ชีวิตไม่ขาดบอลวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562
พรีเมียร์ลีก
20.00 น. บอร์นมัธ - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ True Premier Football HD 1(600)/True Premier Football HD 2(602)
22.30 น. ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ - นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด True Premier Football HD 1(600)/True Premier Football HD 2(602)
22.30 น. วูลฟ์ส - เบิร์นลี่ย์ True Premier Football HD 3(603)

บุนเดสลีก้า
20.30 น. แอร์เบ ไลป์ซิก - ไอน์ทรัคท์ แฟรงเฟิร์ต Fox Sports 2(689)
23.00 น. แฮร์ธ่า เบอร์ลิน - โวลฟ์สบวร์ก Fox Sports 2(689)

เซเรีย อา
23.00 น. อูดินเเซ่ - เอซี มิลาน beIN Sport 2
01.45 น. กาญารี่ - เบรสชา
01.45 น. เวโรน่า - โบโลญญ่า
01.45 น. โรม่า - เจนัว beIN Sport 2
01.45 น. ซามพ์โดเรีย - ลาซิโอ beIN Sport 4
01.45 น. สปาล - อตาลันต้า
01.45 น. โตริโน่ - ซาสซูโอโล่

ลาลีก้า
22.00 น. อลาเบส - เอสปันญ่อล beIN Sport 1
22.00 น. มาญอร์ก้า - เรอัล โซเซียดาด beIN Sport 3
00.00 น. เลกาเนส - แอตเลติโก้ มาดริด beIN Sport 1
02.00 น. บาร์เซโลน่า - เรอัล เบติส beIN Sport 1

ลีกเอิง
20.00 น. โมนาโก - นีมส์ beIN Sport 2
22.00 น. สตราสบูร์ก - แรนส์
02.00 น. เปแอสเช - ตูลูส beIN Sport 3

Members

Techno update with Ninja Boy 18/02/11 (Month of Romance : ตะลึง!!! iPhone 4 ระเบิดคาโต๊ะทำงาน, Cybercrime Index เตือนภัยร้ายบนเน็ต, ด่วน!!! สตีฟ จอบส์ อาการ"ทรุด"หนัก )

Galaxy Tab 10.1 และ S II เปิดตัวแล้ว

 รายงานข่าวล่าสุด ในงาน Mobile World Congress 2011 ที่จัดขึ้นณ.กรุงบาเซโลาน่า ประเทศสเปน ตั้งแต่วันที่ 14 - 17 กุมภาพันธ์ Samsung ได้ถือโอกาสนี้เปิดตัวแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่นั่นก็คือ Galaxy Tab 10.1 หลังจากวางจำหน่ายรุ่นแรกได้ 4 เดือน โดยความแตกต่างจากรุ่นแรกที่เห็นได้ชัดก็คือ มันมีขนาดของหน้าจอใหญ่ถึง 10.1 นิ้ว (ใหญ่กว่า iPad)

 

สำหรับ Samsung Galaxy Tab 10.1 จะมาพร้อมกับจอแอลซีดีความละเอียดระดับ WXGA (1280x800 พิกเซล) ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์"ดูอัลอคอร์"ความเร็ว 1GHz และใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดอย่าง Android 3.0 (Honeycomb) ที่ได้รับการพัฒนาออกมาเพื่อใช้งานกับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ ด้านหลังของตัวเครื่องจะมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และด้านหน้า 2 ล้านพิกเซล ทำให้สามารถใช้วิดีโอคอลล์ได้ สามารถบันทึก และเล่นเกลับวิดีโอ FullHD 1080p ได้อีกด้วย สำหรับตัวเครื่องจะมีความบางเป็นพิเศษแค่ 0.43 นิ้ว และหนักเพียง 599 กรัมเท่านั้น

 

 

 

นอกจาก Samsung จะเปิดตัว Galaxy Tab 10.1 แล้ว ทางบริษัทยังได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ด้วยนั่นคือ Samsung Galaxy S II ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นสมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลก แค่ 8.48 มม.เท่านั้น โดยการออกแบบ Galaxy S II ทางบริษัทโฟกัสที่สามส่วนหลักๆ ของการใช้งานได้แก่ หน้าจอ (จอ Super AMOLED+ ขนาด 4.27 นิ้ว) ความเร็ว (โพรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ 1GHz) และคอนเท็นต์ (ทำงานด้วย Android 2.3 Gingerbread) นอกจากนี้ Samsung Galaxy S II ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีรู้จำเสียง (voice recognition) ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งพิมพ์ข้อความบนสามาร์ทโฟนด้วยเสียงพูดของตนเองแทนการสัมผัสหน้าจอได้ และที่เหนือกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ อีกจุดหนึ่งนั่่นก็คือ การใช้เทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถนำ Galaxy S II ไปแตะกับเครื่องสัญญาณ (receptor) เพื่อชำระค่าบริการต่างๆ อย่างเช่น แทนบัตรรถไฟฟ้า ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัย Galaxy S II ยังมาพร้อมกับกล้อง 8 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED กล้องด้านหน้า 2 ล้านพิกเซล สามารถเรียกใช้วิดีโอคอลล์ได้เช่นกัน 

 

 

 

เว็บไซต์ในข่าว: Samsung

 

LG Optimus Pad โผล่งาน MWC 2011

ในงาน Mobile World Congress 2011 นอกจากจะเน้นเรื่องของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่แล้ว ผู้ผลิตหลายๆ เจ้ายังอาศัยงานนี้เป็นที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่าง "แท็บเล็ต" ที่กำลังมาแรงอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะมี Samsung ที่เปิดตัว Galaxy Tab 10.1 แล้ว ในงานนี้ LG ยังได้เปิดตัว LG Optimus Pad ด้วยเช่นกัน

LG Optimus Pad เป็น"แท็บเล็ต"จากบริษัทผู้ผลิตแดนกิมจิที่มาทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 3.0 (Honeycomb) เช่นเดียวกับ Motorola XOOM และ Samsung Galaxy Tab 10.1 หลังจากที่มีนำออกมาโชว์อย่างไม่เป็นทางการด้วยนิคเนมว่า G-Slate ในส่วนของคุณสมบัติภายใน LG Optimus Pad จะมาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ dual-core Tegra 2 ความเร็ว 1GHz หน้าจอแสดงผล 8.9 นิ้ว (1280 x 768 พิกเซล) สามารถเข้ารหัสวิดีโอ Full HD 1080p จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครก็คือ มันมีกล้องด้านหลังเป็น 3D สามารถบันทึกวิดีโอ 3D เพื่อใช้เล่นบนทีวีสามมิติระบบไฮเดฟฯ ผ่านทางช่องต่อ HDMI หรืออัพโหลดขึ้นไปเล่นบน YouTube 3D นอกจากนี้ยังมีกล้องด้านหน้าสำหรับการใช้บริการวิดีโอคอลล์ได้อีกด้วย ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับสตอเรจภายใน 32GB สนับสนุนการใช้ Flash นับเป็นแท็บเล็ตอีกตัวหนึ่งที่น่าจับตาไม่แพ้กัน

 

 

 

ไม่เพียงแต่ LG จะเปิดตัว Optimus Pad เท่านั้น แต่ทางบริษัทยังได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ชื่อว่า Optimus 3D ในงาน MWC 2011 ด้วย โดยตัวเครื่องจะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4.3 นิ้วความละเอียดระดับ WVGA สามารถแสดงผลเป็น 3D ได้โดยไม่ต้องสวมแว่นตาเวลารับชม ส่วนด้านหลังยังมาพร้อมกับกล้องเลนส์คู่สามารถบันทึกภาพ และวิดีโอ 3D เพื่อแสดงบนทีวี 3D ได้ LG Optimus 3D ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ OMAP4 ความเร็ว 1GHz พร้อมช่องต่อ HDMI 

 

 

 

ข้อมูลจาก: LG

 

ส่วนแบ่งตลาด Bing โต Google ตก!!!

 ไมโครซอฟท์ (Microsoft) วางตำแหน่งทางการตลาดให้กับ Bing เป็น decision engine แทนที่จะเป็น search engine แบบเดียวกับ Google ด้วยเหตุผลทีว่า Bing สามารถให้ผลลัพธ์ของการค้นหาที่ดีกว่าด้วยวิธีที่ง่ายกว่า แนวคิดของนักการตลาดของไมโครซอฟท์อาจจะถูกต้องก็ได้

Experian Hitwise รายงานว่า เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อัตราการค้นพบผลลัพธ์ที่น่าพอใจของ Bing อยู่ที่ 81.5% ในขณะที่ Google อยู่ที 65.6% เท่านั้น ซึ่งน่าตกใจไม่น้อยที่ความแตกต่างของเปอร์เซนต์ดังกล่าวสูงมากทีเดียว ข้อมูลจากทาง Experian มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้ 10 ล้านรายในสหรัฐฯที่ประสบความสำเร็จในการใช้เสิร์ชแล้วคลิกลิงค์จากหน้าผลลัพธ์ไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการ โดยข้อมูลการค้นจากผู้ใช้ Bing ในเดือนมกราคม 81.5% ได้ผลลัพธ์ทีต้องการ

นอกจากนี้ เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในการค้นหาด้วย Yahoo ต่ำกว่า Bing เล็กน้อยคือ 81.4% ซึ่งก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เนื่องจากว่า ผลลัพธ์การค้นของ Yahoo ในสหรัฐฯ ได้รับการสนับสนุนจาก Bing นอกจากเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในการใช้ Bing จะสูงมากแล้ว ส่วนแบ่งตลาดการใช้ Bing ในสหรัฐฯ ยังมีการเติบโตอย่างน่าสนใจอีกด้วย โดยโดขึ้น 21% จาก 10.6% ในเดือนธ.ค. 2010 เป็น 12.81% ในเดือนมกราคม 2011 ขณะเดียวกัน Google กลับมีส่วนแบ่งตลาดตกลง 2% จาก 69.67% เป็น 67.95% 

 

เว็บไซต์ในข่าว: Bing, Google, hitwise

 

Nokia ผนึก MS ดันสมาร์ทโฟน WP7

หลังจากที่มีข่าวออกมาสักระยะหนึ่งแล้วว่า โนเกีย (Nokia) บริษัทผู้ผลิตมือถือจากฟินแลนด์ได้จับมือกับไมโครซอฟท์ (Microsoft) บริษัทผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์ และโมบาย ล่าสุด Stephen Elop ซีอีโอของ Nokia กล่าวเมื่อวานนี้ว่า ผลจากความรร่วมมือดังกล่าว จะทำให้ทั้งสองบริษัทมีโอกาสในทางธุรกิจมากมาย

ประการแรกคือ การเลือกใช้เทคโนโลยีล่าสุดของ Windows Phone 7 กับสมาร์ทโฟนของ Nokia ช่วยให้บริษัทผู้ผลิตมือถือลดต้นทุนในส่วนนี้ไปได้ ในขณะเดียวกันยังเป็นการเปิดโอกาสในการเข้าถึงบริการต่างๆ ของไมโครซอฟท์อย่างเช่น Bing ด้วยมือถือ Nokia ซีอีโอของ Nokia กล่าวให้สัมภาษณ์ในงาน Mobile World Congress 2011 ที่เริ่มแล้ววันนี้

ประเด็นต่อมาก็คือ ความร่วมมือกันระหว่าง Nokia กับ MS ทำให้ Windows Phone สามารถต่อสู้กับแพลตฟอร์ม Android ของ Google และ iPhone ของ Apple ที่ครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม นอกจากนี้ ความร่วมมือกันดังกล่าวยังได้รับแรงสนับสนุนจากโอเปอเรเตอร์โทรคมนาคมหลายๆ รายอีกด้วย ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Nokia กล่าวว่า ทางบริษัทจะใช้ Windows Phone 7 บนแพลตฟอร์มสามาร์ทโฟนรุ่นพื้นฐาน เพื่อสร้างฐานผู้ใช้ WP7 ให้กว้างขวางมากขึ้น "Nokia ตัดสินใจใช้แพลตฟอร์ม Windows ในขณะเดียวกัน Microsoft ก็กำลังเดิมพันครั้งสำคัญกับ Nokia ด้วย" Elop กล่าว

 

 

 

แต่ Nokia ก็ยังคงลงทุนในแพลตฟอร์ม Symbian ต่อไป และมีเป้าหมายที่จะเปิดตัวอุปกรณ์ Symbian ใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีนี้ ทาง Nokia จะเปิดตัวอุปกรณ์ตัวแรกที่ใช้แพลตฟอร์ม MeeGo ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Intel และคาดว่าอาจจะใช้แพลตฟอร์มดังกล่าาวกับอุปกรณ์ต่างๆ ในอนาคต อย่างไรก็ตาม Nokia ก็ยินดีที่จะมีผู้ค้าเจ้าอื่นๆ ที่ใช้ WP7 ด้วยเหมือนกัน งานนี้จึงดูเหมือนว่า เป็นการจับมือชั่วคราวเพื่อศึกใหญ่ ข้อมูลจาก Gartner ระบุว่า ปัจจุบัน Nokia มีส่วนแบ่งตลาดมือถือตกลงเหลือ 27.1% ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2010 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 36.6%

 

เว็บไซต์ในข่าว: nokia, microsoft

 

ลือ!!! Apple ซุ่มพัฒนา iPhone Nano

 หลังจากประสบความสำเร็จทางด้านยอดขายอย่างถล่มทลายสำหรับ iPhone ของ Apple ล่าสุดเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ระบุว่า ทางบริษัทกำลังซุ่มพัฒนา iPhone รุ่นใหม่ที่มีราคาถูกกว่า และมีขนาดเล็กแค่ครึ่งหนึ่งของ iPhone 4

เว็บไซต์ WSJ รายงานเมื่อวานนี้ว่า Apple กำลังยกเครื่องบริการซอฟต์แวร์ เพื่อเร่งยอดขายสามาร์ทโฟนของบริษัทที่กำลังตกอยู่ท่ามกลางการแข่งขัน ปัจจุบันยอดขาย iPhone คิดเป็น 36% ของรายได้ทั้งหมด (26.7 พันล้านเหรียญฯ) และด้วยยอดจำหน่าย iPhone 4 ทั้งหมดในไตรมาสที่สี่ของปีที่แล้วประมาณ 16.2 ล้านเครื่อง ทำให้ Apple ติด 5 อันดับสมาร์ทโฟนที่ขายดี

ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ได้มีโอกาสพบเห็นเครื่องต้นแบบกล่าวกับทางเว็บไซต์ wsj ว่า iPhone รุ่นใหม่ใช้โค้ดเนม N97 และมีขนาดแค่ครึ่งหนึ่งของ iPhone 4 โดยเมื่อวางจำหน่ายผ่านโอเปอเรเตอร์ มันอาจจะมีราคาถูกกว่าสมาร์ทโฟนคู่แข่งในตลาดแมสเสียด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นหมายความว่า iPhone รุ่นใหม่จะสามารถเข้าข่วงชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอีก ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ Apple กำลังปรับปรุง MobileMe บริการสตอเรจออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บ และซิงค์ข้อมูลอย่างคอนแท็ค และปฏิธินจากสตอเรจกลางร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ปัจจุบัน MobileMe เก็บค่าบริการ 99 เหรียญฯต่อปี (ประมาณ 3,200 บาท) แต่ Apple จะให้บริการพื้นที่สำหรับจัดเก็บข้อมูลอย่าง ภาพถ่าย เพลง และวิดีโอ เพื่อลดความจำเป็นที่อุปกรณ์จะต้องมีหน่วยความจำมากมาย

 

เว็บไซต์ในข่าว: Apple

 

MS เชื่อมมือถือ WP7 กับ XBOX 360

 

และแล้วไมโครซอฟท์ (Microsoft) ก็งัดไม้เด็ดออกมาให้ผู้บริโภคได้เห็นอีกครั้งในงาน Mobile World Congress 2011 นั่นก็คือ การเชื่อมความสามารถของสมาร์ทโฟน Windows Phone 7 เข้ากับเครื่องเล่นเกมส์ XBOX 360 โดยเฉพาะเมื่อนำไปเล่นกับ Kinect ซึ่งทำให้ผู้เล่นเกมส์คอนโซลสามารถสนุกร่วมกันกับเพื่อนๆ ทีใช้สมาร์ทโฟน WP7 ว้าว!!!

แนวคิดของการผสานประสบการณ์ในการเล่นเกมส์คอนโซลกับสมาร์ทโฟนร่วมกันนั้น ตอบโจทย์ผู้เล่นเกมส์ได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน WP7 สามารถร่วมแจมในเกมส์คอนโซล XBOX 360 ที่ผู้เล่นกำลังสนุกได้พร้อมกัน เล่าให้ฟังอย่างนี้อาจจะไม่เห็นภาพชัดเจนนัก ลองชมตัวอย่างสาธิตที่นำมาฝากในคลิปวิดีโอข้างล่างนี้ดีกว่าครับ ซึ่งเป็นการเล่นเกมส์ Rally Ball เวอร์ชันที่ได้รับการปรับแต่ง โดยอยู่ในชุด Kinect Adventures ลูกเล่นของเกมส์นี้ก็คือ ผู้ใช้ WP7 จะสามารถกำหนดให้ลูกบอลที่พุ่งเข้ามายังตัวผู้เล่นเกมส์ในทิศทางต่างๆ ได้ รวมถึงจำนวนลูกบอลด้วย งานนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า การที่ไมโครซอฟท์เปลี่ยนสมาร์ทโฟน WP7 ให้กลายเป็นอุปกรณ์ควบคุมเกมส์ในระบบสัมผัส เพื่อเล่นกับเกมส์คอนโซล XBOX 360 จะสามารถโน้มน้าวเกมเมอร์ให้หันมาใช้สมาร์ทโฟนของทางบริษัทมากขึ้น หรือไม่?

 

เว็บไซต์ในข่าว: microsoft

 

Acer เผยโฉม"แท็บเล็ต" Iconia A100

รายงานข่าวล่าสุด Acer ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ชั้นนำโชว์"แท็บเล็ต"รุ่นใหม่ที่คาดว่าจะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 3.0 (Honeycomb) โดยมีหน้าจอขนาด 7 นิ้วในงาน Mobile World Congress 2011 ที่กรุงบาเซโรน่า ประเทศสเปน อย่างไรก็ตาม Acer Iconia A100 ที่นำเสนออยู่ในงานขณะนี้ยังคงทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 2.2 เราเลยยังไม่มีโอกาสได้เห็น Honeycomb บนจอ 7 นิ้วว่าจะน่าใช้ขนาดไหน

สำหรับ ICONIA TAB A100 แท็บเล็ตรุ่นใหม่จะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 3.0 (Honeycomb) ที่ทาง Google เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยหน้าจอแสดงผลจะมีขนาด 7 นิ้ว ความละเอียดระดับ WSVGA (1024x600 พิกเซล) สามารถเชื่อมต่อการทำงานกับเครือข่าย 3G สนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi และ Bluetooth นอกจากนี้ มันยังมาพร้อมกับพอร์ต microUSB เพื่อถ่ายโอนข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย

ACER ICONIA TAB A100 จะมาพร้อมกับกล้องด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพ และบันทึกวิดีโอได้ ส่วนกล้องด้านหน้าจะมีความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ใช้สำหรับการแชตผ่านวิดีโอ (บริการ video calling) นอกจากนี้ยังมีพอร์ต HDMI เพื่อเล่นคอนเท็นต์ไฮเดฟฯบน HDTV ด้วยคุณภาพระดับ Full HD 1080p หัวใจในการทำงานของ ACER ICONIA TAB A100 คือโพรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ NVIDIA Tegra 2 ความเร็ว 1GHz คาดว่าจะสามารถวางตลาดได้ในช่วงไตมาสแรกของปีนี้

 

 

 

นอกจาก Acer จะมีแท็บเล็ตรุ่นหน้าจอขนาด 7 นิ้วแล้ว ทางบริษัทก็ยังมีรุ่นหน้าจอ 10.1 นิ้วด้วยนั่นคือ Acer Iconia A500 ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 3.0 เช่นเดียวกัน ส่วนคุณสมบัติต่างๆ จะคล้ายๆ กับ A100 ซึ่งสำหรับ ICONIA A500 เคยมีการนำออกแสดงในงาน CES 2011 เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมาแล้ว

 

เว็บไซต์ในข่าว: Acer

 

HTC Flyer "แท็บเล็ต"แรงล้ำผู้นำตลาด

 รายงานข่าวล่าสุด ในงาน Mobile World Congress 2011 ที่จัดขึ้น ณ.กรุงบาเซโรน่า ประเทศสเปน HTC บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนชั้นนำได้เปิดตัว"แท็บเล็ต"รุ่นใหม่ขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 2.4 ของ Google แรงสะใจด้วยโพรเซสเซอร์ความเร็ว 1.5GHz และอินเตอร์เฟซ HTC Sense ที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนของบริษัทคุ้นเคยเป็นอย่างดี

HTC Flyer เป็น"แท็บเล็ต"ที่มาพร้อมกับอินเตอร์เฟซที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนคุ้นเคยอย่าง HTC Sense บนหน้าจอสัมผัส Super LCD ขนาด 7 นิ้ว (ความละเอียด 1024x600 พิกเซล) มีอุปกรณ์เสริมการใช้งานอย่าง"สไตลัส"ด้วย และที่เหนือกว่าแท็บเล็ตคู่แข่งในท้องตลาดก็คือ การเลือกใช้โพรเซสเซอร์ 1.5GHz อีกทั้งยังสนับสนุนการเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สาย HSPA+ และสนับสนุนคอนเท็นต์ Flash 10 และ HTML 5 นอกจากนี้ คุณสมบัติการทำงานที่เรียกว่า HTC Watch ยังทำให้แท็บเล็ตรุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อบริการสตรีมมิ่งวิดีโอภาพยนต์ไฮเดฟฯจากสตูดิโอหลักๆ และ HTC Scribe คุณสมบัติที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถบันทึกข้อความบนหน้าจอ และ Timenote ที่สามารถบันทึกเสียงการประชุมขณะจดบันทึกข้อความ ข้อความที่บันทึกยังสามารถเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชัน calendar ได้โดยอัตโนมัติ

 

 

 

นอกจากคุณสมบัติการทำงานข้างต้นแล้ว HTC Flyer ยังมาพร้อมกับกล้องด้านหลัง 5 ล้านพิกเซลที่สามารถบันทึกวิดีโอ HD และกล้องด้านหน้า 1.3 ล้านพิกเซลสำหรับ video calling ส่วนหน่วยความจำเครื่อง 1GB สตอเรจ 32GB สนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สายพื้้นฐานอย่าง 802.11n Wi-Fi, Bluetooth 3, GPS และเซ็นเซอร์ accelerometer น้ำหนักเครื่องแค่ 415 กรัม HTC Flyer ยังมีคุณสมบัติที่เอาใจคอเกมส์อย่าง OnLive ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถสตรีมเกมส์ยอดนิยมลงบนแท็บเล็ตผ่านการเชื่อมต่อเครือข่ายบรอดแบนด์ ด้วยคุณสมบัตินี้ผู้ใช้สามารถสตรีมเกมส์ เพื่อเล่นบนแท็บเล็ต หรือต่อออกไปยัง HDTV ตัวอย่างเกมส์จากบริการนี้ก็เช่น Assassin's Creed II, NBA SK1 และ Lego Batman ทาง HTC ยังไม่ได้เปิดเผยราคาออกมาแต่อย่างใด แต่คาดว่าจะสามารถวางตลาดแท็บเล็ต Flyer ได้ในช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ ดูเหมือน iPad 2 จะมีคู่แข่งเพิ่มอีกรายแล้ว

 

 

 

ข้อมูลจาก: HTC

 

กูเกิ้ลฟันธงสมาร์ทโฟนโค่นบัลลังก์พีซี

รายงานข่าวเช้านี้ เรายังคงติดตามกระแสข่าวคราวความเคลื่อนไหวในงาน MWC 2011 ที่บาเซโรน่ากันต่อนะครับ ล่าสุด Eric Schmidt ซีอีโอของ Google ได้ออกมาฟันธงกลางงานนี้ว่า ในที่สุดแล้ว "โมบายโฟน ก็คือ พีซ๊รุ่นใหม่ (สำหรับผู้บริโภค)" ซึ่งจากแนวโน้มของการที่สมาร์ทโฟนแซงหน้ายอดขายพีซี ก็พอจะแสดงให้เห็นแนวโน้มดังกล่าวได้

โดยเมื่อวานนี้ Schmidt ได้ขึ้นกล่าวในงาน Mobile World Congress 2011 ว่าด้วยเรื่องราวกระแสของ Android ที่ได้รับการสนับสนุนมากมายจากผู้ผลิตอุปกรณ์ ตลอดจนโอเปอเรเตอร์ และนักพัฒนาแอพฯ Schmidt กล่าวว่า ปัจจุบัน Android ระบบปฏิบัติการของ Google มีสถิติการแอคทิเวตเฉลี่ย 300,000 เครื่องต่อวัน ในขณะที่มีสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตมากกว่า 100 รุ่นที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android โดยมีคู่แข่งอย่าง iOS ระบบปฏิบัติการสำหรับ iPhone และ iPad ของ Apple และ Windows Phone 7 ของ Microsoft "ยอดขายสมาร์ทโฟนแซงหน้าพีซีไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพีซีไม่สามารถตามทันกระแสนี้ได้ สมาร์ทโฟนคืออนาคตของเกมส์ และการใช้งานแอพพลิเคชันต่างๆ ในทุกๆ อย่างที่เราคิด" เขากล่าว "ในที่สุดแล้ว คุณใช้มือถือเป็นเหมือนพีซีเครื่องใหม่ของคุณนั่นเอง" Schmidt ยังกล่าวอีกด้วยว่า สมาร์ทโฟนได้เติมเต็มคำทำนายของ Bill Gates ทีว่า "ผู้ใช้ทุกคนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของโลกได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส" ให้ถูกต้องสมบูรณ์ 

Google มีแผนที่จะออก Android เวอร์ชันใหม่สำหรับมือถือ และแท็บเล็ตในทุกๆ 6 เดือน ส่วน Chrome OS จะโฟกัสไปที่เน็ตบุ๊ค และพีซี โดยทาง Google ยังได้แสดงสาธิตแอพพลิเคชัน Android ตัวใหม่บนแท็บเล็ตที่สามารถตัดต่อวิดีโอได้คล้ายๆ กับ Windows Live Movie Maker อีกด้วย นอกจากการให้ข้อมูลข้างต้นแล้ว Schmidt ยังกล่าวย้ำว่า Microsoft คือคู่แข่งสำคัญของบริษัท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เขาเคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีที่ Bing ก็อปปี้ผลลัพธ์จาก Google และ Nokia เปลี่ยนใจไปใช้ Windows Phone 7 แทนทีจะป็น Android

 

 

 

Schmidt เชื่อว่า ในอนาคตแอพพลิเคชันทั้งหมดจะถูกพัฒนาด้วยมาตรฐานใหม่ของเว็บนั่นคือ HTML5 ทั้งแอพที่ใช้บนพีซี หรือโมบายโฟน เขายังคาดอีกว่า ระบบการชำระค่าบริการต่างๆ ด้วยโมบายโฟน (เทคโนโลยี NFC) จะกลายเป็นมาตรฐานในปีนี้ และถือว่าเป็นโอกาสใหญ่ของ Google นอกจากนี้ Schmidt ยังกล่าวอีกด้วยว่า ผลกระทบในระยะยาวของนวตกรรมทางเทคโนดลยีคือ การหาวิธีที่นำไปสู่หนทางที่ทำให้ผู้คนมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากผู้คนจะสามารถมีเวลา เพื่อทำบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการ โดยเขายกตัวอย่างว่า "คุณจะไม่ลืมอะไรเลย (หรือไม่ได้จำอะไรเลย?) เพราะคอมพิวเตอร์จะจำเรื่องราวต่างๆ แทนคุณ คุณจะไม่หลงทางด้วยเทคโนโลยีแผนที่ คุณจะไม่รู้สึกเดียวดาย เนื่องจากสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของเพื่อนๆ ได้ตลอดเวลา และด้วยเทคโนโลยีแผนที่เช่นเดียวกันที่จะทำให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวมันเอง" Schmidt ไม่ได้บอกว่า คุณจะไม่มีวันตาย :P แต่เขาบอกว่า สมาร์ทโฟนจะส่งข้อมูลเกียวกับสุขภาพของคุณไปยังโรงพยาบาล "มือถือของคุณสามารถบอกคุณได้ว่า คุณกำลังจะหัวใจวาย คุณควรจะไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้"

 

เว็บไซต์ในข่าว: Google

 

เปรียบมวย Firefox 4 กับ IE9 ใครเจ๋ง?

ในขณะทีสงคราม"สมาร์ทโฟน"และ"แท็บเล็ต"กำลังดุเดือด ทางด้าน"บราวเซอร์"รุ่นใหม่ก็ยังคงมีศึกช่วงชิ่งส่วนแบ่งตลาดกันอย่างต่อเนื่อง ช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับ Firefox 3.x ไม่ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับวงการ ส่งผลให้เกิดการชะลอการเติบโตของส่วนแบ่งตลาด ในขณะที่ Chrome เร่งเครื่องมาจนขึ้นอันดับ 3 ทางด้าน MS ส่ง IE9 มาทวงคืนส่วนแบ่งที่ก็ดูเหมือนไปได้สวย แต่งานนี้อาจจะต้องรอ Firefox 4 ตัวสมบูรณ์ออกมา ซึ่งณ.จุดนันคงจะได้เห็นกันว่า IE9 หรือ Firefox 4 คือบราวเซอร์ที่ผู้ใช้รอคอย...

แต่สำหรับคุณผู้อ่านของเว็บไซต์ arip ไม่ต้องรอถึงวันนั้น เพราะวันนี้ได้มีการเปรียบเทียบคุณสมบัติของ IE9 และ Firefox 4 ออกมาให้เห็นกันจะๆ ด้วยรูปแบบนำเสนอทีเรียกว่า Infographics ออกมาแล้ว โดยมุ่งเน้นไปที่ความสมบูรณ์ของฟังก์ชัน และคุณสมบัติการทำงานหลักๆ ซึ่งดูเหมือน Firefox 4 จะเหนือกว่า IE9 ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การสนับ สนุน HTML5 มาตรฐานใหม่สำหรับการพัฒนาเว็บที่ Firefox สามารถทำคะแนนทดสอบได้สูงกว่า IE9 ถึงสองเท่า แถมยังมี % ความเข้ากันได้ในการทำงานสูงถึง 88% (IE9 54%) และในขณะที่ Firefox 4 สนับสนุนการใช้งานบนแพลตฟอร์มต่างๆ มากมาย IE9 จะใช้งานได้บน Windows 7 และ Vista เท่านั้น

และหากเปรียบเทียบในแง่ของประสิทธิภาพความเร็ว โดยเฉพาะเว็บเพจทีมีการใช้ JavaScript เยอะๆ Firefox จะครอบคลุมการทำงานได้มากกว่าถึง 90% ในขณะที่ IE9 แค่ 48% เท่านั้น และหากเทียบความเข้ากันได้กับมาตรฐานเว็บทั้งหมด IE9 จะมีความเป็นมาตรฐานแค่ 61% ในขณะที่ Firefox 4 มีความเข้ากันได้กับมาตรฐานเว็บทั้งหมดสูงถึง 87% ส่วนประสิทธิภาพทางด้านการเร่งกราฟิกจากฮาร์ดแวร์โดยตรง ทั้งสองบราวเซอร์แทบไม่ต่างกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ คงต้องให้ผู้ใช้เป็นผู้ตัดสินอีกทีว่า Firefox 4 หรือ IE9 ใครเป็นบราวเซอร์ที่มีความทันสมัย และใช้งานได้น่าพอใจกว่ากัน

 

ข้อมูลจาก: Mozilla

 

กูเกิ้ลให้บริการชาร์จค่าคอนเท็นต์ดิจิตอล

รายงานข่าวล่าสุด Google เปิดตัว One Pass บริการเก็บค่าบริการออนไลน์สำหรับหนังสือพิมพ์ และนิตยสารดิจิตอล หลังจากที่ Apple ประกาศให้บริการชำระค่าบริการบนอินเทอร์เน็ตให้กับเหล่าสำนักพิมพ์ต่างๆ ผ่านไปได้แค่วันเดียว

Google One Pass เป็นการเปิดประตูให้สำนักพิมพ์ต่างๆ สามารถชาร์จค่าคอนเท็นต์ และเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้เช่นเดียวกับบนสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต โดยสำนักพิมพ์ต่างๆ จะได้รับส่วนแบ่ง 90% จากยอดขายผ่าน One Pass ในขณะที่หากเป็นบริการสมัครสมาชิกของ Apple จะได้รับส่วนแบ่งแค่ 70% ซึ่งก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันว่า Google พยายามจะให้บริการชำระค่าคอนเท็นต์ออนไลน์กับสำนักพิมพ์ต่างๆ หลังจากที่สิ่งพิมพ์มีรายได้ลดลง แม้บริการชำระค่าบริการดังกล่าวของ Google จะพร้อมเสร็จก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้ว แต่ทางบริษัทก็รอจนกว่า Apple คู่แข่งจะหงายไพ่ออกมาก่อน โดยทาง Apple เพิ่งจะขยายโมเดลการเก็บค่าสมาชิกที่ต่อยอดมาจากการให้บริการกับ The Daily หนังสือพิมพ์ iPad ของ Rupert Murdoch

สำหรับ One Pass ของ Google จะเปิดให้บริการกับสำนักพิมพ์ต่างๆ ในสหราชอณาจักร สหรัฐฯ แคนาดา ฝรั่งเศษ อิตาลี เยอรมัน และสเปน พร้อมทั้งมีแผนในอนาคตที่จะขยายไปให้บริการในประเทศอื่นๆ อีกด้วย โดยการให้บริการ One Pass เมื่อผู้ใช้ sign in บนเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ หรือนิตยสารเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นเมื่อผู้ใช้อ่านคอนเท็นต์ใดๆ บนเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์บนเว็บ หรือโมบายแอพฯ ที่ใช้บริการของ Google ก็จะต้องจ่ายค่าคอนเท็นต์นั้นๆ โดยสำนักพิมพ์ต่างๆ สามารถเลือกที่ชาร์จด้วยค่าบริการกับคอนเท็นต์มากน้อยเท่าใดก็ได้ ตั้งแต่แค่หนึ่งบทความไปจนถึงสมาชิกรายปี ซึ่งจะเห็นได้ว่า Google One Pass ให้อิสระกับสำนักพิมพ์มากกว่าบริการสมัครสมาชิกของ Apple โดยหนังสือพิมพ์ชั้นนำอย่าง Financial Times, The Economist และ New York Times กล่าวว่า พวกเขายังไม่ค่อยเข้าใจโมเดลใหม่สำหรับการชาร์จค่าคอนเท็นต์บน iPhone และ iPad ของ Apple สักเท่าไร ซึ่งการขอส่วนแบ่งสูงถึง 30% ของ Apple ดูเหมือนจะไม่ลงตัวนักในความรู้สึกของสำนักพิมพ์ต่างๆ ในขณะที่บริการของ Apple ยังมีความยืดหยุดในแผนการชำระค่าบริการน้อยกว่า ตลอดจนการวางลิงค์ภายนอก 

 

 

 

Daily Mail เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ยอดนิยมในอังกฤษตอบรับทันทีสำหรับวิธีชาร์จค่าคอนเท็นต์ของ Google One Pass ซึ่งรวมถึงหนังสือพิมพ์ในสเปน และเยอรมัน ที่กำลังพัฒนาให้บริการคอนเท็นต์ของตนสามารถเชื่อมต่อกับระบบการชำระค่าบริการออนไลน์ของ Google ได้ในเร็ววันนี้ ผู้บริหารของ Google กล่าวว่า One Pass เป็นทั้งนวตกรรม และการทดลองในการอุ้มชูอุตสาหกรรมข่าวให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยวัตถุประสงค์ของการให้บริการ Google พยายามที่จะทำให้มันมีความยืดหยุ่นมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งบทบาทของ Google ก็คือ การทำงานร่วมกับสำนักพิมพ์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจสิ่งพิมพ์สามารถควบคุมราคาของคอนเท็นต์ได้เอง โดยทางบริษัทจะไม่เข้าไปตัดสินใจเกี่ยวกับการตั้งราคาคอนเท็นต์ของสำนักพิมพ์ ทั้งนี้ Google จะดูแลในส่วนของเทคโนโลยีเท่านั้น One Pass จะทำให้การชำระค่าคอนเท็นต์บนเว็บไซต์ทำได้อย่างง่ายดาย และคาดว่ามันอาจจะถูกนำไปใช้กับการชำระค่าบริการต่างๆ บนมือถือ และโลกของแอพฯ ตลอดจนการเป็นทางเลือกในการชำระค่าบริการต่างๆ ทีใช้กันอยู่ในปัจจุบันด้วย

 

ข้อมูลจาก: Google One Pass

 

ตะลึง!!! iPhone 4 ระเบิดคาโต๊ะทำงาน

รายงานข่าวชิ้นนี้มาจากเว็บไซต์ Crunchgear ที่นำเสนอเรื่องราวของผู้อ่านรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่า ประสบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันนั่นก็คือ อยู่ดีๆ iPhone 4 ของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะที่ทำจากไม้ก็เกิดมีควันไฟ และประกายไฟแลบจากภายในก่อนที่จะประทุพร้อมทั้งมีเสียงดังจนฝาหลังของตัวเครื่องเปิดออกมา

Omar เล่าว่า iPhone 4 ของเขาร้อนมากก่อนที่จะมีควันออกมา จากนั้นมันก็ระเบิดจนฝาหลังเปิด ภรรยาและลูกของเขาก็อยู่ในเหตุการณ์นี้ด้วย ทั้งสองตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น การระเบิดของ iPhone 4 ทำให้อุปกรณ์สัญญาณแจ้งเตือนไฟไหม้เริ่มทำงาน มือของเขาพองเล็กน้อย หลังจากที่พยายามจะหยิบ iPhone 4 ที่ระเบิด(แล้ว)ขึ้นมา ซึ่งวิเคราะห์จากเหตุการณ์ในขั้นต้น ตัวการน่าจะมาจะมาจากแบตเตอรี่ที่ร้อนจนลุกเป็นไฟ ล่าสุด Omar กำลังติดต่อ Apple เพื่อแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทราบ เผื่อว่าจะได้รับ iPhone เครื่องใหม่ที่จะไม่ทำให้เขาต้องเผชิญกับเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้อีก

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ คอมเมนต์ของรายงานดังกล่าวมีทั้งเชื่อ และไม่เชื่อในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันก็มีการคาดเดาไปต่างๆ นาๆ อย่างเช่น การทำ Jailbreak อาจส่งผลให้การทำงานของ iPhone 4 ผิดปกติจนเกิดความร้อนดังกล่าว? อย่างไรก็ตาม ไม่ควรวาง iPhone ไว้ในที่มีความร้อนสูง ว่ากันตั้งแต่แสงแดดส่องไปจนถึงการวางไว้ใกล้ช่องระบายลมร้อนของโน้ตบุ๊ค ความร้อนที่สะสมในเครื่องจะสูงขึ้นจนอาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันตามมาได้ ซึ่งสาเหตุจากการระเบิดของอุปกรณ์ Gadget ต่างๆ ส่วนใหญ่ก็จะไปจบลงที่แบตเตอรี่เป็นตัวการ เราเตือนท่านแล้ว...

 

Cybercrime Index เตือนภัยร้ายบนเน็ต

ไซแมนเทค (Symantec) บริษัทผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต เปิดให้บริการ Norton Cybercrime Index ดัชนีออนไลน์สำหรับการแจ้งเตือนผู้ใช้ทั่วโลกให้ได้ทราบเกี่ยวกับระดับความรุนแรงของภัยคุกคามจากอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นทุกวัน เพื่อให้ผู้ใช้รอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อของมัลแวร์ และเหล่าแฮคเกอร์ที่ไม่หวังดี

Symantec เปิดตัว Norton Online Cybercrime Index ในงานแถลงข่าวที่จัดขึ้นในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2554 โดย"ดัชนี"ดังกล่าวจะติดตามระดับความรุนแรงของการหลอกลวง การขโมยข้อมูลระบุตัวตน มัลแวร์ และสแปมจากทั่วโลก พร้อมทั้งแจ้งเตือนผู้ใช้เกี่ยวกับเทคนิคกลลวงยอดฮิตที่ถูกใช้โดยเหล่าอาชญากรคอมพิวเตอร์ในแต่ละวัน ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ทราบความเคลื่อนไหว และป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อได้ โดย Laura Garcia รองประธานฝ่ายบริหารและจัดการผลิตภัณฑ์นอร์ตัน อธิบายว่า เหล่าอาชญากรคอมพิวเตอร์บนออนไลน์จะจับตาเฝ้าดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และสิ่งที่ผู้ใช้พยายามค้นหา เพื่ออาศัยกระแสความสนใจในเรื่องราวดังกล่าวแพร่กระจายมัลแวร์

Norton Cybercrime Index จะทำหน้าที่ติดตามเรื่องราวข่าวสารต่างๆ ตลอดจนเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เหล่าแฮคเกอร์ใช้ในการโจมตีผู้ใข้ ยกตัวอย่างเช่น การจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่แอฟริกาใต้ (Soccer World Cup) เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่เหล่าแฮคเกอร์นำมาใช้ในการหลอกผู้ใช้ทั่วโลกให้ตกเป็นเหยื่อได้ไม่น้อยเลย เว็บไซต์ต้มตุ๋นส่วนใหญ่จะปลอมโฆษณาการจองตั๋ว เพื่อให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลส่วนตัวตลอดจนข้อมูลบัตรเครดิต เป็นต้น สำหรับการติดตามกิจกรรมต่างๆ ที่ล่อแหลมต่อการนำไปใช้ในการโจมตี และแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบทันท่วงทีนั้น Norton ได้จัดทำบริการ Cybercrime Index โดยแจกจ่ายให้ผู้ใช้"ฟรี"

Garcia อธิบายขั้นตอนการทำงานของบริการดังกล่าวอย่างคร่าวๆ ว่า ข้อมูลที่แจ้งเตือนผู้ใช้ผ่านทางบริการ Cybercrime Index จะถูกรวบรวมจากเครือข่ายอัจฉริยะทั่วโลกของ Symantec และแหล่งข้อมูลที่เป็นพันธมิตรอย่าง id:analytics และ Dataloss DB Open Security Foundation จากนั้นด้วยอัลกอริธึมอันชาญฉลาดของ Symatec จะเข้ามาจัดการกับข้อมูลเหล่านี้ เพื่อส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ แล้วกระจายข้อมูลดังกล่าวให้กับผู้ใช้ในขั้นตอนสุดท้าย Garcia กล่าวว่า ดัชนีที่ทำขึ้นจะมีอยู่ 4 ตัวด้วยกันได้แก่ การโกง (Fraud), การโขมยอัตลักษณ์ (identity thift), มัลแวร์ (malware) และสแปม (spam) ซึ่งข้อมูลที่ถูกนำมาจัดทำเป็นดัชนีจะแสดงให้ผู้ใช้ได้ทราบในรูปแบบข่าวสาร และคำแนะนำ เพื่อให้ผู้ใช้หลีกเลี่ยงก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อ อีกทั้งยังมีรายงานเกี่ยวกับแนวโน้มที่น่าสนใจอีกด้วย สำหรับบริการ Norton Cybercrime Index จะมีให้ใช้ได้จากบราวเซอร์บนคอมพิวเตอร์ และโมบาย โดยในส่วนของมือถือจะสนับสนุนแพลตฟอร์ม Android, iOS และ Windows Phone 7 สำหรับคุณผู้อ่านที่สนใจจะดาวน์โหลดเป็น gadget บน Windows Vista หรือ Windows 7 คลิกทีนี่

 


ข้อมูลจาก: Norton

 

ด่วน!!! สตีฟ จอบส์ อาการ"ทรุด"หนัก

รายงานจากหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ National Enquirer ได้เผยแพร่ภาพถ่ายล่าสุดของ Steve Jobs อัจฉริยบุรุษผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ iPod, iPhone และ iPad พร้อมทั้งข่าวที่ทำให้หลายคนทั่วโลกต้องรู้สึกช็อค โดยเฉพาะพนักงานในบริษัท Apple นั่นก็คือ อาการป่วยมะเร็งที่ตับอ่อนอาจจะทำให้จอบส์มีชีวิตอยู่ได้แค่ 6 สัปดาห์เท่านั้น

ภาพถ่ายล่าสุดของ Jobs เผยให้เห็นสภาพร่างกายที่ผอมลงยิ่งกว่าเดิม และดูอ่อนแอมากจนดูเหมือนชุดเสื้อยืดสีดำคอเต่ากับกางเกงยีนส์ถูกแขวนอย่างหลวมๆ บนร่างที่สูง 6 ฟุต 2 นิ้วของเขา น้ำหนักของจอบส์ลดลงจาก 175 ปอนด์เหลือแค่ 130 ปอนด์ เส้นผมที่เบาบางบนศรีษะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกให้เห็นถึงผลกระทบของการทำคีโมอย่างหนัก ภาพถ่ายดังกล่าวถูกบันทึกเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะจอบส์กำลังไปรับประทานอาหารเช้ากับ Laurene Powell ภรรยาของเขาก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังสถาบันมะเร็งที่สแตนด์ฟอร์ดในแคลิฟอร์เนีย

"ประเมินจากภาพถ่าย อาการของเขาใกล้เคียงกับผู้ป่วยระยะสุดท้าย ผมคิดว่า เขาน่าจะมีเวลาเหลือประมาณ 6 สัปดาห์" ด็อกเตอร์ Samuel Jacobson กล่าว ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์ Daily Mail "เขาดูผอมแห้ง และสูญเสียกล้ามเนื้อไปมาก สรุปได้ว่า อาการของเขาแย่มากทีเดียว" Jocobson กล่าวทิ้งท้าย อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าว มาจากการประเมินอาการจากภาพถ่าย ซึ่งคงต้องดูความชัดเจนกันอีกที งานนี้คงได้แต่ภาวนาให้ Steve Jobs สามารถเอาชนะโรคร้ายได้อีกครั้ง...เชื่อว่าพนักงาน และสาวก Apple คงรู้สึกเช่นเดียวกัน หากมีความคืบหน้าอย่างไร ทางเว็บไซต์ arip จะแจ้งให้คุณผู้อ่านทราบทันที

 

เว็บไซต์ในข่าว: Daily Mail

 

Nvidia ชี้โน้ตบุ๊คใหม่ดีไซน์"แมคบุ๊คแอร์"

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จะเกิดกับตลาดโน้ตบุ๊คอีกครั้ง โดยทิศทางล่าสุดมาจากบริษัทผู้ผลิตชิปกราฟิกที่ปัจจุบันหันมาเอาดีทางด้านทำโพรเซสเซอร์ที่ประหยัดพลังงานเป็นเลิศ ในขณะที่มีประสิทธิภาพการทำงานเยี่ยมยอดทั้งพลังประมวลผล และการแสดงผลทางด้านกราฟิกระดับฟูลไฮเดฟ นั่นก็คือ Nvidia โดยล่าสุด Jan-Hsun Huang ซีอีโอของบริษัทพูดถึงดีไซน์โน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ที่จะใช้ MacBook Air เป็นต้นแบบ

"อีกไม่นานคุณจะพบว่า การมองหาโน้ตบุ๊คที่ดีไซน์แตกต่างจาก MacBook Air เป็นเรื่องยากทีเดียว" Huang กล่าว "ผมคิดว่า MacBook Air เป็นต้นแบบของการดีไซน์แลปทอปที่ดีที่สุดสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้งานแบบฝาพับ (calm shell)" เขาให้เหตุผลอีกด้วยว่า "โน้ตบุ๊คจะต้องบาง(กว่านี้) เนื่องจากผู้ใช้ไม่ต้องการโน้ตบุ๊คที่มีช่องระบายลมร้อน หรือต้องพกแบตเตอรี่สำรอง" สำหรับเหตุผลที่ Huang ออกมาแสดงทรรศนะเช่นนี้ก็เนื่องจากว่า ชิปของ Nvidia ถูกใช้ และมีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของ MacBook Air โดย Apple เลือกใช้ชิปกราฟิกของ Nvidia มาตั้งแต่รุ่นที่สอง

แต่วิสัยทํศน์ของ Huang สำหรับโน้ตบุ๊คในอนาคตจะไปไกลกว่า MacBook Air วันนี้ โดยโน้ตบุ๊คในอนาคตจะต้องทำงานด้วยชิป ARM (ไม่ใช่ Intel) ซึ่ง Nvidia เป็นผู้ผลิตหลักสำหรับชิปเหล่านี้ โดยป้อนให้กับบรรดาบริษัทผู้ผลิตแท็บเล็ตชั้นนำอย่าง Motorola, Samsung และ LG และในปี 2014 โน้ตบุ๊คสายพันธุ์ ARM จะสามารถทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ WIndows หรือ Android ของ Google ที่ปัจจุบันผูกพันกับโพรเซสเซอร์ ARM อย่างเหนียวแน่น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊คที่ดูดีไซน์คล้าย MacBook Air ก็เช่น Toshiba AC110 ซึ่งมีความบาง และเบามาก ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Tegra 2 (สถาปัตยกรรม ARM) ของ Nivdia ทีสำคัญมันทำงานไม่ช้า เนื่องจาก Nvidia กำลังจะออกโพรเซสเซอร์ Quad-core Tegra (มี 4 แกนหลักในการทำงาน) ซึ่งจะใช้ในแท็บเล็ตปีนี้อีกด้วย  งานนี้ดูเหมือน Nvidia จะตั้งใจเปิดศึกกับ Intel อย่างจัง

 

เว็บไซต์ในข่าว: Nvida, Intel

 

Credit : ARIP News

Views: 271

Comment

You need to be a member of Manchester City Fan Club in Thailand Website to add comments!

Join Manchester City Fan Club in Thailand Website

Comment by J-JuNe >FighTo FighTo on February 19, 2011 at 1:58pm
ขอบคุณน้องเจมส์มั๊กมากเลย เอาข้อมูลมาอัพ เสมอๆๆๆนะจ๊า

© 2019   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service