ชีวิตไม่ขาดบอลวันเสาร์ที่ 14 เมษายน 2561
พรีเมียร์ลีก
18.30 น. เซาแธมป์ตัน - เชลซี beIN Sport 1(676)
21.00 น. คริสตัล พาเลซ - ไบรจ์ตัน beIN Sport 4(679)
21.00 น. เบิร์นลี่ย์ - เลสเตอร์ ซิตี้ beIN Sport 1(676)
21.00 น. ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ - วัตฟอร์ด beIN Sport 5(667)
21.00 น. สวอนซี ซิตี้ - เอฟเวอร์ตัน beIN Sport 3(678)
23.30 น. ลิเวอร์พูล - บอร์นมัธ beIN Sport 1(676)
01.45 น. ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ - แมนเชสเตอร์ ซิตี้ beIN Sport 1(676)
บุนเดสลีก้า
20.30 น. แฮร์ธ่า เบอร์ลิน - โคโลญจน์
20.30 น. ฮอฟเฟ่นไฮม์ - ฮัมบวร์ก Fox Sports 3(690)
20.30 น. สตุ๊ตการ์ท - ฮานโนเวอร์
20.30 น. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น - ไอน์ทรัคท์ แฟรงเฟิร์ต Fox Sports HD(680)
23.30 น. บาเยิร์น มิวนิค - โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค Fox Sports HD(680)/PPTV
ลาลีก้า
18.00 น. เซบีญ่า - บีญาร์เรอัล beIN Sport 2(677)
21.15 น. บาร์เซโลน่า - บาเลนเซีย beIN Sport 2(677)/PPTV
23.30 น. ลาส ปัลมาส - เรอัล โซเซียดาด beIN Sport 2(677)
23.30 น. เลกาเนส - เซลต้า บีโก้
01.45 น. แอธเลติก บิลเบา - เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า beIN Sport 2(677)
เซเรีย อา
20.00 น. กาญารี่ - อูดิเนเซ่
23.00 น. เจนัว - โครโตเน่ beIN Sport 4(679)
23.00 น. คิเอโว่ - โตริโน่ beIN Sport 3(678)
01.45 น. อตาลันต้า - อินเตอร์ มิลาน beIN Sport 4(679)
ลีกเอิง
22.00 น. โอลิมปิก ลียง - อาเมียงส์
01.00 น. ก็อง - ตูลูส
01.00 น. ลีลล์ - แก็งก็อง
01.00 น. น็องส์ - ดิฌง beIN Sport 3(678)
01.00 น. แรนส์ - เม็ทซ์
01.00 น. สตราสบูร์ก - แซงต์ เอเตียนน์

Members

(สกู๊ปน่าสนใจ) 3 คะแนนหลุดมือ

3 คะแนนหลุดมือ      

สนับสนุนเนื้อหา Sport Radio

 

ในขณะที่ทีมผู้ท้าชิงแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก พาเหรดเข้าวินกันถ้วนหน้า ทั้ง อาร์เซน่อล, เชลซี และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่กลับมีบางทีมทำตัวไม่เข้าพวก....

2 คู่ปรับตลอดกาลชนิดไม่เผา "ผี" ไม่เผา "หงส์" กอดคอกันนั่งซึมตามประสาคนหัวอกเดียวกัน หลังจากประสบความไม่สำเร็จในการคว้าชัย ทำแต้มแค่แบ่งแต้มคู่แข่งเท่านั้น

อย่างที่ทราบกันดี ลิเวอร์พูล เจอเกมหนักบุกเยือน เอฟเวอร์ตัน ทำศึก "เมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" กับคู่ปรับร่วมเมือง ก่อนเสมออย่างสุดมันส์ 3-3
 

หมูรูนยิงให้เฮกันเร็ว ทำเอาดีใจเก้อ

ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นเกมเยือนเช่นเดียวกัน แต่เจอทีมที่มีวรรณะต่ำชั้นกว่าเล็กน้อยถึงปานกลางอย่างคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ก็ยังอุตส่าห์ทำได้เพียงแค่เสมอ 2-2 ทั้งๆ ที่ขาข้างหนึ่งลอยละล่องอยู่บนอันดับ 4 ของตารางคะแนนเรียบร้อยแล้ว

"เด็กผี" จำชื่อนี้ไปอีกนาน "คิม โบ-คยอง" อยู่ในสนามเพียงแค่ 13 นาที แต่เด็กตี๋เลือดโสม ช่วยให้ทีมไม่แพ้ในเกมเจอแชมป์เก่า หลักโขกประตูตีเจ๊าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ
 

เห็นตัวเล็กๆ แต่โฉบมาซะ ริโอ ดูตัวเล็กกว่าลงไปเลย

"ผีแดง" ผู้น่ารักน่าตบ ผู้ไม่เคยจดเคยจำ เคยเจอบทเรียนราคาท้ายเกมมาแล้วกับเกมเจ๊า เซาธ์แฮมป์ตัน คารัง เมื่อเดือนที่แล้ว ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อ กำลังคำนวณเงิน เอ้ย!! คำนวณคะแนนบทตารางอยู่แล้ว

แน่นอนว่า แมนฯ ยูฯ ในยุคไร้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้ได้ชื่อว่าเป็นกุนซือมากบารมีเหนือ "เอฟเอ" ไม่มีทีมใดหน้าไหนกลัวเกรงอีกต่อไป เช่นเดียวกับ คาร์ดิฟฟ์

เสียงกระซิบแผ่วๆ มาจากทีมเพื่อนบ้านร่วมละแวกเดียวกันอย่าง แมนฯ ซิตี้ เคยถูกทีมดังแห่งแคว้นเวลส์ จมเรือทั้งลำมาแล้ว ณ สนามแห่งนี้ (ชนะ 3-2)

เรียกได้ว่าทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ อย่าหวังได้เกิดที่ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดี้ยม !!

ยิ่งแล้วไปใหญ่ "ปีศาจ" ผู้ไร้นักฆ่าจอมถล่ม "อาร์พีจี" นามว่า "อาร์วีพี" ที่ย้ายจาก อาร์เซน่อล ลูกอาร์ม่า หลานอาร์กง และอื่นๆ สารพัดอาร์ มีแค่ "R" รูนี่ย์ เป็นความหวังสูงสุดที่เหลืออยู่
 

คนหน้าโดนอาการบาดเจ็บหลักพาตัว แต่คนหลังอยากเอาไปแลกกับคาร์ริคกลับมาแทน

ก็อย่างที่ทราบๆ กันดีว่าในราย ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงสูง สุดของสโมสรที่ 7 ประตู โดนอาการเจ็บโคนขาหนีบลักพาตัวไปตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่แล้ว จนต้องถอนตัวจากทีมชาติฮอลแลนด์ หนำซ้ำหัวใจสำคัญในแดนกลางอย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค ก็เดี้ยงยาวถึงปีใหม่ เช่นเดียวกับ ฟิล โจนส์ ที่กำลังไปได้สวยกับตำแหน่งกองกลาง ก็ดันเจ็บมาจากทีมชาติซะงั้น

ปัญหารุมเร้าตั้งแต่ก่อนลงสนาม แต่ก็ยังพอมีข่าวดี (หรือเปล่า) เมื่อ แดนนี่ เวลเบ็ค สลัดอาการบาดเจ็บหัวเข่ากลับสู่ทีมที่ข้างสนาม ก่อนมีโอกาสได้วาดลวดลายสไตล์ "โก๋แดน" ช่วง 20 นาทีสุดท้าย แต่ก็มิวายโดนโวย ยิงประตูเน้นๆ ข้ามคานอย่างน่าเขกกะโหลก

แนวรับก็เช่นเดียวกัน เป็นอีกปัญหาสำคัญที่ทำให้ เดวิด มอยส์ คิดหนักจนหน้าย่น หลัง 2 แข้งหลักอย่าง เนมานย่า วิดิช กัปตันทีม และ ราฟาเอล ดา ซิลวา ไม่ผ่านความฟิตในเกมนี้ ความรับผิดชอบตกเป็นของ คริส สมอลลิ่ง และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่มีข่าวอาจเลิกเล่นหลังจบซีซั่นนี้

แผนการที่ มอยส์ จับยัดลงถือว่าโอเคในระดับหนึ่ง เฟลไลนี่ เริ่มใช้หัวฝอยเป็นประโยชน์ได้มากขึ้น แต่กับ เคลฟเวอร์ลี่ย์ ต้องปรับเรื่องของความนิ่งอีกนิด จ่ายบอลผิดพลาดหลายจังหวะ เช่นกันว่าไม่ใช่วันที่น่าจดจำของเจ้าหนูอัดนาน ยานาไซ

ยานาไซ ออกสตาร์ท 11 ผู้เล่นตัวจริงทำเกมทางกราบซ้าย โดน เกวิน ธีโอฟิล-คาเธอรีน แบ็กเลือดน้ำหอมจัดการจนไปไม่เป็น บอลคิลเลอร์พาสที่เคยเห็นไปไม่ถึง ชิชาริโต้ มีหลายครั้งที่ รูนี่ย์ ต้องฉีกตัวไปช่วยประคอง

ความจริงแล้ว รูนี่ย์ ควรที่จะเป็นพระเอกในหัวใจเธอจากความขยันทุ่มเท และหัวจิตหัวใจความเป็นนักสู้ของเค้า มีส่วนร่วมทั้งยิงทั้งเปิดเตะมุมให้ เอวร่า โขกประตูขึ้นนำ 2-1 จมตาข่าย

แต่ความเป็นพระเอกจะสมบูรณ์มากกว่านี้ หากในจังหวะที่ ไรอัน กิ๊กส์ วางบอลยาวให้ "หมูรูน" ควรจะเป็นการแตะบอลเข้าไปยิงเอง มากกว่าการแสดงความใจกว้างผิดเวล่ำเวลาหวังแคะให้ เวลเบ็ค ยิงจนโดนตัดบอลทิ้งไปในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย

หายเจ็บกลับมาก็เอาเลยนะ ไอ้เวล (เบ็ค)


การตัดสินใจเพียงแค่เสี้ยววินาทีทุกอย่างล้วนแล้วมีโอกาสเกิดขึ้นได้ เช่นกันหาก รูนี่ย์ ตัดสินใจยิงเองในจังหวะนั้น ก็มิมีอะไรรับประกันว่าบอลจะซุกก้นตาข่าย บทสุดท้ายได้มาเพียงแค่ 1 คะแนน แทนที่จะเป็นการคว้าชัย 5 เกมติดของแข้ง "อสูรแดง"

มองในแง่ดี ทีมของ มอยส์ ไม่แพ้ใครมาแล้ว 10 เกมติดต่อกันรวมทุกถ้วย ซึ่งอาจเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าทายาท "ป๋า"ผู้กุมชะตา "ผี" เริ่มจับจุดลงตัวของทีมได้บ้างแล้ว

ที่เหลือคือความคงเส้นคงวา กับจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ รวมถึงปัญหานักแตะแกนหลักบาดเจ็บ คือการบ้านที่กุนซือวัย 50 กะรัต ต้องนำไปตีโจทย์ให้แตก

"เร้ดอาร์มี่" อย่าไปใส่ใจ วันนี้ 3 แต้มไม่ได้ไม่เป็นไร สิ่งสำคัญคือ "ปีศาจแดง" กลับเข้าสู่เส้นทาง

ลุ้นแชมป์เต็มตัวแล้ว พวกคุณจงระวัง !!!

เครดิต http://sport.sanook.com

Views: 192

Comment

You need to be a member of Manchester City Fan Club in Thailand Website to add comments!

Join Manchester City Fan Club in Thailand Website

Comment by Bank Kok on November 25, 2013 at 11:29am

อาทิตย์หน้า น้าหนูกูหายเจ็บ กัปตันกอมกูกลับมาละก้อ มึงเอ้ย 7UP อีกตามเคย ผีก้อผีเฮอะ

Comment by mcfc-มีน on November 25, 2013 at 11:16am

55 บักทิดมอยเอ้ยย

© 2018   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service