ชีวิตไม่ขาดบอล

Members

Techno update with Ninja Boy 31/01/11 (Android โอเอสมือถือที่ขายดีที่สุดในโลก&Angry Birds Rio "นกโกรธ"เวอร์ชันใหม่&MS เตือนผู้ใช้พบ"ช่องโหว่"ร้ายแรงใน IE)

Angry Birds Rio "นกโกรธ"เวอร์ชันใหม่

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า Angry Birds เป็นเกมส์บนมือถือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปี 2010 ล่าสุดมีรายงานข่าวออกมาว่า Rovio บริษัทผู้พัฒนาเกมส์นกโกรธกำลังจะออก Angry Birds เวอร์ชันใหม่ในเดือนมีนาคม ศกนี้ ใครอยากเล่นบ้างยกมือขึ้น

เมื่อเร็วๆ นี้ Rovio ได้ประกาศผ่านทางทวิตเตอร์ว่า เกมส์ใหม่ที่มีชื่อว่า Angry Birds Rio ซึ่งพัฒนาร่วมกับ 20th Century Fox ด้วยการดึงเอาตัวละครต่างๆ จากภาพยนต์การ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่อง Rio มาใส่ในเกมส์นกโกรธเวอรชันใหม่นี้ด้วย โดยภาพยนต์แอนิเมชั่นดังกล่าวมีกำหนดฉายเดือนเมษายน ศกนี้

Rovio ยังกล่าวอีกด้วยว่า เกมส์ Angry Birds Rio จะคล้ายกับเวอร์ชันแรก แต่จะมีการเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ เข้าไป และจะเปิดให้ดาวน์โหลดใน App Store เดือนมีนาคม รายงานข่าวในเบื้องต้นไม่ได้ระบุว่า มันจะมีเวอร์ชันบน Windows Phone 7 หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือ มันจะมีอยู่บน App Store ของ Apple, Android Market ของ Google และ Ovi Store ของ Nokia สำหรับ Angry Birds Rio จะมีให้เล่น 45 เลเวล และมีรายละเอียดของกราฟิกมากขึ้น ดังนั้นสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพต่ำอาจจะไม่สามารถให้อรรถรสของการเล่นที่ สนุกมากนัก ก่อนที่จะได้เล่นเกมส์ใหม่ชมตัวอย่างของเกมส์จากคลิปข้างล่างนี้ก่อนแล้วกัน

 

 

 

ตัวอย่าง Rio ภาพยนต์แอนิเมชั่น 

 

 

 

เว็บไซต์ในข่าว: rovio

 

Honeycomb บนอีรีดเดอร์ Nook Color

Google จะมีการจัดงานในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ศกนี้ เพื่อโชว์ศักยภาพการทำงานของระบบปฏิบัติการ Android 3.0 (โค้ดเมน Honeycomb) ที่ได้รับการพัฒนาออกมาให้รองรับการทำงานบน"แท็บเล็ต" (tablet) โดยเฉพาะ แต่ก่อนที่จะถึงวันงาน แฮคเกอร์มือดีได้ทดลองย้ายระบบปฏิบัติการเวอร์ชันพรีวิวให้ทำงานบน Nook Color เครื่องอ่านอีบุ๊คจอสีของ Barnes & Noble และโพสต์มันขึ้นไปบน YouTube เรียบร้อยแล้ว

สำ หรับเฟิร์มแวร์ของ Android Honeycomb ที่ได้รับการดัดแปลงดังกล่าวจะสามารถเปลี่ยน Nook Color ให้กลายเป็นแท็บเล็ต Android ได้ ซึ่งความจริง B&N ไม่อนุญาติให้ผู้ใช้ root เครื่องอ่านอีบุ๊คของทางบริษัท แต่ก็ดูเหมือนคำห้ามจะไม่เป็นผล อย่างไรก็ตาม การย้าย Honeycomb ระบบปฏิบัติการทีได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานบนแท็บเล็ตโดยเฉพาะลงบน Nook ดูเหมือนจะเป็นการจับคู่ที่ลงตัวทีเดียว โดยเฉพาะราคาของ Nook Color ที่ 250 เหรียญฯ กับการทำให้มันกลายเป็นแท็บ Android ได้ อาจจะทำให้ใครหลายๆ คนรู้สึกว่า มันเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระบบปฏิบัติการ Android 3.0 ที่ติดตั้งเข้าไปในเครื่องยังเป็นเวอร์ชันพรีวิว แต่ทีมแฮคเกอร์คาดว่า จะสามารถพอร์ตเวอร์ชันสมบูรณ์ลงมาทำงานบน Nook Color ได้เหมือนกัน ลองชมคลิปการรัน Android 3.0 preview บน Nook Color ข้างล่างนี้ครับ

 

 

 

ข้อมูลจาก: xdadevelopers

 

กระเป๋าเงินไฮเทคไม่ใช่เจ้าของเปิดไม่ได้

 

ใครที่ขี้ลืม หรือค่อนข้างรู้สึกกังวลเกี่ยวกับกระเป๋าสตางค์ของตนเองอยู่บ่อยๆ ว่า จะถูกล้วง หรือลืมทิ้งไว้ที่ไหนเข้าสักวัน บางที Dunhill Biometric Wallet กระเป๋าเงินไฮเทคฯรุ่นนี้อาจจะเหมาะกับคุณ เนื่องจากมันมาพร้อมกับคุณสมบัติในการ"ล็อค" โดยไม่ยอมให้ใครเปิดช่องเก็บใส่เงินสด และบัตรเครดิต หากคนๆ นั้นไม่ใช่คุณ

 

 

Dunhill Biometric Wallet กระเป๋าสตางค์ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความทนทาน มาพร้อมกับเทคโนโลยีเครื่องอ่านลายนิ้วมือ (biometric finger reader) และระบบแจ้งเตือนสัญญาณไร้สายบลูทูธ (bluetooth alarm) ซึ่งทางผู้ผลิตรับประกันว่า ขโมย หรือโจรจะไม่สามารถเปิดเอาเงิน หรือบัตรเครดิตของคุณออกจากกระเป๋าได้นอกจากทำลายมันซะ

คุณสมบัติ การทำงานของมันก็คือ เจ้าของกระเป๋าสตางค์จะต้องใช้นิ้วมือสัมผัสกับเครื่องอ่านขนาดเล็ก ซึ่งทำหน้าที่"ล็อค"ช่องเปิดใส่เงิน หรือบัตรเครดิตในกระเป๋าสตางค์ ในขณะที่หากเป็นคนอื่นจะไม่สามารถเปิดได้ นอกจากนี้ ในกรณีที่เจ้าของลืมกระเป๋าสตางค์ทิ้งไว้ห่างตัวเกินกว่า 5 ฟุต (ประมาณ 1.5 เมตร) ระบบแจ้งเตือนไร้สายด้วย bluetooth จะส่งสัญญาณไปยังมือถือ เพื่อเตือนให้คุณกลับไปเอากระเป๋าสตางค์ที่ลืมเอาไว้ สำหรับใครที่รู้สึกตัวว่าขี้ลืม และขี้กังวล ก็สามารถจับจอง Dunhill Biometric Wallet ได้ด้วยสนนราคาแค่ 825 เหรียญฯ หรือประมาณ 26,000 บาทเท่านั้น อุ๊ปส!!!

 

ข้อมูลจาก: Dunhill

 

Amazon ยอดขาย"อีบุ๊ค"แซงหนังสือเล่ม

รายงานข่าวล่าสุด Amazon.com ค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกประกาศว่า ขณะนี้ยอดจำหน่าย"อีบุ๊ค"สำหรับ Kindle มากกว่า"หนังสือเล่มปกอ่อน"ไปเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรายได้ที่มีการเปิดเผยออกมาในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาไม่ได้แจก แจงรายละเอียดของรายได้แต่ละส่วน แม้จะมีกำไรเพิ่มขึ้น 8% แต่รายได้ไม่เข้าเป้า ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากการ"เลือก"จับจ่ายใช้สอยมากขึ้นของผู้บริโภคหลังภาวะ เศรษฐกิจถดถอย

แต่โชคดีที่ตัวเลือกหนึ่ง ซึ่งผู้บริโภคที่เป็นหนอนหนังสือให้ความสนใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนั่นก็ คือ การเลือกซื้อ e-book แทนหนังสือเล่ม ซึ่ง Amazon กล่าวว่า ทางบริษัทสามารถจำหน่ายเครืองอ่านอีบุ๊ค Kindle 3 ได้หลายล้านเครื่องในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา โดยอีบุ๊คที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์คือ "Harry Potter and the Deathly Hallows" ทั้งๆ ที่กำลังโดนกดดันจากคู่แข่งในตลาดอย่าง iPad ของ Apple และ Nook ของ B&N แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อ Kindle สักเท่าไร 

"เมื่อ เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เราประกาศว่า ทางร้านสามารถจำหน่าย อีบุ๊คได้มากกว่าหนังสือเล่มปกแข็งไปแล้ว และคาดว่า อีบุ๊คสำหรับ Kindle จะสามารถทำยอดขายแซงหน้าหนังสือเล่มปกอ่อนได้ในช่วงไตรมาสที่สองของปี 2011" Jeff Bezos ซีอีโอของ AMazon กล่าว "แต่ดูเหมือนหลักไมล์ที่เราตั้งไว้จะถึงกำหนดเร็วกว่าที่เราคาด เพราะตอนนี้ อีบุ๊คมียอดจำหน่ายมากกว่าหนังสือเล่มปกอ่อนแล้ว แถมยังเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย" ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปี 2011 Amazon เปิดเผยว่า ทุกๆ 100 เล่มของหนังสือปกอ่อนที่มีการสั่งซื้อออกไปจะมีอีบุ๊คของคินเดิ้ลที่ขายได้ มากกว่าคือ 115 เล่ม และหากเทียบ อีบุ๊คกับหนังสือปกแข็ง มันมียอดขายมากกว่าถึง 3 เท่า

 

เว็บไซต์ในข่าว: amazon

 

เทคโนโลยีใหม่ช่วยให้คนตาบอดขับรถได้

Mark Riccobono อาจจะไม่ใช่ชื่อนักแข่งรถที่คุณรู้จัก แต่เป็นชื่อของนักขับรถที่เป็นผู้พิการตาบอดคนแรกที่สามารถขับรถ Ford บนสนามแข่งขัน Daytona Motor Speedway ได้โดยไม่ต้องมีใครนั่งอยู่ข้างๆ คอยบอกทางแต่อย่างใด...ว้าว!!!

แต่ก่อนที่คุณผู้อ่านจะคิดไปไกลกว่านี้ Riccobono ไม่ได้ขับรถแข่งกับใคร แต่นี่เป็นการสาธิตการขับรถยนต์ Ford Escape ที่ได้รับการดัดแปลงด้วยระบบเซ็นเซอร์ที่ช่วยให้ผู้ขับที่พิการทางสายตา สามารถ"มองเห็น"สิ่งต่างๆ บนถนนหนทางได้ด้วยการใช้ระบบกระตุ้นความรู้สึกหลายๆ ส่วน (ผ่านทางถุงมือที่สวมขณะขับ โดยเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ช่วยประมวลผลสถานการณ์ และสิ่งกีดขวางรอบๆ รถยนต์ขณะวิ่ง) เพื่อให้ผู้ขับสามารถรับรู้ถึงการควบคุมรถยนต์ได้นั่นเอง นับเป็นความฉลาดในการใช้เทคโนโลยีช่วยเติมเต็มความพิการขาดพล่องให้กับผู้ ขับได้อย่างลงตัว

Riccobono เป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี การวิจัย และการศึกษาที่สมาคมคนตาบอดแห่งชาติ (NFB: National Federal of the Blind) ซึ่งคงไม่มีใครเหมาะสมเท่าเขาอีกแล้ว สำหรับการเป็นผู้ทดลอง และสาธิตการใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถขับรถยนต์ได้ อย่างปลอดภัยด้วยตัวเอง แม้จะไม่สามารถขับได้เร็วเท่ากับผู้ที่มีสายตาปกติ แต่เชื่อว่า ด้วยเทคโนโลยีใหม่นี้นอกจากจะทำให้ขับรถยนต์ได้แล้ว ในกรณีที่สภาพภูมิอากาศที่มีหมอกลงจัด หรือฝนตก เทคโนโลยีใหม่ก็ยังช่วยให้พวกเขาขับได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย จะว่าไปเห็น แล้วอดนึกถึงโครงการพัฒนารถยนต์ที่ขับเคลื่อนได้เองของ Google ที่ใช้เซ็นเซอร์รอบคัน พร้อมกล้อง 360 องศา อันนั้นเหมือนจะทำไว้ให้คนรวยขับ แต่อันนี้ทำให้ผู้พิการ

 

 

 

เว็บไซต์ในข่าว: NFB

 

MS เตือนผู้ใช้พบ"ช่องโหว่"ร้ายแรงใน IE

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศแจ้งเตือนพบช่องโหว่ร้ายแรง (critical) ใหม่ล่าสุดในบราวเซอร์ IE ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows โดยบริการแนะนำทางด้านระบบรักษาความปลอดภัย (security advisory) ของทางบริษัทระบุว่า ช่องโหว่ที่พบนี้จะเปิดโอกาสให้แฮคเกอร์ที่ไม่หวังดีสามารถโขมยข้อมูลส่วน ตัว หรือแม้กระทั่งเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้อีกด้วย

ข้อผิดพลาดที่พบล่าสุดอาจส่งผลกระทบกับผู้ใช้ทุกคนที่ใช้ เว็บบราวเซอร์ IE ซึ่งมีอยู่ประมาณ 900 ล้านคนทั่วโลก ไมโครซอฟท์ได้ออกซอฟต์แวร์แพตช์ เพื่อป้องกันการโจมตีเท่านั้น โดยในขณะนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนาซอฟต์แวร์แก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าว ซึ่งคำแนะนำเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัยของ MS ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ให้รายละเอียดเกียวกับช่องโหว่ดังกล่าวว่า สามารถนำไปใช้ในการโจมตี และเข้าควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้อย่างไร แม้ว่าจริงๆ แล้วช่องโหว่ดังกล่าวจะอยู่ใน Windows แต่มันจะเกิดขึ้นเมื่อ Internet Explorer จัดการกับหน้าเว็บ และเอกสารบางอย่าง

Microsoft ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมันหมายถึงการที่ผู้ใช้อาจถูกหลอกให้ดาวน์โหลดไฟล์อันตราย ได้อย่างง่ายดายด้วยการคลิกบนลิงค์ในเว็บเท่านั้น "เมื่อผู้ใช้คลิกบนลิงค์ของผู้ไม่หวังดี สคริปท์อันตรายจะทำงานบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บนเซสชั่นการทำงานของ IE" ข้อความประกาศบน เว็บไซต์แนะนำเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัย เมื่อ คอมพิวเตอร์ถูกเข้าควบคุม แฮคเกอร์จะสามารถโขมยข้อมูลส่วนบุคคล หรือส่งผู้ใช้เข้าไปยังเว็บไซต์ปลอมที่มีกลลวงต่างๆ ได้ "สคริปท์อันครายสามารถรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ได้" แม้ว่าในขณะนี้จะไม่สามารถกำจัดบั๊กออกไปได้ แต่ทางบริษัทได้ออกแพตช์ชั่วคราว "fix it" เพื่อป้องกันความพยายามในการที่จะใช้ช่องโหว่ดังกล่าวจากผู้ไมห่วังดี

 

ข้อมูลจาก: fix it

 

แจ็คเก็ตที่ให้คุณใช้ iPad โดยไม่ต้องถือ

ในงาน Macworld Expo 2011 ที่ผ่านมา ไร้เงา Apple และไม่ค่อยจะมีสีสันของข่าวให้ได้ติดตามกันสักเท่าไร อย่างไรก็ตาม ทางเว็บไซต์ arip มีแก็ดเจ็ต (Gadget) เก็บตกจากงานนี้มาฝากกันครับ นั่นก็คือ PADX-1 LEDGE Wearcom คู่หู iPad ใหม่ล่าสุด เพราะมันจะช่วยให้คุณสามารถใช้ iPad ได้อย่างสะดวกสบายทุกที่ทุกเวลา

ความ จริง PADX-1 LEDGE Wearcom ก็คือ ชุดแจ็คเก็ตที่ได้รับการออกแบบให้มีช่องใส่ iPad แบบรูดซิปเปิดปิดได้ คล้ายๆ กับกระเป๋าด้านหน้าของเสื้อกันหนาว ความพิเศษของมันไม่ได้มีแค่ช่องใส่ iPad เท่านั้น แต่เมื่อรูดซิปออกมา ด้านในจะมีสายรั้งที่สามารถยึดให้ iPad สามารถวางตัวในแนวนอนตั้งฉากกับลำตัวผู้ใช้ ในระดับที่สามารถใช้นิ้วสัมผัส iPad ได้โดยไม่ต้องถือ (iPad handfree stand) ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน iPad ได้อย่างสะดวกสบาย แม้ขณะกำลังเดิน (ระวังตกท่อด้วยล่ะ) อีกทั้งยังสามารถเก็บใส่เข้าไปในเสื้อ แล้วรูดซิปปิดได้อย่างแนบเนียน ดีไซน์ที่ไม่ประเจิดประเจ้อเหมือนเสื้อ iPad รุ่นอื่นๆ อีกทั้งยังสะดวกสบายในการใช้งาน ทำให้ PADX-1 LEDGE Wearcom ในงาน Macworld Expo 2011 ได้รับการกล่าวถึงพอสมควร 

 

 

 

ทางบริษัทผู้ผลิต PADX-1 LEDGE Wearcom ยังกล่าวอีกด้วยว่า กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบแจ็คเก็ตใส่ Samsung Galaxy Tab และ Toshiba Smartpad รวมถึง ViewSonic ViewPad ซึ่งนอกจากแจ็คเก็ตสำหรับแท็บเล็ตแล้ว ทางบริษัทยังได้ดีไซน์ชุดที่มาพร้อมกับซองใสใส่ iPhone บริเวณข้อมือ โดยสามารถยกมือขึ้นมา และใช้อีกมือสัมผัสหน้าจอ เพื่อใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวอุปกรณ์จะเลอะเทอะ หรือเปียกน้ำหากฝนตก แถมส่วนที่เป็นผ้าปิดให้มองไม่เห็นประเจิดประเจ้ออีกด้วย

 

 

 

ข้อมูลจาก: alphynind

 

แอพไอโฟนแค่ฟังเสียง"ทีวี"รู้ชื่อรายการ

พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ หลายคนนอกจากจะติดทีวีเป็นชีวิตจิตใจแล้ว ยังติดโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้ง Facebook และ Twitter อีกด้วย และเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้ชีวิตกับสองสิ่งนี้ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น IntoNow จึงได้พัฒนาแอพฯบน iPhone ที่มีชื่อเดียวกัน ซึ่งสามารถฟัง"เสียง"ทีวี เพื่อระบุชื่อรายการ ตลอดจนชื่อตอน เพื่อให้คุณโพสต์ในวอลล์ หรือทวีตแชร์เพื่อนๆ ได้ภายในอึดใจ...อะไรจะปานนั้น

 



เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บริษัท IntoNow ได้แนะนำแอพฯบน iPhone ทีมีลักษณะการทำงานคล้าย Shazam ที่สามารถฟังเสียงเพลงที่กำลังเล่น แล้วสามารถระบุชื่อเพลงพร้อมอัลบัมตลอดจนลิงค์ฟังเพลงตัวอย่าง หรือสั่งซื้อ ได้เลย แต่สำหรับ IntoNow จะเป็นแอพฯที่สามารถฟัง"เสียง"จากทีวี แล้ววิเคราะห์ เพื่อระบุให้ทราบได้ว่า รายการทีวีที่กำลังชมอยู่ในขณะนั้นเป็นรายการอะไร หรือแม้แต่ภาพยนต์เรื่องอะไร? และเมื่อแอพฯสามารถระบุชื่อรายการได้แล้ว ผู้ใช้ยังสามารถแชร์ข้อมูลนั้นไปให้กับเพื่อนๆ ในโซเชียลเน็ตเวิร์กจากในแอพฯ หรือบน Facebook และ Twitter ได้อีกด้วย

IntoNow ไม่ได้แค่สามารถรู้จำรายการทีวีที่มันได้ยินเสียงเท่านั้น แต่มันยังสามารถส่งระบุชื่อตอนของรายการที่กำลังชมขณะนั้น ตลอดจนบอกได้ว่า มันเป็นรายการสด หรือออกอากาศซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ตัวแอพฯยังเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล IMDb, iTunes และ Netflix ทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหารายการโชว์ เพื่อเช่ามาชมได้ภายในคลิกเดียวบน iPhone นอกจากนี้ IntoNow ยังมีคุณสมบัติของการเป็นโซเชียลแอพฯด้วย กล่าวคือ ผู้ใช้สามารถเพิ่มเพื่อน หรือติดตาม และโพสต์คอมเมนต์เกี่ยวกับนิสัยความชื่นชอบในการรับชมทีวีของเพื่อนๆ ได้ สำหรับเทคโนโลยีของ IntoNow นี้เรียกว่า SoundPrint อย่างไรก็ตาม แม้แอพของ IntoNow จะมีนวตกรรมที่น่าสนใจ แต่ในทางปฏิบัติมันจะมีประโยชน์ หรือไม่? เนื่องจากบริการเคเบิ้ลทีวีต่างก็จะมีปุ่ม info บนรีโมทให้กดดูได้อยู่แล้ว ซึ่งคุณก็สามารถพิมพ์ข้อความทวีต หรือโพสต์ในเฟซบุ๊คได้เหมือนกัน


 

 

 

ข้อมูลจาก: intonow

 

Android โอเอสมือถือที่ขายดีที่สุดในโลก

รายงานวิจัยตลาดล่าสุดจากบริษัท Canalys เปิดเผยว่า ยอดขายของสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2010 มีตัวเลขสูงถึง 32.9 ล้านเครื่อง ซึ่งผลจากตัวเลขดังกล่าวทำให้ Android ขึ้นแท่นระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนที่ขายดีทีสุดในโลกแซงหน้า Symbian ที่มียอดขายตกเป็นอันดับสองอยู่ที่ 31 ล้านเครื่องไปเรียบร้อยแล้ว

หาก พิจารณาในแง่ส่วนแบ่งตลาด Android มีอัตราการเติบโตสูงถึง 615% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2009 โดยล่าสุด มือถือ Android มีส่วนแบ่งตลาด 32.5% ในขณะที่ Symbian ตกจาก 44.4% มาอยู่ที่ 30.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 45% ได้แก่ HTC และ Samsung ส่วน iOS ของ Apple มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 คือ 16% โดยในไตรมาสสุดท้าย ยอดขายของ iPhone ทะลุ 16.2 ล้านเครื่อง

ทาง ด้าน BlackBerry ของ RIM ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาก็มียอดขายตกลงเช่นกัน โดยลดลงจาก 20% ในปี 2009 มาอยู่ที่ 14.4% ส่วนโอเอสบนมือถือของ Windows รั้งท้ายอันดับ 5 โดยเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2009 ซึ่งยังเป็นWindows Mobile 6.x กับ Windows Phone 7 ปรากฎว่า ส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 7.3 เหลือ 3.1 แม้ตามรายงานข่าวล่าสุด Microsoft จะออกมาเปิดเผยว่า ยอดส่งสินค้าของ Windows Phone 7 ในช่วงสามเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีจะทะลุ 2 ล้านเครื่องไปแล้วก็ตาม งานนี้ Microsoft คงต้องออกแรงฮึดอีกไม่น้อยเลยทีเดียว 

 

เว็บไซต์ในข่าว: android

 

LG Optimus 3D สมาร์ทโฟน 3D ตัวจริง

รายงานข่าวล่าสุด ภาพหลุดของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ LG Optimus 3D ที่กำลังว่อนเน็ตอยู่ในขณะนี้ คาดว่าจะเปิดตัวในงาน MWC 2011 ที่จะจัดให้มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 - 17 กุมภาพันธ์ 2011 ที่กรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน โดยคุณสมบัติเด่นของมันก็คือ สามารถเล่น และบันทึกคอนเท็นต์ 3D ที่สามารถรับชมได้โดยไม่ต้องสวมแว่นตา

LG Optimus 3D สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่สามารถให้ประสบการณ์ 3 มิติกับผู้ใช้ โดยไม่ต้องสวมแว่นตาพิเศษแต่อย่างใด ซึ่งนอกจากจะเล่นคอนเท็นต์ 3D ได้แล้ว LG Optimus 3D ยังมาพร้อมกับกล้องคู่ที่สามารถบันทึกวิดีโอในรูปแบบ 3D ได้อีกด้วย แม้จะยังไม่มีของจริงให้เห็นสำหรับคุณภาพของการแสดงผล 3 มิติ แต่การที่สมาร์ทโฟนจากบริษัทชั้นนำกระโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้ ก็น่าจะทำให้ผู้บริโภคได้ตื่นเต้นกันพอสมควร

LG Optimus 3D เกิดจากความต้องการแก้ปัญหาอุปกรณ์เครื่องเล่น 3 มิติที่พบว่า ไม่ค่อยมีคอนเท็นต์ 3D ให้ได้เล่นสักเท่าไร การที่สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ตอบโจทย์เรื่องของความสามารถในการบันทึกคอนเท็นต์ 3D ด้วย จึงอาจจะเป็นการตอบโจทย์ที่สมบูรณ์ ถึงเวลาคอนเท็นต์ 3 มิติออกอาละวาดแล้ว ในส่วนของสเป็กเบื้องต้น ใช้โพรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ Nvidia Tegra 2 จอ 4.3 นิ้ว หน่วยความจำ multi-channel RAM กล้องหน้าหลัง พร้อมพอร์ต HDMI 1.4 และการแชร์คอนเท็นไร้สายด้วยเทคโนโลยี DLNA อย่างไรก็ตาม คงต้องพิสูจน์ความแรงของมันอีกทีในงาน Mobile World Congress 2011 ว่าจะได้รับความสนใจมากน้อยเพียงใด คอยติดตามได้จากรายงานข่าวในเว็บไซต์ arip นะครับ

 

เว็บไซต์ในข่าว: LG

 

พบข้อผิดพลาดในชิปเซต Intel รุ่นล่าสุด

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อินเทล (Intel) บริษัทผู้ผลิตโพรเซสเซอร์ และชิปเซตที่ใหญ่ที่สุดในโลกประกาศว่า ทางบริษัทพบข้อผิดพลาดหนึ่งในชิปเซตของแพลตฟอร์มล่าสุด ซึ่งความผิดพลาดดังกล่าวส่งผลให้บริษัทพลาดเป้าทางด้านยอดขายประมาณ 1 พันล้านเหรียญฯ อีกทั้งยังทำให้รายได้ในไตรมาสแรกลดลง 300 ล้านเหรียญฯ ในขณะที่กำไรขั้นต้นลดลง 2%
นอกจากรายได้ที่คาดว่าจะลดลงไป 300 ล้านเหรียญฯแล้ว ทางบริษัทยังจะต้องใช้จ่ายอีกประมาณ 700 ล้านเหรียญฯในการเปลี่ยนชิป และระบบที่มีข้อผิดพลาดอีกด้วย สำหรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจะอยู่ในชิปเซต (หรือชิปที่ใช้สนับสนุนการทำงาน) ของโพรเซสเซอร์ Intel โมเดลล่าสุดที่ชื่อ Sandy Bridge  ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเป็นแพลตฟอร์มที่พัฒนาทางด้านการทำงานกราฟิกของคอมพิวเตอร์ หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นแพลตฟอร์มที่ชนกับคู่แข่งอย่าง AMD นั่นเอง

ทั้ง นี้ Intel เปิดเผยว่า ทางบริษํทได้แก้ไขข้อผิดพลาดแล้ว และเริ่มผลิตชิปเวอร์ชันใหม่ที่แก้ไขปัญหาแล้วด้วย "เนื่องจากชิปเซตที่มีปัญหาเกิดขึ้นกับแพลตฟอร์มที่เพิ่งออก ซึ่งยังไม่มีการใช้ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่นี้มากนัก ช่วยให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่มากเกินไป" นักวิเคราะห์ กล่าว ชิปเซต (Chipset) หมายถึง ชิปที่สนับสนุนการทำงานร่วมกับโพรเซสเซอร์ที่เปรียบสมองของคอมพิวเตอร์ โดย จะเชื่อมโยงการทำงานของแพลตฟอร์ม (โพรเซสเซอร์+ชิปเซต) กับชิ้นส่วนอื่นๆ ของคอมพิวเตอร์ และฟังก์ชันต่างๆ อย่างไรก็ตาม การเกิดปัญหากับชิปแค่หนึ่งตัวในชิปเซตอาจจะต้องใช้เวลาร่วมเดือนในการผลิต

อิน เทลคาดว่า จะเริ่มส่งมอบชิปเซตอัพเดตให้กับลูกค้าได้ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งทางบริษัทได้ส่งมอบชิปมีปัญหา และต้องใส่ตัวใหม่เข้าไปแทนถึง 8 ล้านตัว อย่างไรก็ดี ทางบริษัทมั่นใจว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว โดยระบบทั้งหมดจะได้รับการเปลี่ยน และแก้ไข ตลอดจนส่วนของการผลิตชิปที่ถูกต้องสมบูรณ์จะดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม เป็นต้นไป ทั้งนี้โพรเซสเซอร์ในแพลตฟอร์ม Sandy Bridge จะไม่สามารถทำงานได้หากขาดชิปเซตใหม่ นักวิเคราะห์กล่าวว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ Intel เสียโอกาส ในขณะที่ AMD ก็มีแพลตฟอร์มใหม่ออกมาเหมือนกัน

ล่าสุดยังไม่มีรายงานจากผู้บริโภค ว่า พบปัญหาการใช้งานแต่อย่างใด นับตั้งแต่เปิดจำหน่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้แพลตฟอร์ม Sandy Bridge มาตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ที่ไปพร้อมกับชิปเซตที่มีปัญหา สำหรับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเกิดในขั้นตอนการทดสอบที่เรียกว่า Stress test โดยพบว่า มีอยู่หนึ่งฟังก์ชันในชิปเซตที่มันหยุดทำงานก่อนคอมพิวเตอร์จะหมดอายุใช้งาน ตามค่าเฉลี่ย พูดง่ายๆ ก็คือ ฟังก์ชันดังกล่าวมีอายุสั้นกว่าอายุการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ นั่นเอง 

 

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: Intel

 

The Daily หนังสือพิมพ์ iPad เปิดตัวแล้ว

และแล้ว The Daily หนังสือพิมพ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้บนไอแพด (iPad) ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ววันนี้ ซึ่งมันจะเป็นการผสานการรายงานข่าวกับเทคโนโลยีอย่าง iPad ได้อย่างลงตัว โดยคาดว่าจะสามารถดึงดูดให้ผู้บริโภคสนใจสมัครอ่าน The Daily ได้มากพอ ตลอดจนโฆษณาที่จะยอมจ่าย เพื่อเผยแพร่สินค้า และบริการด้วยรูปแบบใหม่ของการรายงานข่าวในลักษณะนี้

 

News Corp สื่อยักษ์ใหญ่ภายใต้การบริหารของ Rupert Murdoch จะให้บริการ The Daily กับสมาชิกด้วยราคาเพียง 99 เซนต์ (ประมาณ 32 บาท) ต่อสัปดาห์ หรือ 40 เหรียญฯ  (1,240 บาท) ต่อปี ซึ่งราคาต่ำกว่าที่สำนักพิมพ์หลายๆ แห่งเก็บค่าบริการต่อเดือนในการส่งหนังสือพิมพ์ให้ตามบ้านเสียอีก เนื่องจาก The Daily ไม่มีค่ากระดาษ ค่าพิมพ์ และค่าจัดส่งแบบหนังสือพิมพ์นั่นเอง

 

 

 

The Daily หนังสือพิมพ์ดิจิตอลจะผลิตโดยผู้สื่อข่าวในนิวยอร์ก และลอสแองเจลลีส รวมถึงเครือข่ายนักข่าวฟรีแลนซ์ โดยจะแบ่งออกเป็นเซคชั่นต่างๆ ได้แก่ ข่าว (news) ข่าวซุบซิบ (gossip) บทความคิดเห็น (opinion) ซึ่งทั้งหมดจะส่งไปยังสมาชิกบน iPad ทุกเช้า แต่ละฉบับจะมีหน้าข่าวให้อ่านมากถึง 100 หน้า iPad อย่างไรก็ตาม คอนเท็นต์ของ The Daily จะอัพเดตไม่บ่อยเท่ากับเว็บไซต์ "ตอนนี้ผู้คนทั้งที่นี่เอง และทั่วโลกไม่อ่านหนังสือพิมพ์ หรือดูข่าวจากทีวีมากเหมือนแต่ก่อน" Murdoch กล่าวในระหว่างการเปิดตัว The Daily ที่ Guggenheim Museum ในนิวยอร์ก "แต่พวกเขาบริโภคสื่อ และมีความคาดหวังว่า คอนเท็นต์ที่พวกเขาได้รับจะต้องเกี่ยวข้องกับความสนใจโดยเฉพาะได้ทุกที่ทุก เวลา"

 

 

 

The Daily เป็นกรณีศึกษาตัวอย่างล่าสุดที่บริษัทผู้ผลิตสื่อกำลังพยายามที่จะใช้ความ นิยมของ iPad ในการหาแหล่งรายได้ใหม่ ซึงปัจจุบันสำนักพิมพ์หลายๆ แห่งก็มีสื่อของตนเองบน iPad ในเวอร์ชันแจกฟรี หรือซื้อเป็นแอพฯ เพิ่มเติมจากสื่อดั้งเดิม โอกาสของหนังสือพิมพ์อยู่ที่ดิจิตอล เนื่องจากรายได้โฆษณาหนังสือพิมพ์กำลังลดลง ในขณะที่บนเว็บไซต์กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ "เรามั่นใจ และต้องทำให้ธุรกิจการทำข่าวกลับมาผงาดได้อีกครั้ง" Murdoch กล่าว

 

เว็บไซต์ในข่าว: thedaily

 

ตื่น!!! คลิป UFO โผล่ที่เยรูซาเลมว่อนเน็ต

ชาวเน็ตทั่วโลกตื่นตะลึงกับอีกคร้้ง เมื่อมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ วัตถุบินลึกลับ (UFO) ที่โผล่อยู่เหนือ"โดมครอบก้อนหิน" (Dome of the Rock) ที่เยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล โดยมีการเผยแพร่วิดีโอจากพยานที่พบเห็น 3 รายด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นมาจากผู้หญิงคนหนึ่งจากมิสซิสซิปปี

 

 
 
และ เช่นเดียวกับที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการพบเห็น UFO ทุกครั้ง นั่นคือ คลิปที่เห็นจะต้องไม่ชัด เบลอๆ พร้อมด้วยเสียงแสดงอาการตื่นเต้นของผู้บันทึกวิดีโอ และดูเหมือน UFO จะรู้ตัวทุกครั้งที่ถูกแอบบันทึก ที่สำคัญภาพจะถูกบันทึกจากที่ห่างไกลเสมอ และ UFO จะมีเสียงเครื่องยนต์ที่เบามาก แต่สว่างจ้าจนเห็นได้แต่ไกล อย่างไรก็ตาม คลิป UFO ชุดล่าสุดทีมีการเผยแพร่ออกมาครั้งนี้ทำให้ชาวเน็ตแตกตื่นเข้าไปดูกันใน YouTube กว่าครึ่งล้านภายใน 3 วัน แถมยังมีการทำคลิปเปรียบเทียบเวลาของการมองเห็น UFO จากคลิปทั้ง 3 อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่า คลิปที่ 3 ที่ปล่อยออกมาเป็นฝีมือรัฐบาล และสื่อ เพื่อบิดเบือนว่ามันเป็นเรื่องโกหก แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ คิดอย่างไรกับเรื่องนี้?
 

 

ข้อมูลจาก: YouTube

 

แฮค Chrome ได้เอาไป 20,000 เหรียญฯ

ในความพยายามที่จะทำให้บราวเซอร์ Chrome มีความปลอดภัยมากขึ้น Google ประกาศกร้าวท้าทายแฮคเกอร์ทั่วโลกด้วยเงินรางวัลถึง 20,000 เหรียญฯ (ประมาณ 660,000 บาท) และโน้ตบุ๊ค CR-48 Chrome OS สำหรับแฮคเกอร์คนแรกที่สามารถแฮคบราวเซอร์ Chrome เพื่อเจาะเข้าไปยังระบบคอมพิวเตอร์ได้ ซึ่งนี่เป็นครั้งที่ 5 สำหรบการแข่งขันการแฮคระบบประจำปีที่ใช้ชื่อว่า Pwn2Own โดยจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 9 - 11 มีนาคม และการแข่งขันนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานประชุมระบบรักษาความปลอดภัย CanSecWest ที่รัฐบริติชโคลัมเบีย แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

รายงานข่าวจากเว็ฐไซต์ TippingPoint ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้พัฒนาบราวเซอร์เพิ่มเงินรางวัลในการแฮค และเป็นครั้งแรกที่ Google เข้าร่วม พร้อมทั้งเป็นสปอนเซอร์ของงานนี้ การเพิ่มเงินรางวัล และเป็นสปอนเซอร์ในงานครั้งนี้ของ Google เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัททราบว่า บราวเซอร์ Chrome อาจจะไม่ได้เข้าร่วมในการแข่งขัน เนื่องจากมันคล้ายกับ Safari ของ Apple ที่ใช้กลไกโอเพ่นซอร์สอย่าง Webkit เหมือนกัน ทั้งๆ ที่การแข่งขันเมื่อปีที่แล้ว Chrome มีประสิทธิภาพของระบบรักษาความปลอดภัยดีที่สุดเมื่อเทียบกับ บราวเซอร์คู่แข่งรายอื่นๆ ข้อมูลจาก Net Application เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาอีกด้วยว่า บราวเซอร์ Chrome มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 10.7% แล้ว ในขณะที่ IE ลดลง (คนเลิกใช้ IE6 เปลี่ยนไปใช้ Chrome กับ Safari) เหลือ 56% ส่วน Firefox ไม่ลดไม่เพิ่มอยู่ที่ 22.8%

ใน การสนับสนุนงานครั้งนี้ทาง Google ได้มอบเงิน 105,000 เหรียญฯ (ประมาณ 3.3 ล้านบาท) ให้กับ Pwn2Own ใช้เป็นรางวัลให้กับแฮคเกอร์ที่สามารถเจาะบราวเซอร์ และอุปกรณ์โมบายอื่นๆ อีกด้วย โดยใครที่สามารถเจาะ IE, Safari หรือ Firefox จะได้เงินรางวัลถึง 15,000 เหรียญฯ (ประมาณ 480,000 บาท) ส่วนผู้ที่แฮค Windows Phone 7, iPhone 4, BlackBerry 6 OS หรือ Android จะได้เงินรางวัล 15,000 เหรียญฯ เช่นเดียวกัน "การแข่งขันครังนี้จะเหมือนกับครั้งที่แล้ว โดยจะโฟกัสที่ 2 เทคโนโลยีหลักคือ เว็บบราวเซอร์ กับอุปกรณ์โมบาย" ผู้บริหารจาก TippingPoint กล่าว "การแข่งขัน Pwn2Own เรามุ่งเน้นที่จะสาธิตการทำงานของระบบรักษาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ กันอยู่ทุกวันนี้ว่า มีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด" งานนี้ Google ต้อนรับน้องใหม่อย่าง Windows Phone 7 ด้วยการอัดฉีดแฮคเกอร์ให้ลองพยายามแฮคโอเอสบนมือถือตัวนี้ดู ว่าแต่ WP7 จะสอบผ่านไหมนะ?

 

ข้อมูลจาก: tippingpoint

 

มือถือ+โน้ตบุ๊ค Motorola Atrix 4G

ในงาน CES 2011 เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา Motorola ได้สร้างกระแสความสนใจจากสื่อมวลชนได้ไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับสมาร์ทโฟนแอ นดรอยด์ที่ชื่อว่า Atrix 4G เนื่องจากมันไม่เพียงแต่จะมีสเป็กที่เยี่ยมยอดเท่านั้น แต่ยังสามารถแปลงร่างเป็นโน้ตบุ๊คบางเฉียบได้อย่างน่าอัศจรรย์ด้วย Laptop Dock ซึ่งล่าสุด AT&T ผู้ให้บริการเครือข่ายยักษ์ใหญ่กำลังเตรียมแพคเกจสุดคุ้ม โดยผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของ Atrix 4G พร้อม Laptop Dock ได้ในราคา 499.99 เหรียญฯ (ประมาณ 16,000 บาท) หรือจะซื้อเฉพาะ Laptop Dock ในราคา 499.99 เหรียญฯ เช่นเดียวกัน...อุ๊ปส์!!!

ไม่น่าเชื่อว่า Laptop Dock ของ Motorola Atrix 4G จะมีราคาเท่ากับ iPad ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่จอกับคีย์บอร์ด พร้อมแบตเตอรี่ โดยต้องอาศัยพลังประมวลผลจากมือถือ ฟังดูแทบไม่มีเหตุผลเลย ที่มันควรจะมีราคาเท่ากับคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง ประเด็นก็คือ AT&T ต้องการบังคับผู้ใช้ให้ตัดสินใจเลือก Atrix 4G กับ Laptop Dock เพื่อผูกกับชุดแพคเกจค่าบริการ 20 เหรียญฯ (ประมาณ 660 บาท) ต่อเดือนนั่นเอง ซึ่งก็คงจะทำให้ผู้บริโภคที่สนใจ Atrix 4G ตัดสินใจได้ไม่ยากนัก เพราะยังไงมันก็ฉลาดกว่าซื้อ Laptop Dock แยกต่างหากอยู่แล้ว โดย Motorola Atrix 4G จะใช้เครือข่าย 4G (HSPA+) ของ AT&T และจะเริ่มเปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ศกนี้ (ส่งมอบประมาณต้นเดือนมีนาคม)

คุณสมบัติ ของ Motorola Atrix 4G จะประกอบด้วย หน่วยความจำ 1GB หน้าจอ QHD (960x540 พิกเซล) ขนาด 4 นิ้ว ทำงานในระบบสัมผัส สนับสนุนการเล่นวิดีโอ HD และระบบล็อกอินที่มีความปลอดภัย ระบบเสียงสำหรับการสนทนาจะใช้ไมโครโฟน 2 ตัว เนื่องจากใช้เทคโนโลยีลดเสียงรบกวน (nois-reduction) พร้อมด้วยกล้อง VGA ด้านหน้า และ กล้อง 5 ล้านพิกเซลที่ด้านหลัง เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi, Bluetooth ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 2.2 เหนืออื่นใด มันมาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ Nvidia Tegra 2 Dual-Core ความเร็ว 1GHz ซึ่งเมื่อต่อเข้ากับ Laptop Dock ผู้บริโภคจะได้ใช้โน้ตบุ๊คที่สนับสนุนความสามารถทางมัลตีมีเดียครบครันที เดียว

 

 

 

ข้อมูลจาก: AT&T

 

โฆษณา Motorola XOOM เหน็บ Apple

เมื่อวานนี้ Motorola ยิงโฆษณาแพงสุดขีดในช่วงการแข่งขัน Supoer Bowl เพื่อโชว์Motorola XOOM แท็บเล็ตที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในงาน CES 2011 ที่ผ่านมา แถมยังได้รับการกล่าวขวัญว่า มันเป็น"แท็บเล็ต"คู่แข่งของ iPad ตัวจริง ด้วยพลังประมวลผลดูอัลคอร์ และ Android 3.0 ที่เกิดมาเพื่อแท็บเล็ตโดยเฉพาะ

สำหรับ โฆษณาของ Motorola XOOM หากไม่มีการแนะนำที่มาที่ไป เชื่อว่า คุณผู้อ่านหลายท่านอาจจะงงเล็กน้อยว่า Motorola ต้องการสื่ออะไร? โดยตัวโฆษณาจะแสดงให้เห็นฝูงชนที่แต่งตัวด้วยชุดเสื้อคลุมสีขาวเหมือนกันหมด และดูเหมือนไร้จิตใจ เดินตามกันไปอย่างไม่คิด และทุกคนใช้ฮาร์ดแวร์เหมือนกัน (สายหูฟังสีขาว น่าจะหมายถึง iPhone, iPod Touch) ตรงกันข้ามชายหนุ่มที่ดูแตกต่างทั้งชุดแต่งกาย และสิ่งที่อยู่ในมือ (Motorola XOOM) ซึ่งกำลังตามหาคนรักของเขา แต่ก็หาไม่เจอ เนื่องจากทุกคนเหมือนกันหมด แม้เธอคนนั้นจะยืนอยู่ข้างหน้าเขาภายในลิฟต์ โห...เหน็บแรงเหมือนกันนะเนี่ย

 

 

 

ประเด็น ไม่ใช่แค่ภาพยนต์โฆษณาที่พยายามชี้ว่า ผู้บริโภคกำลังตกอยู่ในอำนาจของ Apple ที่ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้มีทางเลือก เหมือนถูกควบคุมความคิด ความอ่าน ตลอดจนการตัดสนใจในเรื่องต่างๆ โดยรัฐฯ ในนิยายเรื่อง 1984 ของ George Orwell ซึ่งเป็น e-book ที่ชายคนนี้เปิดอ่านในตอนต้นของโฆษณา สื่อให้เห็นว่า แม้เขาจะอ่านนิยายเรื่องดังกล่าว (แทนลัทธิ Apple) แต่เขาก็เลือกที่จะใช้ XOOM และไม่ใช้ฮาร์ดแวร์เหมือนคนอื่นที่รวมถึงคนรักของเขาด้วย โฆษณาชิ้นนี้เป็น การล้อเลียนโฆษณาเปิดตัว Mac ของ Apple ในปี 1984 ที่ทุกคนติดอยู่กับพีซี เดินตามกัน คิดตามกัน เป็นแถว ฟังผู้นำที่กำลังสะกดจิตทุกคนผ่านจอขนาดยักษ์ จนกระทั่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งแหวกขึ้นมา แล้วปาค้อนไปที่หน้าจอ เพื่อบอกว่า เลิกคิดเหมือนกัน ใช้เหมือนกัน มาใช้ Mac ดีกว่า...งานนี้จะบอกว่า Motorola คิดเหมือน Apple ด้วยโฆษณาที่แนะให้เปลี่ยนใจใช้ XOOM แทน iPad/iPhone นั่นเอง...เฮ่อ...เข้าใจยากดีจัง :D

 

 

 

ข้อมูลจาก: Youtube

 

โฆษณา Sony Xperia Play รั่วว่อนเน็ต!!!

มาดูโฆษณากันอีกสักชิ้นสองชิ้นก็แล้วกันนะครับ คราวนี้เป็นของ Sony ยักษ์ใหญ่ที่หันมาเอาดีทางด้านสมาร์ทโฟน"แอนดรอยด์" (Android) ด้วยเหมือนกัน แถมยังใช้จุดแข็งของการเป็นเจ้าตลาดเครื่องเล่นเกมส์พกพาอย่าง PSP รวมสมาร์ทโฟนเข้ากับ PSP กลายเป็น Xperia Play หรือ PSP phone ที่ทั่วโลกกำลังจับตา และรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

แต่ ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ คงมีแต่คลิปหลุดจากโรงงานออกมาให้เห็นเป็นระยะๆ (กำหนดการเปิดตัวน่าจะเป็นเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนวางตลาดคาดว่า เมษายน ศกนี้) ล่าสุดมีโฆษณา Sony Xperia Play หลุดรั่วออกมาบนเน็ต ตามด้วยภาพของบูธทีใช้แสดง และสาธิตมือถือเกมส์พกพารุ่นนี้ออกมาให้ได้เห็นกันอีกด้วย สำหรับโฆษณาที่ทำออกมา ดูเหมือน Sony กำลังจะสื่อว่า Xperia Play คือ สมาร์ทโฟน"แอนดรอยด์"ที่ได้รับการพัฒนาให้เล่นเกมส์แบบ PSP ได้ โดยใช้แมสคอต "หุ่นยนต์สีเขียว" ได้รับการผ่าตัดให้มือของมันมีนิ้วโป้งออกมา (อะจึ๋ย!!!) นัยว่า แอนดรอยด์โฟนของ Sony กำลังได้รับการพัฒนาให้เล่นเกมส์ได้ โดยมีนิ้วโป้งไว้กดปุ่มเกมส์ได้ แล้ว อืม...แต่ดูแล้วรู้สึกน่ากลัวเล็กๆ นะเนี่ย :P 

 

หมาย เหตุ: แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โฆษณาผลิตภัณฑ์ของ Sony จะออกมาในแนวล้ำๆ หลอนๆ เพราะหากย้อนกลับไปในปี 2006 โฆษณา PS3 ก็ดูหลอนไม่แพ้กัน ลองชมคลิปข้างล่างนี้ดูนะครับ :D

 

 

 

ข้อมูลจาก: youtube

 

HP TouchSmart PC จอ"เอนหลัง"ได้

ในขณะที่ Apple ยังคงใช้การโต้ตอบกับ iMac (All-In-One PC) ด้วยระบบสัมผัสหน้าจอในลักษณะเกือบตั้งฉาก ซึ่งเวลาใช้งานนานๆ จะเกิดอาการเมื่อยแขน และมือได้ เนื่องจากต้องยกแขนและข้อมือขึ้นขนานกับหน้าจอ ล่าสุด HP กำลังสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับตลาดด้วยการออก TouchSmart PC ที่แก้ปัญหาดังกล่าวได้

 

HP TouchSmart 610 และ 9300 เดสก์ทอปแบบ All-In-One รุ่นใหม่ที่ตอบสนองการใช้งาน และความบันเทิงได้อย่างครบครัน โดยมาพร้อมกับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวกว่าเดิม ด้วยขนาดหน้าจอสัมผัส 23 นิ้ว สนับสนุนการแสดงผลวิดีโอ Full HD 1080p (1920 x 1080) ซึ่งสำหรับ TouchSmart PC รุ่นใหม่นี้ แทนที่ผู้ใช้จะต้องยกแขนขึ้นสัมผัสหน้าจอ ด้วยดีไซน์ใหม่ หน้าจอของมันจะสามารถเลื่อนให้เอนลงให้ทำมุมกับพื้น 60 องศา ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องยกแขน แถมยังสามารถใช้ระบบมัลติทัชของหน้าจอได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนเรื่องของมุมมองบนหน้าจอ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเห็นไม่ถนัด เนื่องจาก TouchSmart PC รุ่นนี้จะมาพร้อมกับ LED (ด้านหลังของหน้าจอ LCD) ทีสามารถให้แสงสว่างในมุมทีกว้างขึ้นกว่าเดิม

HP TouchSmart 610 จะมีสนนราคาอยู่ที่ 900 เหรียญฯ (ประมาณ 28,000 บาท) และจะเริ่มวางตลาดในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ศกนี้ โดยมีซีพียูให้เลือกจากทั้งสองค่ายคือ Intel และ AMD หน่วยความจำเพิ่มได้สูงสุด 16GB สตอเรจ 1TB ไดรฟ์ Blu-Ray และลำโพง Beats Audio ส่วนรุ่น 9300 จะวางตลาดในเดือนพฤษภาคม โดยใช้โพรเซสเซอร์ Intel Sandybridge สตอเรจจะเป็น SSD 160GB และเว็บแคม 2 ล้านพิกเซล ส่วนเรื่องของราคายังไม่มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด

 

 

 

 เว็บไซต์ในข่าว: HP

 

Dell เล็งออก"แท็บเล็ต" Win7 ปลายปีนี้

หลังจากที่เดลล์ (Dell) กระโดดเข้าสู่สมรภูมิ"แท็บเล็ต"ด้วย Dell Streak ที่มีขนาดเล็กสุดในท้องตลาด (หน้าจอ 5 นิ้ว) และทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android รายงานข่าวล่าสุด Dell กำลังจะเปิดตลาดนี้ให้กว้างยิ่งขึ้นด้วยการออกแท็บเล็ตที่ทำงานด้วยระบบ ปฏิบัติการ Windows 7 และมีขนาดหน้าจอ 10 นิ้ว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจ
เมื่อวานนี้ Dell ประกาศว่า ทางบริษัทจะแนะนำแท็บเล็ต Windows 7 ที่มีขนาดหน้าจอ 10 นิ้ว ซึ่งได้รับการออกแบบสำหรับผู้ใช้ในองค์กร โดยคาดว่าจะวางตลาดได้ในช่วงปลายปีนี้ นอกจากแท็บเล็ตรุ่นดังกล่าวแล้ว ทางบริษัทยังมีแผนที่จะออกแท็บเล็ต Android ที่มีหน้าจอขนาด 10 นิ้วในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

 

ในส่วนของ"แท็บเล็ต"ที่ทำงานด้วยระบบ ปฏิบัติการ Windows 7 จะมีชื่อเรียกว่า XT3 โดยจะมีส่วนที่เป็นแท็บเล็ต และพีซีในตัว XT3 จะมาพร้อมกับคีย์บอร์ด และหน้าจอที่หมุนได้ เพื่อพับกลับเป็น"แท็บเล็ต" ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มธุรกิจที่ต้องการใช้งานในลักษณะของคอมพิวเตอร์ที่ สามารถแก้ไข หรือพิมพ์งานเอกสารได้อย่างคล่องตัว และนั่นคือความพยายามของ Dell ในการพัฒนา XT3 ออกมา นอกจากนี้ ผู้ใช้ในธุรกิจองค์กรยังต้องการแท็บเล็ตที่สามารถใช้งานกับระบบคอมพิวเตอร์ ภายในองค์กรได้ดีกว่า ตลอดจนการเชื่อมกับระบบรักษาความปลอดภัย (โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้แพลตฟอร์มของ Windows)

 

สำหรับวิธีคิดในการที่ จะทำแท็บเล็ตที่เหมาะกับธุรกิจด้วยการใช้โอเอสที่คุ้นเคยอย่าง Windows 7 แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่า Windows 7 ไม่เหมาะกับแพลตฟอร์มอย่าง"แท็บเล็ต" อีกทั้งยังต้องเจอกับคู่แข่งอย่าง PlayBook ของ RIM ทีมีกำหนดการวางตลาดช่วงกลางปีนี้ ในส่วนของสเป็กเครื่อง XT3 ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนออกมาแต่อย่างใด แต่ที่แน่ๆ คือใช้โพรเซสเซอร์ Intel Core รุ่นใหม่

 

เว็บไซต์ในข่าว: dell

 

Intel แก้ไขบั๊ก"ชิปเซต"เรียบร้อยแล้ว!!!

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีรายงานข่าวว่า พบข้อผิดพลาดใน"ชิปเซต" (chipset) ที่ใช้กับโพรเซสเซอร์แพลตฟอร์มใหม่อย่าง Snady Bridge ล่าสุดทาง Intel ได้ออกมาประกาศว่า Cougar Point โค้ดเนมของ"ชิปเซต"ที่พบข้อผิดพลาดได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ในขณะเดียวกันทางบริษัทได้เริ่มผลิตชิปเซตรุ่นใหม่แล้วด้วย

Cougar Point เป็นชิปเซตที่สนับสนุนการทำงานของโพรเซส Intel Core รุ่นที่สองที่มีโค้ดเนมว่า Sandy Bridge โดยทางบริษัทกล่าวว่า ปัญหาที่พบในชิปเซตจะเป็นในส่วนของพอร์ต SATA (Serial-ATA) ที่ลดประสิทธิภาพการทำงานเมื่อใช้ไปนานๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับประสิทธิภาพการทำงาน หรือฟังก์ชันของการเชื่อมต่อระหว่างพอร์ต SATA กับอุปกรณ์อย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์ และไดรฟ์ DVD

ขณะ นี้ทาง Intel ได้เริ่มดำเนินการผลิตชิปเซตเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขแล้ว และคาดว่าจะสามารถส่งมอบชิปเซตใหม่ให้กับบรรดาบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ได้ ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเร็วกกว่ากำหนดที่คาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงปลายเดือนนี้ ในส่วนของบริษัทต่างๆ รวมถึงแบรนด์ชั้นนำอย่าง HP และ Samsung ที่ได้มีการผลิตคอมพิวเตอร์ทีใช้ชิปเซตที่มีข้อผิดพลาดไปแล้วก่อนหน้านี้จะ ขอคืนเงินแลกกับพีซีทีมีปัญหาจากลูกค้าที่ซื้อไปแล้วด้วย ผลกระทบของข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้การออกคอมพิวเตอร์ทีใช้โพรเซ สเซอร์ Sandy Bridge ล่าช้าออกไป 2-3 สัปดาห์

 

เว็บไซต์ในข่าว: Intel

 

ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนแซงพีซีครั้งแรก

รายงานข่าวล่าสุด บริษัทวิจัยตลาดเผยว่า ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนอย่างเช่น iPhone ของ Apple แซงหน้าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือ PC ไปเรียบร้อยแล้ว และยังเป็นแนวโน้มที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ผู้บริโภคสินค้าไฮเทคฯ มีความต้องการผลิตภัณฑ์อย่างสมาร์ทโฟนมากกว่าคอมพิวเตอร์

IDC บริษัทวิจัยตลาดได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกได้ป้อนสมาร์ทโฟนเข้าสู่ตลาดในช่วงไตร มาสสุดท้ายของปี 2010 สูงถึง 100.9 ล้านเครื่อง ซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของการเติบโตที่สูงกว่าปีที่แล้ว 87% ในขณะที่ยอดจำหน่ายพีซีในช่วงเวลาเดียวกันมีอัตราการเติบโตแค่ 3% และมีจำนวนพีซีป้อนเข้าสู่ตลาด 92.1 ล้านเครื่อง ซึ่งน้อยกว่าสมาร์ทโฟนอย่างเห็นได้ชัด

Ramon Llamas นักวิเคราะห์จาก IDC กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่ต้องมีการทำความเข้าใจในที่นี้ก็คือ แนวโน้มที่เกิดขึ้นทั้งสองส่วนนี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์กัน เนื่องจากสมาร์ทโฟน และพีซีตอบสนองวัตถุประสงค์ของการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยผู้บริโภคมีความจำ เป็นต้องใช้ทั้งสองอย่าง พีซียังคงมีบทบาทสำคัญในการทำเอกสาร แก้ไขภาพ ตลอดจนการสร้างคอนเท็นต์ชนิดต่างๆ แต่สาเหตุที่ทำให้ PC มีอัตราการเติบโตลดลงก็เนื่องจากเกิดคู่แข่งใหม่ที่เข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่ง ตลาดนั่นก็คือ "แท็บเล็ต" โดยเฉพาะ ipad ของ Apple ในขณะเดียวกัน สมาร์ทโฟนได้รับความนิยมขึ้น เนื้องด้วยราคาที่ลดลงทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนสมาร์ทโฟน บ่อยกว่าคอมพิวเตอร์

 

เว็บไซต์ในข่าว: IDC

 

Apple ให้โรงงานเริ่มผลิต iPad 2 แล้ว

รายงานข่าวจาก The Wall Street Journal เผยแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ระบุว่า Apple ได้สั่งให้โรงงานในจีนเริ่มผลิต iPad 2 แล้ว โดยไอแพดรุ่นใหม่จะมีความบาง และเบากว่ารุ่นแรก พร้อมทั้งฟันธงว่า iPad 2 จะมาพร้อมกับกล้องด้านหน้า (fron-facing camera) รวมถึงการใช้โพรเซสเซอร์ที่เร็วกว่าเดิม มีหน่วยความจำมากขึ้น ตลอดจนหน่วยประมวลผลกราฟิกที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมาจะมีการพูดถึงคุณสมบัติบางอย่างที่แตกต่าง กัน โดย WSJ กล่าวว่า ความละเอียดของหน้าจอแสดงผล iPad 2 จะเท่าๆ กับรุ่นแรกคือที่ 1024 x 768 ในขณะที่เว็บไซต์ DgiTimes รายงานข่าวเมื่อเดือนมกราคมทีผ่านมาว่า iPad 2 จะมีความละเอียดมากกว่า 4 เท่าคือ 2046 x 1536 พิกเซล แม้จะมีรายงานข่าวว่า ทาง Apple ได้เริ่มผลิต iPad 2 แล้ว แต่สิ่งที่ทาง WSJ ไม่ได้มีการเปิดเผยออกมาก็คือ กำหนดการวางตลาดของ iPad รุ่นใหม่

 

Apple แนะนำ iPad รุ่นแรกในเดือนเมษายน 2010 ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า iPad 2 น่าจะวางตลาดในช่วงเดือนเมษายนเช่นเดียวกัน เพื่อให้มีช่วงเวลาสำหรับรอบการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง iPhone 5 ด้วย อย่างไรก็ตาม Apple อาจจะมีการเปลี่ยนรอบการออกผลิตภัณฑ์ให้เร็วขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ของปีนี้ไม่เหมือนกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะการเปิดตัวของแท็บเล็ตสายพันธุ์ Android จากบรรดาผู้ผลิตพีซี รวมถึงการที่ Google เร่งเครื่องพัฒนา Android 3.0 Honeycomb โอเอสสำหรับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นคู่แข่งสำคัญที่ Apple ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้

ด้วยเหตุดังกล่าว ผุ้เชียวชาญ และนักวิเคราะห์อีกกลุ่มหนึ่งมีความเชื่อว่า Apple น่าจะวางตลาด iPad 2 ให้เร็วขึ้น เพื่อแตะเบรคแท็บเล็ต Android โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่มีรายงานข่าวการเปิดสายการผลิต iPad 2 แล้ว ยิ่งสร้างความเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคจะได้มีโอกาสเป็นเจ้าของ iPad รุ่นใหม่ในเดือนหน้านี้ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ทางเว็บไซต์ arip จะเกาะติดความคืบหน้าของ iPad 2 มาให้คุณผู้อ่านได้ทราบกันอีกทีหนึ่ง

 

เว็บไซต์ในข่าว: Apple

 

Kyocera Echo มือถือ 2 หน้าจอมาแล้ว

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Sprint ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในสหรัฐฯได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ชื่อว่า Echo ซึ่งผลิตโดยบริษัท Kyocera ทำงานด้วยระบบปฎิบัติการ Android 2.2 โดยจุดเด่นของ Echo ที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไปก็คือ มันมี 2 หน้าจอ สามารถใช้รันแอพพลิเคชันต่างๆ ได้ตั้งแต่เฟซบุ๊คไปจนถึงอีเมล์ สนนราคาเครื่องประมาณ 200 เหรียญฯ (ประมาณ 6,600 บาท)

Sprint เปิดเผยว่า การที่ Echo มีสองหน้าจอทำให้มันไม่เหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป โดยเฉพาะโหมดการทำงานที่เรียกว่า "Simul-Task" ที่สามารถรันแอพพลิเคชันพร้อมกันได้ 2 ตัวแยกการทำงานคนละหน้าจอ หรือโหมด "Optimized" ที่ใช้สองหน้าจอในการรันแอพพลิเคชันตัวเดียว และโหมด "Tablet" ซึ่งทำให้แอพพลิเคชันสามารถแสดงผลเต็มสองหน้าจอด้วยมุมมองที่กว้างถึง 4.7 นิ้ว

Echo เกิดจากการสำรวจความต้องการของผู้บริโภคที่พบว่า ประมาณ 70% ของผู้ใช้ชอบดูทีวีขณะอยู่บนเตียงนอนในขณะที่กำลังทำกิจกรรมอื่นๆ อย่างเช่น ใช้โน้ตบุ๊ค หรือส่งข้อความบนมือถือ นอกจากนี้ 50 - 60% ของผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่นจะทำหลายอย่างบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเรียกพฤติกรรมนี้ว่า Hyper-Tasking โดย Echo จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้เหล่านี้ แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ อยากได้สมาร์ทโฟน 2 หน้าจอที่สามารถแทนการใช้มือถือกับโน้ตบุ๊ตพร้อมกันไหมครับ?

 

 

 

เว็บไซต์ในข่าว: kyocera, Sprint

 

กูเกิ้ล"แปลภาษา"บนไอโฟนด้วยเสียงคุณ

ข่าวดีสำหรับผู้ใช้ที่ชื่นชอบบริการเว็บแปลภาษาของกูเกิ้ล (web-based Google Translate) เพราะเมื่อวานนี้ทางบริษัทได้ประกาศว่า ได้พัฒนาบริการดังกล่าวให้อยู่ในรูปของแอพฯที่ทำงานบน iOS สำหรับใช้งานบน iPhone แล้ว โดยสามารถรับคำสั่งเป็นเสียง (voice input) ด้วยภาษาที่แตกต่างกันถึง 15 ภาษา และสนับสนุนการแปลเป็นภาษาต่างๆ ได้มากถึง 23 ภาษา

สำหรับการใช้งาน Google Translate แอพฯแปลภาษาบน iPhone เวอร์ชันล่าสุด ผู้ใช้จะต้องแตะที่ปุ่มไมโครโฟนบนหน้าจอ แล้วพูด"คำหรือวลี"ทีเป็น 1 ใน 15 ภาษา ซึ่งได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศษ แอฟริกัน จีน (simplified, traditional) เชค ดัทช์ เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี โปแลนด์ ปอร์ตุเกส รัสเซีย สเปน และตุรกี แทนการพิมพ์ข้อความเหล่านั้นเข้าไป ส่วนผลลัพธ์การแปลก็จะมีให้เลือก 23 ภาษาที่จะส่งเสียงออกมาให้ได้ยิน หรือแสดงเป็นข้อความขนาดใหญ่เต็มหน้าจอ เพื่อง่ายต่อการยื่นให้ผู้อื่นดูได้ทันที

นอก จากนี้ Google Translate app ยังจัดเก็บข้อความที่คุณได้เคยแปลไว้แล้ว เพื่อเรียกใช้ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อเน็ต (หรือเวลาที่ไม่มีเน็ตให้เชื่อมต่อการใช้งาน) อีกด้วย ในส่วนของการอัพเดตแอพแปลภาษาของ iPhone ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจาก Google ได้ออกเวอร์ชันใหม่บน Android ที่สามารถฟัง และออกเสียงแปลความหมายได้ด้วย Conversation Mode 

 

 

 

ข้อมูลจาก: Google blog

 

Windows 7 SP1 ดาวน์โหลด 22 ก.พ.

รายงานข่าวล่าสุด ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ประกาศเมื่อวานนี้ว่า Service Pack 1 สำหรับ Windows Server 2008 R2 และ Windows 7 ได้ถูกส่งให้กับบรรดาบริษัทผู้ผลิตพีซีเรียบร้อยแล้ว ข้อแตกต่างของ SP1 ที่ไม่เหมือนเซอร์วิสแพคของโอเอสรุ่นก่อนหน้านี้ก็คือ มันไม่ค่อยมีการแก้ไขฟังก์ชันสักเท่าไร โดยจะมุ่งเน้นไปที่ชุดระบบรักษาความปลอดภัย และสเถียรภาพของการทำงาน

สำหรับคุณสมบัติใหม่ของ SP1 ที่เห็นได้ชัดจะมุ่งเน้นไปที่การทำ Vertualization บน Windows Server 2008 R2 โดยเฉพาะ Dynamic Memory และ RemoteFX โดย Dynamic Memory จะทำให้เวอร์ชวลแมชีนที่สร้างขึ้นมองเห็นหน่วยความจำมากกว่าที่ติดตั้งเข้า ไปในเซิร์ฟเวอร์จริงๆ ส่วน RemoteFX จะเปิดโอกาสให้เครื่องลูกข่าย (Clients) ใช้ทรัพยากรระบบโดยเฉพาะ GPU บนเซิร์ฟเวอร์ เพื่อเร่งกราฟิกให้กับการทำงานของแอพพลิเคชันที่มีการใช้ Direct3D และ OpenGL การทำงานของ Virtualization จะมีทั้งในส่วนของ Remote Desktop ที่ทำให้เครื่องลูกข่ายจะสามารถเชื่อมต่อ และรันแอพพลิเคชันจากบนเซิร์ฟเวอร์ได้โดยตรง และVirtual Desktop Infrastructure (VDI) ที่เปิดโอกาสให้เครื่องลูกข่ายสามารถเชื่อมต่อการทำงานกับ virtual machine ที่โฮสต์อยู่บนเซิร์ฟเวอร์ได้ด้วย ผลลัพธ์ที่ได้จากคุณสมบัติใหม่ที่เพิ่มเข้ามาจะทำให้เครื่องลูกข่ายทั้ง เดสก์ทอป โน้ตบุ๊ค และธินไคลเอ็นต์ (Thin-Client) สามารถเชื่อมต่อการทำงานกับเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง (ไมโครซอฟท์ได้ประกาศเปิดตัว Windows Thin PC (WinTPC) ซอฟต์แวร์ที่กำลังจะออกมา เพื่อให้องค์กรธุรกิจสามารถใช้พีซีเก่าเป็น Thin Client ได้อีกด้วย)

สำหรับ Windows 7 SP1 จะเป็นการรวบรวมอัพเดต ซึ่งมีทั้งของใหม่ และที่เคยให้บริการผ่านทาง Windows Update ไปแล้ว นอกจากนี้ก็จะมีในส่วนของการสนับสนุนการทำงาน Virtualization ฝั่งไคลเอ็นต์อย่าง RemoteFX (ใช้ GPU บน Server) และ Dynamicc Memory (มองเห็นหน่วยความจำได้มากกว่าที่ติดตั้งจริง) ส่วนยูสเซอร์อินเตอร์เฟซไม่ ได้มีอะไรใหม่ รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานที่ไม่ได้เร่งให้เร็วกว่าเดิม สรุปโดยรวมจะเป็นการรวบรวมชุดแก้ไขบั๊กให้ระบบปลอดภัย และมีสเถียรภาพในการทำงานมากขึ้นเท่านั้น ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลด SP1 ได้ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. 2554

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้กำลังพัฒนา Microsoft BitLocker Administration and Monitoring (MBAM) เครื่องมือชุดใหม่สำหรับการบริหารจัดการคุณสมบัติของระบบรักษาความปลอดภัย BitLocker โดย MBAM พัฒนาขึ้นจากความต้องการของลูกค้าที่ตองการใช้ฟังก์ชันนี้ได้ง่ายสะดวกยิ่ง ขึ้น โดย MBAM จะออกในเดือนมีนาคม ศกนี้

 



ข้อมูลจาก: TechNet

 

HP Pre 3 และ TouchPad เผยโฉม!!!

เมื่อวานนี้ทาง HP ได้จัดงานแถลงข่าว เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ WebOS อันประกอบด้วยสมาร์ทโฟน 2 รุ่น และแท็บเล็ต ซึ่งการแถลงข่าวในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการประกาศตัวอย่างเป็นทางการของ HP ในการเข้าร่วมรบใน 2 สมรภูมิเดือดที่เดิมพันด้วยผู้บริโภค

ใน งานแถลงข่าว Jon Rubinstein รองประธานอาวุโส และผู้จัดการทั่วไปผลิตภัณฑ์ Palm ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่อยู่ในมือ ซึ่งไม่มีเงาของโลโก Palm ให้เห็นแม้แต่น้อย คงมีแต่โลโก HP โดดเด่นอยู่บนด้านหลังเครื่อง โดยในงานนี้ทางบริษัทได้แนะนำสามาร์ทโฟนถึง 2 รุ่นด้วยกัน รุ่นแรกชื่อว่า HP Veer สมาร์ทโฟนขนาดเล็กเท่าๆ กับบัตรเครดิตเจาะตลาดผู้ใช้ทั่วไป ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Snapdragon 7230 ของ Qualcomm ความเร็ว 800GHz สนับสนุนการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ไร้สาย HSPA+ สตอเรจภายในเครื่อง 8GB และหน่วยความจำ (RAM) 512MB   

 

 

ส่วน สมาร์ทโฟนอีกรุ่นหนึ่งชื่อว่า HP Pre 3 (หรือ Palm Pre 3) ซึ่งเป็นการต่อยอดความสำเร็จจาก Pre 2 โดยจะวางจำหน่ายผ่านผู้ให้บริการเครือข่ายอย่าง Virizon Wireless ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ HP Pre 3 จะมาพร้อมกับกล้องสองตัว ด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล และด้านหน้า 1.3 ล้านพิกเซล หน้าจอระบบสัมผัส 3.6 นิ้ว ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล พร้อมด้วยคีย์บอร์ด QWERTY ทีสามารถเลื่อนออกมาได้ และโพรเซสเซอร์ที่ใช้เป็นของ Qualcomm เช่นเดียวกัน แต่จะมีความเร็วในการทำงานสูงถึง 1.4GHz ทั้งนี้ทางบริษัทจะวางตลาด Pre 3 เป็น 2 เวอร์ชันคือ รุ่นที่มีสตอเรจ 8GB และ 16GB

 

 

นอก จากทาง HP จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนถึง 2 รุ่นแล้ว ทางบริษัทได้ถือโอกาสในงานแถลงข่าวครั้งนี้ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่หลายคนรอคอยนั่นคือ HP TouchPad แท็บเล็ตทีใช้ระบบปฏิบัติการ WebOS (เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่น) โดยจะมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาด 9.7 นิ้ว ตัวเครื่องมองผ่านๆ อาจจะนึกว่าเป็น iPad แต่มีคุณสมบัติเหนือกว่า โดยเฉพาะกล้องด้านหน้า 1.3 ล้านพิกเซล และโพรเซสเซอร์ที่เป็นดูอัลคอร์ 1.2GHz โดยTouchPad สามารถใช้บริการวิดีโอคอลล์ (video call) ระบบออดิโอที่เหนือกว่าจาก Beats สตอเรจมีให้เลือก 2 ขนาดคือ 16GB หรือ 32GB หน่วยความจำ 1GB เชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi และ Bluetooth 2.1

 

 

เว็บไซต์ในข่าว: HP


ลือ!!! Apple จะออก iPad 3 ปลายปีนี้

ดูเหมือนการประกาศเปิดตัว"แท็บเล็ต"จากบรรดาบริษัทผู้ผลิตพีซีหลายๆ ราย ไม่ว่าจะเป็น HP ที่เพิ่งเปิดตัว TouchPad ไปเมื่อสองวันก่อน หรือที่เปิดตัวก่อนหน้านี้อย่าง Motorola XOOM, Dell Streak 7 และ G-Slate ของ LG ตลอดจนผู้นำตลาดอย่าง Galaxy Tab ของ Samsung ตามด้วย Folio 100 ของ Toshiba และ Iconis A500 ของ Acer ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ Apple แม้จะครองส่วนแบ่งตลาดด้วย iPad อยู่ในขณะนี้ อาจจะต้องมีการเร่งเครื่องให้เร็วขึ้นกว่าเดิมอีก

นั่นก็คือ การเปิดตัว iPad 2 ที่เร็วขึ้น โดยขยับขึ้นเป็นเดือนมีนาคม เพื่อวางจำหน่ายในเดือนเมษายน และเพื่อปิดกั้นไม่ให้คู่แข่งในตลาดฝั่งพีซี สามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดได้มากเกินไป Apple น่าจะเปิดตัว iPad 3 ในเดือนกันยายน เพื่อจำหน่ายในช่วงวันหยุดปลายปี ซึ่งหมายความว่า ในปีนี้ เราอาจจะได้เห็น iPad ออกมาถึง 2 รุ่น สำหรับข่าวลือที่ออกมาล่าสุดนี้ถูกปล่อยโดย Joh Gruber บล็อกเกอร์ Daring Fireball ที่มีชื่อเสียงในด้านการฟันธงเทคโนโลยีต่างๆ ว่าจะเกิด หรือไม่  

Gruber โพสต์ข้อความที่จุดกระแสความสนใจดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยระบุว่า HP TouchPad อาจจะถูกสกัดจากการออก iPad 3 ของ Apple ซึ่งจากการแถลงข่าวของ HP ระบุว่า TouchPad จะวางตลาดในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ โดยจากข้อมูลต่างๆ ที่ Gruber ได้เก็บรวบรวมมา ทำให้เขาเชื่อว่า Apple น่าจะมีการเปิดตัว iPad 3 ในช่วงเดือนกันยายน "ผมค่อนข้างมั่นใจว่า Apple จะมีการเลื่อนกำหนดการออก iPad (3) เป็นในเดือนกันยายนของปีนี้หลังจาก iPod รุ่นใหม่ เพราะ Apple ไม่อยากจะรอนานเกินไป"

Gruber ก็ คาดอีกว่า Apple จะเปิดตัว ipad 2 เร็วขึ้น โดยอาจจะเป็นเดือนมีนาคม เพื่อส่งมอบเครื่องให้กับลูกค้าได้ภายในเดือนเมษายน ซึ่งสเป็กของ iPad 2 จะเร็วขึ้น หน่วยความจำมากขึ้น สตอเรจก็อาจจะมากขึ้นด้วย ที่แน่ๆ มันบาง และเบากว่า iPad รุ่นแรก รวมถึงการมีกล้องด้านหน้า เขายังเชื่ออีกด้วย iOS 5 จะเปิดตัวในเดือนมีนาคม และเปิดให้อัพเดตในเดือนมิถุนายน

"iPad 3 จะวางตลาดในเดือนกันยาน ในงานเปิดตัวของ iPod และจะทำงานด้วย iOS 5.1 เช่นเดียวกับ iPod Touch รุ่นต่อไป" Gruber ทำนาย สำหรับความเป็นไปได้ของ iPad 3 ว่าจะมีจุดขายอะไรที่แตกต่างจาก 2 รุ่นแรก Gruber คาดว่า มันอาจเป็นไปได้ตั้งแต่ iPad 2.5, iPad 2 HD หรือ iPad Pro โดยจะเป็น iPad รุ่นไฮเอ็นด์ แต่ไม่ใช่รุ่นที่มาแทนที่ iPad 2 คำทำนายของ Gruber มีน้ำหนักมากขึ้นไปอีกเมื่อ MG Sigler บล็อกเกอร์TechCrunch ออกมาบอกว่า Apple มีแผนเซอร์ไพรส์ช่วงปลายปีนี้ ซึ่งน่าจะหมายถึง iPad 3 โดยให้คอมเมนต์เพิ่มเติมว่า iPad 3 น่าจะเป็นรุ่นที่ใช้ retina display หรืออาจจะเป็น iPad ที่มีขนาดเล็ก (iPad Mini) งานนี้คงต้องติดตามกันต่อไปว่า Gruber จะแม่นแค่ไหน? แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรบ้าง?

 

ข้อมูลจาก: daring fireball

 

Facebook Phone เปิดตัว 2 รุ่นพร้อมกัน

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือเกี่ยวกับการที่เฟซบุ๊ค (Facebook) ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนซุ่มพัฒนามือถือที่สนับสนุนการใช้งานเฟซ บุ๊คแบบเต็มๆ ล่าสุด INQ ได้เปิดตัวเฟซบุ๊คโฟนออกมา 2 รุ่นพร้อมกันนั่นคือ Cloud Touch (ที่เคยนำเสนอเป็นภาพกราฟิกไปแล้ว) และ Cloud Q ใครที่ชอบกดรีเฟรชบราวเซอร์ เพื่อคอยติดตามอัพเดทสถานะเพื่อนๆ ตลอดเวลา บางทีสมาร์ทโฟนสองรุ่นนี้อาจเหมาะกับคุณ

จุด เด่นของสมาร์ทโฟนสองรุ่นนี้ก็คือ ประสบการณ์ในการใช้สมาร์ทโฟนที่สร้างขึ้นจากฟังก์ชันการใช้งานเฟซบุ๊ค โดย เมื่อผู้ใช้ปลดล็อคหน้าจอของ Facebook Phone (สมาร์ทโฟนจากบริษัท INQ) ไอคอนต่างๆ ที่ปรากฎบนหน้าโฮมสกรีนจะเป็นอะไรที่คุ้นเคยผู้ใช้ Facebook อย่างมาก ผู้ใช้สามารถแชท อ่านฟีด และข้อความล่าสุดจากเพื่อนๆ ได้ทันที สำหรับมือถือเฟซบุ๊คทั้งสองรุ่นจะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 2.2 โดยตราบใดที่คุณไม่ได้คลิกปุ่มเมนู หน้าโฮมสกรีนของมันก็คือ Facebook ดีๆ นี่เอง 

มือ ถือเฟซบุ๊คทั้งสองรุ่นจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย โดย Cloud Touch จะเป็นทัชสกรีนโฟนที่มาพร้อมกับหน้าจอ HVGA 3.5 นิ้ว ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Qualcomm 7227 ความเร็ว 600MHz และมีหน่วยความจำภายใน 4MB สามารถเพิ่มการ์ดหน่วยความจำ microSD เป็น 4GB เชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi และ Bluetooth สนับสนุน GPS พร้อมทั้งมีเซ็นเซอร์ใช้งานต่างๆ อย่างเช่น accelerometer เข็มทิศ (compass) เซ็นเซอร์ตรวจจับเพื่อปรับแสงหน้าจอให้เหมาะสมกับแสงรอบข้าง และ proximity sensor ที่สามารถตรวจจับวัตถุที่อยู่ใกล้ (ใช้เวลา iPhone แนบหูแล้วหน้าจอดับ และปิดระบบจอสัมผัส พอเอาออกห่างจากหูก็ทำงานปกติ) กล้องที่มากับมือถือก็ละเอียดถึง 5M นอกจากนี้มันยังมีระบบเปิดปิด Wi-Fi โดยอัตโนมัติ สำหรับ Cloud Q จะมีดีไซน์คล้าย BB คือมีคีย์บอร์ด QWERTY และหน้าจอเล็กกว่า คุณสมบัติอื่นๆ ก็จะเหมือนกัน อย่างไรก็ดี Cloud Touch จะวางตลาดทั่วโลกในเดือนเมษายน ส่วน Cloud Q จะวางตลาดช่วงไตรมาสที่สามของปีนี้

 

 

เว็บไซต์ในข่าว: inqmobile

 

Credit : ARIP News

Views: 1563

Comment

You need to be a member of Manchester City Fan Club in Thailand Website to add comments!

Join Manchester City Fan Club in Thailand Website

Comment by mcfc-มีน on February 8, 2011 at 9:45pm
ขอบคุณครับ น้องชายๆๆๆ^^

© 2020   Created by thaiMCFC.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service