขณะนี้ และจากนี้ไป Project Denver จะเป็นการเดินหน้าทำสงครามกับ Intel อย่างเต็มตัว นอกจาก Nvidia แล้ว Microsoft ประกาศความร่วมมือกับ ARM Holdings ด้วยการเปิดตัวระบบปฎิบัติการ Windows ที่ทำงานบนแพลตฟอร์มนี้ในงาน CES 2011 ด้วย

 

CES 2011: LG ผุด App Store บน TV

รายงานข่าวล่าสุด เมื่อวานนี้ LG Electronics ประกาศแนะนำแพลตฟอร์ม Smart TV รุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับบริการแอพฯ เกมส์ และภาพยนต์ที่สตรีมผ่านเว็บ ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวทำให้ทีวีของ LG เพิ่มความสามารถการทำงานได้ด้วยแอพฯต่างๆ ที่ให้บริการผ่าน LG app store ที่มีคอนเท็นต์จากผู้ให้บริการชั้นนำอย่าง Hulu, Netflix และ Vudu พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักพัฒนาจากทั่วโลกสามารถสร้างสรรค์แอพฯให้กับ Smart TV ของ LG ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ อินเตอร์เฟซ Smart TV รุ่นใหม่ล่าสุดของ LG ยังสามารถควบคุมการทำงานด้วยรีโมทที่มาพร้อมกับคุณสมบัติ "Magic Motion" ซึ่งเป็นการใช้เซ็นเซอร์อย่าง Gyroscope ในการตรวจจับการเขย่า หรือหมุนรีโมท เพื่อเข้าถึงเมนู และเล่นเกมส์ โดยด้านล่างของหน้าจอจะมีแถบสำหรับการเข้าถึงแอพพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย และในกรณีที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของทีวีของ LG คุณก็ยังสามารถใช้ฟีเจอร์เหล่านี้ด้วยการติดตั้ง Smart TV Upgrader เซตทอปบ๊อกซ์ของทางบริษัทที่สามารถเปลี่ยนทีวีของคุณให้กลายเป็น Smart TV ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน HDMI อย่างไรก็ตาม Smart TV Upgrader มีกำหนดจะวางตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2011

แพลตฟอร์ม Smart TV ของ LG เป็นการขี่กระแสของปรากฎการณ์ App Store ที่เปิดตลาดด้วยความสำเร็จอย่างงดงามของ iPhone และ iPad ของ Apple ประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกตก็คือ LG เลือกที่จะสร้างแพลตฟอร์ม app ของตนเองแทนที่จะร่วมกับ Google ที่เปิดแพลตฟอร์ม Google TV ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android ในการทำงาน ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ถือว่า เป็นความท้าทายที่เข้าท่าอยู่เหมือนกัน เนื่องจากใครก็สามารถสร้าง app store ได้เอง แถมยังไม่ต้องไปจำหน่ายผ่าน Google เพื่อให้เกิดการแบ่งรายได้กันอีก ในขณะเดียวกัน LG ยังสามารถเจรจากับเครือข่ายทีวีได้ง่ายกว่าการเป็น Google TV ที่กำลังถูกบล็อคจากเจ้าของคอนเท็นต์เหล่านี้อีกด้วย

 

 

 

Credit : ARIP News &  cultofmac

 

 

 

Views: 905

Comment

You need to be a member of Manchester City Fan Club in Thailand Website to add comments!

Join Manchester City Fan Club in Thailand Website

Comment by James Tyton on January 9, 2011 at 11:41am

CES 2011: แว่นตาไฮเทคฯ Lady Gaga

ศิลปินนักร้องยอดนิยมอันดับหนึ่งของโลกที่มีรูปแบบการแต่งตัวและผลงานการแสดงคอนเสิร์ตตลอดจนมิวสิควิดีโอ"สุดเขต"อย่าง Lady Gaga ปรากฎตัวในงาน CES 2011 บนเวทีของ Polaroid ก่อนที่จะประกาศว่า "นี่คือกล้องแห่งอนาคต" Lady Gaga กล่าวในฐานนะผู้อำนวยการด้านความคิดสร้างสรรค์ของโพลารอยด์ พร้อมทั้งแนะนำ "แว่นตากันแดด"ทีมีขนาดใหญ่ ซึ่งไม่เพียงแต่ใส่กันแดดได้เท่านั้น แต่มันยังใช้ถ่ายรูปได้อีกด้วย...ว้าว!!!

ความลับของ PolarEZ GL20 แว่นตากันแดดพร้อมกล้องถ่ายรูปที่ออกแบบโดย Lady Gaga ก็คือ จอ OLED ขนาด 1.7 นิ้วที่อยู่ภายในแว่นตาแต่ละข้าง ซึ่่งสามารถแสดงภาพ และวิดีโอที่ต้องการบันทึกจากตัวกล้องจะซ่อนอยู่ในขาแว่น หรือจะใส่การ์ดหน่วยความจำ SD เพื่อเล่นไฟล์ภาพ และวิดีโอก็ได้ สำหรับที่มาของแนวคิดแว่นตา PolarEZ GL20 มาจากการที่เธอมีแว่นตาที่ใช้หน้าจอ iPod แทนเลนส์ ซึ่งเธอได้นำไอเดียนี้ไปเสนอกับ instacam และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแว่นตากันแดดที่สามารถเป็นทั้งกล้องบันทึก (และแสดง) ภาพ หรือวิดีโอได้นั่นเอง

นอกจาก Lady Gaga จะบรรเจิดกับแว่นตา Polarez GL20 แล้ว ทางบริษัทยังต่อยอดไลฟ์สไตล์ของเธอที่ใช้อุปกรณ์พกพาต่างๆ อย่าง สมาร์ทโฟน ถ่ายรูปแฟนๆ และพิมพ์มันออกมาทางเครื่องพิมพ์ ทางบริษัทจึงได้พัฒนา Polarprinter GL10 เครื่องพิมพ์ที่สามารถโหลดภาพจากมือถือด้วยบลูทูธ เพื่อพิมพ์ภาพออกมาได้ภายในอึดใจด้วยเทคโนโลยี Zero Ink (เทคโนโลยีการพิมพ์แบบไร้หมึก แต่ต้องใช้กระดาษทีทำมาโดยเฉพาะเท่านั้น) ของทางบริษัท ซึ่ง Ldady Gaga โชว์สดการทำงานของเจ้าเครื่องพิมพ์นี้ด้วย และแก็ดเจ็ตชิ้นสุดท้ายของการนำเสนอก็จะเป็น GL30 Camera กล้องโพลารอยด์รุ่นใหม่ที่มีคุณสมบัติดิจิตอลครบถ้วนทั้งถ่าย และจัดเก็บไฟล์ภาพ ใครเป็นสาวก Lady Gaga อาจจะต้องเก็บตังค์เยอะหน่อยสำหรับแว่นตา Polarez GL20 เพราะเชื่อว่า ราคาไม่ถูกแน่ๆ :D

 

 

 

CES 2011: PlayBook แท็บเล็ตสาวก BB

รายงานข่าวแก็ดเจ็ต (Gadget) ที่เป็น"แท็บเล็ต"มาให้ได้รู้จักกันหลายแบรนด์แล้ว ซึ่งหลายตัวมีความม่าสนใจ (แม้สเป็กจะคล้ายกันไปหมด) แต่มีอยู่ของค่ายหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะมีแฟนคลับในเมืองไทยน่าจะนับล้านได้เหมือนกันนั่นก็คือ PlayBook จาก RIM บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยอดฮิตอย่าง BlackBerry นั่นเอง

ในที่สุด RIM (Research In Motion) บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟน BB ก็ไดเปิดตัว"แท็บเล็ต"ที่ทางบริษัทหมายมั่นปั้นมือให้เป็นคู่ชกกับ iPad อย่าง PlayBook ให้ผู้เช้าชมงาน CES 2011 ได้สัมผัสกันแล้ว โดย BlackBerry PlayBook แท็บเล็ต 7 นิ้วจะสามารถซิงค์การทำงานได้กับสมาร์ทโฟน BlackBerry (แว่วมาว่า มันอาจสามารถซิงค์กับ iPhone ได้ด้วย) แถมยังพยายามชูจุดขายเรื่องความเร็ซในการท่องเว็บ ตลอดจนความสามารถในการเล่นวิดีโอที่แค่สัมผัสบนหน้าจอเพียงครั้งเดียว

RIM หวังว่า PlayBook จะทำให้สาวก BB จะเลือกใช้แท็บเล็ตของทางบริษัท ด้วยความชื่นชอบในสมาร์ทโฟนที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองขณะนี้ PlayBook จะมีความบางไม่ถึง 1 เซนติเมตร คาดว่าจะวางตลาดช่วงปลายปีนี้ ในส่วนของราคาน่าจะถูกกว่า iPad (ยอดจำหน่ายทะลุ 7 ล้านเครื่องไปแล้วตั้งแต่เปิดตัว จุดเด่นที่ยังหาคู่แข่งเทียบไม่ได้อีกจุดหนึ่งก็คือ แบตฯใช้ได้นาน 9 - 10 ชม.ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง) ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ชื่นชมความเร็วในการทำงานของ PlayBook ส่วนจะแรงแค่ไหน? ตัดสินด้วยคลิปสาธิตข้างล่างนี้ก็แล้วกันนะครับ

 

 

 

CES 2011: Google พรีวิว Android 3.0

และแล้ว กูเกิ้ล (Google) ก็ได้ใช้โอกาสในงาน CES 2011 เผยให้เห็นหน้าตาอินเตอร์เฟซการทำงานของระบบปฏิบัติการ Honeycomb หรือ Android 3.0 ที่ได้รับการปรับแต่งให้มีการทำงานเหมาะกับ"แท็บเล็ต"ในขณะเดียวกัน มันยังคงทำงานได้ดีบน "สมาร์ทโฟน" ด้วย

แท็บเล็ตสายพันธุ์ Android ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นในงาน CES 2011 โดยเฉพาะแท็บเล็ตของ Motorola และ Toshiba ที่เคยบอกว่า "แท็บเล็ต" ของพวกเขาจะรอจนกว่า Honeycomb ออกมา ซึ่งดูเหมือนการรอคอยนั้นคงอีกไม่นาแล้ว เพราะในงานนี้ Google ได้พรีวิว Android 3.0 (Honeycomb) เผยให้เห็นส่วนติดต่อผู้ใช้ (user interface) ที่เรียกว่า Holographic ตลอดจนหน้าโฮมสกรีนที่ปรับแต่งได้มากขึ้น และการท่องเว็บบนเดสก์ทอป รวมถึงระบบมัลติทาสกิ้งที่ง่ายขึ้นกว่าเดิม

 

 

Mike Cleron นักพัฒนา Android ผู้นำทีมสาธิต Honeycomb ในงาน CES 2011 กล่าวว่า การพัฒนา Honeycomb เน้นไปที่คุณสมบัติ และฟังก์ชันการใช้งานของ Android ที่ผู้ใช้ชื่นชอบ ซึ่งแท็บเล็ตที่ใช้ในการสาธิตครั้งนี้จะเป็น Motorola Xoom โดยในการสาธิต Cleron ได้โชว์อินเตอร์เฟซในส่วนควบคุมเสมือน (virtual controls) ที่จะอยู่ด้านล่างของหน้าจอ แทนที่จะเป็นปุ่มจริงๆ นอกจากนี้ยังมี Gmail widget และ Google Map 5.0 โดยเฉพาะบราวเซอร์ที่มีการอัพเดตคุณสมบัติการทำงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการท่องเว็บแบบแท็บ ระบบกรอกข้อมูลในแพบบฟอร์มออนไลน์โดยอัตโนมัติ และบุ๊คมาร์คซิงค์ รวมถึงฟังก์ชันการท่องเว็บแบบ private (incognito mode) Honeycomb จะนำประสบการณ์ท่องเว็บบนเดสก์ทอปไปอยู่บนแท็บเล็ต

 

 

Credit : ARIP News

Comment by James Tyton on January 7, 2011 at 6:32pm

CES 2011: พานาโซนิคโชว์"แท็บเล็ต"

Panasonic เป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ไฮเทคฯอีกรายที่เข้าสู่สมรภูมิ"แท็บเล็ต" (tablet) แก็ดเจ็ตสุดฮอตในงาน CES 2011 แต่ทางบริษัทมอง"แท็บเล็ต"แตกต่างจากผู้ผลิตรายอื่นๆ แทนที่จะมองว่า Viera Tablet เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โมบาย Panasonic กลับมองว่า มันเป็น"รีโมทคอนโทรล"ล้ำยุคสำหรับ HDTV

Panasonic กล่าวว่า แท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของทีวี Viera ของทางบริษัท โดย Viera Tablet จะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android ของ Google ซึ่ง Panasonic กล่าวว่า ไอเดีย"แท็บเล็ต"ของบริษัทไม่ใช่อุปกรณ์โมบายที่เอาติดตัวออกไปนอกบ้าน แต่มันเอาไว้ใช้งานร่วมกับทีวี

Panasonic Viera Tablet สามารถใช้ในการพรีวิวรายการทีวีก่อนเปลี่ยนช่อง หรือดูไฮไลท์ของรายการกีฬาจากมุมมองต่างๆ นอกจากนี้ แท็บเล็ตของ Panasonic ยังสามารถใช้ในการชอปปิ้งออนไลน์ หรือใช้บริการโซเชียลเน็ตเวิร์กในขณะที่รับชมทีวี แท็บเล็ตของบริษัทจะวางตลาดปลายปีนี้ แต่ทางบริษัทยังไม่ได้กำหนดขนาดของแท็บเล็ตที่แน่นอน อย่างไรก็ตาม Panasonic ได้นำ Viera Tablet ที่มีขนาด 4 นิ้ว, 7 นิ้ว และ 10 นิ้ว ที่งาน CES 2011 ส่วนราคายังไม่มีการเปิดเผยให้ทราบแต่อย่างใด

 

 

 

Mac App Store เปิดให้บริการแล้ว!!!

ในที่สุด Apple ก็เปิด Mac App Store แล้ววันนี้ วัตถุประสงค์เพื่อให้บริการหน้าร้านออนไลน์จำหน่ายแอพพลิเคชันพื้นฐานให้กับผู้ใช้แมค โดยมีหน้าตา และคุณสมบัติการใช้งานคล้ายกับ App Store ของอุปกรณ์ iOS (iPhone, iPod Touch และ iPad) ผลลัพธ์คือ ผู้ใช้สามารถซ์้อ และติดตั้งแอพพลิเคชันจากเครื่องแมคของตนได้เลย

ปัจจุบน Mac App Store มีแอพพลิเคชันให้ดาวน์โหลดประมาณ 1,000 แอพฯ โดยมีราคาตั้งแต่ฟรีไปจนถึง 179,99 เหรียญฯ (ประมาณ 5,500 บาท) ซึ่งเป็นราคาของ Aperture 3 แอพพลิเคชันตกแต่งภาพระดับมืออาชีพ นอกจากนี้ ทาง Apple ยังอยู่ให้บริการในส่วนของผลิตภัณฑ์ของตนเองขึ้นจำหน่ายใน Mac App Store ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Pages, Keynotes และ Numbers จากชุด iWork รวมถึง GarageBand, iMovie และ Photo apps จาก Life 11 สำหรับการสั่งซื้อโปรแกรมชุด iLife ผ่าน Mac App Store จะได้ราคาที่ถูกกว่าซื้อเป็นกล่องถึง 15 เหรียญฯ (ประมาณ 500 บาท)

"เราคิดว่า ผู้ใช้จะต้องชอบวิธีใหม่ในการค้นพบ และสั่งซื้อแอพฯที่ชื่นชอบจากทาง Mac App Store" สตีฟ จอบส์ ซีอีโอ Apple กล่าวในถ้อยแถลง ผู้ใช้จะสามารถใช้งาน Mac App Store ได้อย่างง่ายดายด้วยอินเตอร์เฟซที่คุ้นเคย โดย Apps จะถูกแบ่งเป็นหมวดต่างๆ และการสั่งซื้อจะใช้แอคเคาต์ iTunes การอัพเดตแอพฯ ก็จะเหมือนกับการให้บริการอัพเดตแอพฯบนเวอร์ชัน iOS ซึ่งก็คือ ผู้ใข้จะต้องโหลดจาก App Store เพื่อที่จะเข้าสู่กระบวนการอัพเดต

ในส่วนของรายชื่อแอพยอดนิยมที่ปรากฎในหน้าร้าน Mac App Store ไม่น่าประหลาดใจเท่าไร? โดยเฉพาะ Angry Birds ที่ขึ้นอันดับหนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว ในขณะเดียวกัน iPhoto และ iMovie ก็ติดอยู่ใน 5 อันดับแรก สำหรับคุณผู้อ่านที่ต้องการใช้บริการของ Mac App Store เครื่องแมคของคุณจะต้องติดตั้งอัพเดต Mac OS X 10.6.6 ที่จะออกในวันนี้ด้วย โดยในชุดอัพเดตนี้ยังได้มีการแก้ไขข้อผิดพลาดมากมาย ตลอดจนปรับปรุงระบบให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

CES 2011: Motorola Xoom คู่ชก iPad

ในงาน CES 2011 โมโตโรลา (Motorola) ได้เปิดตัวแท็บเล็ต Motorola XOOM อย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมกับอินเตอร์เฟซของระบบปฏิบัติการใหม่ Android Honeycomb พร้อมทั้งสเป็กความแรงสุดยอดในการดาวน์โหลดข้อมูลด้วย 4G เรียกได้ว่า งานนี้ Motorola XOOM แย่งซีนกระแสของ iPad 2 (ที่โผล่มาแค่ซองใส่กับ mock up) ไปเรียบร้อยแล้ว

หลังจากที่หลายคนได้เห็น Motorola XOOM ที่มาพร้อมกับ Android Honeycomb (โอเอสเวอร์ชันที่สนับสนุนการทำงานของ"แท็บเล็ต"ค่อนข้างสมบูรณ์) แบบแว้บๆ ในงานประชุมทางด้านเทคโนโลยีทีมีการจัดขึ้นเมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน คราวนี้ก็จะได้เห็นของจริงกันอย่างเต็มสักทีที่งาน CES 2011 "น้ำหนักเบา ทรงประสิทธิภาพ และมีพื้นฐานการทำงานที่แตกต่างจากแท็บเล็ตทั่วไปในท้องตลาด Motorola XOOM เป็นการรวบรวมสุดยอดเทคโนโลยีที่มีวันนี้ เพื่อสร้างนิยามใหม่ของประสบการณ์ในการใช้แท็บเล็ต" Bill Ogle ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Motorola Mobility กล่าว "Motorola XOOM เป็นแท็บเล็ตเครื่องแรกที่ได้ใช้ซอฟต์แวร์ (Android Honeycomb) ที่ได้รับการออกแบบมา เพื่อทำงานบนแท็บเล็ตโดยเฉพาะ ทำให้ Motorola XOOM สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ"

สำหรับคุณสมบัติของ Motorola XOOM จะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 3.0 บนแพลตฟอร์มซีพียูดูอัลคอร์ NVIDIA Tegra 2 ที่ความเร็ว 1GHz นั่นหมายความว่า มันสามารถตอบโจทย์การใช้งานทางด้านมีเดียรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อทำงานร่วมกับ Android Honeycomb ที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ Motorola XOOM จึงเป็นแท็บเล็ตที่มีระบบจัดการสื่อ และข้อมูลต่างๆ ในเครื่อง ประกอบกับดีไซน์ที่เรียบหรูดูน่าใช้เทียบชั้น iPad ได้ไม่ยากเย็นนัก ในส่วนของหน้าจอสัมผัสความละเอียด 1280 x 800 พิกเซล สนับสนุนการเล่นวิดีโอฟูลไฮเดฟฯ 1080p อีกทั้งยังมีกล้องด้านหลัง 5 ล้านพิกเซลสามารถบันทึกวิดีโอไฮเดฟฯ 720p ในขณะที่กล้องด้านหน้าสามารถใช้ video chat ได้ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการเชื่อมต่อเน็ตไร้สาย Wi-Fi และอุปกรณ์ Bluetooth อีกด้วย สตอเรจในเครื่อง 32GB แบตเตอรี่ที่สามารถเล่นวิดีโอต่อเนื่องได้นาน 10 ชั่วโมง ดูเหมือน iPad จะเจอคู่แข่งตัวจริงซะแล้ว

 

 

 

CES 2011: NEC โชว์ "แท็บเล็ต" 2 จอ

ในขณะที่ผู้ผลิต"แท็บเล็ต" (tablet) ในตลาดกำลังฟาดฟันกันด้วยสเป็กขั้นเทพ โดยเฉพาะการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่กำลังมาแรงอย่าง dual-core Tegra 2 ของ NVIDIA แต่ NEC กลับเลือกใช้โพรเซสเซอร์รุ่นอื่น แล้วหันกลับไปเพิ่มหน้าจอสัมผัสอีกหน้าจอหนึ่งขึ้นมากลายเป็น"แท็บเล็ต" 2 หน้าจอ ว่าแต่ NEC กำลังคิดอะไร? เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้

NEC เรียก"แท็บเล็ต"หน้าจอคู่ของทางบริษัทว่า NEC LT-W Cloud Communicator ว่าแล้วปริศนาของการออกแบบก็อยู่ที่ชื่อของผลิตภัณฑ์นั่นเอง โดยสเป็กของเครื่องจะประกอบด้วยหน้าจอสัมผัสแบบ resistive (ใช้สไตลัส หรือเล็บ) ขนาด 7 นิ้วความละเอียด 800 x 600 สองหน้าจอแบบฝาพับ ลักษณะคล้ายเน็ตบุ๊คแต่เล็กกว่า และดีไซน์คล้ายหนังสือเล่ม นอกจากนี้ มันยังทำงานด้วยระบบปฎิบัติการ Android 2.1 ECliar (กำลังพัฒนาให้ทำงานกับ Froyo) และใช้โพรเซสเซอร์ ARM Cortex A8 บนตัวเครื่องยังมาพร้อมกับพอร์ต USB 2.0 ลำโพง และระบบ GPS ภายในมีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเร่ง Accelerometer และกล้อง 3 ล้านพิกเซลที่ด้านหลังสามารถบันทึกวิดีโอไฮเดฟฯ 720p เชื่อมต่อเน็ตไร้สาย Wi-Fi และอุปกรณ์ Bluetooth (ภายในยังมีพื้นที่เหลือสำหรับการเพิ่มคุณสมบัติการเชื่อมต่อ 3G) ในส่วนของหน่วยความจำสามารถเพิ่มด้วยการ์ด SDHC สเป็กโดยรวมดูเหมือน NEC ต้องการเล่นตลาดแท็บเล็ตระดับล่างมากกว่าที่จะขึ้นไปชนในตลาดบนที่ค่อนข้างจะเป็นสมรภูมิเดือดอยู่ในขณะนี้ (ดูในคลิปสาธิตด้วยการโหลดอีบุ๊คที่เป็นหนังสือการ์ตูน ดูน่าอ่านมากทีเดียว)

 

 

 

 

บัญชีผู้ใช้ iTunes ถูกแฮคขายในจีน!!!

สำหรับคุณผู้อ่านที่เป็นลูกค้า iTunes แนะนำให้ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้ของตัวเองว่ามีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ หรือไม่? โดยเฉพาะผู้ใช้ที่มีข้อมูลการชำระค่าใช้จ่ายที่ผูกติดกับบัญชีผู้ใช้ในการสั่งซื้อแอพฯ บน iTunes เนื่องจากรายงานข่าวล่าสุด พบบัญชีผู้ใช้ (พร้อมรหัสผ่าน) iTunes กว่า 50,000 รายจำหน่ายบนเว็บไซต์ TaoBao (อีเบย์เวอร์ชันก็อปปี้ในจีน) บางทีหนึ่งในนั้นอาจเป็นบัญชีผู้ใช้ iTunes ของคุณก็ได้!!!

Zou Le ผู้รายงานข่าวจาก Chinese Globa Times เปิดเผยเรื่องราวดังกล่าว โดย Le กล่าวว่า แค่ 5 เหรียญฯ (ประมาณ 150 บาท) ก็ได้บัญขีผู้ใช้ iTunes และพาสเวิร์ดที่ใช้งานได้แล้ว โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลบัตรเครดิต และที่อยู่ของลูกค้า iTunes ได้อีกด้วย ซึ่งผู้ขาย iTunes account ยังแนะนำผู้ซื้อใน TaoBao ให้รีบดาวน์โหลดแอพฯ ภาพยนต์ เกมส์ และเพลงจาก iTunes ภายใน 12 ชั่วโมง

"ที่น่ากลัวก็คือ ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาจีนก็ได้ เพราะสามารถใช้บราวเซอร์อย่าง Chrome เพื่อแปลภาษาบนหน้าเว็บ TaoBao แล้วคลิกลิงค์รายชื่อของเหยื่อที่ต้องการซื้อได้ทันที" Graham Clueley ผู้เชี่ยวชาญจาก Sophos บริษัทแอนตีไวรัส กล่าวว่า เป็นไปได้ที่แอคเคาต์เหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นโดยผู้ไม่หวังดีด้วยการใช้ข้อมูลรายละเอียดจากบัตรเครดิตที่แฮคมาได้ เพื่อใช้ในการเข้าถึงข้อมูลบัญชีผู้ใช้ iTunes จากนั้นนำไปโพสต์ขายบนเว็บไซต์ TaoBao นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการขโมยบัญชีลูกค้า iTunes เนื่องจากเมื่อสิงหาคมปีที่แล้ว ผู้ใช้ iTunes แจ้งว่า ถูกชาร์จค่าใช้บริการ iTunes จาก PayPal เป็นเงินเกือบ 1,000 เหรียญฯ (ประมาณ 32,000 บาท) โดยที่ตนเองไม่รู้เรื่องเลย

 

CES 2011: Dell Streak 7 เปิดตัวแล้ว

งาน CES 2011 "แท็บเล็ต" เป็นพระเอกของงานจริงๆ Gadget อื่นๆ ดูจะไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร แต่แนวโน้มของการเปิดตลาดแทบทุกเจ้าแบบนี้ คงต้องมาดูกันที่ความต้องการของผู้บริโภคด้วยว่าจะแรงสักแค่ไหน? และในงานครั้งนี้ Dell ที่เคยเปิดตลาดแท็บเล็ตไซส์เล็กพริกขี้หนูจนไม่แน่ใจว่า มันคือ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตกันแน่กับ Dell Streak รุ่นแรกที่หน้าจอ 5 นิ้ว ว่าแล้วก็เลยส่ง Streak 7 ที่เลข 7 ไม่ได้หมายถึง Windows 7 แต่เป็นหน้าจอขนาด 7 นิ้ว ชนผู้ท้าชิงอย่าง Galaxy Tab ของ Samsung ซะเลย

Dell Streak 7 แท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับหน้่าจอ WVGA ระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แข็งแกร่งทนทานต่อรอยขีดข่วน และไม่แตกง่ายด้วย Gorilla glass ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 2.2 และใช้โพรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ Tegra 2 ของ Nvidia อีกแล้วครับท่าน โดยจะวางตลาดพร้อมกับแอพฯพรีโหลดให้มากมาย แต่ไฮไลท์ที่ดูเหมือนจะใช้ในการเปิดตัวครั้งนี้ที่งาน CES 2011 ก็คือ Dell Streak 7 จะได้รับการออกแบบให้สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานการรับส่งข้อมูลด้วยเครือข่าย 4G ของ T-Mobile อย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจาก Dell Streak 7 จะมีหน้าจะที่อใหญ่ และโพรเซสเซอร์ที่แรงแล้ว ฟังก์ชันที่"แท็บเล็ต"แทบทุกเจ้าชูโรงในความเหนือกว่า iPad ก็คือ กล้อง 2 ตัว โดยด้านหน้าจะมีกล้อง 1.3 ล้านพิกเซลใช้สำหรับ video chat ในขณะที่ด้าน 5 ล้านพิกเซลสำหรับการถ่ายรูป และบันทึกวิดีโอ หน่วยความจำภายในเครื่อง 16GB และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ SD เพิ่มเติมได้สูงสุด 32GB ตัวเครื่องดีไซน์ให้มีความบางแค่ 12.5 มิลลิเมตรเท่านั้น สนับสนุน GPS เชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi และ Bluetooth งานนี้ Galaxy Tab ดูท่าจะมีคู่แข่งที่น่ากลัวอยู่เหมือนกัน นอกจากนี้ ทาง Dell ยังยืนยันอีกด้วยว่า รุ่น 10 นิ้วจะตามมาในเร็วๆ นี้ (ล่าสุด Samsung ได้เปิดตัว Galaxy Tab เวอร์ชัน Wi-Fi อย่างเดียว โดยจะวางตลาดประมาณเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้)

 

 

Credit : ARIP News

Comment by James Tyton on January 6, 2011 at 9:52pm

CES 2011: Sony เปิดตัวมือถือ Android

เมื่อวานนี้ Sony Ericsson เปิดตัวสมาร์ทโฟน Xperia arc ซึ่งเป็นมือถือรุ่นแรกที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android แถมยังมีดีไซน์ที่บางเฉียบ พร้อมด้วยกล้องถ่ายรูปความละเอียดสูง นับว่าเป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นที่สาวก Sony Ericsson ที่หลงรัก Android ไม่ควรพลาด!!!

สำหรับสเป็ก Sony Ericsson Xperia arc สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ซึ่งทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 2.3 และใช้โพรเซสเซอร์ Qualcomm 1GHz หน่วยความจำ 512MB และหน้าจอสัมผัสแบบมัลติทัชขนาด 4.2 นิ้ว (Sony Ericsson เรียกว่า Reality Display) ความละเอียด 854 x 480 พิกเซล ในส่วนของกล้องที่มาด้วยกันจะมีความละเอียด 8.1 ล้านพิกเซล สามารถบันทึกวิดีโอไฮเดฟ 720p โดยมาพร้อมกับดีไซน์ที่บางเฉียบแค่ 8.7 มม. ในขณะที่น้ำหนักเพียง 117 กรัมเท่านั้น

ในส่วนของคุณสมบัติกล้องที่มากับ Sony Ericsson Xperia arc นอกจากจะมีเรื่องของความละเอียดสูงแล้ว มันยังมีระบบออโต้โฟกัส ฟังก์ชันตรวจจับใบหน้า (face detection) แฟลช LED ระบบป้องกันภาพสั่นไหว (Image Stabilizer) ฟังก์ชันติดป้ายระบุตำแหน่งของสถานที่ที่่ถ่ายรูป (geo tagging) และลดสัญญาณรบกวนภาพ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Exmor R ที่ทำให้คุณได้ภาพถ่าย และวิดีโอที่สวยงาม แม้จะบันทึกภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อย 

ไม่เพียงแต่จะคับแก้วด้วยคุณสมบัติของกล้องถ่ายรูป และวิดีโอแล้ว Sony Ericsson Xperia arc ยังมีแจ็คออดิโอขนาด 3.5 มม. พอร์ต HDMI และ USB เชื่อมต่อเน็ตไร้สายด้วย Wi-Fi และอุปกรณ์ไร้สายด้วย Bluetooth นอกจากนี้ยังสนับสนุน aGPS และ DLNA (Digital Living Network Alliance) ที่ทำให้คุณสามารถเข้าถึงภาพยนต์ เพลง และภาพถ่ายบนพีซี หรือทีวีที่สนับสนุนเทคโนโลยีนี้แบบไร้สาย รองรับการ์ดหน่วยความจำได้สูงสุด 32GB (ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับ microSD 8GB) Sony Ericsson Xperia arc จะวางตลาดในบางประเทศตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2011

 

 

 

 

 

Credit : ARIP News

Comment by ko man ci on December 30, 2010 at 1:20am
เอามาลงเรื่อยๆนะครับ ตามอ่านอยู่

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service