ชีวิตไม่ขาดบอลวันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม 2561
ฟุตบอลโลก 2018 รอบชิงชนะเลิศ
22.00 น. ฝรั่งเศส - โครเอเชีย Truesport HD3(668)/True 4 U(24)/ช่อง 5/อมรินทร์ทีวี

Members

หงส์โคตรดุ! ลิเวอร์พูลถล่มแมนซิตี้ 3-0

ลิเวอร์พูล กุมความได้เปรียบในยกแรกรอบ 8 ทีม แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงไล่ถล่ม "เรือใบสีฟ้า" 3-0 แมตช์นี้ โม ซาลาห์ ยิงหนึ่งจ่ายอีกหนึ่ง แต่แฟน "หงส์แดง" ต้องลุ้นอาการเจ็บหลังโดนเปลี่ยนตัวออก ขณะที่ลูกทีมของ "เป๊ป" แย่สุดในรอบเกือบ 2 ปี ที่ไม่สามารถยิงเข้ากรอบคู่แข่งได้เลยซักครั้ง นับแต่ปี 2016 ในเกม ลีก คัพ ที่พบกับ "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก
วันพุธที่ 4 เมษายน 2561
ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) 3  - แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ) 0

สนาม : แอนฟิลด์

    "หงส์แดง" ผ่าน ปอร์โต้ ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายมาแบบสบายๆด้วยสกอร์รวม 5-0 เกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จัดแนวรุกเหมือนเดิมทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่  

    ส่วนทางฝั่ง "เรือใบ" รอบที่แล้วผ่าน เอฟซี บาเซิ่ล มาด้วยประตูรวม 5-2 เกมนี้ ดร็อป ราฮีม สเตอร์ลิง ไว้บนม้านั่งสำรอง แล้วส่ง อิลคาย กุนโดกัน ลงไปเล่นแดนกลางร่วมกับ แฟร์นันดินโญ่ และดาบิด ซิลบา โดยมี เควิน เดอ บรอยน์ ปั้นเกมรุกร่วมกับ ลีรอย ซาเน่ และแกเบรียล เชซุส ที่ลงหน้าเป้าแทน เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" ที่บาดเจ็บ

    เปิดฉากมาแค่ 11 นาทีแรก เจ้าถิ่น "หงส์แดง" กระทุ้งตาข่ายขึ้นนำ "เรือใบ" ไปก่อน 1-0 จากจังหวะสวนกลับ ซาลาห์ แทงบอลให้ ฟีร์มีโน่ ยิงไปติดเซฟของ เอแดร์ซอน แม้ ไคล์ วอล์คเกอร์ จะเคลียร์แต่โดน ฟีร์มีโน่ ถึงบอลก่อนจิ้มบอลต่อให้ ซาลาห์ ที่รออยู่โล่งๆซัดเข้าไปไม่เหลือ เป็นประตูที่ 38 รวมทุกรายการของดาวยิงทีมชาติอียิปต์

    เท่านั้นไม่พอ นาที 20 สกอร์ไหลเป็น 2-0 แดนกลางของ ซิตี้ เอาไม่อยู่ มิลเนอร์ ถึงบอลก่อนกระแทกเข้ากลางให้ แชมเบอร์เลน ตั้งป้อมซัดด้วยขวากว่า 25 หลา บอลพุ่งเป็นจรวดหนีมือ เอแดร์ซอน เข้าไปอย่างสวยงาม

 แข้งซิตี้รวนไม่เป็นท่า เล่นกันไม่เป็นโล้เป็นพาย ก่อนจะมาโดนลูกที่สาม ในนาที 31 จากความผิดพลาดของแข้งซิตี้ที่ทำเสียบอล โม ซาลาห์ หยอดมาเสาสองให้ มาเน่ ทะยานเทกตัวโขกลงพื้นหนีมือนายด่านเรือใบเข้าไป ให้ ลิเวอร์พูล นำโด่งถึง 3-0

    ท้ายเกมเรือใบได้ลุ้นบ้าง โอตาเมนดี้ เติมขึ้นมาซัดไกลแต่บอลก็ยังไม่เข้ากรอบ จบครึ่งแรก "หงส์แดง" นำโด่งเหนือ "เรือใบสีฟ้า" 3-0  

    ครึ่งหลัง นาที 53 แฟนหงส์ใจหายทั่วแอนฟิลด์ หลัง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงคนเก่งมีอาการเจ็บจนต้องเปลี่ยนออกจากสนาม ก่อนส่ง จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม ลงมาเล่นแทน

    ถัดมาแค่นาทีเดียว "เรือใบ" ที่โหมบุกหนักตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง ได้ส่องในกรอบจาก กุนโดกัน แต่บอลไปติดแนวรับเจ้าถิ่นออกหลังไป

     นาที 70 เจอร์เก้น คล็อปป์ ปรับแท็คติกอีกรอบส่ง โดมินิค โซลันกี้ ลงมาแทน ฟีร์มีโน่ และแค่นาทีเดียวถัดมา โซลันกี้ หวิดทำแอสซิสต์ได้หลังครอสบอลไปหน้าประตูให้ มาเน่ เข้าชาร์จแต่บอลโดน วอล์คเกอร์ วิ่งมาเบียดเคลียร์พ้นหน้ากรอบ

    นาที 86 เฮนเดอร์สัน เข้าไปกระแทกด้านหลังใส่สเตอร์ลิง เฟลิกซ์ ไบรช์ แจกใบเหลืองทำให้ เกมหน้าที่จะไปเยือนที่เอติฮัด กัปตันหงส์แดงติดโทษแบนชวดลงสนาม

    เวลาที่เหลือ แข้งแมนฯซิตี้ไม่สามารถทวงประตูคืนได้ จบการแข่งขัน ลิเวอร์พูล ไล่ถล่ม แมนฯซิตี้ 3-0 กุมความได้เปรียบก่อนเกมหน้าจะบุกไปเยือนที เอติฮัด สเตเดี้ยม วีกหน้า

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

Cr. siamsport. ติดตามข่าวสารได้ที่เวปหลักของประเทศไทย www.mcfc.in.th

Views: 390

Reply to This

Replies to This Discussion

เข้าทำนองอีหรอบเดิม เเมนซิเอ๊ย

ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงที่ผ่านๆมาก็เล่นดีมาตลอดจนนัดที่แพ้นัดแรกในฤดูกาลก็น่าจะพอรู้แล้วว่าจับมาเจอไอทีมที่มันเคี่ยวเฉพราะกับเราควรต้องเล่นให้ดีแต่เมื่อคืนก็ไม่ต่างกันจากนัดแรกที่แพ้เล่นดูเกร็งไปหมดไม่เหมือนที่เคยดูไม่มีความไหลลื่นรนทุกคน แม่กระทั่งครึ่งเวลาหลังที่ดูเหมือนจะดีขึ้นรูปเกมส์ได้เปรียบตรงที่ซาลามันเจ็บก็ยังฉวยโอกาสเอามาสักประตูไม่ได้บอกเลยเป็นเกมส์ที่ดูแล้วโครตจะหงุดหงิดคนที่น่าจะฝากความหวังได้อย่างซาเน่ก็ไปไม่เป็นเลยโอกาสมีแต่ขาดและช้าไป1จังหวะตลอดวอคเกอร์ก็ดูตัดสินใจช้าจนทำให้เสียประตู แล้วรูปเกมส์ที่เล่นคือพยายามจริงแต่อย่างน้อยน่าจะแสดงความกระหายที่จะเอาสักประตุเพื่อเป็นอเวย์โกลแต่ที่เห็นคือไม่มีเลยจนนาทีสุดท้าย ก็ไม่รู้ว่านักเตะซิตี้เราอยากจะเข้ารอบไหม

ปวดตับ แพ้ทาง ถึงแม้จะเหลือนัดในบ้าน แต่ถ้านักเตะซิตี้ยังเกรงกลัวหรือเกรงบารมีหงส์เหมือนที่ผ่าน ๆ มาก็คงจบเห่ ไม่ใช่ไม่รักทีม แพ้แล้วมาด่านะครับ สัตย์มันคือความจริงที่เป็น นัดหน้าผมก็ต้องลุ้นกันต่อไป เชียร์กันต่อไป แต่ถ้านักเตะไม่เปลี่ยนแนวทางเดิมก็ไม่มีอะไรต้องไปสู้ จะกลัวอะไรนักหนา ใช่ว่าไปเยือนจะเจอเสียงแฟนบอลกดดัน ผมว่ามาในบ้านเราไม่ต่างกันถ้าจิตใจอ่อนแอ ถ้าจะชนะต้องเข้มแข็งสิครับ เจอทีมอื่นไม่เห็นกลัว เจอหงส์ก็จัดให้มันเหมือนทีมอื่นสิครับ หลัง ๆ มาเวลาเจอหงส์นี่นักเตะรน กดดันตัวเอง เกรงนักเตะหงส์เกินไป มองจากที่ผ่านมาถ้ายังเล่นแนวทางและจิตใจเดิม เสร็จคาบ้านแน่ ต้องปรับจิตใจใหม่ครับ

ใจหายตั้งแต่เอากุนโดกันลงมาแระ  กลางทับตำแหน่งกับเดอบอยมั่วไปหมด  สรุปมีซิลบา เฟนันดินโย กุนโดกัน เดอบอย เคาะบอลกันไปมารอให้มาเน่มาแย่งแล้วเปิดให้ฟีร์มีนูสวนกลับ นัดหน้าอยากให้แปปจัดทีมแบบปกติ

แต่เมื่อคืนเล่นกันแบบสมควรแพ้จริง พอโดนก่อนรวนกันไปหมด แสดงว่าทีมเราเรื่องหัวจิตหัวใจ ไม่แข็งแกร่งพอต้องพัฒนาอีกเยอะ ประสบการณ์ในถ้วยใหญ่ๆวัดประสิทธิภาพของทีมได้จริงๆ จากเกมส์ที่ดูเมื่อคืน เล่นกันได้ห่วยจริงๆ เกือบทุกตำแหน่งหลังยันหน้า 

แอมริก ลาปอร์ต ไม่เหมาะเล่นแบ็คซ้าย ไม่นิ่งหลุดบ่อย ทางบอลไม่ดี ตั้งแต่เกมส์เจอเอฟเวอร์ตันแล้ว

อิลคาย กุนโดกัน ไม่สามารถช่วยเชื่อมบอล และตัดบอลแดนกลางได้

ซาเน่ รับหน้าที่ขึ้นบอลทางปีก เพื่อผ่านบอลให้เพื่อนเข้าทำตลอดทั้งเกมส์ แต่ก็หลุดโลกไปจ่ายบอลเปิดบอลให้เพื่อน ไม่ได้ลุ้นสักลูก เปิดบอลเสียตลอด

กาเบรียล เฆซุส สร้างโอกาสเข้าทำไม่ได้เลยตลอดเกมส์ หาตำแหน่งไม่ได้ กดดันกองหลังได้น้อยมาก คิดถึง "เอลกุน" มากเมื่อคืนนี้

จุดออนของเราคือชอบเปลี่ยนมากไปแต่ละเกมเปลี่ยนทั้งคนและตำแหน่งมาก ผลคือถ้าเจอคู่แข่งโหด ก็จะปริเละรนแบบนี้ ลิเวอทีมรุกมีประสิทธิภาพเพราะเล่นเป็นทีมประจำ ซาลา มาเน่ เฟมิโน เราชอบสลับไปหมด เลยไม่ค่อยประสานกันเต็มที่ สังเกตที่เขายิงได้เราก็มีตัวมากกว่า แต่ไปหลงกองกันเปิดช่องให้เขา

คลอปรู้วิธีที่เอาชนะเรา แต่เป็ปยังหาวิธีการแก้ไขแทคติคของคลอปไม่ได้ เป็ปใช้การบุกดันขึ้นสูงเหมือนที่เคยทำให้เกิดช่องว่างแดนหลังให้เขาใช้ความเร็วเจาะเข้ามาทำประตูจนได้ ครึ่งหลังเขาแพคแนวรับแน่นมากเจาะไม่เข้าแบคซ้ายขวาเขาก็ดันเหนียวขึ้นมาอีกด้วย กลางรับกับแผงแบคโฟร์ของเรายังไม่ดีพอ นัดหน้าอยากเห็นเป็ปมีแทคติคเอาชนะให้ได้

..เอาง่ายๆเลย ดูคะแนนนักเตะจาก Man'evening news มันดิ่งนรกกันหมด..

..ไม่มีใครได้คะแนนเกิน 6 เลยสักคน โดยเฉพาะกุนโดกันได้แค่ 1 คะแนน Oh my god !

..ทุกอย่างมันต่ำกว่ามาตรฐานไปหมด แม้กระทั่งการวางแผนของเป๊ป...

..รู้ทั้งรู้ว่าถ้าเล่นแผนเดิมจะเข้าทางเขา แล้วมันก็ใช่จริงๆ เลยพังพินาศ..

..รู้ว่าจุดอ่อนคือการที่เขาจะเห็นช่องว่างเวลาเราบุกแล้วโดนสวนกลับจนเสียประตู..

..เจอเข้าไปตุงแรก ตามด้วยตุงที่สองและสาม..

..เป๊ปก็หมดสภาพที่จะวิ่งพล่านกระตุ้นเร่งเร้านักเตะที่ขอบสนามทันที..

..ว่ากันจริงๆเกมนี้นักเตะไม่มีสปิริตนักสู้ ขาดความมุ่งมั่นกระหายชัยชนะ..

..ก็ต้องบอกว่าผิดหวังและเสียใจมากในฐานะแฟนเรือใบสีฟ้า..

..ขอไม่หวังอะไรในเกมเลกสองนะ แต่จะขอเชียร์เรือลำนี้ต่อไป

RSS

© 2018   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service