ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

Techno update with Ninja Boy 17/01/11 (ระวังโจ๋เฟซบุ๊คแฮคอีเมล์แฉภาพนู้ดสาวๆ&Facebook Phone ใกล้คลอดแล้ว)

CES 2011: MS Surface 2 เก่งขึ้น-ถูกลง

ไม่ใช่แค่ Gadget ของ Apple เท่านั้นที่มีส่วนติดต่อผู้ใช้บนระบบหน้าจอสัมผัส (Touchscreen UI) ที่เป็นเลิศ เพราะความจริง Microsoft ก็มีดีในเรื่องนี้ไม่แพ้กัน เพียงแต่มีอุปกรณ์ที่ใช้งานในลักษณะนี้น้อยกว่าเท่านั้น ซึ่งในงาน CES 2011 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวานนี้ ทางบริษัทได้นำ Microsoft Surface 2 โต๊ะคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ที่ทำให้หลายคนที่เห็นต้องทึ่งกับความสามารถไปตามๆ กัน

คุณผู้อ่านที่ติดตามซีรียส์ทีวีอย่าง CSI อาจจะเคยผ่านตา Microsoft Surface กันมาบ้าง แต่สำหรับเวอร์ชัน 2 มันจะมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 40 นิ้วความละเอียดที่ 1920x1080 พิกเซล (Full HD) สนับสนุนเทคโนโลยี PixelSense ของทางบริษัท ซึ่งทำให้ Surface สามารถรู้จำตำแหน่งของการสัมผัสบนหน้าจอได้พร้อมกัน 50 จุดได้ทันทีที่มีการเคลื่อนย้ายวัตถุที่วางบนหน้าจอ สำหรับผลิตภัณฑ์ Surface 2.0 ที่นำมาสาธิตในงานครั้งนี้คือ Samsung SUR 40 ซึ่งระบบทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ AMD Athlon II X2 Dual-Core Processor ความเร็ว 2.9GHz และชิปกราฟิก AMD Radeon HD 6700M GPU สนับสนุน DirectX 11 ส่วนระบบปฎิบัติการที่ใช้เป็น Windows 7 เวอร์ชัน 64 บิทที่ได้รับการปรับแต่งการทำงานเป็นพิเศษ เพื่อรองรับการใช้ระบบสัมผัสโดยเฉพาะ คุณสามารถใช้ SUR 40 เป็นโต๊ะคอมพิวเตอร์ หรือแขวบนฝาผนังก็ได้

Samsung SUR 40 จะวางตลาดในช่วงปลายปี 2011 สนนราคาอยู่ที่ 7,600 เหรียญฯ (ประมาณ 235,000 บาท) ฟังดูอาจจะตกใจกับราคาเล็กน้อย แต่หากเทียบกับ Surface ที่ออกมารุ่นแรกจะรู้สึกว่ามันคุ้มค่ากว่าด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน โดยราคาของ Surface ที่ออกมาในตอนนั้นอยู่ที่ 11,000 เหรียญฯ หรือประมาณ 330,000 บาท อุ๊ปส์!!!

 

 

 

PlayStation Phone คลิปโผล่บนเน็ต!!!

หลังจากมีข่าวการพัฒนา PlayStation Phone เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว จนกระทั่งมีภาพหลุดออกมาให้เห็นกันเป็นระยะๆ ในที่สุดเราก็ได้มีโอกาสเห็นการใช้งานเจ้ามือถือที่คอเกมส์หลายคนไฝ่ฝันในรูปแบบของคลิปวิดีโอกันแล้ว ใครที่รู้สึกเล่นเกมส์บนจอสัมผัสแล้วไม่สะใจ งานนี้คงไม่พลาดแน่ๆ

Sony เปิดเกมรุกในตลาดเครื่องเล่นเกมส์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางหนึ่ง โดยหันมาเล่นในตลาดสมาร์ทโฟนที่ยังคงมีช่องว่างให้เข้าไปช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดโดยอาศัยจุดแข็งของบริษัทในเรื่องของความเชี่ยวชาญในการผลิตเครื่องเล่นเกมส์คอนโซล ซึ่งก่อนหน้านี้มีความพยายามจะทำเกมส์โฟนออกมาจากบริษัทผู้ผลิตมือถืออันดับหนึ่งของโลก แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน สำหรับ PlayStation Phone จะเป็นการรวมความสามารถในการทำเครื่องเล่นเกมส์ของบริษัทเข้ากับสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมไม่น้อยในตลาดเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้เกมส์โฟนที่ตอบโจทย์คอเกมส์อย่างแท้จริง 

 

 

 

สำหรับในคลิปสาธิตที่มีการเปิดเผยออกมานี้จะเป็นการเล่นเกมส์ Playing Biohazard 2 และ Rage Racer บน PlayStation Phone ซึ่งจะเห็นได้ว่า ฮาร์ดแวร์ที่ดีไซน์ออกมากับความสามารถในการทำงานสอดรับกันเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม PlayStation Phone ที่นำมาสาธิตในคลิปไม่น่าจะใช้ต้นแบบที่สมบูรณ์แล้ว เนื่องจากมันดูเหมือนมีการรัน emulator ก่อนที่จะเล่นเกมส์ทั้งสอง นั่นหมายความว่า คอเกมส์คงจะยังต้องร้องเพลงรอไปอีกสักพัก แต่คาดว่าภายในปีนี้เราคงได้ยลโฉมอย่างแน่นอน

 

 

 

The Daily นสพ. iPad ใกล้คลอดแล้ว

รายงานข่าวล่าสุดที่น่าจะทำให้วงการ"หนังสือพิมพ์"ได้ตื่นเต้นกันอีกครั้ง เมื่อมีข่าวว่า สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) ซีอีโอของ Apple จะปรากฎตัวบนเวทีพร้อมกับเจ้าพ่อสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง News Corp นั่นก็คือ Rupert Murdoch ในซานฟรานซิสโก วันที่ 19 มกราคม ศกนี้ เพื่อเปิดตัวหนังสือฉบับ"แท็บเล็ต"(อย่างเดียว) ชื่อว่า The Daily สำหรับใช้บน iPad

 

ตามรายงานข่าวที่ออกมาระบุว่า ทั้งสองจะขึ้นเวทีร่วมกันที่ Museum of Modern Art ที่ซานฟรานซิสโก ซึ่งตามกำหนดการณ์จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 19 มกราคม แต่ทั้งนี้กำหนดวันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ "The Daily ชื่อเรียกของหนังสือพิมพ์บน iPad ที่ตกเป็นข่าวไปทั่วโลกเมื่อสองสามเดือนก่อน โดยผู้บริหาร News Corp บอกว่า มันเป็นโครงการที่ตื่นเต้นมากที่สุด" ข้อความที่ปรากฎในรายงานข่าวของ Yahoo "โครงการดังกล่าวจะตั้งอยู่ที่สาขาแม่ที่แมนฮัตตัน แต่ก็จะมีพนักงานอยู่ที่ลอสแองเจลลีสด้วย" 

Murdoch บอกว่า เขาทุ่มเม็ดเงินในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ถึง 30 ล้านเหรียญฯ เพื่อจ้างทีมงานนักหนังสือพิมพ์ที่ได้รับการยอมรับจากสำนักพิมพ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น The New Yorker, The Daily Beast, Forbs และ Politico ข่าวการปรากฎตัวของสองผู้ยิ่งใหญ่ยังได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์อีกด้วย ในขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยจาก Forbes ว่า The Daily มีแผนจะเปิดตัวในวันที่ 19 ม.ค. ศกนี้ ทั้งนี้พนักงานของ The Daily ได้เริ่มทดลองผลิตนสพ.ตัวอย่างบน iPad มาหลายสัปดาห์แล้ว เพื่อให้ผู้อ่านที่ร่วมทดสอบประมาณ 1,000 ราย ซึ่งคาดว่า แอพฯของ The Daily จะเปิดตัวหลังจาก iOS เวอร์ชันใหม่จะออกมา จากนั้นผู้ใช้จะสามารถซื้อแอพฯได้จาก App Store นอกจากนี้ ยังมีข่าวออกมาอีกว่า ค่าสมาชิกในการอ่านข่าวจาก The Daily จะอยู่ที่ 99 เซนต์ต่อสัปดาห์ (30 บาท) อีกทั้งใช้อินเตอร์เฟซของการโปรแกรมการทำงานของแอพพลิเคชันแบบใหม่ ซึ่งจะมีอยู่ใน iOS เวอร์ชันใหม่เท่านั้นอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ News Corp สามารถอัพเดตข่าวสารของ The Daily บน iPad ได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องคอยดาวน์โหลดคอนเท็นต์ ข่าวสาร หรือบทความวิเคราะห์ใหม่ๆ  

 

Moto ตั้งเป้า XOOM เฉียดล้านใน 3 เดือน

ในงาน CES 2011 ที่ผ่านมา Motorola ได้ประกาศเปิดตัว XOOM "แท็บเล็ต"ที่กลายเป็นพระเอกในงานนี้ ตามรายงานข่าวระบุสุด ทางบริษัทคาดหวังว่า XOOM จะสามารถทำยอดขายได้ประมาณ 700,000 - 800,000 เครื่องภายในไตรมาสแรกของปี 2011 โดยมีให้เลือก 4 สีด้วยกัน

Motorola XOOM ได้รับการกล่าวขวัญเป็นพิเศษถึงสเป็กที่เยี่ยมยอด ไม่ว่าจะเป็นการใช้โพรเซสเซอร์ทรงพลัง และประหยัดพลังงานอย่าง ดูอัลคอร์ Tegra 2 ของ Nvidia  หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียดระดับไฮเดฟฯ 1280 x 800 พร้อมด้วยพอร์ต HDMI สามารถเล่นวิดีโอฟูลไฮเดฟฯ 1080p และมีกล้องสองตัว (ด้านหน้า 2 ล้านพิกเซล ด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล) พร้อมด้วยแฟลช LED ที่ด้านหลัง ซึ่งผู้ใช้ไม่เพียงแต่จะสามารถใช้ XOOM ถ่ายรูปได้อย่างชัดเจนเท่านั้น กรณีที่เล่นวิดีโอแชทก็จะมองเห็นภาพคู่สนทนาได้ชัดกว่าอีกด้วย

นอกจากนี้ ภายในยังติดตั้งเซ็นเซอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Gyroscope, Barometer, Accelerometer, Adaptive lighting และเข็มทิศ ด้วยสเป็กขั้นเทพ ประกอบกับการทำงานด้วยระบบปกิบัติการ Android 3.0 (Honeycomb) ที่เกิดมาเพื่อแท็บเล็ตโดยเฉพาะ ทำให้ XOOM กลายเป็นแท็บเล็ตที่อยู่ในแนวหน้าอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ทางบริษัทคาดหวังตัวเลขยอดขายในไตรมาสแรกไว้สูงขนาดนั้น แต่ก็ยังไม่มีการเปิดเผยถึงกำหนดการวางตลาด ตลอดจนราคาเครื่อง งานนี้โมโตฯคงต้องรีบตื่นจากฝันแล้วทำให้มันเป็นจริง ก่อนที่ iPad 2 จะเปิดตัวจะดีกว่านะ

 

 

 

Sony ขอชิงเจ้าตลาด"แท็บเล็ต"อันดับ 2

แม้ในงาน CES 2011 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปจะไม่ได้เห็นเงา"แท็บเล็ต" (tablet) จากโซนี่ (Sony) แต่ล่าสุดทางบริษัทได้ออกมาประกาศว่า Sony จะขอชิงตำแหน่งที่ 2 ของการเป็นเจ้าตลาด"แท็บเล็ต"ตามหลังแอปเปิ้ล (Apple) ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ นับเป็นการประกาศเข้าร่วมสมรภูมิ"แท็บเล็ต"อย่างจริงจังของเจ้าตลาดอุปกรณ์เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และแก็ดเจ็ตชั้นนำของโลก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ผู้บริหาร Sony กล่าวว่า "จริงอยู่ที่ iPad เป็นเจ้าตลาดแท็บเล็ต แต่ใครล่ะที่เป็นที่สอง และที่สามของตลาด โดยเฉพาะอันดับที่สอง? ซึ่งนั่นคือ เป้าหมายของเรา และเราอยากจะเป็นที่สองให้ได้ภายในหนึ่งปี" Howard Stringer ซีอีโอของ Sony ยังคิดต่อไปอีกว่า จะเพิ่มความสามารถในมุมมองแบบ 3D เข้าไปใน"แท็บเล็ต"ของ Sony ด้วย หรือไม่?

ประเด็นก็คือ ในงาน CES 2011 ที่เพิ่งผ่านมา กองทัพ"แท็บเล็ต" Android 2.x ที่พร้อมจะช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจาก iPad โผล่ออกมาให้เห็นมากมายหลายรุ่นจนนับไม่ถ้วน แถมยังมีทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ งานนี้หาก Sony จะขอขึ้นแท่นผู้ค้า"แท็บเล็ต"อันดับ 2 ของตลาด อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก และต้องถือว่าเป็นการประกาศที่ฟังดูกร้าวมากทีเดียว แม้จะยังไม่มีเครื่องต้นแบบออกมาให้เห็น แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า แท็บเล็ตของ Sony น่าจะใช้แบรนด์ XPERIA เพื่อล้อไปกับแบรนด์ของสมาร์ทโฟน โดยปรับแต่ง UI ให้เหมาะกับแท็บเล็ต อย่างไรก็ตาม คงต้องรอความชัดเจนกันอีกที

 

ชำแหละ!!! แท็บเล็ต Dell Streak 7

หลังจากได้มีการแนะนำ Dell Streak 7 "แท็บเล็ต"รุ่นใหม่ที่มีขนาดหน้าจอ 7 นิ้วคู่ชกกับ Samsung Galaxy Tab ในงาน CES 2011 เพียงไม่กี่วัน ล่าสุดก็ได้มีการเผยแพร่คลิป และภาพการแยกชิ้นส่วนต่างๆ ของแท็บเล็ตรุ่นนี้แล้ว เพื่อเผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในเครื่อง สังเกตได้ว่า Gadget เดี่ยวนี้ต้องโชว์กันให้เห็นใส้ในกันเลยทีเดียว

Dell Streak 7 แท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวนี้ถูกแยกชิ้นส่วนโดยเว็บไซต์ในเวียตนาม Tinhte.vn ซึ่งคุณผู้อ่านจะได้ชมการแยกชิ้นส่วนตั้งแต่เริ่มจนเป็นดังรูปข้างบนนี้ภายใน 4 นาทีกว่าๆ ทั้งนี้ Dell Streak 7 จะทำงานด้วยระบบปฎิบัติการ Android 2.2 Froyo แทนที่จะเป็น Honeycomb แต่เชื่อว่าน่าจะมีการอัพเดตในอนาตคอันใกล้ สามารถเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับเครือข่าย 4G โพรเซสเซอร์ที่ใช้เป็นดูอัลคอร์ Nvidia Tegra 2 ความเร็ว 1 GHz กล้องด้านหน้า 1.3 ล้านพิกเซลสำหรับเล่น Qik Video Chat ส่วนกล้องด้านหลัง 5 ล้านพิกเซลสามารถบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอความละเอียดสูง

หน้าจอแสดงผลของ Dell Streak 7 จะใช้กระจก Gorilla Glass ที่มีความทนทานต่อรอยขีดข่วน และแตกร้าวเนื่องจากตกหล่น ความละเอียดของหน้าจอเท่ากับ Dell Streak 5 คือ 800 x 480 พิกเซล สตอเรจในเครื่อง 16GB (เพิ่มการ์ด SD ได้สูงสุด 32GB) สามารถเชื่อมต่อไร้สายความเร็วสูงกับเครือข่าย 4G และ Wi-Fi b/g/n อย่างไรก็ตาม Dell Streak 7 ไม่มีฟังก์ชันการเป็นมือถือเหมือน Samsung Galaxy Tab รุ่นที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน (ล่าสุด Samsung Galaxy Tab มีรุ่น Wi-Fi อย่างเดียวออกมาแล้วด้วย) สนนราคายังไม่มีการเปิดเผย ส่วนกำหนดการวางตลาดน่าจะไม่เกินไตรมาสแรกของปีนี้ เอาเป็นว่า ตอนนี้ไปชมคลิปการชำแหละ Dell Streak 7 กันดีกว่าครับ

 

 

 

แก้ซูโดกุด้วย Goggle บนมือถือ Android

ใครที่คิดว่าเป็นเซียนเกมตัวเลขปริศนา ซูโดกุ (Sudoku) และมั่นใจว่าสามารถแก้ปริศนาหาคำตอบได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ บางทีคุณอาจจะเจอคู่แข่งที่น่ากลัว และยากจะเอาชนะได้ซะแล้ว นั่นก็คือ Google Goggle แอพฯวิเคราะห์ภาพที่คุณถ่ายบนมือถือ เพื่อนำไปค้นหาว่ามันคืออะไร? ล่าสุดวิศวกรของ Google ได้พัฒนาให้มันสามารถแก้ปริศนา Sudoku ได้ด้วย

วิศวกรของ Google ได้อัพเดตความฉลาดให้กับ Goggle แอพพลิเคชันที่สามารถวิเคราะห์และระบุสิ่งที่อยู่ในภาพถ่ายด้วยคีย์เวิร์ด เพื่อนำไปใช้ในการค้นหาจากฐานข้อมูลของ Google แต่ล่าสุดมันได้รับการอัพเดตให้สามารถแก้ปริศนา Sodoku ได้ โดยผู้ใช้เพียงแค่นำมือถือ Android ที่ได้รับการติดตั้ง Goggle เวอร์ชันล่าสุด ถ่ายรูปปริศนา Sudoku ที่คุณแก้ไม่ออก Goggle จะสแกนภาพที่ถ่าย ก่อนที่จะระบุว่า มันคือ Sudoku ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดที่จะถูกนำไปใช้ในการค้นต่อไป แต่คราวนี้ในหน้าผลลัพธ์การค้น มันไม่ได้มีแค่รายการลิงค์ที่พาไปยังเกม Sudoku มากมายๆ เท่านั้น ผู้ใช้จะสังเกตเห็นลิงค์บนสุดมีคำสั่ง solve เพียงแค่ใช้นิ้วสัมผัสที่นี่ ปริศนา Sudoku ก็จะถูกแก้ออกได้ภายในอึดใจ จะเร็ว และเก่งแค่ไหน? ก็ลองชมคลิปการประชันความเร็วกับแชมป์ข้างล่างนี้ดูก็แล้วกันนะครับ (นอกจากแก้ปริศนา Sudoku ได้แล้ว ใน Goggle เวอร์ชันล่าสุดยังสามารถสแกนบาร์โค้ด และเสิร์ชจากภาพโฆษณาในนิตยสาร และหนังสือพิมพ์ได้อีกด้วย)

 

 

 

Facebook ซื้อโดเมน FB.com ทำไม?

รายงานข่าวเช้านี้ขอเริ่มต้นด้วยเรื่องของ Facebook ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวลือที่ไร้สาระมากทีเดียวนั่นก็คือ Facebook จะปิดดำเนินการในวันที่ 15 มีนาคม แต่สำหรับข่าวนี้เป็นเรื่องจริง นั่นก็คือ Facebook ยอมควักเงินในกระเป๋า 8.5 ล้านเหรียญฯ (ประมาณ 260 ล้านบาท) เพื่อซื้อโดเมนเนม fb.com ว่าแต่มันมีเหตุผลอันใดที่ทำให้ Mark Zuckerberg ต้องตัดสินใจทำเช่นนี้?

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว Facebook ได้ประกาศว่า ทางบริษัทกำลังปรับปรุงบริการ Messages ครั้งใหญ่ โดยจะรวมฟังก์ชันการสื่อสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น SMS, Messaging, Chat และ e-mail เข้าไปอยู่ในอินเตอร์เฟซเดียว อีกทั้ง Mark Zuckerberg ยังออกมาย้ำว่า "บริการที่ปรับปรุงใหม่ในครั้งนี้ไม่ใช่อีเมล์" แต่ Facebook Messages ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่จะมีการกำหนดให้ผู้ใช้มีอีเมล์แอดเดรสเป็น @facebook.com ด้วย โดยเมื่อเพื่อนส่งข้อความเข้าไปยังอีเมล์แอเดรส Facebook ของคุณ คุณก็จะได้รับมันใน Inbox ของ Facebook (มันไม่ใช่อีเมล์?) ประเด็นก็คือ เนื่องจากพนักงานของ Facebook ก็จะใช้อีเมล์ Facebook.com  อยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น พวกเขาต้องเปลี่ยนไปใช้โดเมนอื่น และนี่คือเหตุผลว่า ทำไม Mark Zuckerberg ตัดสินใจแคะกระปุก 8.5 ล้านเหรียญฯ เพื่อซื้อโดเมนเนม Fb.com มาให้ลูกน้องใช้

Facebook ได้ขอซื้อโดเมน Fb.com เมื่อวันที 15 พฤศจิกายนปีที่แล้วจากกองทุน American Farm Bureau Federation ซึ่งในงานประชุมประจำปีขององค์กรไม่แสวงผลกำไรแห่งนี้ ได้เปิดเผยตัวเลขมูลค่าของโดเมน Fb.com ที่ขายให้กับ Facebook ว่าเป็นเงิน 8.5 ล้านเหรียญฯ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2005 ทาง Facebook ที่แต่เดิมใช้โดเมน TheFacebook ได้ทุ่มเงินไป 200,000 เหรียญฯ (ประมาณ 6.2 ล้านบาท) เพื่อซื้อโดเมน Facebook.com ซึ่งการซื้อโดเมน Fb.com ตัวเลขสูงกว่าถึง 42.5 เท่าเลยทีเดียว ในขณะที่ชื่อ Facebook.com ได้ทำให้เว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์กแห่งนี้ดังไปทั่วโลก หรือถือได้ว่า มันคืนทุนไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่ากับการได้ชื่อนี้มา แล้ว Fb.com จะคืนทุนเมื่อไร? แต่ที่แน่ๆ มันทำให้เราเข้าถึง Facebook.com ในบราวเซอร์ได้เร็วขึ้น แค่พิมพ์ fb แล้วกด Ctrl+Enter

 

MS โวย"App Store"ไม่ใช่ของ Apple?

รายงานข่าวล่าสุด ไมโครซอฟท์ (Microsoft) กำลังต่อสู้กับแอปเปิ้ล (Apple) ที่พยายามจะจดเครื่องหมายการค้า (trademark) คำว่า "app store" โดยกล่าวว่า วลีดังกล่าวประกอบด้วยคำสามัญ (generic term) ที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

 

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจากการที่ Apple ได้ยืนเรื่องขอจดเครื่องหมายการค้าคำว่า "app store" ในปี 2008 หลังจากที่ทางบริษัทได้เปิด app store สำหรับ iPhone โดย Apple กล่าวในเวลานั้นว่า app store หมายถึง "บริการร้านค้าปลีกสำหรับซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต และคอมพิวเตอร์อื่นๆ ตลอดจนเครือข่ายสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์" ซึ่ง app store ในเวลาต่อมาก็ได้เติบโตจนกลายเป็นตลาดแอพบนมือถือที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมากกว่า 300,000 แอพไว้คอยให้บริการกับ iPhone, iPod Touch และคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตระบบหน้าจอสัมผัสอย่าง iPad 

แต่ปัจจุบัน app store ยังหมายถึง หัวใจสำคัญที่จะทำให้อุปกรณ์ของบริษัทต่างๆ ประสบความสำเร็จในธุรกิจคอมพิวเตอร์วันนี้ด้วย ซึ่งล้วนเป็นคู่แข่งของ Apple ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Google, HP, Palm หรือแม้แต่ RIM ต่างก็เปิด app store ให้กับอุปกรณ์โมบายของตน นั่นก็อาจหมายความว่า ทั้งหมดกำลังใช้เครื่องหมายทะเบียนการค้าของ Apple ในการดำเนินธุรกิจ ล่าสุด Microsoft ที่เพิ่งเปิดตัว app store ของตนเองสำหรับให้บริการกับสมาร์ทโฟน Windows Phone 7 กล่าวว่า ทางบริษัทกำลังชี้แจง เพื่อโต้แย้งกับสำนักงานคุ้มครองสิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้าในสหรัฐ กรณี Apple ไม่อนุญาตให้ MS ใช้เครื่องหมายการค้าของ Apple นั่นก็คือคำว่า "app store" เนื่องจากคำว่า "app store" มีการใช้กันอย่างกว้างขวางโดยบริษัทต่างๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันนี้

"คำว่า app store ควรที่จะยังคงใช้ได้โดยไม่ต้องกลัวการตอบโต้โดย Apple" Microsoft กล่าว "app store ก็คือ app store มันก็เหมือนกับ Shoe Store และ Toy Store" อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของ Apple ยังไม่ได้แสดงท่าที หรือให้คอมเมนต์ต่อกรณีนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ MS ได้ยื่นคำร้องโต้แย้งการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า "app store" มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว คุณผู้อ่านล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้

 

Google Translate เพิ่มโหมด"สนทนา"?

บล็อก Google Operateing System ได้โพสต์คลิปวิดีโอสาธิตการใช้บริการ Google Translation ด้วยโหมดการทำงานใหม่ที่เรียกว่า Conversation Mode ซึ่งทำงานบนมือถือ Android เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวานนี้ (12 ม.ค. 2554) ทาง Google ได้เปิดให้ผู้ใช้ได้ดาวน์โหลดแอพ Google Translate ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติดังกล่าว เพื่อใช้งานบนสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตแล้ว

Google ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า ทางบริษัทได้เริ่มทดลองให้ใช้ Conversation Mode กับ Google Translate app บนสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android โดยโหมดการทำงานนี้ จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถพูดในภาษาของตนเองผ่านแอพฯ จากนั้นให้มันแปลเป็นภาษาปลายทางที่ต้องการ พร้อมทั้งอ่านออกเสียงข้อความที่แปลออกมาให้ได้ยินภายในอึดใจ (ไอเดียคล้ายๆ "วุ้นแปลภาษา" ของเจ้าแมวหุ่นยนต์ขวัญใจของคนทั่วโลก Doraemon) อย่างไรก็ตาม การทำงานของ Conversation Mode ยังอยู่ในช่วงแรก (แปลว่า มันยังไม่ยังอาจจะมีข้อผิดพลาดในการแปลอยู่พอสมควร) โดยมาพร้อมกับอินเตอร์เฟซใหม่ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้สมาร์ทโฟน Android ในการสนทนากับเพื่อนต่างชาติที่เราไม่คุ้นเคยภาษาของเขาได้

หลังจากการสาธิตความสามารถในการแปลภาษาอังกฤษเป็นเยอรมันเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว (ในคลิปวิดีโอ) สำหรับเวอร์ชันที่ให้ทดลองใช้นี้จะเพิ่มการแปลภาษาระหว่างสเปน (spanish) กับภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตาม Google มีแผนที่จะเพิ่มความสามารถในการแปลภาษาต่างๆ ให้มากขึ้นในอนาคต ดังนั้น Conversation Mode ที่ปล่อยออกมานี้จึงถือได้ว่าเป็นเวอร์ชันทดสอบแรกๆ (alpha) เลยก็ว่าได้ สำหรับในการใช้งาน Conversation Mode ผู้ใช้จะต้องแตะไอคอนบนมือถือ Android เพื่อเลือกภาษาที่ต้องการให้แปล จากนั้นพูดด้วยภาษาของตนเองเข้าไปในมือถือ เมื่อยกนิ้วขึ้น แอพก็จะทำการแปลเสียงของคุณเป็นข้อความก่อนจากนั้นค่อยแปลเป็นภาษาปลายทางที่ต้องการ ก่อนที่จะส่งเสียงออกมาจากลำโพงของสมาร์ทโฟน เพียงแค่นี้คุณก็สามารถพูดคุยกับเพื่อนสเปนได้รู้เรื่องแล้ว (แม้จะงงนิดๆ เพราะคุณภาพการแปลยังไม่สมบูรณ์นัก) ปัจจุบัน Google Translate สนับสนุนการแปลภาษาในรูปแบบของ "ข้อความ" ได้ 53 ภาษา และแปลจากเสียงเป็นข้อความ (voic-to-text) ได้ 15 ภาษา

 

 

 

ไอแพดพ่นพิษยอดขายโน้ตบุ๊คอืดปลายปี

ยอดขายพีซีทั่วโลกเกิดการชะลตัวในช่วงปลายปี 2010 ข้อมูลดังกล่าวเปิดเผยโดยบริษัทวิจัย IDC ซึ่งนักวิเคราะห์อ้างว่า สาเหตุมาจาก iPad ที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายพีซีในตลาดสหรัฐฯ ค่อนข้างชัดเจน แถมยังคาดอีกด้วยว่า การชะลอการเติบโตของพีซีจะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2011 เนื่องจากการเกิดของ"แท็บเล็ต"ที่เป็นคู่แข่งของ iPad ได้รุกทำตลาดในประเทศแถบเอเซีย

สำหรับยอดจำหน่ายคอมิวเตอร์ทั่วโลกในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาเติบโตแค่ 2.7% เทียบกับที่จากเดิมตั้งไว้ 5.5% (หายไปกว่า 2.8%) ทั้งนี้ยอดส่งมอบพีซีในไตรมาสที่สี่จากโรงงานผลิตมีแค่ 92.1 ล้านเครื่อง สรุปจนถึงสิ้นปี 2010 มียอดรวมของพีซีเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคทั้งสิ้น 346.2 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากปี 2009 ประมาณ 13.6% ในส่วนของเหตุผลของการหดตัวของตลาดพีซีในช่วงปลายปีที่ผ่านมานั้น David Doud ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ IDC โทษว่าเป็นเพราะ iPad ของ Apple และยอดขายที่โตกว่าปกิตในช่วงปลายปี 2009 อันเป็นผลมาจากการเปิดตัว Windows 7

"การเติบโตของพีซีในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2010 เกิดจากความต้องการที่ลดลง และการแข่งขันจากอุปกรณ์ใหม่ที่มาแรงอย่าง iPad ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ทำให้ยอดพีซีตกลงไป นอกจากนี้ ประสบการณ์ในความรู้สึกพอเพียงสำหรับประสิทฺธิภาพของคอมพิวเตอร์ทีใช้ยังแผ่ขยายไปในวงกว้าง อีกทั้งอุปกรณ์ที่เป็นคู่แข่ง (แม้จะใช้งานแทนไม่ได้ 100%) กลับตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าต่อเม็ดเงินที่จ่ายได้ สถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในปี 2011 ด้วยสาเหตุสำคัญคือ มีเดียแท็บเล็ตกำลังจะกินตลาดพีซี" Doud กล่าวในรายงาน ความต้องการพีซีในประเทศแถบเอเซีย (ไม่รวมญ๊่ปุ่น) จะตกลงเหลือต่ำกว่าสิบเปอร์เซนต์  ในขณะที่ปีก่อนๆ มันมีสูงถึง 30% เลยทีเดียว เฉพาะในสหรัฐ การเติบโตในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2010 ตกลงจากปีที่แล้ว 4.8%

อย่างไรก็ดี ในขณะที่อัตราการเติบโตของยอดขายพีซีในไตรมาสที่ 4 จะลดลง แต่ผู้ผลิตพีซีอย่าง Lenovo และ Toshiba สามารถเพิ่มทำยอดขายได้เพิ่มขึ้น ส่วน Dell, HP และ Acer มียอดขายที่ลดลง ข้อมูลจาก IDC สรุปได้ตามตารางข้างล่างนี้

 

Apple จะเลิกใช้ปุ่ม Home บน iPhone?

รายงานข่าวล่าสุดที่กำลังได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ก็คือ หลังจากที่ Apple ได้ปล่อยชุดคำสั่งสำหรับ iOS เวอร์ชันถัดไปให้กับนักพัฒนา เพื่อใช้เป็นแนวทางการสร้างสรรค์แอพพลิเคชัน ปรากฎว่า ชุดคำสั่งดังกล่าวก็คือ iOS 4.3 ซึ่งเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงมากมายที่จะเกิดขึ้นกับการใช้งาน iPhone, iPad และ iPod Touch

ประเด็นของการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ที่นักพัฒนาพบในโค้ดชุดนี้ก็คือ รูปแบบการใช้หลายนิ้วสัมผัสเพื่อสั่งการ (multi-touch gestures) ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่สำหรับการใช้งาน iPad ซึ่งในที่นี้เรากำลังพูดถึงการใช้ 4 ถึง 5 นิ้วในการควบคุมการใช้งาน ว่าแต่ทำไมถึงต้องใช้นิ้วมากมายขนาดนั้น ซึ่งคำตอบที่ดูเหมือนจะมีเหตุผลมาก ที่สุดก็คือ Apple อาจต้องการเลิกใช้ปุ่ม Home ที่อยู่บน iPhone, iPad และ iPod Touch ดังนั้นคำสั่ง gestures ใหม่ๆ จึงมีความจำเป็น ทั้งนี้เพื่อใช้แทนฟังก์ชันปกติที่ควบคุมด้วยปุ่มที่เป็น ฮาร์ดแวร์นั่นเอง

Boy Genius Report อ้างว่า สำหรับ iPad คุณสามารถใช้ 4 ถึง 5 นิ้วสัมผัสบนหน้าจอ โดยการรวบนิ้วเข้าหากัน (pinch) จะใช้แทนการกดปุ่ม Home หรือกวาดนิ้วทั้งหมดขึ้นด้านบนของหน้าจอ เพื่อเปิดแถบ Multitasking (แทนดับเบิ้ลคลิกปุ่ม Home) และการเลื่อนนิ้วไปทางซ้าย หรือขวา เพื่อเลือกแอพต่างๆ โดยการใช้ชุดคำสั่งนิ้วแบบใหม่จะทำให้ปุ่ม Home บน Tablet หมดความหมายไปในที่สุด นอกจากชุดคำสั่งที่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงการใช้งานที่มีความเป็นไปได้ แล้ว ก่อนหน้านี้ Andy Rubin จาก Google ยังได้โชว์แท็บเล็ต Android รุ่นใหม่ที่ไม่มีปุ่มอะไรเลยเหมือนกัน ประเด็นก็คือ ตราบใดก็ตามที่แท็บเล็ตยังเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้งาน 2 มือร่วมกับพื้นที่หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ผู้พัฒนาสามารถเพิ่มปุ่มซอฟต์แวร์ (หรือใช้ชุดคำสั่งนิ้ว) แทนได้โดยไม่มีปัญหา

ใน รายงานจากเว็บไซต์ยังเปิดเผยคำบอกเล่าจากแหล่งข่าวใน Apple อีกด้วยว่า iPhone อาจจะไม่มีปุ่ม Home ด้วยเช่นกัน แถมยังบอกอีกว่า พนักงานหลายคนที่สำนักงานใหญ่ของ Apple ได้เคยทดลองใช้ iPad และ iPhone ที่ไม่มีปุ่ม Home กันแล้วด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อโต้แย้งที่มีต่อกรณีของ iPhone ไร้ปุ่ม Home ก็คือ มันจะทำให้การใช้งานลำบากขึ้น เพราะจากเดิมที่ใช้มือเดียวถือเครื่อง และกดปุ่ม Home กลับต้องใช้สองมือ เพื่อเปิดเครื่องใช้งาน แต่บางที Apple อาจจะมีคำตอบเรื่องนี้แล้วก็ได้ หรือว่า iPhone 5 จะไม่มีปุ่ม Home เอ่อ...อย่าเพิ่งคิดไปเองดีกว่านะครับ :D 

 

 

 

ลือ!!! Facebook Phone ใกล้คลอดแล้ว

แม้ Facebook จะยังไม่มีการเปิดตัว Facebook Phone อย่างเป็นทางการ แต่ข่าวลือเกี่ยวกับมือถือรุ่นดังกล่าว ยังคงมีออกมาให้ได้ติดตามกันเป็นระยะๆ ล่าสุดมีข้อมูลที่หลุดออกมา ซึ่งเป็นหลักฐานที่ค่อนข้างชัดเจนว่า Facebook เตรียมออกมือถือที่สนับสนุนการใช้บริการโดยเฉพาะ โดยข้อมูลดังกล่าวได้ถูกลบออกไปอย่างรวดเร็ว

รายงานจากเว็บไซต์ Pock Now อ้างว่า สมาร์ทโฟน INQ Cloud Touch จริงๆ แล้วมันก็คือ Facebook Phone นั่นเอง ซึ่งเมื่อเร็วๆ ข้อมูลรับรองการทดสอบการทำงานของ Bluetooth ของ INQ Cloud Touch ได้เผยแพร่ออกมาบนเน็ต โดยส่วนหนึ่งของข้อความที่อธิบายคุณสมบัติการทำงานเบื้องต้นระบุว่า "INQ Cloud Touch เป็นสมาร์ทโฟน Android ที่มาพร้อมกับระบบการใช้งานเมสเสจที่เร็วกว่า และฉลาดกว่า โดยมันได้รับการออกแบบให้สอดรับกับรูปแบบการสื่อสารของผู้ใช้ได้อย่างกลม กลืนที่สุด และมีเอ็นจิ้นของ Facebook เป็นแกนหลักอยู่ภายใน คุณสมบัติการทำงานที่หน้าโฮมจะมีหลายตำแหน่งที่เข้าถึงฟังก์ชันการทำงาน ใหม่ๆ บน Facebook ในขณะที่ส่วนแสดงผลต่างๆ ของ Widget จะสามารถอัพเดตสถานะ อัลบั้ม วิดีโอ และภาพถ่ายดิจิตอล"

ข้อ ความที่หลุดออกมาค่อนข้างชัดเจนว่า INQ กำลังซุ่มพัฒนา Facebook Phone (INQ Cloud Touch) แถมยังมีพิรุธที่ชัดเจนตรงที่พยายามลบข้อความที่เกียวกับคำอธิบายตัว ผลิตภัณฑ์ออกไปภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่ง Mark Zuckerberg คงไม่ค่อยอยากให้ข่าวเกี่ยวกับ Facebook Phone เผยแพร่ออกไปในขณะนี้ อย่างไรก็ดี ตามรายงานข่าวอ้างว่า INQ Cloud Touch จะสามารถวางตลาดในยุโรปได้ในอีก 2 - 3 เดือนข้างหน้า แม้ Zuckerberg จะได้เคยบอกว่า ไม่มีแผนการที่จะออก Facebook Phone แต่บางทีหลังจากนั้นอาจเปลี่ยนใจ โดยเฉพาะในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เราอาจได้เห็น Zuckerberg ถือ Facebook Phone แบบเดียวกับที่เคยเห็น Steve Jobs ถือ iPhone ก็ได้...ใครจะไปรู้?

Karotz หุ่นยนต์กระต่าย Wi-Fi คืนชีพ!!!

รายงานข่าวนี้เก็บตกจาก CES 2011 ที่ปิดงานกันไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยจะเป็นแก็ดเจ็ต (Gadget) น่ารักๆ ต้อนรับปี"กระต่าย" นั่นก็คือ Karotz หุ่นยนต์กระต่ายน้อย Wi-Fi ที่เห็นแว้บแรกก็นึกถึง Nabaztag ที่เชื่อว่า คงจะเคยผ่านตาคุณผู้อ่านกันมาบ้างเมื่อ 2-3 ปีก่อน ก่อนที่บริษัทจะล้มละลายกันไป ซึ่งเจ้า Karotz ก็คือ การฟื้นคืนชีพของเจ้าหุ่นยนต์กระต่ายไร้สายตัวเดิมนั่นเอง แต่แน่นอนว่า มันคงต้องเก่งขึ้น ส่วนจะทำอะไรบ้างนั้น เราไปติดตามกันต่อเลยครับ

สำหรับ คุณผู้อ่านที่ต้องการหุ่นยนต์ส่วนตัวเอาไว้คอยแจ้งข้อมูล และเรื่องราวข่าวสารที่จำเป็นในทุกๆ เช้า หลังจากที่ตื่นขึ้นมาพบกับโลกแห่งความเป็นจริง Koratz หุ่นยนต์กระต่ายคอมพิวเตอร์ที่แสนน่ารักตัวนี้อาจจะเป็นสิ่งที่คุณกำลังมอง หาอยู่ก็ได้ Koratz เป็นหุ่นยนต์ที่ออกแบบให้มีหน้าตาคล้ายกระต่ายสามารถกระดิกหูในทิศทางต่างๆ ตลอดจนแสดงแสงสีต่างๆ จาก LED ที่อยู่ภายใน และส่งเสียงออกมาได้ โดยเชื่อมต่อการทำงานกับเน็ตไร้สาย Wi-Fi หน้าที่ของมันก็คือ เอาไว้คอยแจ้งเตือน หรือรายงานข่าวสารที่คุณสนใจในระหว่างวันตั้งแต่ตื่นนอนไป (แจ้งสภาพภูมิอากาศนอกบ้านไปจนถึงการจราจร ฯลฯ) จนถึงคุณก้าวออกจากประตูบ้าน

Karotz เปิดตัว(อีกครั้ง?) ในงาน CES 2011 โดยทางบริษัทที่มีชื่อเดียวกันกับหุ่นยนต์กระต่ายน้อยตัวนี้กล่าวว่า Karotz มาพร้อมกับเทคโนโลยี และคุณสมบัติการทำงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีรู้จำเสียง (voice recognition) ที่ทำให้คุณสามารถสั่งเจ้า Koratz ให้รายงานข้อมูลต่างๆ ด้วยเสียงของคุณได้ แถมยังมาพร้อมกับเว็บแคม (web cam) และชิป RFID อยู่ภายใน หากคุณไม่รู้ว่า ลืมมันไว้ที่ไหนในบ้าน ก็สามารถหามันพบได้ไม่ยากนัก Karotz สามารถอ่านเมสเสจอัพเดตใน Facebook ของเพื่อนๆ คุณให้ฟังได้ แถมยังแนะนำเส้นทางจารจรก่อนออกจากบ้าน ไปจนถึงดูดวง และอื่นๆ อีกมากมาย เพียงแค่คุณเอ่ยปากถามมัน และด้วยความที่มันเชื่อมต่อกับ Wi-Fi เจ้า Karotz สามารถทำหน้าที่เป็นมีเดียเพลยเยอร์ โดยค้นหาเพลงที่คุณจากฟังบนเน็ต แล้วเล่นออกมาให้ฟังได้อีกด้วย (สั่งด้วยเสียงอีกเช่นกัน) ฟังดูก็น่าจะมีอนาคตกว่า Nabaztag แต่ก็ต้องดูว่าจะซื้อใจผู้บริโภคได้ หรือไม่? สนนราคาอยู่ที่ 199 เหรียญฯ หรือประมาณ 6,200 บาท สนใจสั่งจองได้ที่เว็บไซต์ Koratz

 

 

 

Galaxy S Mini ดูดีน่าใช้ไม่แพ้ iPhone 4

หลังจากมีรายงานข่าวว่า สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy S ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายถล่มทลายทะลุ 1.5 ล้านเครื่องไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ล่าสุดมีรายงานข่าวที่คงจะสร้างกระแสให้กับซีรียส์ Galaxy S ได้อีกครั้ง เมื่อมีภาพหลุดของ S5830 สมาร์ทโฟนในซีรียส์เดียวกันที่มีดีไซน์น่าใช้กว่ารุ่นพี่ ในขณะที่สเป็กอยู่ระหว่าง Galaxy S กับ iPhone 4 (ด้านข้างของตัวเครื่องยังมีแถบโลหะที่ดูคล้ายเสาอากาศของ iPhone 4 อีกต่างหาก)

ภาพ หลุด พร้อมรายละเอียดของสเป็ก Samsung Galaxy S5830 สมาร์ทโฟนหัวใจ Android รุ่นใหม่อาจจะทำให้ใครหลายๆ คนที่กำลังต้องการ Galaxy S แต่ติดอยู่ที่ดีไซน์บางอย่างที่อาจจะไม่ตรงใจ เชื่อว่า S5830 น่าจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ซึ่งสำหรับ S5830 จะมีขนาดของตัวเครื่องเล็กกว่ารุ่นแรก โดยมีหน้าจอขนาดประมาณ 3.5 นิ้ว ความละเอียด 320x480 พิกเซล (คาดว่าน่าจะยังเป็น Super AMOLED) ส่วนชื่อเรียกอาจจะเป็น Samsung Galaxy S Mini 

Samsung S5830 จะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 2.2 Froyo (อัพเกรดเป็น Android 2.3 Gingerbread ได้) สนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi และ Bluetooth 3.0 พร้อมด้วยพอร์ต microUSB กล้อง 5 ล้านพิกเซล แฟลช LED และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ MicroSD ส่วนโพรเซสเซอร์จะเป็น Qualcomm MSM 7227 ที่มีราคาถูกกว่า ส่วนดีไซน์ปุ่ม Home บนตัวเครื่องจะเรียบง่ายกว่า Galaxy S ทั้งนี้ Samsung Galaxy S Mini น่าจะเปิดตัวในงาน Mibile World Congress 2011 ที่จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 14 - 17 กุมภาพันธ์ ณ.กรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน นอกจากนี้ในงานเดียวกันทาง Samsung จะเปิดตัว Galaxy S2 อีกด้วย

AZPEN X1 แท็บเล็ต Win7+Android

สรุปทั้งงาน CES 2011 มีสถิติที่น่าสนใจก็คือ มีการปรากฎตัวของ"แท็บเล็ต" (Tablet) ในงานนี้ทั้งสิ้นประมาณ 80 โมเดล ซึ่งในที่นี้จะรวมแท็บเล็ตไฮโซอย่าง Motorola XOOM และแท็บเล็ตจอมอึด Motion CL900 แต่มีแท็บเล็ตอีกรุ่นหนึ่งที่ต้องขอหยิบมาแนะนำกันอีกตัวจากบริษัท AXPEN Innovation โดยจุดเด่นที่เป็นหนึ่งเดียวก็คือ มันเป็นแท็บเล็ต"ดูอัลบู๊ต" สามารถเลือกใช้โอเอสเป็น Windows 7 หรือ Android 2.2 ได้ภายในเครื่องเดียว

AXPEN X1 เป็นแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัส TFT LCD ขนาด 10.1 นิ้ว ภายในใช้ขุมพลังประมวลผลเป็น Intel N455 1.66GHz หน่วยความจำ DDR3 1066MHz 2GB และใช้ชิปเซต Intel GMA3150 สนับสนุนการแสดงผลกราฟิก ขนาดของสตอเรจมีให้เลือกความจุ 8/16/32 GB พร้อมด้วยช่องอ่านการ์ดหน่วยความจำ microSD ในส่วนของพอร์ตสนับสนุนการใช้งานก็จะมี USB ให้ 2 พอร์ต และ VGA สำหรับต่อจอภายนอก รวมถึงช่องต่อไมโครโฟน และหูฟัง สนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi และ Bluetooth กล้องเว็บแคมความด้านหน้าความละเอียด 1.3M พร้อม G Sensor ตรวจจับการแสดงผลตามทิศทางการวางหน้าจอ (แนวนอน หรือแนวตั้ง) สนนราคา 500 เหรียญฯ (ประมาณ 16,000 บาท)

 

 

 


เทคนิคสร้างภาพ 3D ที่พิลึกที่สุดในโลก

แนว โน้มเทคโนโลยีในปี 2011 อีกหนึ่งกระแสที่มีการพูดถึงไม่น้อย ถึงแม้จะไม่แรงอย่างที่คิดนั่นก็คือ เทคโนโลยีทีวี 3 มิติ ซึ่งโดยพื้นฐานการสร้างภาพลักษณะนี้จะใช้วิธีทำให้ตาทั้งสองข้างได้มองเห็น ภาพคนละมุมพร้อมๆ กัน เพื่อให้เกิดการรวมภาพที่มีมิติขึ้นมา โดยทีวี 3D ที่มาพร้อมกับแว่นตาก็จะใช้การเปิดปิดชัตเตอร์บนแว่นตาทั้งสองข้างสลับไปมา ด้วยความเร็วสูงซิงค์กับภาพที่ต้องการให้ตาแต่ละข้างได้มองเห็น ซึ่งก็ทำให้สามารถมองเห็นภาพเป็นสามมิติได้ตามหลักการพื้นฐาน

อีก เทคนิคหนึ่งที่มีการพูดถึงกันมาก และได้มีความพยายามพัฒนาเทคโนโลยี 3D ด้วยวิธีนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็คือ 3DTV ที่สามารถรับชมได้โดยไม่ต้องใส่แว่นตา ซึ่งเทคนิคพื้นฐานที่ใช้กันอยู่จะเป็นการติดแผ่นกรองภาพชนิดพิเศษบนหน้าจอ ทีวี เพื่อให้ตาแต่ละข้างของผู้ชมได้มองเห็นภาพที่แตกต่างกันทำให้เห็นเป็นมิติ ขึ้นมา เช้านี้ผมมีเทคนิคพิสดารพอสมควรในการทำให้ผู้ชมสามารถรับชมทีวี 3 มิติได้ โดยไม่ต้องสวมแว่นตา Francois Vogel นักสร้างหนังชาวฝรั่งเศสได้ใช้เทคนิคใหม่ที่สามารถใช้กับจอแสดงผลที่ มีความถี่ 120Hz เท่านั้น โดยอุปกรณ์ที่ติดเข้ากับด้านข้างของตาทั้งสองของผู้ชมจะควบคุม กล้ามเนื้อให้เปลือกตาแต่ละข้างเปิดปิดการมองเห็นแทนชัตเตอร์ของแว่นตาสาม มิติ (3D Active Shutter Glasses) ซิงค์กับภาพที่ต้องการให้มองเห็นด้วยตาข้างซ้าย และข้างขวาบนหน้าจอแทน ซึ่งก็จะทำให้เห็นภาพ 3D จากทีวีได้เหมือนกัน โอ้ว...ฟังดูมันน่าจะทรมานมากกว่านะ ลองชมคลิปสาธิตการใช้งานข้างล่างนี้ดู ครับ 

 

 

 

ระวัง!!! อย่าเซฟ"พาสเวิร์ด"ในบราวเซอร์

ข้อมูล จากผู้เชี่ยวชาญระบบรักษาความปลอดภัยหลายรายต่างเห็นพ้องต้องกันว่า เพื่อความปลอดภัย ผู้ใช้ไม่ควรจัดเก็บ (save) รหัสผ่านที่ไม่ได้รับการเข้ารหัส (unencrypted passsword) ไว้ในบราวเซอร์บนคอมพิวเตอร์ เนื่องจากการกระทำในลักษณะดังกล่าว แฮคเกอร์จะสามารถเข้าถึงข้อมูลบัญชีผู้ใช้ด้วยเครื่องมืออย่างเช่น โทรจัน (Torjans) ได้อย่างง่ายดาย

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า สำหรับผู้ใช้ที่ยืนกรานต้องการที่จะจัดเก็บ"พาสเวิร์ด"ไว้ในบราวเซอร์ เพื่อความปลอดภัยอย่างน้อยที่สุดควรใช้คุณสมบัติการทำงานที่เรียกว่า master password (รหัสผ่านหลัก) ซึ่งหมายถึงรหัสผ่านที่บราวเซอร์จัดเก็บไว้ทั้งหมดจะได้รับการเข้ารหัสอย่าง ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ตัวเลือกดังกล่าวจะพบได้ในเฉพาะบราวเซอร์ Firefox และ Opera เท่านั้น สำหรับผู้ใช้ Firefox สามารถเข้าถึงคุณสมบัติการทำงานนี้ได้โดยคลิก Tools/Options/Security แล้วเลือกเช็คบ๊อกซ์ Use a master password ในขณะทีถ้าเป็น Opera จะมีการถามในครั้งแรกของการจัดเก็บพาสเวิร์ดโดยอัตโนมัติ

ผู้ ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการป้องกันบัญชีผู้ใช้ของตน เองบนคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต พาสเวิร์ดยอดฮิตที่ยังคงเจาะได้อย่างง่ายดาย และพบเห็นกันอยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ก็คือ "123456" และ "password" ที่น่ากลัวกว่านั้น พาสเวิร์ดง่ายๆ เหล่านี้ยังถูกใชกับทุกบริการที่ผู้ใช้เข้าถึงอีกด้วย เรียกได้ว่า แฮคเกอร์สามารถใช้พาสเวิร์ดเดียวในการเจาะข้อมูลของผู้ใช้ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น นอกจากจะไม่ควรเลือกใช้พาสเวิร์ดง่ายๆ (หรือสั้นเกินไป รวมถึงคำศัพท์ที่พบเห็นทั่วไป) แล้ว ผู้ใช้ยังไม่ควรใช้พาสเวิร์ดอันเดียวกับทุกๆ บริการอีกด้วย

 

HP เล็งเปิดตัว"แท็บเล็ต"ชน iPad ก.พ.นี้

หลัง จาก HP เข้าซื้อกิจการของ Palm ด้วยเม็ดเงิน 1.2 พันล้านเหรียญฯ ร่วมปีมาแล้ว ล่าสุดทางบริษัทได้ประกาศความชัดเจนในจุดยืนในสมรภูมิฮาร์ดแวร์อย่าง"แท็บ เล็ต"ด้วยการประกาศว่า HP จะเปิดตัว"แท็บเล็ต"ที่ทำงานด้วย WebOS ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ (9 ก.พ. 2011) ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ

ในระหว่างการปรากฎตัวของ Todd Bradley รองประธานฝ่ายบริหารกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้งานส่วนบุคคลของเอชพีทาง สถานีโทรทัศน์ CNBC เมื่อเร็วๆ นี้ เขากล่าวว่า "HP มุ่งเน้นไปที่ตลาดแท็บเล็ตเต็มตัว โดยเฉพาะการใช้ระบบปฏิบัติการ WebOS (กับแท็บเล็ต)" หลังจากนั้น Bradley ยังกล่าวต่อไปอีกด้วยว่า HP ตั้งใจจะใช้เทคโนโลยีที่ได้มาจากการซื้อ Palm เพื่อพัฒนผลิตภัณฑ์ท้าชนกับ iPad พร้อมทั้งกล่าวอย่างมั่นใจอีกด้วยว่า "เราเห็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่ทั้งตัวบริษัทเอง และลูกค้าของเราจะได้รับประสบการณ์ในการท่องเว็บที่ดีที่สุด และด้วยประสบการณ์ในการรับชมคอนเท็นต์ที่ดีทีสุดเท่าที่เคยพบมา" 

อย่าง ไรก็ตาม Bradley ไม่ได้ให้รายละเอียดมากมายเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา ตลอดจนคุณสมบัติ"แท็บเล็ต"ของ HP แม้จะบอกว่า มันถือเป็นปรากฎการณ์ในการบริโภคคอนเท็นต์ รวมถึงการสร้างคอนเท็นต์ โดยรวมจากการให้คำสัมภาษณ์ครั้งนีั้ จึงได้ข้อสรุปแค่ว่า HP เตรียมปักธงรบในสมรภูมิ"แท็บเล็ต"ที่ใช้ WebOS ระบบปฏิบัติการที่ได้มาพร้อมกับ Palm อย่างแน่นอน โดยมีเป้าหมายที่ต้องการเอาชนะคือ iPad และจะเปิดในงานที่จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2011 ด้วยคำขวัญประจำงานนี้ว่า "Think big. Think small. Think beyond..." ซึ่งแปลได้ว่า ไม่เฉพาะแต่"แท็บเล็ต"ที่ใช้ WebOS เท่านั้นที่จะเปิดตัวในงานนี้ แต่น่าจะรวมถึงสมาร์ทโฟนมากมายหลายรุ่นอีกด้วย HP กำลังจะมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง...

 

 

ฟรี!!! MS WebMatrix เครื่องมือสร้างเว็บ

รายงาน ข่าวล่าสุด เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Microsoft ได้ออกเครื่องมือพัฒนาเว็บไซต์ใหม่ที่เปิดให้ผู้บริโภคสามารถดาวน์โหลดไปใช้ งานได้ฟรีชื่อว่า WebMatrix ซึ่งรวบรวมแพลตฟอร์มฟรีสำหรับการพัฒนาเว็บไซต์โอเพ่นซอร์สต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น WordPress, Joomla, Drupal และ Umbraco รวมทั้งสิ้น 36 แพลตฟอร์มด้วยกัน

WebMatrix เป็นเครื่องมือพัฒนาเว็บไซต์จาก Microsoft ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเตรียมความพร้อมในการพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูล หรือแม้แต่อีคอมเมิร์ซได้อย่างง่ายดาย โดยมันจะช่วยผู้ใช้ติดตั้งระบบเว็บเซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล ตลอดจนเครื่องมือในการพัฒนาโค้ดโปรแกรมได้ ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถดาวน์โหลด และใช้งาน WebMatrix ได้ฟรี!!! อย่างไรก็ดี WebMatrix ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือพัฒนาเว็บไซต์แจกฟรีที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ โดยเฉพาะผู้พัฒนาเว็บไซต์มือใหม่จะต้องชอบอย่างแน่นอน

WebMatrix มาพร้อมกับเครื่องมือในการพัฒนา และเผยแพร่เว็บไซต์บนแพลตฟอร์ม Open Source ที่มีให้เลือกถึง 36 รายการ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้สร้างเว็บไซต์จากภาษาโปรแกรมพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น HTML, CSS, XML, JavaScript, ASP.NET เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมแก้ไขโค้ดคำสั่งที่มาด้วยกันจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถพัฒนาโค้ดเว็บ ได้ภายในอึดใจ ผู้ใช้มือใหม่ไม่ต้องกังวลว่าจะเริ่มต้นพัฒนาเว็บไซต์อย่างไร เพียงแค่เลือกแพลตฟอร์มที่ต้องการจาก Web Gallery หลังจากนั้นระบบจะดาวน์โหลด และติดตั้งระบบให้พร้อมพัฒนาได้ภายในอึดใจ นอกจากจะช่วยให้การพัฒนาเว็บไซต์สามารถทำได้โดยง่ายแล้ว มันยังมีคำแนะนำตลอดจนรายงานเกี่ยวกับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ รวมถึงการอัพโหลดโค้ดไปบนเซิร์ฟเวอร์ทีใช้เผยแพร่เว็บไซต์ด้วยเครื่องมือยอด ฮิตอย่าง FTP ได้อีกด้วย สำหรับคุณผู้อ่านที่สนใจ WebMatrix สามารถดาวน์โหลดได้ที่ WebMatrix

 

 

คาด iPad 2 แรงขึ้น 2x จอละเอียด 4x

ดู เหมือน Apple จะใช้กลยุทธ์ปล่อยข่าวให้เกิดเป็นกระแสบนเน็ต เพื่อยับยั้งคู่แข่งอย่าง"แท็บเล็ต" ซึ่งก็ดูเหมือนจะใช้ได้ผล ล่าสุดมีข่าวเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของทางบริษัทหลุดออกมาว่อนเน็ตอีกครั้งทั้ง iPad 2 แถมด้วย iPhone 5 เพื่อปกป้องตลาดสมาร์ทโฟนที่กำลังโดนถล่มอย่างหนักจากสมาร์ทโฟนสายพันธุ์ Android

รายงาน ข่าวล่าสุดมีข่าวลือออกมาอีกแล้วว่า iPad 2 ของ Apple จะไม่วางตลาดจนกว่าจะถึงต้นเดือนเมษายน (วันที่ 2 หรือไม่ก็วันที่ 9 เมษายน 2554) แหล่งข่าวอ้างว่า นอกจาก iPad 2 จะมีตัวเครื่องที่บางเบา และมันวาวกว่ารุ่นแรกแล้ว ฮาร์ดแวร์ของมันยังฉลาดกว่าอีกด้วย โดยจะใช้ A5 ดูอัลคอร์โพรเซสเซอร์ อีกทั้งยังมีความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าจาก 1024x768 ในรุ่นปัจจุบันเป็นน 2054x1536 พิกเซล พร้อมกันนี้จะมีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ microSD และมีกล้องด้านหน้าสำหรับวิดีโอคอลล์ และกล้องด้านหลังสำหรับการถ่ายรูป และบันทึกวิดีโอ

นอก จากนี้ iPad 2 ยังสามารถรองรับได้ทั้งเครือข่าย GSM และ CDMA เนื่องจากใช้ชิปเซตของ Qualcomm GSM/CDMA/UMTS (ลดความวุ่นวายในการที่จะต้องออกเป็น 2 รุ่น) นอกจากจะมีข่าวของสเป็ก iPad 2 แล้ว ยังในส่วนของ iPhone 5 อีกด้วย ซึ่งตามข่าวอ้างว่า ฮาร์ดแวร์ทั้งสองจะใช้ A5 ดูอัลคอร์โพรเซสเซอร์ เพื่อให้มีประสิทธิภาพการทำงานเหนือกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปในท้องตลาด อีกทั้ง ยังสนับสนุนการเล่นไฟล์วิดีโอฟูลไฮเดฟ 1080p อีกด้วย (ความจริง LG Optimus 2X ก็ใช้โพรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ Tegra 2 และสนับสุน FullHD 1080p) โดย iPhone 5 จะได้รับการออกแบบใหม่ โดยเฉพาะตำแหน่งของเสาสัญญาณ และคาดว่าจะเปิดตัว ประมาณกลางปีนี้ ได้เวลาสาวก Apple เตรียมอัพเกรดเป็น iPhone 5 กับถอย iPad รุุ่นใหม่กันอีกแล้ว

 

ระวังโจ๋เฟซบุ๊คแฮคอีเมล์แฉภาพนู้ดสาวๆ

รายงาน ข่าวชิ้นนี้ อาจทำให้สาวๆ ที่เล่นเฟซบุ๊ค (Facebook) ต้องระวังกันให้ดี เรื่องของเรื่องก็คือ George Bronk โจ๋มะกันวัย 23 ปีได้ใช้โปรไฟล์ใน Facebook เพื่อแฮค (Hack) เข้าไปในอีเมล์ของสาวๆ จากนั้นพยายามค้นหาภาพโป๊ (nude image) ของพวกเธอ และเมื่อพบก็จะส่งภาพเหล่านั้นไปให้เพื่อนๆ ทุกคนใน Address book ของเหยื่อรายนั้นๆ โดย Bronk ได้ให้เหตุผลที่เขาทำไปนั้นว่า "มันสนุกดี"

George Bronk พุ่งเป้าไปที่เหยื่อผู้ใช้ Facebook ที่เป็นผู้หญิง ซึ่งเปิดเผยอีเมล์ให้สาธารณชน (public e-mail address) นอกจากอีเมล์แล้ว เขายังพยายามรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่พบในโปรไฟล์ และข้อความที่เหยื่อพูดคุยกับคนอื่นๆ ใน Facebook โดยเฉพาะสิ่งที่พวกเธอชื่นชอบ หรือให้ความสำคัญเช่น สีที่ชอบ อาหารโปรด ชื่อกลางของพ่อ ฯลฯ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้ในการตอบคำถามของระบบรักษาความปลอดภัยของ บัญชีผู้ใช้อีเมล์ ด้วยข้อมูลทั้งสองส่วนี้ Bronk ก็สามารถแฮคบัญชีผู้ใช้ของเหยื่อสาวๆ ได้นับโหลแล้ว

หลัง จากที่เขาแฮคบัญขีผู้ใช้อีเมล์ของเหยื่อได้เป็นผลสำเร็จ Bronk ก็จะแอบเข้าไปดูในโฟลเดอร์ "sent" (อีเมล์ที่ส่งออกไปแล้ว) ของพวกเธอ เพื่อมองหาภาพ หรือคลิปนู้ดของเหยื่อ และเมื่อพบก็จะนำภาพเหล่านั้นแนบส่งไปให้กับทุกคนใน รายชื่อผู้ติดต่อ (address book) ของเหยื่อ ที่แย่กว่านั้นก็คือ เหยื่อบางรายได้รับอีเมล์ขู่ว่า เขาจะเผยแพร่ภาพนู้ดของเธอสู่สาธารณะ ถ้าไม่ยอมส่งภาพนู้ดมาให้เขาเพิ่ม ซึ่งทั้งหมดนี้ Bronk ให้เหตุผลว่า เขาทำไปเพราะ"ความสนุก"เท่านั้น บรรดาเหยื่อที่โดนเล่นงานกล่าวว่า มันเสมือนกับการที่พวกเธอโดนข่มขืนเลยทีเดียว แต่ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ สามารถคุมตัว Bronk ได้พร้อมกับไฟล์ภาพนู้ดของเหยื่อสาวๆ ที่แนบมากับอีเมล์ 172 ไฟล์ ได้ยินอย่างนี้แล้ว สาวๆ ทีใช้ facebook ก็รีบไปเปลี่ยน privacy settings ให้เห็นได้เฉพาะเพื่อน (Friends Only) เท่านั้น แล้วก็อย่าลืมเปลียนพาสเวิร์ดอีเมล์ไม่ให้เป็นคำง่ายๆ ด้วยล่ะ และก็ภาพส่วนตัวมากๆ ก็ไม่จำเป็นอย่าส่งให้ใครบนเน็ตเด็ดขาด...ด้วยความปรารถนาดีจากเว็บไซต์ arip.co.th :D

 


 

Credit : ARIP News

Views: 886

Comment

You need to be a member of Manchester City Fan Club in Thailand Website to add comments!

Join Manchester City Fan Club in Thailand Website

Comment by James Tyton on January 30, 2011 at 1:23pm

The Daily นสพ. iPad เปิดตัว 2 ก.พ.นี้

รายงานข่าวล่าสุด นิวส์คอร์ป (News Corp) ประกาศว่า ทางบริษัทจะเปิดตัว"หนังสือพิมพ์ดิจิตอล"ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมา เพื่อใช้งานบนไอแพด (iPad) ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ศกนี้ โดยในงานเปิดตัวแม้จะไร้เงา สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) เนื่องจากลาป่วย แต่ก็จะมี Eddy Cue รองประธานฝ่ายบริการอินเทอร์เน็ตนำเสนอร่วมกับ Rupert Murdoch ประธานบริษัทสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง News Corp

ทั้งสองจะแนะนำ The Daily หนังสือพิมพ์ดิจิตอลบน iPad ที่พิพิธภัณฑ์ Solomon Guggenheim ที่มหานครนิวยอร์ก โดยบัตรเชิญร่วมงานเปิดตัวได้ถูกส่งทางอีเมล์ให้กับนักข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ Murdoch และ Jobs ได้มีกำหนดการเปิดตัว The Daily ในวันที่ 19 มกราคม ในซานฟรานซิสโก แต่งานดังกล่าวต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากปัญหาทางเทคนิค ตามมาด้วยการลาป่วยของจอบส์

"สำหรับ ข้อมูลในเบื้องต้น The Daily จะเป็นหนังสือพิมพ์ดิจิตอลบน iPad ที่ให้บริการกับลูกค้าในราคา 99 เซนต์ (ประมาณ 30 บาท) ต่อสัปดาห์" James Murdoch ผู้บริหาร News Corp กล่าว The Daily ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของหนังสือพิมพ์ในการเข้าสู่โลกดิจิตอลผ่านทาง อุปกรณ์ที่เรียกว่า"แท็บเล็ต" เพื่อช่วยให้ธุรกิจข่าวได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ในส่วนของความคาดหวังที่มีต่อการเปิดสำนักพิมพ์ดิจิตอลเพียงอย่างเดียว ในสหรัฐฯ ถือเป็นความพยายามครั้งล่าสุดในการที่จะทำให้ผู้บริโภคซื้อข่าวออ นไลน์ และการสนับสนุนการลงทุนจ้างผู้สื่อข่าวระดับหัวกะทิของ News Corp ซึ่งการย่างก้าวครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

หนังสือพิมพ์ และนิตยสารกำลังหวังว่า อุปกรณ์"แท็บเล็ต"อย่างเช่น iPad และ Galaxy Tab ของ Samsung จะช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจ และช่วยให้ธุรกิจที่กำลังแย่เนื่องจากการหดตัวของยอดจำหน่าย และรายได้จากโฆษณา ซึ่งความจริง นสพ.หลายรายได้ทดลองโมเดลต่างๆ ที่จะได้เงินจากการเข้าถึงข่าวออนไลน์ เพื่อเป็นรายได้เพิมจากโฆษณาที่ลดลง ทั้งนี้โฆษณาบนเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ในสหรัฐฯ สามารถทำได้แค่เพียง 11% ของรายได้โฆษณาของนสพ.จริงๆ


เว็บไซต์ในข่าว: newscorp, The Daily

 

Gmail แจ้งเตือน"อีเมล์ใหม่"บนเดสก์ทอป

กูเกิ้ล (Google) ประกาศว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้ใช้ Chrome สามารถกำหนดให้มีการ"แจ้งเตือน" เวลาทีมีอีเมล์ใหม่เข้ามาใน Inbox ของ Gmail หรือการข้อความสนทนาใน GChat บนเดสก์ทอป เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น...ว้าว!!!

ข้อ ความในบล็อกของ Google วันนี้ได้มีการเปิดเผยว่า ผู้ใช้ Gmail ที่กำลังใช้บราวเซอร์ Chrome สามารถกำหนดให้ระบบมีการ"แจ้งเตือน"บนเดสก์ทอป เมื่อเวลาที่ได้รับอีเมล์ หรือมีข้อความ chat จากเพื่อนๆ "พวกเรารู้สึกผิดที่ทำให้ผู้ใช้ต้องสวิทช์กลับไปดู Gmail อยู่เป็นประจำ เพื่อเช็คว่า มีอีเมล์ใหม่เข้ามา หรือไม่? ซึ่งถ้าพวกคุณเหมือนผม คุณอาจจะพลาดข้อความสำคัญๆ ใน Chat อีกด้วย เนื่องจากไม่ได้กำลังดูหน้าต่าง Gmail ในขณะที่มีการส่งข้อความเข้ามา" Andrew Wilson จาก Google กล่าว "ถ้า คุณใช้ Google Chrome ปัญหาในอดีตจะหมดไป เนื่องจากเราได้พัฒนา และเปิดใช้งาน Desktop Notification ของ HTML ที่สามารถแสดงข้อความป๊อปอัพขึ้นมาบนเดสก์ทอป (แยกออกจากบราวเซอร์) เวลาที่มีข้อความ หรืออีเมล์ใหม่เข้ามาได้ทันที"


สำหรับ ขั้นตอนการเปิดใช้งานคุณสมบัติใหม่นี้ ผู้ใช้จะต้องเข้าไปตั้งค่า (Settings) ใน Gmail แล้วเปิดสวิทช์การทำงานของ Desktop Notification (แท็บ General) โดยสามารถเลือกว่าจะให้แจ้งเตือนเฉพาะข้อความที่ได้รับใน Gmail หรือ GCat หรืออีเมล์ที่ได้รับการกำหนดระดับความสำคัญ (priority inbox) อ้อ...ที่สำคัญ คุณต้องเปิดแท็บ Gmail ทิ้งไว้ในบราวเซอร์ Google Chrome ด้วยนะ ทั้งนี้ ทาง Google ไม่ได้บอกว่า คุณสมบัติใหม่นี้จะพัฒนาให้สามารถใช้กับบราวเซอร์ตัวอื่นด้วยหรือไม่? หรือ ไม่ก็ต้องเปลี่ยนใจมาใช้ Chrome แทน

 

ข้อมูลจาก: gmailblog

 

Sony PSP 2 วางตลาดปลายปี 2011

รายงานข่าวล่าสุด เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา Sony กล่าวยืนยันว่า ทางบริษัทได้ซุ่มพัฒนาเครื่องเล่นเกมส์พกพารุ่นใหม่จริงๆ แต่ไม่ได้ใช้ชื่อ PSP 2 อย่างที่หลายคนคาดเดากันไว้ก่อนหน้านี้ โดยจะใช้ชื่อว่า NGP หรือ Next Generation Portable ซึ่งเป็นเครื่องเล่นเกมส์รุ่นใหม่ที่จะมาแทนที่เครื่องเล่น PSP รุ่นปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี ทางบริษัทยังไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ NGP ให้ได้ทราบกันสักเท่าไร? เพียงแค่บอกว่า NGP จะมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัส OLED ขนาด 5 นิ้ว (16:9) จอยสติ๊กแบบแอนาล็อก 2 อันพร้อมทัชแพด พร้อมกล้องด้านหน้า และหลัง โดยภายในจะใช้หน่วยประมวลผล ARM รุ่นหลายแกน และ PowerVR GPU หน่วยประมวลผลกราฟิกแบบหลายแกนเช่นเดียวกัน สนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi แถมยังอาจจะมี 3G ให้ด้วย และแน่นอนที่สุด คุณสมบัติในการสนับสนุนเกมส์ 3D ตลอดจนเซ็นเซอร์ที่ตอบสนองการเล่นเกมส์ที่เหนือกว่า หรือแม้กระทั่งการควบคุมเกมส์จากการสัมผัสด้านหลังตัวเครื่องเล่น (สังเกตในช่วงท้ายของคลิปวิดีโอ) เรียกได้ว่า เป็นเกมส์พกพาทีเหนือกว่าคู่แข่งในตลาดในทุกๆ ด้าน

ทั้ง นี้ผู้บริหาร Sony ไม่ได้เปิดเผยราคา และวันเปิดตัวที่แน่นอนของ NPG เพียงแต่บอกว่า มันจะอยู่บนชั้นวางสินค้าในช่วงปลายปี 2011 ประเด็นก็คือ เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา Nintendo เพิ่งจะประกาศเปิดตัว Nintendo 3DS เครื่องเล่นเกมส์พกพาที่มาพร้อมกับความสามารถในการเล่นเกมส์ 3 มิติ พร้อมทั้งกำหนดการวางตลาดที่ชัดเจนว่าจะเป็นวันที 27 มีนาคม ศกนี้ โดยสนนราคาอยู่ที่ 250 เหรียญฯ หรือประมาณ 7,600 บาท ซึ่งอาจจะมีราคาที่สูงพอสมควร งานนี้ Sony จะต้องแก้เกมการตลาด เนื่องจากเปิดตัว และวางตลาดที่หลังคู่แข่ง อีกทั้งในช่วงเวลาดังกล่าว Nintendo 3DS อาจจะมีการปรับราคาลงมา เพื่อเบรค Sony NPG อีกด้วย ซึ่งสเป็กแรงกว่าอย่างเดียวคงไม่พอ ใครที่เป็นสาวก PSP ก็เริ่มเก็บเงินได้แล้วตั้งแต่วันนี้ :D

 

 

เว็บไซต์ในข่าว: Sony

 

MS แนะ Intel พัฒนาชิป Atom 16 คอร์

นอกจาก Intel จะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่กำลังมาแรงอย่าง ARM ที่กำลังร่าเริงกับตลาดอุปกรณ์โมบายแล้ว ยังต้องเจอกับแรงกดดันจากพันธมิตรอย่าง Microsoft อีกต่างหาก โดยล่าสุด Microsoft ได้ร้องขอให้ Intel พัฒนาชิป Atom ที่ใช้พลังงานน้อยกว่าให้มีแกนการทำงานหลัก (Processor Core) เป็น 16 แกน เพื่อใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์ เนื่องจากมันจะช่วยประหยัดพลังงานให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างมหาศาล

ผู้บริหาร Microsoft กล่าวว่า ทางบริษัทกำลังพยายามที่จะลดการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูล (data center) ของ Microsoft ลงไปให้ได้มากกว่านี้ โดย Dileep Bhandarkar วิศวกรจาก Global Foundation Services ที่ Microsoft ใช้รันศูนย์ข้อมูลของบริษัทกล่าวว่า โอกาสในการที่จะสามารถพัฒนาประสิทธิภาพ การใช้พลังงานที่เป็นไปได้ก็คือ การใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานด้วยชิปที่ได้รับการออกแบบให้ใช้พลังงานต่ำ และมีขนาดเล็ก อย่างเช่น Atom ของ Intel และ Bobcat ของ AMD 

สำหรับ ศูนย์ข้อมูลของ Microsoft ส่วนใหญ่จะให้บริการแอพพลิเคชันบนเว็บ และโฮสติ้งของแอพพลิเคชันธุรกิจต่างๆ ล่าสุด Dell ก็เริ่มจำหน่ายเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้โพรเซสเซอร์ Nano ของ Via ที่ใช้พลังงานน้อยกว่าแล้ว Microsoft ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า บริษัทได้ย้าย Windows 8 ขึ้นไปทำงานบนโพรเซสเซอร์ ARM เพื่อใช้กับอุปกรณ์โมบาย อย่างเช่น แท็บเล็ต แต่ Bhandarkar แย้งว่า มันต่างจากพีซี และเซิร์ฟเวอร์ ทีมีความคาดหวังให้รันซอฟต์แวร์ทีมีอยู่มากมาย และหลากหลายกว่า ซึ่งหนทางเดียวที่เซิร์ฟเวอร์ในศูนย์ข้อมูลของ Microsoft จะลดการใช้พลังงานลงได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นก็คือ การพัฒนาชิป Atom ให้มีแกนการทำงาน 16 แกน แทนการใช้โพรเซสเซอร์เดิมอย่าง Intel Xeon ที่ตัวใหญ่ ใช้พลังงานมากกว่า อีกทั้งยังร้อนกว่าด้วย

 

เว็บไซต์ในข่าว: Intel

 

ถ้าแอนิเมชั่นเรื่อง Up เป็นหนังในปี 1965

เช้าวันหยุดอย่างนี้ มาติดตามข่าวเบาๆ กันบ้างดีกว่านะครับ เชื่อว่า คุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip หลายๆ ท่าน คงจะเคยได้มีโอกาสชมภาพยนต์แอนิเมชันเรื่อง Up "คุณปู่ซ่าบ้าพลัง" กันมาบ้างแล้ว ใครยังไม่ดูก็หาซื้อแผ่น DVD มาชมกันได้นะครับ รับรองไม่ผิดหวัง (งานนี้ไม่ได้ค่านายหน้านะครับ :D) ว่าแต่แล้วหยิบเรื่องนี้มาพูดทำไมกัน?

ประเด็น ก็คือ ถ้าหาก Disney มีไอเดีย และได้ลงมือทำภาพยนต์เรื่อง Up ตั้งแต่ปี 1960 โดยใช้คนแสดงแทนตัวการ์ตูนน่ารักๆ เหล่านั้น หนังเรื่องนี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร? จะน่าดูแค่ไหน? คำตอบอยู่ในคลิปวิดีโอข้างล่างนี้แล้ว งานนี้บอกได้แค่ว่า เจ้าของผลงานช่างคิดจริงๆ ทำเอาตอนแรกที่ได้ดูคลิปยังเข้าใจไปว่า Up เป็นการรีเมคในเวอร์ชันแอนิเมชันเสียด้วยซ้ำ :D

 

 

ข้อมูลจาก: YouTube

 

HTC Flyer ดีไซน์-สเป็กชน Galaxy Tab

แม้ HTC จะยังไม่ได้เปิดตัว"แท็บเล็ต"ตัวแรกอย่างเป็นทางการ แค่ภาพหลุด HTC Flyer หลุดออกมาบนเน็ตก็เป็นข่าวไปทั่วแล้ว และด้วยขนาดของหน้าจอ 7 นิ้ว ทำให้เดาไม่ยากนักว่า เป้าหมายของ HTC Flyer ก็คือ การช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจาก Samsung Galaxy Tab ซึ่งเปิดตัวแค่ 3 เดือน แต่ยอดจำหน่ายผ่าน 2 ล้านเครื่องแล้ว

ภาพหลุดของ HTC Flyer แท็บเล็ตหน้าจอขนาด 7 นิ้วถูกเปิดเผยโดยเว็บไซต์ Amobil ในนอร์เวย์ แต่ประเด็นที่น่าแปลกใจคือ มันทำงานด้วย Android 2.3 Gingerbread แทนที่จะเป็น Android 3.0 Honeycomb ซึ่งเป็นโอเอสที่ Google พัฒนาให้ทำงานกับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ นอกจากนี้สเป็กที่เผยออกมายังใช้โพรเซสเซอร์ Qualcomm Snapdragon 1GHz แทนที่จะเป็นดูอัลคอร์ ในขณะที่ความละเอียดเท่ากับ Galaxy Tab คือ 1024x600 พิกเซล

อย่าง ไรก็ดี HTC Flyer มาพร้อมกับพอร์ต HDMI เทคโนโลยีการสตรีมมีเดียไร้สายด้วย DLNA และมีกล้องทั้งด้านหน้าและหลัง แถมยังมีแฟลช LED และเทคโนโลยีรู้จำใบหน้า (Face Recognition) โดยทั้งหมดทำงานด้วยอินเตอร์เฟซ HTC Sense UI ที่ได้รับการปรับแต่งให้ใช้งานกับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ แต่ด้วยสเป็กที่ไม่ได้ใช้โพรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ งานนี้ HTC Flyer อาจจะมีราคาที่ถูกกว่า Samsung Galaxy Tab ก็ได้ ว่าแต่วิธีนี้จะทำให้วิ่งตามทัน หรือไม่? คงต้องติดตามกันต่อไป ทางเว็บไซต์ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า HTC กำลังพัฒนาแท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 10 นิ้วไว้ชน iPad ด้วย โดยจะวางตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2011

 

เว็บไซต์ในข่าว: HTC

 

Credit : ARIP News

Comment by James Tyton on January 27, 2011 at 9:30pm

MS ชี้จุดอ่อน iPad กับการใช้ในธุรกิจ

รายงานข่าวล่าสุด จู่ๆ ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ก็จัดทำข้อมูลตอกย้ำว่า ไอแพด (iPad) ไม่เหมาะกับการใช้งานในภาคธุรกิจ หลังจากที่ iPad ของ Apple ทำยอดทิ้งห่าง"แท็บเล็ต"ไปจนแทบไม่เห็นฝุ่น ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้บริโภคใช้งานทั่วไป

ใน งาน CES 2011 ที่ผ่านมา จะสังเกตได้ว่า มันมี"แท็บเล็ต"มากมายหลายรุ่นนอกจาก iPad ที่จะเข้าสู่ตลาดในปีนี้ แม้จะมีอยู่หลายรุ่นอยู่พอสมควรที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 ของ Microsoft แต่การที่จะเอาชนะ iPad ที่ล่วงหน้าไปไกลแล้วไม่ใช่เรื่อยง่ายเลย แถมเมื่อเร็วๆ นี้ ทาง Apple อ้างว่า 80% ของบริษัทต่างๆ ใน Fortune 500 กำลังอยู่ในระหว่างการนำร่องใช้งาน iPad ซึ่งแน่นอนว่า งานนี้ Microsoft คงไม่ปล่อยให้ Apple มาล้วงคองูเห่าได้โดยง่าย (MS ครองตลาดเดสก์ทอปในองค์กรมานานนับ 20 ปีแล้ว) ล่าสุด Microsoft ได้ออกมาชี้จุดอ่อนถึงความไม่เหมาะสมของ iPad สำหรับการใช้งานในองค์กรธุรกิจ เนื่องด้วยมันไม่ได้รับการออกแบบมาให้ใช้กับงานธุรกิจโดยเฉพาะดังสไลด์ข้าง ล่าง 

สไลด์ ของ Microsoft ข้างบนนี้จะเป็นการเปรียบเทียบความเหมาะสมของ"แท็บเล็ต" Windows 7 กับ iPad สำหรับการใช้ในองค์กรธุรกิจ ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องของอินเตอร์เฟซที่คุ้นเคยของ Windows 7 แอพพลิเคชันวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในองค์กร ระบบไฟล์ที่เสิร์ชง่าย ตลอดจนสนับสนุน SharePoint 2010 และอื่นๆ อีกมากมายที่ iPad ไม่สามารถทำงานเข้ากันกับระบบเดิมที่องค์กรใช้ ไม่รู้เหมือนกันว่า วิธีนี้จะทำให้ผู้ใข้ในภาคธุรกิจคิดเหมือน หรือคิดต่างนะ? 

 

ข้อมูลจาก: microsoft

 

ด่วน!!! แฟนเพจ Zuckerberg ถูก"แฮค"

รายงานข่าวล่าสุด วันนี้แฟนเพจ (fan page) ของ Mark Zuckerberg บนเว็บไซต์เฟซบุ๊ค (Facebook) ถูกโจมตีโดยแฮคเกอร์ ซึ่งเข้ายึดเพจของผู้ก่อตั้งเว็บไซต์เฟซบุ๊ค พร้อมทั้งโพสต์ข้อความปลอมเป็นตัวเขาว่า "เริ่มแฮคกันได้แล้ว หากเฟซบุ๊คต้องการเงิน แทนที่จะไปธนาคาร ทำไมเราไม่ให้ผู้ใช้บริการมาลงทุนในเฟซบุ๊คด้วยวิถีของสังคมเครือข่ายเสีย เลยล่ะ? ทำไมเราไม่เปลี่ยน Facebook ให้กลายเป็น ธุรกิจสังคม (social business) แบบเดียวกับที่ Muhammad Yunus ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลได้กล่าวไว้ล่ะ?http://bit.ly/fs6rT3 แล้วคุณคิดอย่างไร? #hackercup2011"

 

หลังจากเมสเสจดังกล่าวถูกเผยแพร่ขึ้นไปบนหน้าแฟนเพจของ Zuckerberg เป็นช่วงเวลาสั้นๆ มันก็ถูก "Like" มากกว่า 1,800 ครั้ง แถมยังได้รับการคอมเมนต์เกือบ 500 ข้อความเลยทีเดียว "ผู้ใช้ Facebook ไม่ว่าจะเป็นคนมีชื่อเสียง หรือไม่ก็ตาม เขาจะต้องดูแลระบบรักษาความปลอดภัยของตัวเองด้วย" Graham Cluley ที่ปรึกษาทางด้านเทคโนโลยีจากบริษัทโซฟอส กล่าว "Mark Zuckerberg อาจจะต้องดูแลระบบความเป็นส่วนตัว และการตั้งค่าระบบรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดหลังจากเกิดเรื่องน่าอายนี้ ขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่า มันเป็นเพราะเขาไม่ได้ระมัดระวังพาสเวิร์ด หรือโดนฟิชชิ่ง หรือโดนแฮคขณะใช้ Wi-Fi ที่ไม่มีการเข้ารหัสในร้านกาแฟสตาร์บัค แต่ไม่ว่าอย่างไร มันก็เกิดขึ้นแล้ว" งานนี้ Facebook ต้องทำให้ผู้ใช้มั่นใจอีกครั้งว่า ระบบรักษาความปลอดภัย และการดูแลข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้มีความแข็งแรงดี

อย่าง ไรก็ตาม ตั้งแต่ที่ทาง Facebook ลบ fan page ของ Zuckerberg ออกจากเว็บไซต์ ก็ปฏิเสธที่จะให้คอมเมนต์เกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัย หรือสาเหตุที่ทำให้แฟนเพจของผู้ก่อตั้ง Facebook โดนเล่นงานเสียเอง ทั้งนี้ แฮคเกอร์ที่เข้าโจมตีแฟนเพจของเขาเกิดขึ้นหลังจากบัญชีผู้ใช้ Facebook ของ Nicolas Sarkozy ประธานาธิบดีฝรั่งเศสโดนแฮค และการยกเลิกคุณสมบัติใหม่ที่อนุญาตให้บริษัทต่างๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ งานนี้คงต้องติดตามข่าวกันต่อไปว่า Zuckerberg และทีมงานของ Facebook จะแก้เกมที่เกิดขึ้นด้วยวิธีใด 

 

 

ข้อมูลจาก: sophos

 

Voyager Pro UC หูฟังบลูทูธ+สไกป์

เช้านี้ขอเริ่มต้นด้วยรายงานข่าว Gadget ที่น่าสนใจกันก่อนนะครับ ในวาระที่ Plantronics บริษัทผู้นำทางด้านผลิตภัณฑ์ชุดหูฟัง (headset) ครบรอบ 50 ปี ทางบริษัทได้ออกชุดหูฟังบลูทูธรุ่นใหม่ล่าสุดชื่อว่า Voyager Pro UC ที่นอกจากจะมีดีไซน์สวยงามน่าใช้แล้ว มันยังสามารถเชื่อมโยงการทำงานกับ PC เพื่อใช้สนทนาผ่านโปรแกรม Skype และเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Smart Sensor ที่ทำให้ Voyager Pro ฉลาดกว่าชุดหูฟังทั่วไป

 

Platronics กล่าวว่า ด้วยเทคโนโลยี Smart Sensors ผู้ใช้สามารถรับสายจากสมาร์ทโฟน หรือคอมพิวเตอร์ได้ทันทีที่ใส่ชุดหูฟังเข้า โดยไม่ต้องกดปุ่ม เรียกใช้แอพฯ หรือใช้คำสั่งเสียงแต่อย่างใด  Voyager Pro สามารถรับรู้ด้วยเซ็นเซอร์ที่สัมผัสกับด้านหลังของหูผู้ใช้ได้ทันทีที่คุณ สวมใส่มัน พร้อมทั้งเปลี่ยนเส้นทางการรับสายจากมือถือ หรือพีซีมายังหูฟังได้เองโดยอัตโนมัติ และในทางกลับกัน เมื่อถอดหูฟังออกมันก็จะโอนเสียงกลับไปที่สมาร์ทโฟน หรือพีซี นอกจากจะมีความฉลาดในการทำงานลักษณะดังกล่าวแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถสตรีมเพลงจากลำโพงเข้าไปยังหูฟังได้ทันทีที่สวมมันได้อีก ด้วย และเมื่อถอดออก เพลงก็จะถูกเล่นออกทางลำโพงของมือถือ หรือพีซีทันที

Platronics Voyager Pro UC จะมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ที่สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมสื่อสารบนพีซียอด ฮิตอย่างเช่น Skype, Microsoft Lync  ซึ่งในขณะที่คุณกำลังติดสายบนมือถือ Voyager Pro UC จะเปลี่ยนสถานะบน apps อย่าง Skype เป็นสายไม่ว่างให้โดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการเรียกสายซ้อนขัดจังหวะการสนทนาของคุณ นอกจากนี้ คุณยังสามารถเปลี่ยนจากการแชตด้วยโปรแกรมสื่อสารเป็นการสนทนาด้วยเสียงได้ ด้วยการสวมหูฟัง Voyager Pro UC ได้ทันที แหม...ช่างฉลาดล้ำจริงๆ สำหรับชุดอุปกรณ์จะประกอบด้วย ชุดหูฟังพร้อมไมค์ที่สามารถหมุนพับสลับด้านสำหรับใช้งานกับหูข้างไหนก็ไดตาม แต่ความถนัดของผู้ใช้ และอุปกรณ์  USB สำหรับเชื่อมต่อการทำงานไร้สายกับชุดหูฟัง สนนราคาของ Plantronics Voyager Pro UC อยู่ที่ 199.95 เหรียญฯ หรือประมาณ 6,200 บาท วางตลาดเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้

 

 

ข้อมูลจาก: Plantronics

 

MS เผย Windows Phone 7 ทะลุ 2M

เมื่อ วันพุธที่ผ่านมา Microsoft ได้ออกมาประกาศว่า ทางบริษัทได้ส่งมอบมือถือ Windows Phone 7 ไปทั่วโลกจนถึงเมื่อช่วงวันหยุดปลายปีที่ผ่านมาทะลุ 2 ล้านเครื่องไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้นำตลาดอย่าง iPhone ของ Apple สามารถทำยอดได้ 16.2 ล้านเครื่องในช่วงเวลาเดียวกัน

Greg Sulivan ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์เปิดเผยว่า เมื่อสิ้นเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ตัวเลขการส่งมือถือ Windows Phone 7 ไปให้กับโอเปอเรเตอร์ทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านเครื่องแล้ว ซึ่งการออกมาประกาศครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อกลางเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว MS ประกาศความสำเร็จที่ตัวเลขยอดการสั่งมือถือ WP7 ทะลุ 1.5 ล้านเครื่อง "เรายังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น เมื่อผู้ใช้ได้ใช้มือถือ Windows Phone 7 พวกเขาจะยิ่งรู้สึกชอบมัน" Sulivan กล่าว

Sulivan ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า 93% ของลูกค้ากลุ่มแรกๆ ที่ได้เป็นเจ้าของ WP7 รู้สึกพอใจจนถึงพอใจมาก ด้วยเปอร์เซ็นต์ตอบรับที่สูงขนาดนี้ Microsoft มั่นใจว่า ทางบริษัทมาถูกทางแล้ว อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ไม่ได้เปิดเผยว่า จากยอดการส่งมอบมือถือ Windows Phone 7 ไปยังโอเปอเรเตอร์ทั่วโลกมากกว่า 2 ล้านเครื่อง มีกี่เครื่องที่ได้จำหน่ายไปยังลูกค้าแล้ว เนื่องจากตัวเลข 2 ล้านไม่ได้หมายถึงยอดขาย แต่เป็นยอดการส่งสินค้า ในขณะที่ตัวเลขของ iPhone เป็นยอดขายที่ทำลายสถิติในไตรมาสสุดท้ายของปีที่มากถึง 16.2 ล้านเครื่อง ตัวเลข 2 ล้านเครื่องของ WP7 ยังน้อยกว่าของ Windows Mobile 6.x ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2010 ทีทำได้ 2.25 ล้านเครื่องทั่วโลกอีกด้วย

 

ข้อมูลจาก: Windows Phone 7

 

Apple ขึ้นแท่น"ผู้ผลิตพีซี"อันดับ 3

รายงาน ข่าวที่อาจจะทำให้คุณผู้อ่านหลายๆ ท่านแปลกใจมิใช่น้อย คำถามคือ Apple กำลังผลิต PC อย่างนั้นหรือ? ทำไมถึงขึ้นแท่นอันดับ 3 ของผู้ผลิตพีซีที่ใหญ่ที่สุดในโลก คำตอบอยู่ในรายงานของบริษัทวิจัยตลาดชื่อว่า Canalys ซึ่งเหตุผลที่ทางบริษัทจัดอันดับให้ Apple ในลักษณะดังกล่าวก็เนื่องจาก iPad สามารถทำยอดขายอย่างถล่มทะลายในช่วงวันหยุดปลายปีที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า iPad กำลังขยายบทบาทการเป็น"แท็บเล็ต" สำหรับการรับสื่อไปเป็นพีซีอย่างนั้นหรือ?
พื้นที่โฆษณา  

เหตุผลที่ทำให้ Apple ขึ้นแท่นอันดับ 3 สำหรับยักษ์ใหญ่ของผู้ผลิตพีซีก็เนื่องจากว่า Canalys พิจารณาให้ iPad เป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกลุ่ม PC ซึ่ง Apple สามารถทำยอดขายในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2010 ได้มากถึง 11.5 ล้านเครื่อง ส่งผลให้ Apple สามารถขึ้นแซงหน้า Dell ที่มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 11.4 ล้านเครื่อง สถิติยอดขายของ iPad ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2010 ยังหมายถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดที่สูงถึง 241% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้นอีกด้วย

Daryl Chiam นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Canalys กล่าวว่า "ทางบริษัทพิจารณาให้ iPad เป็น PC ด้วยปัจจัยทางด้านฮาร์ดแวร์ ว่ากันตั้งแต่เรื่องของขนาดหน้าจอที่กว้างกว่า 7 นิ้วขึ้นไป พลังประมวลผลที่เพียงพอ  และการเติบโตของจำนวนแอพพลิเคชัน ซึ่ง iPad ตอบโจทย์สำหรับประสบการณ์ในการใช้งานในลักษณะของคอมพิวเตอร์ได้ไม่แพ้เน็ต บุ๊ค iPad กลายเป็นทางเลือกของผู้ใช้พีซีด้วย เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้บางรายอาจต้องการคีย์บอร์ดแบบปุ่มในขณะที่ บางคนก็ไม่ได้ต้องการ" แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับการนับรวม iPad เข้าไว้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ PC

 


ข้อมูลจาก: canalys

 

Credit : ARIP News

Comment by James Tyton on January 26, 2011 at 5:32pm

Yahoo ให้เล่น"วิดีโอเกมส์"ขณะรอรถเมล์

เมื่อ เร็วๆ นี้ทาง Yahoo ได้ติดตั้งจอสัมผัสขนาดเท่ากับโปสเตอร์ไว้ตามป้ายรถเมล์ต่างๆ ในซานฟรานซิสโกถึง 20 แห่ง วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้บริการที่กำลังรอรถเมล์ หรือใครก็ตามที่สัญจรไปมาสามารถเล่นเกมส์ออนไลน์แข่งทำแต้มสูงสุดกับผู้เล่น เกมส์คนอื่นๆ ก่อนหน้านี้ได้ ไอเดียเวิร์กมากๆ

สำหรับจอสัมผัสที่ติดตั้งตามป้ายรถเมล์ดังกล่าวจะมีเกมส์ ให้เลือกเล่นมากมาย เพื่อแก้เซ็งให้กับผู้ที่กำลังรอใช้บริการรถเมล์ โดยเกมส์ที่ให้เล่นก็จะมีตั้งแต่แก้ปริศนาไปจนถึงเกมส์ง่ายๆ ซึ่งผู้เล่นสามารถแข่งขันทำแต้มกับคนอื่นๆ ได้ด้วย ซึ่งหากใครก็ตามที่สามารถทำแต้มได้สุงสุดเมื่อถึงสิ้นสัปดาห์หน้า ผู้เล่นคนนั้นก็จะได้เป็นแขกรับเชิญร่วมงาน block party กับวง OK Go

yahoo bus stop video games

กิจกรรมทางการตลาดนี้จะเป็นการร่วมกันระหว่าง Yahoo กับ SF Municipal Transportation Agency และ Clear Channel ซึ่งคาดว่า จอพวกนี้น่าจะไดรับความสนใจจากคนรอรถเมล์อยู่พอสมควร เพราะนอกจากจะแก้เบื่อได้แล้ว ยังอาจจะได้ร่วมกิจกรรมดีๆ อีกด้วย นี่ถ้าในบ้านเราทำดูบ้าง เด็กๆ คงยืนเล่นกันตรึม และปล่อยรถเมล์ให้ผ่านไปโดยไม่ทันรู้ตัว ก่อนที่จะพบว่าในวันต่อมาจอสัมผัสเหล่านั้นได้หายไปจากที่ๆ มันเคยอยู่...อุ๊ปส์!!!

 

 

 

ข้อมูลจาก: Yahoo

 

เลือกย้าย"เบอร์มือถือ"กับระบบที่ดีที่สุด

รายงาน ข่าวล่าสุด คุณผู้อ่านที่รู้สึกว่า เครือข่ายบริการมือถือที่ใช้อยู่ไม่ค่อย OK ใช้งานเดี๋ยวๆ ก็หลุด หรือพบจุดอับสัญญาณบ่อย ต้องคอยต่อสายใหม่อีกครั้ง ครั้นจะเปลี่ยนไปใช้บริการเครือข่ายที่มีคุณภาพเหนือกว่า แต่ก็ไม่อยากเปลี่ยนเบอร์ที่ใช้มาตั้งแต่นานแล้ว โอกาสของคุณมาถึงแล้ว ไมว่าคุณจะใช้งานมือถือระบบอะไรก็ตาม คุณก็สามารถย้ายระบบโดยไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์ด้วย MNP (Mobile Number Portability) หรือบริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยความร่วมมือของทั้งห้าผู้ให้บริการเครือข่ายและคณะกรรมการกิจการโทร คมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ทำให้ผู้ใช้มือถือทุกคน สามารถเลือกเปลี่ยนเครือข่ายมือถือได้ตามความต้องการ โดยยังใช้เบอร์เดิมได้อย่างสบายอกสบายใจตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา

วิธีการก็ไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่คุณผู้อ่านตรงไปติดต่อที่ศูนย์บริการของเครือข่ายมือถือที่คุณไว้ วางใจที่สุด เขาก็จะดำเนินการ MNP ให้ตามขั้นตอนทันที ประเด็นอยู่ที่ว่า แล้วเครือข่ายไหนล่ะ ที่จะตอบสนองความต้องการของคุณได้ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพของบริการดีที่สุด ซึ่งหากปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของคุณอยู่ที่ คุณภาพเครือข่าย ความคุ้มค่าของแพ็กเกจโปรโมชั่น มาตรฐานบริการ และสิทธิประโยชน์ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ล่ะก็ AIS คือระบบที่ลงตัวที่สุด

ais gsm one-2-call MNP mobile number portability

ด้วย คุณภาพเครือข่ายที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย แม้ในพื้นที่ห่างไกลก็ไร้ปัญหาเรื่องขาดสัญญาณการติดต่อ พร้อมให้บริการทุกพื้นที่ด้วยแพ็กเกจค่าโทรหลากหลาย ซึ่งลูกค้าเลือกมิกซ์แอนด์แมตซ์ ได้เองตามไลฟ์สไตล์ เช็ครายละเอียดการโทร (Call Detail) หรือเปลี่ยนโปรโมชั่นได้เอง 24 ชั่วโมงผ่านบริการ eService แล้วยังมีบริการเสริมมากมาย ให้ผู้ใช้ทั้งแบบ GSM advance และ One-2-Call!

สำหรับ ผู้ใช้ Smartphone หรือ กลุ่ม social networking people ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Blackberry หรือ iPhone เอไอเอสก็มีแพ็กเกจสุดคุ้มไว้รองรับ หรือถ้าคุณเป็นผู้ใช้โทรศัพท์ที่เน้นการโทรอย่างเดียว GSM 1800 มีโปรโมชั่นราคาประหยัดที่สุดไว้บริการ และไม่ว่าคุณจะใช้โทรศัพท์แบบไหน เน้นบริการแบบใด หากมีปัญหา หรือข้อสงสัย ต้องการที่ปรึกษา AIS CALL CENTER 1175 ยินดีอย่างมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง

ais gsm one-2-call MNP mobile number portability

นอก จากนี้ AIS ยังให้สิทธิประโยชน์พิเศษ ในชีวิตประจำวันแก่ลูกค้าทุกคน ทั้งดูหนังราคาพิเศษเพียง 60 บาท ส่วนลดช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ส่วนลดร้านอาหารต่างๆ รวมถึงส่วนลดค่าโดยสาร BTS/MRT อีกด้วย เรียกว่า AIS ดูแลครบทุกไลฟ์สไตล์ ยิ่งใช้บริการมากยิ่งได้รับสิทธิพิเศษมาก อย่างลูกค้าในกลุ่ม Serenade ก็จะได้สิทธิพิเศษยิ่งขึ้น เช่น บริการเครื่องดื่มฟรีที่สนามบินชั้นนำภายในประเทศ บริการสำรองที่จอดรถพิเศษ ณ ศูนย์แสดงสินค้า และห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในกรุงเทพฯ ห้องรับรองพิเศษใน Serenade Club และ AIS Shop ทั่วประเทศ

ล่าสุด AIS จัดโปรแกรมพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ใช้เครือข่ายอื่น ซึ่งปกติมีค่าใช้บริการมากกว่า 1,500 บาทต่อเดือน เพียงนำใบเสร็จหรือใบแจ้งค่าบริการของหมายเลขนั้นมาแสดง AIS ยินดีมอบโปรแกรมทดลอง โดยมอบสิทธิ์การเป็นลูกค้า Serenade ให้ถึง 6 เดือน เพื่อเป็นการต้อนรับลูกค้าใหม่ ผู้สนใจเปลี่ยนระบบมาใช้ AIS ติดต่อสอบถามได้ที่ AIS Shops ทุกสาขา หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.ais.co.th/mnp

ข้อมูลจาก: http://www.ais.co.th/mnp

 

MSI ผุดแท็บเล็ต Win7 "โปรเจ็กเตอร์"

ใน งาน CES 2011 ที่ผ่านมา MSI บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ผู้นำตลาดหลายๆ ราย ได้เปิดตัว"แท็บเล็ต"ของทางบริษัทด้วยเหมือนกัน โดยแท็บเล็ตของทางบริษัทจะทำงานด้วยระบบปฎิบัติการ Windows 7 แต่สำหรับต้นแบบแท็บเล็ตของ MSI ที่ทางกองบรรณาธิการเว็บไซต์ arip ให้ความสนใจเป็นพิเศษก็เนื่องจากว่า มันมาพร้อมกับ"เครื่องฉายโปรเจ็กเตอร์"ด้วย

MSI เป็นบริษัทผู้ผลิตโน้ตบุ๊คชั้นนำอีกรายที่ขอเข้าร่วมสังเวียนเดือดในตลาด แท็บเล็ตด้วย แต่แทนที่จะเป็นแท็บเล็ตที่มีหน้าจอขนาด 10 นิ้ว (ใหญ่เต็มตากว่า iPad) อย่างที่พบเห็นกันทั่วไป ทางบริษัทยังมีไอเดียในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยการออกแบบแท็บ เล็ตที่มาพร้อมกับ"โปรเจ็กเตอร์"ในตัว สามารถฉายภาพหน้าจอลงบนฉาก หรือพื้นผิวเรียบได้ นอกจากนี้โปรเจกเตอร์ที่มาด้วยกันยังได้รับการออกแบบให้สามารถปรับมุมก้มเงย ได้เกือบ 360 อีกต่างหาก เรียกได้ว่าจะหันให้มันฉายลงบนพื้นด้านหน้า เงยขึ้นฉายเพดานที่ 90 องศา หรือหมุนอ้อมกลับไปฉายด้านหลังก็ได้ (ดูรูปประกอบ)

แม้ เครื่องต้นแบบที่นำมาโชว์จะเป็นแท็บเล็ตที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 7 และใช้โพรเซสเซอร์ Intel Atom แต่ทางบริษัทยังคงมีแผนที่จะบุกตลาดแท็บเล็ตสายพันธ์ Android และใช้โพรเซสเซอร์ ARM ด้วยเช่นกัน ในส่วนของแท็บเล็ต"โปรเจ็กเตอร์"ที่ด้านหลังของมันจะมีขาตั้ง (สามารถพับเก็บเข้าด้านหลังเครื่องได้) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้แท็บเล็ตสามารถนำเสนอแผนงาน หรือแม้แต่ฉายภาพยนต์บนฉาก หรือฝาผนังได้ ในขณะเดียวกัน ทางบริษัทคาดว่าจะสามารถพัฒนาเครื่องฉายให้ทำหน้าที่เป็น"คีย์บอร์ดเสมือน" (virtual keyboard) ได้อีกด้วย โดยให้ระบบฉายภาพแป้นคีย์บอร์ดลงบนพื้นเรียบให้ผู้ใช้สามารถใช้นิ้วพิมพ์ข้อ ความที่ต้องการเข้าไปในโปรแกรมบนแท็บเล็ตได้ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ และราคาของแท็บเล็ตต้นแบบนี้อย่างใด

 

http://vimeo.com/18910985

 

ข้อมูลจาก: MSI

 

Cloud Print สั่งพิมพ์ไฟล์จาก iPhone

รายงาน ข่าวล่าสุด Google ได้แนะนำบริการ Cloud Print (รุ่นทดสอบ) สำหรับพิมพ์ไฟล์เอกสารบนอุปกรณ์โมบาย และ Gmail บนมือถือ โดยความสามารถดังกล่าวจะเริ่มให้บริการกับผู้ใช้ในสหรัฐฯ ภายในอีก 2-3 สัปดาห์หน้า ว่าแต่ คุณผู้อ่านคงอยากทราบใช่ไหมครับว่า Google Cloud Print สำหรับโมบายทำอะไรได้บ้าง?

เพื่อ ให้เห็นภาพการใช้บริการชัดเจนขึ้น ให้คุณผู้อ่านลองหลับตาแล้วจินตนาการว่า หากคุณสามารถสั่งพิมพ์เอกสารสำคัญจากสมาร์ทโฟนที่อยู่ในมือให้ไปออกทาง เครื่องพิมพ์ในห้องทำงานได้ในขณะที่กำลังเดินเข้าประตูหน้าออฟฟิศ ซึ่งเมื่อถึงห้องทำงานก็สามารถรีวิวเอกสารนั้นได้ทันที "เพียงแค่เปิดไฟล์ เอกสารใน Google Docs หรืออีเมล์ใน Gmail ในบราวเซอร์ของสมาร์ทโฟน เพียงแค่เลือกคำสั่ง Print จากเมนูที่อยู่มุมบนขวา แล้วเลือกเครื่องพิมพ์ที่ต้องการ (หากมีมากกว่าหนึ่งเครื่อง) งานพิมพ์ของคุณก็จะถูกส่งไปยังเครื่องพิมพ์นั้น ภายในอึดใจ" Tyler Odean ทีม Cloud Print ของ Google กล่าว "นอกจากนี้ คุณยังสามารถสั่งพิมพ์ไฟล์แนบที่มีชนิดไฟล์แน่นอนอย่างเช่น .pdf หรือ .doc ซึ่งมากับอีเมล์ได้ด้วยการคลิกลิงค์ Print ที่อยู่ถัดจากลิงค์เปิดไฟล์แนบได้อีกด้วย" ดังตัวอย่างในรูปข้างล่างนี้  

Google Cloud Print for mobile สามารถใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ที่สนับสนุน HTML5 โดยเฉพาะรุ่นที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการตั้งแต่ Android 2.1+ และ iOS 3+ ขึ้นไป อย่างไรก็ดี ขั้นแรกของการใช้งาน ผู้ใช้จะต้องเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์เข้ากับบริการ Google Cloud Print ก่อน ซึ่งปัจจุบันบริการนี้จะใช้งานได้กับเครื่องพิมพ์ที่ต่อกับพีซีที่รัน Windows XP/Vista/7 เท่านั้น แต่ในอนาคตทาง Google มีแผนจะพัฒนาให้ใช้กับเครื่องพิมพ์ทีต่อกับพีซีที่รัน Linux และ Mac ด้วย

 

 

ข้อมูลจาก: gmailblog

 

Apple เล็งใช้ iPhone 5 ชำระเงินได้!!!

รายงาน ข่าวล่าสุด ในอนาคตอันใกล้ผู้บริโภคจะสามารถซื้อสินค้า หรือบริการต่างๆ ได้โดยชำระเงินผ่าน iPhone หรือ iPad ได้โดยตรง หรือพูดง่ายๆ ก็คือ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตของ Apple กำลังจะสามารถทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิสก์ (e-wallet) แทนกระเป๋าเงินจริงๆ ของคุณได้นั่นเอง

ตามรายงานข่าวระบุว่า Apple กำลังพัฒนาให้ iPhone 5 และ iPad 2 สนับสนุนเทคโนโลยีสื่อสารด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าระยะใกล้ (NFC: Near-Field Communication) ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้อุปกรณ์ทั้งสองในการชำระค่าสินค้า และบริการได้แทนการใช้เงินสดจริงๆ หรือบัตรเครดิต Richard Doherty ผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาทางด้านเทคโนโลยีจาก Envisioneering Group กล่าวว่า "iPhone 5 จาก AT&T และ iPad 2 จะมีชิป NFC ติดมาด้วย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมาจากวิศวกรที่อ้างว่ากำลังดำเนินงานในโครงการนี้" 

สำหรับ เทคโนโลยี NFC จะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันในระยะใกล้ๆ ได้ (ปกติไม่เกิน 4 นิ้ว) ตัวอย่างการใช้งานก็เช่น การทำให้อุปกรณ์มือถือที่ติดตั้ง NFC สามารถส่งข้อมูลการชำระค่าสินค้า หรือบริการไปยังบัญชีธนาคาร เพียงแค่นำมือถือไปไว้ใกล้ๆ กับเครื่องรับสัญญาณ ด้วยวิธีนี้ผู้ใช้ iPhone 5 และ iPad 2 จะสามารถซื้อสินค้าจากร้านค้า หรือชำระค่าอาหารในภัตตาคาร ตลอดจนธุรกิจค้าปลีกต่างๆ ซึ่งคุณสมบัติการทำงานใหม่นี้จะทำให้ iPhone 5 และ iPad 2 กลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของบัตรเครดิตทันที ความจริง Apple สนใจเทคโนโลยี NFC มาตั้งแต่ปีทีแล้ว

คำถามคือ การใช้เทคโนโลยี NFC นอกจากผู้บริโภคจะได้รับความสะดวกสบายแล้ว ในวงจรธุรกิจมีใครได้ใครเสียอะไรกันบ้าง? ซึ่งในทางธุรกิจ Apple ก็เหมือนกับบริษัททั่วไปที่ใช้บริการบัตรเครดิตในการรับชำระค่าบริการ อย่างเช่น การซื้อเพลงตลอดจนแอพฯต่างๆ จากบริการของ iTunes ก็จะมีการชำระผ่านบัตรเครดิตที่ผูกกับบัญชีผู้ใช้ ซึ่งการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถจ่ายค่าคอนเท็นต์บน iTunes ด้วย iPhones ของพวกเขาผ่าน NFC นั่นก็จะทำให้ Apple สามารถตัดส่วนแบ่งของรายได้ที่ต้องแบ่งให้กับ Visa หรือ MasterCard ได้นั่นเอง ในส่วนของผู้ใช้ที่เป็นนักเทคโนโลยีสักหน่อย NFC จะช่วยให้พวกเขาสามารถถ่ายโอน และแชร์ไฟล์ต่างๆ ตลอดจนการตั้งค่าระหว่างสมาร์ทโฟนที่ติดตั้ง NFC หรือกับพีซีได้อย่างง่ายดาย

อย่าง ไรก็ตาม รายงานข่าวเปิดเผยว่า Google จะใช้เทคโนโลยีนี้กับสมาร์ทโฟน Nexus S มือถือแอนดรอยด์รุ่นใหม่ด้วยเช่นกัน โดยในระบบปฏิบัติการอย่าง Android 2.3 หรือ Gingerbread จะสนับสนุนการทำงานร่วมกับชิป NFC ได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ทาง Apple กำลังอยู่ในระหว่างเตรียมการเปิดให้บริการชำระค่าบริการผ่านอุปกรณ์โมบาย (mobile payment) ด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวในช่วงกลางปีนี้ ฟังดูน่าสนใจดีนะครับ แต่ประเด็นที่น่ากังวลก็คือ ต่อไปเวลามือถือหายก็จะหมายถึงกระเป๋าตังค์หายไปด้วยน่ะสิ :(

 

เว็บไซต์ในข่าว: Apple

 

ชุดคิทกล้องไฮเอ็นด์ความละเอียด 80MP

งาน นี้เอาใจช่างถ่ายรูปมือโปรขั้นเทพที่ต้องการผลงานคุณภาพสูงด้วย Phase One IQ180 ชุดคิทกล้องดิจิตอลไฮเอ็นด์ที่มาพร้อมกับชุดการทำงานของเซ็นเซอร์ และหน้าจอสัมผัสที่ติดเข้ากับด้านหลังของตัวกล้อง เพื่อให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับความละเอียดสูงสุดถึง 80 ล้านพิกเซลได้อย่างง่ายดาย

ใน ส่วนของชุดเซ็นเซอร์ IQ 180 จะสามารถปรับความละเอียดที่ต้องการได้สูงสุดถึง 80 ล้านพิกเซล (40 ล้าน, 60.5 ล้าน) โดยจะสามารถต่อเข้ากับตัวกล้องรุ่น 645DF ได้อย่างพอดิบพอดี (ดังรูป) ในขณะเดียวกันมันยังสามารถนำไปใช้กับงานร่วมกับชุดอุปกรณ์การถ่ายภาพดิจิตอล อื่นๆ ของทางบริษัทได้อีกด้วย

ความ ลับของ IQ 180 ก็คือ เซ็นเซอร์จับภาพทีอยู่ภายในจะเชื่อมต่อการทำงานร่วมกับหน่วยความจำความเร็ว สูง เพื่อให้สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องที่มีความละเอียดสูงได้ นอกจากนั้ยังใช้ USB 3.0 ที่ช่วยให้การถ่ายโอนไฟล์ภาพเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เร็วขึ้นอีกด้วย หน้าจอสัมผัสของ IQ 180 ขนาด 3.2 นิ้วยังมีความละเอียดในการแสดงผลที่ 290 พิกเซลต่อนิ้ว เรียกได้ว่า น้องๆ Retina Display ของ Apple เลยก็ว่าได้ ซึ่งทำให้คุณสามารถพรีวิวภาพถ่ายที่คมชัดได้ไม่แพ้สิ่งพิมพ์เลยทีเดียว สำหรับกำหนดการวางตลาดจะเป็นเดือนเมษายน ส่วนสนนราคายังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด

 

 

ข้อมูลจาก: Phase One

 

Credit : ARIP News

Comment by James Tyton on January 22, 2011 at 9:50pm

Facebook ออกเวอร์ชันบน"มือถือ"ทั่วไป

รายงานข่าวล่าสุด Facebook ประกาศแอพพลิเคชันบนมือถือตัวใหม่ที่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานบนมือถือทั่ว ไป (Feature Phone) ที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน โดยแอพดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ใช้มือถือส่วนใหญ่ โดยเฉพาะจีน และอินเดีย สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ อย่างเช่น เมสเสจบน Facebook อีเวนต์ ภาพ ข่าวฟีด โพรไฟล์ และอื่นๆ อีกมากมาย เป้าหมายนอกจากจะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้แล้ว ยังเป็นความพยายามในการผลักดันยอดผู้ใช้ Facebook บนมือถือให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างฐานโฆษณาบนมือถือในอนาคตอีกด้วย

Facebook app เวอร์ชันนี้จะช่วยให้ผู้ใช้มือถือรุ่นทั่วไปได้รับประสบการณ์ในการใช้บริการ คล้ายกับใช้งานด้วยสมาร์ทโฟน ว่ากันตั้งแต่การมีส่วนการใช้งานต่างๆ บนหน้าโฮม (homescreen navigation) การซิงค์คอนแท็ค และการเลื่อนหน้าจอสำหรับข้อความ และรูปภาพอัพเดทที่ค่อนข้างเร็ว (สะดวกต่อการเลื่อนดูสถานะต่างๆ) ผู้ใช้สามารถใช้ Facebook app ได้โดยไม่เสียค่าบริการข้อมูล อย่างไรก็ตาม แอพตัวนี้จะเปิดให้ใช้กับเครือข่ายผู้ให้บริการมือถือในบางประเทศเท่านั้น ซึ่งได้แก่ ศรีลังกา ยูเครน โปแลนด์ สิงคโปร์ ซาอุดิอารเบีย ฮ่องกง ตูนีเซีย โดมินิกัน โรมาเนีย และที่จะตามมาเร็วๆ นี้ก็จะมี แคนาดา อินเดีย เม็กซิโก บราซิล และบัลแกเรีย

ใน บล็อกของ Facebook ผู้จัดการฝ่ายโปรแกรมบนมือถือ Mark Heynen โพสต์ไว้ว่า "เฟซบุ๊คสำหรับมือถือทั่วไปสามารถใช้งานได้กับมือถือมากกว่า 2,500 รุ่นในหลากหลายแบรนด์ตังแต่ Nokia, Sony Ericsson, LG และผู้ผลิตอื่นๆ" ข้อมูลที่คุณผู้อ่านอาจจะไม่ทราบ เพราะส่วนใหญ่คงจะเปลี่ยนใช้สมาร์ทโฟนกันแล้วก็คือ จากรายงานสถิติเมื่อมิถุนายน 2010 เจ้าของมือถือทั่วโลกมากถึง 79% ยังคงใช้ feature phone โดยเฉพาะในประเทศจีน และอินเดีย และด้วยเหตุนี้เอง Facebook จึงได้พัฒนาแอพสำหรับมือถือทั่วไปออกมาให้บริการ

ข้อมูลจาก: facebook

 

เครื่องเล่นเกม Nintendo 3DS เปิดตัวแล้ว

ในที่สุด Nintendo ก็ได้ประกาศเปิดตัวเครื่องเล่นเกมส์พกพา Nintendo 3DS อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวานนี้ พร้อมทั้งเปิดเผยถึงกำหนดการวางตลาดเป็นวันที่ 27 มีนาคมปีนี้ (จองได้ที่ Amazon.com) สนนราคาอยู่ที่ 249.99 เหรียญฯ หรือประมาณ 7,600 บาท

Nintendo 3DS เป็นเครื่องเล่นเกมส์พกพาที่สามารถแสดงผลด้วยลูกเล่น 3D โดยใช้เทคโนโลยี Autosteroscopy ซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถเล่นเกมส์ 3D ได้โดยไม่ต้องสวมแว่นตา แถมภายในเครื่องยังมี Motion Sensor (Accelerometer และ Gyroscope) ที่ใช้ควบคุมเกมส์ผ่านเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวของ เครื่่องเล่นฯได้อีกด้วย ทั้งนี้ทางบริษัทได้เปิดเผยถึงผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเกมส์ Nintendo 3DS ไปแล้วเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2010 และนำออกมาโชว์ให้ได้เห็นหน้าค่าตาของมันเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ในงาน E3 2010 อย่างไรก็ดี Nintendo 3DS สามารถใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์เกมส์ที่เล่นบนเครื่องเล่นรุ่นก่อนหน้านี้ อย่าง Nintendo DS และ Nintendo DSi

 

รายงาน ล่าสุดยังมีการเปิดเผยออกมาอีกด้วยว่า Nintendo ได้พัฒนาเกมส์สำหรับ Nintendo 3DS โดยเฉพาะไว้มากถึง 30 เกมส์แล้ว อย่างเช่น Nintendogs & Cats, Steel Driver, Pilotwings Resort และ Super Street Fighter IV 3D นอกจากนี้ยังมีเกมส์ยอดฮิตที่ถูกนำมาเป็น 3DS อย่างเช่น Paper Mario, Mario Kart ส่วน The Legend of Zelda: Ocarina of Time ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ตามรายงานข่าว Nintendo 3DS จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศญ๊่ปุ่นวันที่ 26 กุมภาพันธ์ และในสหรัฐ 27 มีนาคม ศกนี้

 

 

 

ข้อมูลจาก: nintendo

 

กล้อง DSLR จิ๋ว"ถ่ายรูป-เปลี่ยนเลนส์"ได้

เช้าวันศุกร์อย่างนี้ ขอเริ่มต้นด้วยข่าวแก็ดเจ็ต (Gadget) ชิลๆ กันบ้างดีกว่านะครับ ตอนนี้กระแสกล้องดิจิตอล DLSR ยังคงแรงอย่างต่อเนื่องสังเกตจากคนรอบข้างทั้งมือโปร และมือใหม่ต่างมีใช้กันถ้วนหน้า แถมรุ่นสูงๆ ยังสามารถถ่ายวิดีโอได้อย่างสวยงามกว่ากล้องวิดีโอทั่วไปอีกต่างหาก แต่สำหรับกล้อง DSLR ที่จะแนะนำกันวันนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะมันเป็นกล้องถ่ายรูป DSLR ขนาดจิ๋วที่ใช้งานได้ แม้จะเล็กกว่าก้อนยางลบเสียด้วยซ้ำ อุ๊ปส์!!!

บริษัท JTT ในญี่ปุ่นได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ชื่อ CHOBi CAM ONE กล้อง DSLR ที่ย่อส่วนเสียเล็กจนคุณไม่อยากจะเชื่อว่า มันทำงานได้จริงๆ ซึ่งในขณะที่ขนาดของตัวกล้องแค่ 2.5 x 2.5 x 2.6 ซม. และมีน้ำหนักเพียง 12 กรัม มันสามารถใช้ถ่ายรูปที่ความละเอียด 1600 x 1200 พิกเซล (ประมาณ 2 ล้านพิกเซล) ในขณะที่สามารถบันทึกวิดีโอได้ที่อัตราเฟรม 30 เฟรมต่อวินาที สำหรับภาพ และวิดีโอจะถูกบันทึกลงในการ์ดหน่วยความจำ microSD ที่ขนาดของความจุสูงสุด 32GB

นอก จากคุณสมบัติข้างต้นแล้ว CHOBi CAM ONE ยังมาพร้อมกับ"เลนส์ไวด์"ขนาดเล็กที่ช่วยเพิ่มมุมมองของการถ่ายภาพ และบันทึกวิดีโอได้กว้างยิ่งขึ้น โดยเลนส์ที่ว่านี้สามารถเปลี่ยนได้อีก ด้วย แน่นอนว่า CHOBi CAM ONE คงไม่สามารถเทียบได้กับกล้อง DSLR จริงๆ แต่มันสามารถพกใส่กระเป๋าเสื้อ เพื่อนำไปใช้ถ่ายเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา สนนราคาอยู่ที่ 10,000 เยน หรือประมาณ 3,700 บาท เหมาะมากสำหรับให้เป็นของขวัญ ข้างล่างนี้เป็นคลิปวิดีโอที่บันทึกด้วย CHOBi CAM ONE กล้อง DSLR จิ๋วที่เปลี่ยนเลนส์ได้

 

 

ข้อมูลจาก: JTT

 

Galaxy S2 กล้อง 8M ซีพียู Dual-Core

เดือน กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้มีงานใหญ่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจไม่แพ้งาน CES 2011 เมื่อต้นปี นั่นก็คือ MWC 2011 (Mobile World Congress) ล่าสุดทาง Samsung ได้มีการเรียกน้ำย่อยให้ผู้สนใจด้วยภาพของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่คาดว่าน่าจะ เป็น Samsung Galaxy S2 ซึ่งจะออกมาแทนรุ่นแรกที่ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายทะลุ 10 ล้านเครื่องไปเรียบร้อยแล้ว

รายงานข่าวจาก Nocut News อ้างแหล่งข่าววงในระบุว่า Samsung Galaxy S2 โค้ดเนม Samsung Seine จะใช้โพรเซสเซอร์รุ่นใหม่ของบริษัทคือ Orion ที่ทำงานด้วยความเร็ว 1GHz ซึ่งจุดเด่นของโพรเซสเซอร์ตัวนี้อยู่ที่การออกแบบโดยใช้สถาปัตยกรรม"ดูอัล คอร์" ARM Coretex A9 นอกจากนี้กล้องที่มากับ Samsung Galaxy S2 จะมีความละเอียดสูงถึง 8 ล้านพิกเซล ส่วนระบบปฏิบัติการที่ใช้ในการทำงานจะเป็น Android 2.3 Gingerbread

ข้อมูล จากแหล่งข่าววงในยังเปิดเผยอีกด้วยว่า กล้องของ Samsung Galaxy S2 จะสามารถบันทึกวิดีโอฟูลไฮเดฟ 1080p ในขณะที่หน้าจอสัมผัสที่ใช้จะเป็น Super AMOLED Plus ขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งชิปสื่อสารระยะใกล้ NFC (Near Field Communication) เพื่อเอาไว้ใช้กับแอพพลิเคชันชำระเงินผ่านมือถือ หน่วยความจำ (RAM) ของเครื่อง 1GB ดีไซน์บางเฉียบแค่ 9 มม.  (Samsung Galaxy S หนา 9.9 มม.) ในส่วนของโพรเซสเซอร์ Orion ของทางบริษัทจะสนับสนุนเอาต์พุท Full HD ผ่านทางพอร์ต HDMI 1.3a โดยสามารถแสดงผลพร้อมกันได้ทั้งบนหน้าจอมือถือ และทีวีที่เชื่อมต่อภายนอก อีกทั้งยังมีภาครับสัญญาณ GPS ในตัวอีกด้วย นอกจาก Orion จะใช้ใน Samsung Galaxy S2 แล้ว มันยังจะใช้กับ Samsung Galaxy Tab 2 อีกด้วย


ข้อมูลจาก: androidcommunity

 

หนอน Twitter กระจายลิงค์ AV ปลอม

รายงาน ข่าวล่าสุด พบหนอนกำลังโจมตีผู้ใช้"ทวิตเตอร์" (Twitter) ด้วยการกระจายลิงค์ให้ดาวน์โหลดแอนตี้ไวรัส (Antivirus) ปลอม โดยผู้ใช้ Twitter หลายพันรายที่ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อ และคลิกลิงค์ด้งกล่าวที่เชื่อมไปยังแอนตี้ไวรัสปลอม ก็จะติด และแพร่กระจายไวรัสตัวนี้ผ่านบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ของเหยื่อทันที

สำหรับการแพร่กระจายไวรัสของหนอนบน Twitter จะส่งผ่านบริการลิงค์ย่อ goo.gl โดยทาง Kaspersky Lab ได้เปิดเผยว่า เมื่อผู้ใช้คลิกลิงค์ มัลแวร์จะรีไดเร็กต์ไปยังโดเมนต่างๆ ด้วยหน้าเว็บ "m28sx.html" จากนั้นหน้าเว็บ HTML จะรีไดเร็กต์ผู้ใช้ไปยังหน้าโดเมนของ Ukrain จากที่หน้าเว็บดังกล่าว โดเมนจะรีไดเร็กผู้ใช้ไปยัง IP address เพื่อโหลดแอนตี้ไวรัสปลอม ด้วยเทคนิคการรีไดเร็กต์หลายครั้งทำให้บริการย่อของ goo.gl ไม่สามารถตรวจสอบไปจนถึงปลายทางที่เป็นไฟล์แอนตี้ไวรัสปลอมได้นั่นเอง

เมื่อ ผู้ใช้อยู่ในเว็บไซต์ดังกล่าว มันจะมีข้อความแจ้งเตือนว่า คอมพิวเตอร์ของคุณกำลังรันแอพพลิเคชันต้องสงสัย พร้อมทั้งโน้มน้าวให้สแกน เพื่อกำจัดภัยคุกคามของออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ และดาวน์โหลดแอนตี้ไวรัสปลอมชื่อว่า Security Shield เราเตือนท่านแล้ว ระวังตัวให้ดีนะครับ 

ข้อมูลจาก: mashable

 

แท็บเล็ต HTC Flyer เปิดตัวมี.ค.ศกนี้

HTC คงไม่ต้องการปล่อยให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน ตลอดจนคอมพิวเตอร์หลายๆ เจ้า ยึดครองส่วนแบ่งตลาด"แท็บเล็ต" (tablet) จนไม่เหลือที่ว่างให้กับทางบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Samsung, LG, Motorola และ RIM ต่างก็มีแท็บเล็ตของตนเองกันหมดแล้ว ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า HTC เตรียมเปิดตัวแท็บเล็ตชื่อว่า HTC Flyer ในงาน Mobile World Congress 2011 กับเขาด้วยเหมือนกัน ซึ่งนอกจาก HTC แล้ว บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายๆ รายก็น่าจะใช้เวทีนี้ในการเปิดตัวแท็บเล็ตของตน โดยอาจรวมถึง MeeGo Slate ของ Nokia ด้วย

HTC Flyer แท็บเล็ตสายพันธุ์ Android 2.3 Gingerbread ที่กำลังจะเปิดตัวในงาน MWC 2011 จะมีขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว (ขนาดของหน้าจอที่จอบส์บอกว่าไม่เวิร์ก) โดยผู้เชี่ยวชาญคาดว่า มันจะมีคุณสมบัติการทำงานไฮบริดกับสมาร์ทโฟน (ใช้โทรได้ด้วย) เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy Tab ซึ่งก็คงต้องรอดูความชัดเจนในงานดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทจะวางตลาด HTC Flyer ในสหรัฐฯ เดือนมีนาคม ส่วนในยุโรปจะเป็นช่วงไตรมาสที่สองของปีนี้ นอกจากนี้ ทาง HTC ยังมีแผนที่จะเปิดตัวแท็บเล็ตอีก 2 รุ่นหลังจากนี้ด้วย โดยจะทำงานด้วย Honeycomb และจะวางตลาดช่วงกลางปีนี้ อย่างไรก็ดี คงต้องมาดูกันว่า หลังจากที่ HTC ประสบความสำเร็จในสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์กันไปแล้ว จะสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจาก Motorola XOOM และ BlackBerry Playbook รวมถึง iPad 2 ได้สักแค่ไหน? ที่สำคัญ Samsung Galaxy Tab 2 ยังรอต้อนรับน้องใหม่อย่าง HTC Flyer อีกด้วย สงครามแท็บเล็ตนี้มันดุเดือดจริงๆ

 

Credit : ARIP News

Comment by James Tyton on January 19, 2011 at 6:33pm

Steve Jobs ลาป่วยรอบ 2 หุ้น Apple ดิ่ง

รายงาน ข่าวล่าสุด สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) ประกาศลาป่วยเมื่อวานนี้ เพื่อกลับไปรักษาสุขภาพอีกครั้งเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่เขาได้ลาไปพัก รักษาตัวเมื่อปี 2009 เพื่อปลูกถ่ายตับ อีเมล์ของจอบส์กล่าวว่า เขาจะยังคงเป็นซีอีโอ และจะร่วมอยู่ในการตัดสินใจทางด้านกลยุทธ์สำคัญๆ ของบริษัท โดยมี Tom Cook ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) รับผิดชอบการปฏิบัติงานในแต่ละวัน

ในจดหมายของจอบส์ยังกล่าวอีกด้วยว่า "ผมรัก Apple มาก และหวังว่าจะได้กลับมาทำงานได้เร็วที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้" แต่จะเกิดอะไรขึ้น? หากจอบส์ไม่กลับมา? หรือการลาครั้งนี้ต้องยืดระยะเวลานานออกไป? ซึ่งครั้งที่แล้ว จอบส์ลาป่วย เพื่อรับการผ่าตัด และพักรักษาตัวอยู่นานถึง 6 เดือน แต่การลาครั้งนี้เขาไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ อย่างไรก็ดี ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Apple ที่อยู่ในตลาดขณะนี้ส่วนใหญ่มีความแข็งแรง การไม่อยู่ของจอบส์จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวในปี 2011 ซึ่งรวมถึง iPad 2 และ iPhone 5 ตลอดจน Mac OS X (Lion) ที่ตามแผนจะเปิดตัวภายในปีนี้ด้วย ขณะเดียวกันทีมผู้บริหารหลายๆ คนของ Apple ก็ยังอยู่ครบหมด และเป็นกูรูในวงการที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก สามารถดูแล และนำพาธุรกิจของ Apple ให้เดินหน้าต่อไปได้

ตาม รายงานข่าวที่มีกันออกมา ดูเหมือนนอกจาก Apple จะต้องการบอกให้ผู้บริโภคทั่วโลกรับทราบถึงการลาป่วยของสตีฟ จอบส์แล้ว ทางบริษัทยังต้องการจะบอกอีกด้วยว่า Apple มีมากกว่า Steve Jobs ทั้งผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญ และผ่านการทำงานร่วมกับจอบส์มาแล้วทั้งนั้น อีกทั้งยังมีพนักงานมากมาย จอบส์ไม่ได้ทำทุกอย่าง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่เขาได้เคยลาไปรักษาตัวเมื่อปี 2009 แต่ Steve Jobs คือ Apple เขาอาจจะไม่ได้เขียนโปรแกรม หรือออกแบบชิปใดๆ แต่เขาทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยิ่งใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นเขาเป็นผู้ตัดสินใจว่า Apple ควรทำผลิตภัณฑ์อะไรออกมา ซึ่ง Dell, Motorola หรือแม้แต่ Microsoft ไม่ได้คิดจะทำ เพราะฉะนั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การลาพักครั้งนี้ของจอบส์จะไม่ส่งผลกระทบต่อ Apple และทันทีที่ข่าวนี้มีการเปิดเผยออกมา หุ้นของ Apple ดิ่งทันที 7.5% เวลาเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า การลาครั้งนี้ของจอบส์จะเป็นการลาออกไปใช้ชีวิตกับครอบครัว หรือเขาจะกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่ให้ Apple อีกครั้ง แต่จะเมื่อไร? ไม่อาจคาดเดาได้ เพราะไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่า การลาไปพักรักษาตัวครั้งนี้มีสาเหตุอะไร และหนักหนาสาหัสแค่ไหน?

 

 

 

ขอให้หายไวๆนะครับ สตีฟ จอบบ์

 

ข้อมูลจาก: Apple

 

Angry Birds เสียแชมป์เกมเด็กวัย 14 ปี

Angry Birds เกม"นกโกรธ"ยอดฮิตที่มักจะพบเห็นใน iPhone ของผู้ใช้ส่วนใหญ่ได้เสียแชมป์ให้กับหนุ่มน้อยวัย 14 ปีแห่งเมือง Spanish Fork รัฐยูท่าห์ สหรัฐฯ โดยเขาได้พัฒนาแอพเกมบน iPhone ที่มันอาจสร้างรายได้ให้อย่างน้อย 2 ล้านเหรียญฯ หากเกมดังกล่าวไม่ได้เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี

Bubble Ball แอพที่ถูกดาวน์โหลดไปแล้วมากกว่า 2 ล้านครั้งในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยอดดาวน์โหลดเฉพาะวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมาแค่วันเดียวสูงถึง 400,000 ครั้ง ซึ่งหาก Robert Nay นักเรียนเกรด 8 ผู้พัฒนาเกม Bubble Ball ขายแอพตัวนี้ในราคา 1 เหรียญฯ เขาคงรวยไปแล้ว Nay ตัดสินใจพัฒนา iPhone app หลังจากได้รับแรงเชียร์จากเพื่อนคนหนึ่ง ประเด็นที่น่าสนใจคือ ในขณะที่เด็กคนอื่นๆ ต้องการไปเที่ยว หรือเล่นวิดีโอเกมส์ แต่ Nay กลับใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องสมุดที่เมือง Spanish Fork เพื่อวิจัย และพัฒนาเกมส์บนมือถือ ซึ่งผลลัพธ์จากความพยายามทำให้ตอนนี้เขาเป็นซีอีโอของบริษัท Nay Games ไปเรียบร้อยแล้ว

Nay ใช้เวลาประมาณเดือนกว่าๆ ในการฝึกใช้ Corona SDK ของ Ansca Mobile เพื่อเขียนโค้ดของเกมส์ที่มีความยาวมากกว่า 4,000 บรรทัดจนได้เกมส์ฟิสิกส์ที่ชื่อว่า Bubble Ball ขึ้นมา โดยล่าสุดเกมส์ Bubble Ball สามารถโค่นแชมป์เกมส์ดาวน์โหลดยอดฮิตอย่าง Angry Birds บน iTunes ได้แล้วด้วยยอดดาวน์โหลดมากกว่า 2 ล้านครั้งภายในระยะเวลาแค่ 2 สัปดาห์หลังจากที่ Apple ได้อนุมัติให้เกมส์ของ Nay ขึ้นไปเผยแพร่ใน iTunes App ได้ Nay กล่าวว่า app ตัวแรกของให้ดาวน์โหลดฟรี แต่ Nay กำลังพัฒนาอีกเกมหนึ่ง ซึ่งตั้งใจว่าจะขายที่่ 90 เซนต์ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดของเกมส์ Nay ขออุบไว้เป็นความลับก่อน สำหรับเกมส์ Bubble Ball ผู้เล่นจะต้องพาบอลจากจุด A ไปยังจุด B โดยใช้วัตถุที่เป็นไม้ และโลหะจัดวางให้ได้ตำแหน่ง เพื่อปล่อย Ball ลงมาให้ชน และกลิ้งไปยังเป้าหมาย (ธง) ได้สำเร็จ โดยมีทั้งหมด 21 ระดับ ไม่น่าเชื่อว่าไอเดียเกมส์ที่แสนจะธรรมดาจะได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น ลองดูคลิปสาธิตการเล่นเกมส์ Bubble Ball ข้างล่างนี้ดูนะครับ

 

 

 

ข้อมูลจาก: Apple App Store

 

Apple เล็ง iPod Touch 3D ไม่ใช้แว่น?

Macotakara บล็อกในญ๊่ปุ่น ปล่อยข่าวว่า iPod Touch รุ่นใหม่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีหน้าจอ 3D แบบเครื่องเล่นเกมส์ Nintendo 3DS โดยหลักฐานที่เว็บไซต์แห่งนี้พยายามหยิบยกมาอ้างก็คือ Apple ได้จดสิทธิบัตรมากมายที่ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเทคโนโลยี 3 มิติมาตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งหาก Apple ต้องการใช้เทคโนโลยี 3D กับผลิตภัณฑ์ของตนจริงๆ คงไม่ปล่อยให้ Nintendo 3DS ออกมาก่อนอย่างแน่นอน

นอก จากข้อมูลข้างต้นแล้ว แหล่งข่าวยังอ้างอีกว่า ผู้ผลิตจอ LCD รายหนึ่งกำลังผลิตจอแสดงผลที่ใช้กับเทคโนโลยีแสดงผล 3D แบบไม่ใช้แว่นให้กับ Apple โดยหน้าจอดังกล่าวจะมีขนาดเล็ก ซึ่งคาดว่ามันน่าจะนำมาใช้กับ iPod Touch รุ่นต่อไป และหากพิจารณาจากสิทธิบัตรของ Apple ระบบที่พัฒนาขึ้นจะสามารถแสดงผล 3D โดยอ้างอิงจากตำแหน่งการมองเห็นของผู้ใช้ (อ้างอิงจากศรีษะของผู้ใช้) ร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และไจโรสโคปของ iPod Touch ซึ่งเมื่อนำเทคโนโลยีในการสร้างภาพด้วยมุมมอง 3D ร่วมกับจอแสดงผล 3D LCD ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นดังตัวอย่างเกมส์ข้างล่างนี้ ซึ่งมุมมอง 3D ที่มองเห็นในเกมส์จะอ้างอิงกับตำแหน่งของมุมองผู้เล่นด้วย ว้าว!!!

 

 

ข้อมูลจาก: Macotakara

 

MS ใจดีแจกฟรี OneNote บน iPhone

ผู้ ใช้ iPhone บอกลาแอพ Notes บน iPhone ได้แล้ว เมื่อ Microsoft Office ได้ตัดสินใจเพิ่มแอพฯที่อยู่ในชุดโปรแกรมดังกล่าว นั่นก็คือ OneNote บน iPhone ซึ่งมันจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกข้อความต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และง่ายกว่าเดิมแม้ในขณะเดินทาง โดยผู้ใช้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด OneNote ได้ฟรีที่ App Store ของ Apple แล้ว

OneNote เป็นแอพสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการบันทึก จัดเก็บ และรีวิวข้อความต่างๆ โดยทำงานร่วมกับ Windows Live SkyDrive ซึ่งจะช่วยสำรองไฟล์ต่างๆ ของคุณไว้บนคลาวด์ (Cloud) โดยผู้ใช้สามารถเข้าถึงบันทึกข้อความทั้งหมดได้ไม่ว่าจะอยู่ใด และด้วยอุปกรณ์ใดก็ตามที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต นอกจาก OneNote จะมีฟังก์ชันบันทึกข้อความแล้ว มันยังมีวิธีจัดการ และจัดลำดับแผนงานต่างๆ ตลอดจนสร้างรายการสิ่งที่คุณต้องทำ (to-do-list) ได้อีกด้วย ผู้ใช้สามารถสร้างรายการของข้อมูลต่างๆ ตลอดจนแทรกคลิปวิดีโอ หรือคลิปเสียง ตลอดจนอัพโหลดภาพ จดข้อความสั้นๆ วาดรูป และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งแอพฯ Notes ที่มากับ iPhone ทำไม่ได้ 

อธิบาย ง่ายๆ OneNote ก็คือ "สมุดจดบันทึกดิจิตอล" ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถใส่ข้อมูลได้ทุกอย่างที่ต้องการจำ (แต่ไม่ต้องการใส่ไว้ในสมอง :D) เอาไว้ในที่เดียว แถมยังสามารถค้นหาข้อมูลเหล่านั้นเมื่อยามต้องการได้อย่างง่ายดายอีกด้วย การเพิ่มแอพ OneNote บน iPhone เป็นอีกก้าวหนึ่งของไมโครซอฟท์ในการเข้าสู่ตลาดโมบาย หลังจากที่บริษัทได้เปิดตัว OneNote บน Windows Mobile (รวมถึง Windows Phone 7) มาก่อนหน้านี้แล้ว

 

 

ข้อมูลจาก: officeblog

 

รั่ว!!! HP ซุ่มพัฒนา"แท็บเล็ต"ถึง 2 รุ่น

หลัง จากที่มีข่าวว่า HP จะเปิดตัว"แท็บเล็ต" (tablet) ของทางบริษัทในวันที่ 9 ก.พ. ศกนี้ ล่าสุดทางเว็บไซต์ Engadget ได้เปิดเผยภาพกราฟิกที่จะใช้ในการทำสื่อการตลาด และแผนการเกี่ยวกับแท็บเล็ตของ HP ที่หลุดรั่วออกมาจากแหล่งข่าววงในที่เชื่อถือได้

เมื่อปีที่แล้ว HP ได้เข้าซื้อกิจการของ Palm ซึ่งเท่ากับเป็นการประกาศความชัดเจนว่า ทางบริษัทต้องการ WebOS มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มากกว่าสมาร์ทโฟน โดยหลังจากนั้นในเดือนกรกฎาคมปีที่่แล้ว HP ก็ได้ออกมายืนยันข่าวการพัฒนา"แท็บเล็ต"ของทางบริษัท ล่าสุดแหล่งข่าววงในที่เชื่อถือได้ของ Engadget ก็ได้ส่งมอบภาพกราฟิกของแท็บเล็ต HP พร้อมด้วยแผนการบางอย่างที่ยังไม่มีการเปิดเผยที่ใดมาก่อน โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า HP มีแผนการสำหรับผลิตภัณฑ์ "แท็บเล็ต" ถึง 2 รุ่นด้วยกัน โดยรุ่นแรกใช้โค้ดเนม Topaz มีขนาดหน้าจอ 9 นิ้ว ส่วนอีกรุ่นหนึ่งโค้ดเนม Opal จะเป็นแท็บเล็ต WebOS ที่มีหน้าจอขนาด 7 นิ้ว

ภาพกรา ฟิกของแท็บเล็ตที่เห็นข้างบนนี้จะเป็น Topaz โดยดีไซน์จะเป็นการผสมผสานระหว่าง iPad และสมาร์ทโฟน Palm Pre ซึ่งสังเกตุในรูปดูเหมือนจะไม่มีปุ่ม Home ที่ด้านล่างของหน้าจอเหมือน iPad ในขณะเดียวกันมันเผยให้เห็นกล้องด้านหน้าบริเวณด้านบนของหน้าจออีกด้วย ส่วนอินเตอร์เฟซที่เห็นบนหน้าจอก็น่าจะเป็น WebOS ที่ได้รับการปรับปรุงการทำงานให้เหมาะกับแท็บเล็ต อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยเรื่องของราคา และสเป็กของเครื่องแต่อย่างใด ทั้งนี้ทางเว็บไซต์ยังมีภาพสไลด์ภายในอีกชุดหนึ่งที่ระบุว่า จะมีการเปิดตัวแท็บเล็ตอีกรุ่นในเดือนกันยายน ซึ่งคาดว่าจะเป็น Opal (แท็บเล็ต 7 นิ้ว)

ประเด็น ที่น่าจะเป็นกังวลสำหรับ HP ก็คือ การประกาศแผนการล่วงหน้านานกว่าครึ่งปี นั่นเท่ากับการเป็นการเผยไต้ให้คู่แข่งได้รู้ล่วงหน้า ซึ่งเมือถึงเวลาเปิดตัว อาจทำให้ทางบริษัทเสียเปรียบคู่แข่งที่อาจจะออกมารอต้อนรับกันเต็มไปหมดก็ ได้ และถึงแม้ว่า WebOS จะเป็นโอเอสที่ได้รับการออกแบบให้รองรับอุปกรณ์ที่มีหน้าจอขนาดต่างๆ ได้หลากหลาย แต่หากเทียบชื่อชั้นของแบรนด์ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักในตลาดสมาร์ท โฟน เมื่อเทียบกับ iOS, Android หรือแม้แต่ BlackBerry ประเด็นนี้อาจจะทำให้การสร้างฐานลูกค้าทำได้ไม่ง่ายนัก

 

ข้อมูลจาก: Engadget

 

Firefox 4 เวอร์ชันสมบูรณ์ใกล้คลอดแล้ว

รายงาน ข่าวล่าสุด Mozilla ได้ออก Firefox 4 รุ่นทดสอบเป็นเวอร์ชันที่ 9 แล้ว ซึ่งในเวอร์ชันนี้ มันยังคงมีการพัฒนาคุณสมบัติ และประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย โดยทางบริษัทหวังว่า Firefox 4 จะสามารถทวงส่วนแบ่งการตลาดคืนจาก Chrome รวมถึงการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเติมจาก IE ด้วย ทั้งนี้ Mozilla คาดว่าจะสามารถออก Firefox 4 ได้ในเดือนกุมภาพันธ์ศกนี้

สำหรับใครที่ได้มีโอกาสดาวน์โหลด Firefox 4 beta 9 มาทดลองใช้คงจะสังเกตเห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนว่ากันตั้งแต่ เวลาที่ใช้ในการเริ่มต้นการทำงาน (startup time) ที่เร็วขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานของ Bookmark และส่วนอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Panorama และการสนับสนุน HTML5 อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งหลายสิ่งที่เพิ่มเข้ามาเมื่อผสานกับประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้นทำ ให้ Firefox 4 น่าจะสามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมาจาก Chrome ในขณะเดียวกันยังสามารถต่อกรกับ IE ที่มีการพัฒนาขึ้นมากมายได้อีกด้วย ถึงแม้การกลับมาครั้งนี้ของ Firefox จะช้าไปหน่อยก็ตาม

ความ เคลื่อนไหวล่าสุดที่มีการเปิดเผยออกมาจากนักพัฒนาก็คือ เวอร์ชันสมบูรณ์ของ Firefox 4 น่าจะออกได้ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ อย่างไรก็ดี ผู้ใช้ที่เข้าร่วมทดสอบ บราวเซอร์ตัวนี้ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า มันมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอินเตอร์เฟซ และคุณสมบัติการจัดการต่างๆ และมุมมองแท็บแบบใหม่ที่เรียกว่า Panorama ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นที่ชื่นชอบของผู้ใช้ Mozilla คาดว่า Firefox 4 จะทำให้ผู้ใช้หันมาสนใจบราวเซอร์โอเพ่นซอร์สตัวนี้มากขึ้น หลังจาที่ส่วนแบ่งตลาดหยุดนิ่งไป งานนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า Firefox 4 จะประสบความสำเร็จดังที่คาด หรือไม่

 

 

ข้อมูลจาก: Mozilla

 

Credit : ARIP News

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service